fernSiam.com : Home > Fern > Growing > Abnormal || Back
อาการผิดปกติของเฟิน - สาเหตุและแนวทางการแก้ไข

โดยทั่วไปแล้ว เฟินไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงศัตรูรบกวนมากนัก แต่หากเมื่อใดที่เฟินมีอาการผิดปกติ ไม่ค่อยสู้ดี มีสาเหตุจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร ให้คุณลองศึกษาจาก ตารางแสดงอาการผิดปกติของเฟิน เพื่อที่คุณจะได้รีบหาทางแก้ไขให้ทัน ก่อนที่เฟินแสนรักของคุณจะจากคุณไปก่อนเวลาอันควร

อาการผิดปกติ สาเหตุที่เป็นไปได้ แนวทางการแก้ไข
สาเหตุจากปัจจัยสภาพแวดล้อม
โตช้า ไม่แตกใบอ่อน ใบซีด-เหลือง-เหี่ยว บางชนิดอาจเข้าระยะพักตัว ตรวจดูให้แน่ใจว่า เฟินชนิดนั้น เป็นชนิดผลัดใบและมีการพักตัว หรือไม่
ให้น้ำมากเกินไป ลดปริมาณและจำนวนครั้งลง ปรับปรุงเครื่องปลูกให้หยาบยิ่งขึ้น ตรวจสอบการระบายน้ำของเครื่องปลูก
อุณหภูมิต่ำเกินไป ย้ายสถานที่ให้ได้รับแสงแดดมากขึ้นและอุณหภูมิสูงขึ้น
แสงแดดรุนแรง พรางแสงให้เพิมเติม
ปุ๋ยไม่เพียงพอ เติมปุ๋ยให้อย่างระมัดระวัง
รากเฟินเต็มกระถาง ย้ายปลูกลงกระถางที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
บางส่วนของใบมีสีเหลือง หรือน้ำตาล ใบอ่อนเหี่ยวไม่คลี่ ความชื้นในอากาศต่ำ ลมแรง ย้ายไปไว้ที่ร่ม เย็น และชื้น ลมไม่จัด
อุณหภูมิสูงเกินไปและแสงจัด ย้ายไปไว้ที่มีอากาศโปร่ง ความชื้นสูง พรางแสงเพิ่ม
ดินปลูกแห้ง ตัดแต่งใบแห้งออก รดน้ำเพิ่ม รักษาความชื้นในอากาศให้สูงขึ้น โดยการพ่นฝอยละอองน้ำ
สารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง ปุ๋ย ฯลฯ ตัดแต่งใบที่ไหม้ออก กรณีที่เป็นปุ๋ยให้เปลี่ยนดินปลูก
การสะสมตัวของเกลือแร่จากน้ำที่ใช้รด ลดปุ๋ย เพิ่มน้ำให้มากขึ้น แต่ลดจำนวนครั้งลง
ขอบใบม้วนคว่ำลงด้านล่าง ขาดความชุ่มชื้นในระยะแตกใบอ่อน รักษาความชื้นให้เพียงพอ สำหรับใบอ่อนที่จะแตกมาใหม่
ถูกแมลงรบกวนในระยะแรก กำจัดแมลงศัตรูออกไป
ใบเหี่ยวกระทันหัน ระบบรากถูกรบกวนด้วยสารเคมี รดน้ำให้ชุ่ม รักษาความชื้นให้คงที่
ระบบรากถูกทำลายด้วยน้ำมากเกินไปจนแฉะขัง ตัดแต่งรากที่เน่าทิ้ง เปลี่ยนเครื่องปลูก รักษาความชื้นให้คงที่
ใบเขียวจัด แต่บางเปราะหักง่าย ความชื้นสูงเกินไป ลดความชื้น โดยการเพิ่มการระบายอากาศ และลดปริมาณน้ำให้น้อยลง
ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป ลดปริมาณปุ๋ยลง
สาเหตุจากศัตรูพืช
ใบแก่ ขอบใบเหี่ยว
ต้นอ่อน เหี่ยวเฉา-ตาย
โรคใบไหม้ สาเหตุจากเชื้อหลายชนิด ตัดส่วนที่เกิดโรคเผาทำลาย หยุดการรดน้ำหรือพ่นน้ำ พ่นด้วยเบนเลท
ต้นอ่อนโคนเน่า ระบาดอย่างรวดเร็ว โรคเน่าคอดิน เกิดจากเชื้อรา ลดการให้น้ำ พ่นเบนเลทหรือแคปแทน
ลำต้นและก้านใบ ที่ระดับผิวดิน เน่า หักพับ หน่ออ่อนเหี่ยวเฉา โรคก้านเน่า จากเชื้อราในกลุ่ม Rhizoctonia ทำลายต้นที่เกิดโรค พ่นด้วยยากำจัดเชื้อรา เช่น เบนเลท แคปแทน เทอราคลอร์ หรือซีมีแซน
ผิวใบมีแผ่นดำ คล้ายเขม่า อาจพบร่วมกันกับมด หรือเพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน โรคราเขม่า เกิดจากเชื้อรา เช่นกลุ่ม Fumago เพิ่มการระบายอากาศ พ่นยากำจัดเชื้อรา
ปลายรากเน่า ระบาดทั่วกระถาง โรครากเน่า เกิดจากเชื้อราพวก Pythium และ Phytophthora ทำลายเฟินด้วยการเผา และฉีดพ่นด้วยแคปแทนและซีมีแซน
ต้นอ่อนแอ ซูบซีด ไม่สมบูรณ์ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแห้ง เพลี้ยหอย ฉีดพ่นผงเซพวิน กำจัดมดตัวการนำเพลี้ยมาเลี้ยง
รอยแผลสีน้ำตาลอมแดง หรือดำบนใบ ใบมักเหี่ยวแห้งตาย ไส้เดือนฝอย รักษาสภาพที่ปลูกให้สะอาด ซ่าเชื้อในดินก่อนปลูก ใช้ยาป้องกันและกำจัดไส้เดือนฝอย ไวเลท
รอยแผลสีขาว หรือสีจางบนใบ แมงมุมแดง หรือไรแดง เพิ่มความชื้นในอากาศให้สูงขึ้น ฉีดพ่นด้วยเพนเทค และเคลเทน
จุดสีน้ำตาล ดำ หรือขาว บนใบ มักเกิดในฤดูร้อน เพลี้ยไฟ ตัดส่วนที่ถูกทำลายไปเผา ใช้ยาเซฟวินฉีดพ่นทุกสัปดาห์
ยอดอ่อน ใบอ่อน ถูกกัดกิน หนอนดิบ ด้วง จิ้งหรีด ตั๊กแตน ด้วงน้ำมัน ถ้ามีน้อยจับทำลาย ถ้ามากใช้เซฟวิน คลอร์เดน


คุณจำเป็นต้องอาศัยความช่างสังเกตุของคุณเองว่า อาการผิดปกติของเฟินนั้น อยู่ในลักษณะอาการไหน ใหม่ๆ อาจยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อหมั่นสังเกตุบ่อยเข้า ศึกษาและเรียนรู้ไป จะช่วยทำให้คุณเข้าและสามารถแก้ไขอาการผิดปกติให้กับเฟินของคุณได้ทัน

โดยเฉพาะเรื่องน้ำ การให้น้ำในปริมาณมากเกินไปจนแฉะนับเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เท่ากับดินปลูกที่แห้งเกินไป อาการผิดปกติอันเนื่องจากการให้น้ำเกิน แก้ไขยากกว่าอาการขาดน้ำ เพราะโดยมาก จะทำให้เชื้อโรคเชื้อรา เข้ามารุมทำร้ายเฟินของคุณจนเน่า หรือไม่ก็ รากเฟินขาดอากาศหายใจไม่ออก ต้องรื้อเปลี่ยนเครื่องปลูกใหม่ และต้องใช้เวลาในการแก้ไขมากว่า ต่างกับอาการขาดน้ำ ที่คุณสามารถรีบเพิ่มน้ำให้ทันทีที่คุณเห็นว่าขาดน้ำ

เพลี้ยไฟ

เพลี้ยไฟเป็นแมลงที่มีขนาดเล็ก ตัวแก่ของเพลี้ยไฟมีลำตัวเรียวยาว 1-2 มม. มีทั้งที่มีปีกและไม่มีปีก ถ้ามีปีกจะมีด้านละสองปีก มีลักษณะเป็นก้านยาว มีขนกระจายไปทั่วคล้ายขนไก่ ตัวอ่อนสีเหลืองนวล ตัวเต็มวัยสีน้ำตาลดำ เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ไข่มีขนาดเล็กมากฝังอยู่ในเนื้อเยื่อของพืช ระยะเวลาจากไข่ถึงตัวเต็มวัย ใช้เวลาประมาณ 11 - 18 วัน ตัวเต็มวัยมีชีวิตอยู่ได้ 22 วัน พบการระบาดมากในช่วงอากาศแห้งแล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะฝนทิ้งช่วง อากาศแห้งแล้ง และขาดน้ำ ทำลายพืชโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ โดยมีปากแบบเจาะดูด ปกติส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ที่บริเวณใบไม้ด้านหลังใบ บางครั้งเป็นพาหะของเชื้อไวรัส

fernSiam.com : Home > Fern > Growing > Abnormal || Back