การขยายพันธู์โดยการเพาะจากสปอร์

การขยายพันธุ์ของเฟินด้วยสปอร์ เป็นการขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ เกิดในช่วงชีวิตที่เป็น gametophyte หรือสปอร์ของเฟินงอกเป็นโปรธัลลัส ซึ่งโปรธัลลัสที่เจริญเติบโตเต็มที่ ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ anteridium และ(หรือ) เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย angionium เมื่อมีการผสมพันธุ์เกิดขึ้น จะได้เฟินต้นอ่อนใหม่ เป็น sporophyte ต้นเฟินรุ่นใหม่ และเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ จะทำหน้าที่สร้างสปอร์ ปล่อยแพร่กระจายออกไป งอกเป็น gametophyte เพื่อการผสมพันธุ์สร้างเฟินรุ่นใหม่ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์สืบไป เป็นวัฏฏจักรเช่นนี้เรื่อยไป

การเพาะเฟินจากสปอร์ มีหลายคนคิดกันว่า เป็นเรื่องลี้ลับและซับซ้อนยุ่งยาก แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น หากคุณได้ลองดูศึกษาจากตัวอย่างวิธีการของพวกเราที่นี่ แล้วคุณจะทราบว่า คุณเองก็สามารถทำได้์ อาศัยความเข้าใจหลักการของ วงจรชีวิตและธรรมชาติของเฟิน และมีความพยายาม ความอดทนและหมั่นคอยเอาใจใส่ดูแล แม้จะใช้ระยะเวลานาน หลายเดือนและอาจนานเป็นปีๆ แล้วความพยายามของคุณ จะได้รับการตอบแทนด้วยเฟินต้นใหม่ที่คุณเพาะขึ้นเอง เป็นรางวัลและความภาคภูมิใจของคุณ อีกทั้งจะได้พบกับความรู้ใหม่อีกหลายๆ อย่าง ในธรรมชาติของเฟินจากการเพาะเฟินจากสปอร์

หลังจากที่ fernSiam ได้เผยแพร่วิธีการเพาะสปอร์ ในรูปแบบของงานอดิเรกตามแบบฉบับของเราเอง ตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน เป็นที่น่าดีใจที่มีเพื่อนๆ หลายคน สามารถเพาะเฟินจากสปอร์กันได้มากมาย อีกทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันและกัน จึงมีการปรับปรุงเนื้อหาและขยายรายละเอียด วิธีการและเทคนิควิธีการต่างๆ รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ที่แต่ละคนประสบต่างกันไป และที่แน่ๆ พวกเราได้เฟินต้นใหม่ ที่เกิดจากสปอร์ ที่พวกเราเพาะกันออกมาได้มากมายด้วยเช่นกัน

สำหรับวิธีการเพาะและอุปกรณ์ที่ใช้ แต่ละคน อาจมีวิธีการในรายละเอียดและเทคนิค หรืออุปกรณ์ที่ใช้ แตกกต่างกันไปมากมาย บางคนอาจเคยเพาะเองมาแล้ว หรือเคยเห็นคนอื่นเพาะ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย มีการใช้เครื่องปลูก เครื่องเพาะ และอุปกรณ์ต่างๆ หลากหลายชนิด แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ล้วนมาจากหลักการจากธรรมชาติเดียวกันทั้งสิ้น

Remark : Started 1st.Edition 2003 || 2nd.Edition-2006 || 3rd..Edition-10/08/2009
ให้กำลังใจผู้เพาะเฟินจากสปอร์

ผู้เริ่มต้นลองเพาะเฟินจากสปอร์ สำหรับข้อมูลวิธีการที่บอกเล่าไว้ที่นี่ อาจเป็นเพียงกรณีตัวอย่างศึกษา สำหรับการเพาะเพื่องานอดิเรก ที่สามารถประยุกต์ต่อยอดไปเป็นการเพาะเพื่อการค้าได้ต่อไป ซึ่งผู้ที่สนใจอย่างจริงจัง จำเป็นต้องนำไปประยุกต์ หรือปรับปรุงวิธีการในรายละเอียด เพื่อให้เข้ากับความเหมาะสมและความสะดวกของแต่คน แต่ละสถานที่ ต่อไป

อีกประการ สำหรับผู้เริ่มต้น หากการเริ่มลองเพาะครั้งแรกๆ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ อย่าเพิ่งนึกว่า เป็นเรื่องยาก ที่ตนเองทำไม่ได้ หรือตำหนิว่า วิธีการของคนนั้นคนนี้ เป็นวิธีการที่ผิด เป็นวิธีการที่ไม่ดี แต่ขอให้คุณได้พยายามศึกษาและทำความเข้าใจในแก่นแท้ของหลักการให้มากขึ้น และเมื่อคุณเข้าใจหลักการและเพาะกระทั่งสำเร็จ จนชำนาญ ได้ต้นเฟินออกมาแล้ว คุณจะทราบเองว่า วิธีการของคนอื่นนั้นเป็นเพียงแนวทางให้คุณลองใช้ ให้คุณนำไปประยุกต์และดัดแปลง เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ความเหมาะสม และความสะดวกของคุณเอง แล้วเมื่อนั้น คุณจะทราบเองว่า วิธีการที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด เหมาะกับคุณมากที่สุก ก็คือ วิธีการของคุณ นั้นเอง

สำหรับผู้ที่จะเริ่มฝึกการเพาะ ขอแนะนำให้ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้กับ ธรรมชาติของเฟินในส่วนของ วัฏฏจักรวงจรชีวิตของเฟิน ก่อน เพื่อเสริมความเข้าใจถึงเหตุผล ในวิธีการแต่ละขั้นตอนที่จะกล่้าวต่อไป อาละ!! สำหรับผู้ที่พร้อมแล้ว ที่จะเริ่มต้นศึกษาวิธีการเพาะสปอร์กับพวกเรา รายละเอียดต่อไปที่จะกล่าวถึง ขอให้ศึกษาอย่างละเอียด และทำความเข้าใจทีละขั้นทีละตอน โดยมีภาพประกอบให้ดูอย่างละเอียดทุกขั้นตอน จึงขอให้พยายามจินตนาการตามไปด้วยกัน และหากสมาชิกท่านใด มีปัญหาสงสัย เจอข้อผิดพลาดของเนื้อหา หรือมีข้อเสนอแนะนำ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับพวกเรา สามารถติดต่อพูดคุยกันได้ที่บอร์ดของ fernSiam
แรงจูงใจที่ทำให้พวกเขาสนใจการเพาะเฟินจากสปอร์

คุณคิดว่า อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้คุณอยากเพาะเฟินจากสปอร์ เราลองไปดูนานาทัศนะของเพื่อนสมาชิกเฟินสยาม กลุ่ม Sporeling Club ที่เขาชอบเพาะเฟินจากสปอร์ อะไรเป็นแรงจูงใจสำหรับพวกเขา (จาก fSCT forum)

tuzzuko (14 กรกฎาคม 2552)
    "ชื่อ tazzuko ครับ ๕๕๕ เรียก โป้ง ก็ได้ ..... เรียนปริญญาโทอยู่ครับ ... ทำวิจัยเรื่องวิวัฒนาการของเฟินหางไก่ สมัยเด็กน้อยสนใจเพาะสปอร์เพราะเหตุผลหลักตอนนั้นคือ ไม่มีตังซื้อเฟินตามจตุจักร ก็เลยไปเก็บ ใบสปอร์ของพวกชายผ้าตามตลาดที่เค้าทิ้งๆบ้างมาลองเพาะดู และอีกอย่างที่อยากเพาะสปอร์เพาะมันได้เยอะดี ๕๕ แอบโลภอยากได้เยอะๆ นี่แหละครับแรงจูงใจ พอมาเรียนก็ยิ่งสนุกกับการดูว่ามันงอกยังไง เพลินดี "
treechada (15 กรกฎาคม 2552)
    "อยากได้ข้าหลวงเยอะๆค่ะ ตอนนั้นเป็นเฟินชนิดเดียวที่มีสปอร์ให้เห็นด้วยค่ะ ตอนนั้นไม่มีสปอร์ก็เดินหาสปอร์เฟินใบมะขามค่ะ มีเฉพาะต้นที่ขึ้นเพลี้ยเต็มไปหมด เลยไม่เอาค่ะ"
saber (15 กรกฎาคม 2552)
    "แบบว่าตอนนี้เพิ่งซื้อบ้านนะครับเลยโดนแม่ทูนหัวหัวสั่งลดจำนวนการซื้อครับ แง!! อีกอย่างตอนนี้สนใจพวกก้านดำกลายพันธุ์ครับมากกว่าก้านดำพันธุ์แท้ครับเพราะว่าแปลกดี เพราะคิดว่าพันธุ์แท้มันหน้าตาเหมือนกันครับเลยเพาะเองเลยดีก่าเพราะคิดว่ามีโอกาส ได้อยู่เหมือนกันครับ ถึงว่าจะน้อย อีกอย่างเห็นก้านดำกลายพันธุ์ของป้าแพทแล้วตามันร้อนครับ"
Hello Patty (15 กรกฎาคม 2552)
    "เพาะสปอร์ครั้งแรก..(18 ก.ค. 50) เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเฟินของป้าน้อง และหน้าเขียวของเฟินสยามเจ้า ตอนนั้นมีก้านดำอยู่ไม่กี่ต้น (เพิ่งเริ่มเอาเข้าบ้านตอนปลาย เม.ย. 50) และต้นที่ซื้อมาก็พอมีใบสปอร์ติดมาล่วยอ่า..เลยลองซะ น่าจะเพาะไป 3 ชนิดมั๊งเจ้า ก้านดำฟิมบริเอตุ้ม, หยกดอยคำ, เปรู ปรากฎว่าขึ้นแต่ฟิมฯ ที่เหลือเป็นตะใคร่ซะหมด ณ ตอนนี้ ผ่านไป 2 ปีได้ ได้ฟิมฯ กระถาง 4 นิ้ว มาซัก 10 ต้นได้ (จริงๆ ควรจะได้แยะกว่านี้ แต่ความที่บางช่วงไม่ได้ดูแลไปบ้าง ที่แยกๆ ดำนาไว้แห้งไปแยะเลยเจ้า Y_Y) ก็แจกเพื่อนๆ ไปบ้าง เหลือเก็บไว้เอง 2-3 ต้นเจ้า"
    "ก.ค. 51 เพาะอีกรอบ เป็นสปอร์ที่เก็บๆ มาจากต้นสวยๆ ของคนอื่น แหะๆ แบบว่าอยากได้ แต่หาไม่ได้ เลยเอาทิชชูมั่ง กระดาษมั่งไปรองๆ เกาๆ สปอร์เค้ามา อ้อๆ มีสปอร์ก้านดำของตัวเองอีกนิดหน่อย ปัจจุบัน ผ่านไป 1 ปี สปอร์ก้านดำไบคัลเลอร์ของตัวเองได้ใบจริงและแยกลงตะกร้าแล้ว (แต่ไม่ยอมโตอีกเลย) ส่วนบางกล่องก็ได้ใบจริงแต่มีเฟินวัชพืชพวก Pteris งอก..ต้องคอยถอนออก และบางกล่องก็ไม่ขึ้น
    ก.ค. 52 กำลังเล็งๆ ว่าจะเพาะอีกรอบ โดยใช้สปอร์ก้านดำหลายๆ อย่าง ที่เหลือๆ ติดก้นถุงสปอร์ที่เก็บส่งมาให้คลังสปอร์เฟินสยาม ซึ่งตอนนี้ได้เอามารวมกันไว้ได้พอสมควร (น่าจะมีก้านดำเกิน 10 ชนิด) เผื่อจะได้กลายๆ แปลกๆ กะเค้าม่างงงง อิอิ เป็นโปรเจ็คท์ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นเลยเจ้า
    อ้อๆ เดือนก่อนก็เอาดินเหนียวทาโอ่งใส่น้ำ เอาสปอร์ก้านดำหางนกยูงโรยๆ ไว้ แล้วเอาพลาสติกใสคลุมกันน้ำฝนไว้ ไม่รู้จะขึ้นหรือเปล่านะเจ้า.. อยากมีโอ่งก้านดำหางนกยูงอ่า ฝันๆๆ"
viaje (15 กรกฎาคม 2552)
    "ที่บ้านเลี้ยงพวกชายผ้าสีดาเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ส่วนใหญ่นี่หมายถึงทำตายเป็นส่วนใหญ่นะคะ ไอเดียคืออยากมีต้นสำรองเยอะๆค่ะ ซื้อชนิดเดียวหลายๆต้นไม่ไหวค่ะไม่มีงบ เลยต้องลองหัดเพาะดู อีกส่วนหนึ่งที่เพาะได้ก็อยากเอาไว้แลกกับเฟินชนิดต่างๆของเพื่อนสมาชิกค่ะ "
kitokid 15 กรกฎาคม 2552
    "ตอนนี้เป็นเด็กใหม่ เริ่มเพาะครับ แรงบันดาลใจ นั้น เนื่องจาก เป็นคนชอบต้นไม้ตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว และก็ชอบเฟินด้วยครับ แรก ๆ คิดว่าเฟินคือ เจ้าใบมะขาม (ตอนนั้นก็เด็กน่ะครับ อย่าขำ) เฟินขึ้นที่ชื้น เห็นแล้ว รู้สึกว่า ได้บรรยากาศ ที่เย็นและดูอุดมสมบูรณ์ และได้เห็นชายผ้าที่ร้านอาหารในเชียงใหม่ก็ชอบมากครับ เพิ่งรู้ตอนอายุมากหน่อยน่ะครับ ว่า มันก็เป็นเฟิน และโตขึ้นมา มีเวลา และโอกาส รวมถึงสถานที่ ทีจะสามารถเลี้ยงต้นไม้ได้ เลยเริ่มหาข้อมูลพวกเฟินเลยครับ ว่าเพาะยังไง เลี้ยงยังไง ก็เลยได้เข้ามาที่นี่ (อ้อ นอกจากเฟินที่ว่ามาแล้ว ก็ไปหลงเสน่ห์ ก้านดำ ที่มีคนปลูกไว้ ดูแล้วหลงเลย) สรุปเลยว่า ต้นไม้ หลาย ๆ ต้นที่ชอบ เป็นเฟิน เลยยิ่ง หาข้อมูล ทำไมสนใจเพาะเฟินจากสปอร์ เป็นคนชอบปลูกต้นไม้ โดยชอบเห็นตั้งแต่เมล็ด หรือ ต้นเล็ก ๆ ได้เห็นการเติบโต ของมัน ค่อย ๆ เลี้ยงมัน แล้วมีความสุข แบบที่ได้ต้นใหญ่ ๆ มาเลย แล้วเลี้ยง มัน ไม่ได้ใจยังไง ไม่รู้ หัวข้อรอง ครับ ค่าใช้จ่าย ต้นไม้บางต้นที่อยากได้นี่ ราคา หลายร้อยอยู่ ซื้อที 10-20 ต้น นี่ ไม่ไหวเหมือนกันครับ ได้เพาะเองสุขใจดีครับ"
จ๋า (15 กรกฎาคม 2552)
    เพระไม่มีลูกเป็นของตัวเองค่ะ เลยกะว่าจะเอาเฟินทำลูก แบบว่าเริ่มตั้งแต่เป็นสปอร์ยันโตมาเป็นต้นสวย ชอบเฟินก้านดำมากค่ะ เลยคิดว่าถ้าออกมาเป็นต้นด้วยมือเราคงน่าตื่นเต้นน่าดู ยังไม่เคยลองเพาะสปอร์หรอกนะ แต่อยากโพสท์ด้วยง่ะ แต่ว่าจะไปลองเพาะดูแล้วล่ะ..จริง ๆ นะเอาริบบิ้นก่อนเลย เดินหา(ซื้อ)มาสามชาติแล้วไม่เจอซะที
ตาตั้ม (16 กรกฎาคม 2552)
    "อยากทดสอบความสามารถตัวเองอะ จะได้ร่วมวงคุยกะใครเขาได้ "
3K (17 กรกฎาคม 2552)
    "เด็กอย่างเรา ชะแง้ ชะเง้อ แอบฟัง ลุงป้าคุยกัน เรื่องเพาะสปอร์ รู้สึกว่าการเพาะสปอร์นี่เป็นอะไรที่ สุดจะเอื้อม เกินจะฝัลล์ ท่านที่เพาะสปอร์ ขอได้รับการคารวะ รับข้าน้อยเป็นศิษย์ด้วยเถิดดดดด"
neung (18 กรกฎาคม 2552)
    "ต้องบอกว่าหลงเสน่ห์สีเขียว ๆ ของเฟินมานานมากแล้วตั้งแต่เด็ก ๆ ก็เริ่ม ๆ ซื้อเก็บสะสมมาเรื่อย ๆ เลี้ยงตายมั่ง รอดมั่ง พอต้นไม้ตายก็เกิดอาการเครียดสงสารต้นไม้ จึงพยายามหาวิธีปลูกไม่ให้ตาย โดยหาหนังสือมาอ่าน ค้นข้อมูลจาก internet บ้าง จนมาเจอเฟินสยามนี่แหละครับ ก็ตะลุยอ่านข้อมูลไปเรื่อย ๆ อ่านไปอ่านมาก็ ยิ่งรู้จักเฟินแปลก ๆ ก็อยากได้ แล้วก็พยายามสรรหาเฟินมาปลูก ระยะหลัง ๆ เฟินที่เลี้ยงก็ตายน้อยลง ก็เริ่มมองหาอะไรเล่นเพิ่ม ก็มาเจอหน้าเขียวเรื่องการเพาะสปอร์นี่แหละครับ พออ่านแล้วก็อยากลอง ตอนนี้ก็เริ่มหว่านสปอร์ไปบ้างแล้ว โดยส่วนหนึ่งก็ได้รับความอนุเคราะห์จากป๋า PK นี่แหละครับ บางส่วนก็ไปเขี่ยมาจากที่ต่าง ๆ ที่ไปเที่ยวแล้วเจอ ตอนนี้สปอร์ที่หว่านก็เริ่มมีเขียว ๆ ขึ้นมาให้เห็นบ้างแล้ว แต่ไม่รู้จะรอดจนโตรึเปล่านะครับ ต้องดูกันต่อไปครับ"
HK (19 กรกฎาคม 2552)
    "เพิ่งเพาะครั้งแรกปีที่แล้วนี่เองครับ จะลองดู เอาสปอร์หลายๆชนิด(ในสกุลเดียวกัน)มาหว่านรวมกัน เผื่อจะได้อะไรแปลกๆบ้าง "
Highlander (19 กรกฎาคม 2552)
    "Sporeling Club กำลังจะทำให้เกิดแรงจูงใจอยากเพาะเฟินจากสปอร์ขึ้นมาแร๊ะ (88.88 %)"
krit13malee (20 กรกฎาคม 2552)
    "สาเหตุที่จะลองเพราะสปอร์ของผมนะครับ เกิดจากที่ตอนนี้ผมกำลังจัดสวนที่บ้าน เลยหาซื้อพวกไม้ยืนต้นมาลงก่อน แล้วถึงคราวจะหาไม้ประดับไปจัดสวน แรก ๆเลยเล่นบอนสีครับ แต่พอเดินดูตลาดต้นไม้ เห้นเค้าจัดสวนเกี่ยวกับเฟิน จึงเกิดการสะดุดตา เลยเข้าไปสอบถามจากทางร้าน หลังจากนั้นมาก็เข้ามาหาข้อมูลในอินเตอร์เนต ได้รับรู้ข้อมูลมากมาย เห็นการเกิดของเฟินแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน พอได้ลองเลี้ยง ได้สัมผัสบ้างแล้วก็เกิดหลงไหลในความงามของมัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชายผ้า ก้านดำ ไม้สาย เอามาจัดสวนได้อย่างลงตัวทั้งหมด ผมเลยอยากจะลองเพราะจากสปอร์ดู เพราะที่เคยทำก็จะเป็นการแยกจากต้นแม่เป็นหลักกมากกว่า ผมว่ามันน่าจะท้าทายและเป็นครูของเราเป็นอย่างดี ได้ลองผิดลองถูก ได้เข้ามาคุยกับสมาชิก กับกลุ่ม ได้แลกเปลี่ยนความรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ตอนแรกผมก็ดูอยู่นานจนกล้าสมัครสมาชิก อ่านอย่างเดียวมานาน เลยขอลงมาร่วมแจมด้วยคนครับ ผมมีความคิดอย่างนึงว่า อยากให้มีตัวแทนธนาคารสปอร์ในแต่ละภาค ช่วยกันเพาะ และแจกจ่ายให้กับสมาชิกและผู้ที่สนใจได้นำไปเลี้ยง เพราะแต่ละชนิดราครมันก็ไม่ใช่บาท 2 บาท เรามีกันคนละ อย่าง สอง อย่าง ก็นำมาแลกเปลี่ยนกัน ผมว่าทุกคนก็คงจะมีเฟินให้เลี้ยงกันครบถ้วนแน่นอนครับ อิอิ "
Eureka (20 กรกฎาคม 2552)
    "Eureka ชอบขยายพันธุ์เฟินด้วยวิธีเพาะสปอร์ เพราะสามารถเพิ่มประชากรเฟินที่แสนชื่นชอบได้จำนวนมากตามความต้องการ ได้ความสุข เพลิดเพลิน ได้ประสบการณ์ และความภาคภูมิใจ นอกจากนี้ยังช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติอีกด้วย Eureka เริ่มเพาะสปอร์ตั้งแต่ปี 47 ด้วยเฟินที่ชื่นชอบมากที่สุดคือ P.ridleyi ปลายปี 48 ผมได้ P.ridleyi เพิ่มขึ้นหลายร้อยต้น ซึ่งความสำเร็จนี้ต้องขอขอบคุณ Fernsiam ที่อธิบายวิธีการเพาะไว้อย่างละเอียด ปัจจุบันเพาะสปอร์อยู่หลายชนิดเหมือนกัน และยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งของ Sporeling Club"
aura (21 กรกฎาคม 2552)
    "อยากเล่าเรื่องของตัวเองบ้างค่ะ เริ่มต้นจาก เพื่อนบอกว่าเอากระเช้าสีดามาให้เลี้ยง ตอนนั้นยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่ากระเช้าสีดาคืออะไร ก็เลยมาหาอ่านในอินเตอร์เนต เจอะ เฟินสยาม ทำให้รู้คำตอบที่สงสัยทั้งหลาย และทำให้รู้สึกชอบเฟินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    หลังจากนั้นก็อยากมีเฟินเป็นของตัวเอง ไอ้จะหาซื้อเอง ก็แพงจัง เลยเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนั้น ก็เลยขอสปอร์ของ Platycerium ridleyi จากเฟินสยาม เริ่มเพาะสปอร์ประมาณ เดือนตุลา ปี 2550

    สิ่งที่ได้ระหว่างเพาะสปอร์คือความสุข ล้วน ๆๆ ค่ะ ชอบที่ได้ดูสีเขียวในกล่องที่ ค่อย ๆ โตขึ้น ชอบที่จะนั่งแยก โปร ก ล่องแล้วกล่องเล่า จากกล่องเล็ก ๆ เป็นกล่องใหญ่ ๆ แล้วย้ายไปตะกร้าใหญ่ ๆ และเป็นต้นใหญ่ ขึ้นเรื่อย ๆๆ

    การเพาะสปอร์ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง มาก ๆๆ ต่ะ ได้เฟินน้อย มาชื่นชม สมใจ แต่ก็ชื่นชมได้ไม่นาน เพราะไม่ยอม กำจัดศัตรูเฟิน พวก หอย แมงโบ้ง ไร เพลี้ย ปลวก เฟินอร่อย ก็เลยโดนกินเรียบ เรียบแบบไม่เหลือใบ ไม่เหลือยอดให้แตกใบเลย

    ส่วนที่ยังไม่ได้แยกเดี่ยว ก็เลยไม่กล้าแยกออกมา ค่ะ
    สุดท้ายตะกร้า ที่พร้อมจะแยกเดี่ยว ก็ยกไปให้ ป๋า....บ้านใกล้เรื่อนเคียง ไปเรียบร้อยแล้ว
    เด๋วข้าเจ้า จะเริ่มเพาะใหม่นะคะ "
aristorabbitK (27 กรกฎาคม 2552) หน้า 1 ท่อนแรก
    "กว่าจะได้เวลาลงมือเขียนการบ้าน ก็ปาเข้าไปหลายวัน ผลัดผ่อนมาก็หลายชั่วโมงอยู่ค่ะ “ แรงจูงใจฯ ” มาจากว่าป้าต่ายรู้จักตัวเองตั้งแต่เด็กว่า อยู่กับคนยากกว่าอยู่กับต้นไม้ค่ะ อยู่กับต้นไม้สบายใจและมีความสุข เมื่อเด็กยังเด็ก เล็กๆอยู่ ตามไปดูคุณยายปลูกหอม กระเทียม พืชผักสวนครัวที่สวนเล็กๆ ปลายนาหลังโรงเรียน โตขึ้นมาหน่อย พ่อมอบหมายให้ดูแลต้นไม้สวยๆ ๑ แปลงหน้าบ้าน ทายสิค่ะ ว่าต้นอะไร... จ้างให้ก็ทายไม่ถูกค่ะ พ่อปลูก “ คุณนายตื่นสาย ” ไว้เตือนใจลูกสาวค่ะ จากที่เคยตามไปดูคุณยายปลูกผัก พอโตขึ้นมาหน่อยก็ที่รับหน้าที่ดูแล “ คุณนายตื่นสาย ” ก็เริ่มลงมือปลูกต้นไม้เอง ปลูกทุกชนิด ในโรงเรียนของพ่อกับแม่ มีต้นไม้อะไร ที่หลังบ้านก็มีเหมือนกัน....ปลูกไม่เว้นแม้แต่ต้นหญ้า หรือต้อยติ่ง

    โตขึ้น ตัวเองตั้งใจเรียนที่แม่โจ้ สาขาพืชสวน อยากทำlabเนื้อเยื่อมากๆ แต่มาได้ยินคำสบประมาทจากรุ่นพี่ว่า “ เด็กเอ็นฯ พวกนี้เหรอจะเรียนเกษตรไหว แน่จริงเรียนพืชไร่สิ ” ได้อย่างไร.....ได้อย่างไร ให้พี่เค้าสบประมาทได้อย่างไร พอจบปี ๑ เลือกเรียนพืชไร่ อันดับ ๑ ค่ะ เรีบยจบก็หมายใจว่าจะกลับมาทำไร่ ทำสวนบนพื้นที่ ๕ ไร่ของพ่อไปพลาง เขียนหนังสือไปพลาง อยู่อย่างสงบ ทำมาหากินพอเลี้ยงตัวเลี้ยงครอบครัวได้ แต่...เหมือนฟ้าลิขิตค่ะ หลังจากเรียนจบแม่โจ้ แม่ให้ลงจากเชียงใหม่มาสอบบรรจุ แลกกับเงินเดือนที่จะได้ใช้ในระหว่างขอเวลาหางานทำ และท่องเที่ยวอยู่ที่เชียงใหม่
      "เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากลับบ้านนอก ลงมือเพาะสปอร์ ไปหลายชนิด พ่อกับแม่ดูท่าจะสนใจ เดินวนเวียนเพียรถามวิธีการเพาะสปอร์ “ มันทำยังไง ” “ ลูกไม่อยู่บ้าน พ่อกับแม่จะลองเพาะดู...ได้ไหม ” ป้าต่ายคิดว่าอีกไม่นาน ผู้เกษียณราชการทั้ง ๒ คงลงมือเพาะเฟินเองแล้วหล่ะค่ะ ตอนนี้เห็นเดินเข้าไปในหย่อมมะม่วงหลังบ้าน ดูพัฒนาการของสปอร์ที่เพาะไปแล้ว ๒ รุ่น แล้วคอยจะโทรมาบอกว่า “ กล่องนั้น กล่องนี้ มีเขียวๆแล้วนะ ต่อไปมันจะเป็นยังไง เดี๋ยวแม่โทรมาบอกอีกนะ ” หรรษากับเฟิน ทั้งบ้านเลยค่ะ

      และที่พ่อกับแม่ ทึ่งมากกว่าที่รู้ว่าสปอร์ มันเพาะและเติบโตยังไง คือ สังคมของคนรักเฟิน ชอบเฟิน มีความเป็นมิตรและแบ่งปันกัน ใจดี บ่ขี้จุ๊ สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการและเทคนิคในการเลี้ยงดูเฟิน เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้แบบไม่กั๊ก... เอ้า...

      ป้าต่ายหมายใจว่า เมื่อประดาเฟินที่เป็นสมาชิกใหม่ที่เกิดจากการเพาะสปอร์ตั้งตัวและเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมปกติแล้ว จะพากลับบ้านค่ะ กลับไปหาคุณปู่ , คุณย่า , คุณป้า , คุณป๋า ที่ใจดีปันสปอร์มาให้ค่ะ รวมถึงเพื่อนพ้องที่อยากอุปการะเลี้ยงดูเฟินน้อยด้วย "
pasalid (28 กรกฎาคม 2552)
    "ก่อนหน้านี้ผมบ้าชวนชมอยู่ครับ มาสนใจเฟินจริงๆก็เมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้เอง เพิ่งออกจากงานประจำมาน่ะครับ เลยมีเวลาว่างมากๆมานั่งมองดูเฟินที่แม่ปลูกๆไว้ ดูบ่อยๆชักเริ่มเข้าตาครับ ดูไปดูมาผมว่ามันก็สวยดีเหมือนกัน โดยเฉพาะชายผ้าสีดา ใบชายมีทั้งตั้งมีทั้งห้อยแปลกดี ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ในสายตาผมเลยล่ะครับขอบอก ก็เลยเริ่มถามแม่น่ะครับว่าปลูกเลี้ยงยังไง คงเห็นผมเริ่มสนใจเฟินมั้งครับเลยบอกให้มา หาอ่านข้อมูลที่ fernsiam.com ก็เลยถึงบางอ้อครับ ข้อมูลเพียบ มิน่าทำไมถึงให้มาอ่านเอาเอง สงสัยคงขี้เกียจอธิบายมั้งครับ นี่ผมนั่งอ่านมาหลายวันแล้วยังอ่านไม่หมดเลยครับ ยิ่งอ่านในเวปบอร์ดก็ยิ่งสนุกครับ ตอบคำถามกันมันส์มาก บางกระทู้ตอบกวนกันไปก็กวนกันมา ตลกดี 55 ชักนอกเรื่องละครับเข้าเรื่องต่อดีกว่า พอได้หยุดอยู่บ้านแบบจริงๆจังๆเลยได้เห็นว่าแม่ทำอะไรบ้างในหนึ่งวันน่ะครับ และหนึ่งในกิจกรรมที่ผมสนใจคือแม่ผมเพาะเฟินจากสปอร์ งงดิ่ครับผม เพิ่งรู้ว่าเฟินเค้าเพาะพันธุ์กันแบบนี้ เห็นแล้วก็อยากทำมั่งครับ น่าสนุกดี เคยแต่เพาะเมล็ดกับชำกิ่งชวนชม มันไม่ยุ่งยากเท่าไร แต่การเพาะสปอร์นี่มันท้าทายกว่าเยอะเลยครับสำหรับผม ตอนนี้ผมก็เริ่มหว่านไปได้1ชนิดแล้ว ที่เหลือก็ได้แต่ภาวนาให้มันงอกล่ะครับ ว่าง+ชอบ+ท้าทาย+อุปกรณ์ฟรี(ของแม่ อิอิ)= แรงจูงใจครับ "
บุ๋มค่ะ (02 สิงหาคม 2552)
    "ชอบเฟินมานานแล้วค่ะ เพราะว่าคิดว่าเฟินเป็นพืชที่บ่งบอกถึงความชุ่มชื่น ชอบแรกๆ เลยก็ชายผ้าสีดา เห็นเกาะอยู่บนกิ่งไม้ในป่า โอ้โฮ้ ทำไงจะได้ไปปลูกที่บ้านมั่ง ไปเที่ยวตลาดชายโขงที่ มุกดาหารกองขายเต็มไปหมดมีต้นกล้วยไม้ป่าด้วย (ของชอบเหมือนกัน) ซื้อมาเกาะต้นมะม่วงที่บ้าน จนตายไปก็เยอะ ก็เลยคิดว่าถ้าเราปลูกได้เองตั้งแต่เล็กๆ ก็คงไม่ตาย จึงเริ่มจากสปอร์ของเฟินข้าหลวงก่อน ก็ได้ข้าหลวงเล็กๆ มาหลายอยู่ เริ่มได้กำลังใจมาบ้าง ตอนนี้กำลังเพาะ ชายผ้าสีดาอยู่ ยังไม่เห็นความก้าวหน้าเลย สงสัยคงแห้วแน่เลยค่ะ เพราะว่าใช้ขุยมะพร้าวเป็นวัสดุเพาะ "

เมื่อฟังทัศนะของเพื่อนๆ ที่ Sporeling Club แล้ว จะช่วยจูงใจอยากให้คุณอยากเริ่มลองเพาะสปอร์บ้างหรือไม่ และคุณสามารถเข้าร่วมสนทนากับพวกเขา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ หรือสอบถามปัญหาที่คุณเจอในระหว่่างการเพาะเฟิน กับเพื่อนๆ สมาชิกเฟินสยาม fSCTได้ที่ ในกระดานสนทนา fSCT forum ในกระดานย่อย Sporeling Club

URL : กระดานสนทนาหลัก สมาชิกเฟินสยาม fSCT : http://www.fernsiam.net/forumII
กระดานย่อย กลุ่ม Sporeling Club : http://www.fernsiam.net/forumII/viewforum.php?f=40
สปอร์เฟิน ที่พร้อมจะนำไปเพาะได้ ควรเลือกเก็บสปอร์ที่แก่พอ มิฉนั้นแล้ว อาจจะไม่งอกเลย หรืองอกน้อยมาก หรือรอนานมาก ซึ่งเฟินส่วนมาก เมื่อสปอร์แก่พอจะเปลี่ยนจากสีอ่อนเป็นสีเข้ม อาจเป็นสีน้ำตาล หรือน้ำตาลเข้มเกือบดำ แต่เฟินบางชนิด สปอร์แก่จะเป็นสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียวก็มี เฟินบางชนิดมีเยื่ออินดูเซียปกคลุมสปอร์ตอนที่ยังอ่อน และเมื่อสปอร์แก่ เยื่อนั้นจะเปิดออก เฟินบางชนิดมีเส้นใย ที่เรียก paraphyset ปกคลุม และเส้นใยจะหลุดลอกออกเมื่อสปอร์แก่เต็มที่

วิธีสังเกตสปอร์ที่ใบเฟินนั้นแก่พอหรือยัง

สำหรับที่นี่ วิธีุง่ายๆ เบื้องต้นสำหรับเฟินทั่วไปคือ เมื่อสปอร์เฟินแก่พอ กลุ่มสปอร์จะเห็นเป็นเม็ดฟู ให้เราลองเอานิ้วมือลูบที่กลุ่มสปอร์เบาๆ หากมีผงสปอร์เล็กๆ ติดนิ้วมา นั่นแสดงว่า สปอร์แก่พร้อมจะปลิวไปงอกได้ เหมาะที่จะเก็บไปเพาะได้ หรือหากเรามีแว่นขยาย แบบที่ใช้ส่องพระเครื่อง ยิ่งช่วยได้มาก สามารถใช้ส่องดู กลุ่มสปอร์ฟูมากพอหรือยัง หรือเยื่ออินดูเซียเปิดหรือยัง เป็นต้น

การเก็บสปอร์เพื่อนำมาเพาะ

เมื่อเราพิจารณาแล้วว่า สปอร์แก่เต็มที่แล้ว ให้ตัดใบเฟินที่มีสปอร์นั้น อาจจะตัดทั้งใบ หรือตัดเพียงบางส่วนของใบที่มีสปอร์ แล้วให้ห่อไว้ด้วยกระดาษทึบ หรือใส่ซองจดหมายห่อไว้ก็ได้ ควรเขียนบันทึกบนห่อ ระบุ ชื่อเฟิน สถานที่ วัน/เดือน/ปี ที่เก็บมา
ก่อนห่อใบเฟิน หากใบยังเปียกแฉะอยู่ ควรรอให้ใบแห้งหมาดก่อน หรือหากไม่ต้องการตัดใบเฟิน สามารถเขี่ยหรือปัดสปอร์จากใบบนต้น ใส่ห่อไว้เลยก็ได้หากสะดวกทำได้
ต่อจากนั้น นำห่อนั้นไปเก็บไว้ในที่ร่มแห้ง เช่นในบ้าน ในอาคาร เป็นต้น

( ต่อหน้าถัดไป)

การเก็บสปอร์เพื่อนำมาเพาะ (ต่อจากหน้าก่อน)
ใบสปอร์ที่เราห่อเก็บไว้แล้วนั้น รอสัก 2-3 วัน หรือนานกว่านั้น อับสปอร์จะแตกออกและปล่อยสปอร์แก่หลุดร่วงอยู่ในห่อ หากมีผงสปอร์จำนวนมาก ยิ่งยืนยันว่า สปอร์นั้นแก่้พอดีที่จะนำไปเพาะได้ แต่ีเฟินบางชนิด แม้สปอร์แก่ สปอร์จะทยอยหลุดร่วงทีละน้อยๆ อาจจำเป็นต้องขูด หรือเขี่ยสปอร์ออกมา แต่ควรระวังอย่าขูดแรงเอาผิวใบ หรือเนื้อเยื่อใบออกมาด้วย ทางที่ดีใช้พู่กันระบายสีช่วยปัดออกมา แบบนี้ออกจะนุ่มนวลกว่า

การเก็บรักษาถนอมอายุสปอร์ เมื่อได้ผงสปอร์แล้ว หากเรายังไม่พร้อมจะหว่านสปอร์เพาะ เราควรเก็บรักษาถนอนอายุของสปอร์เอาไว้ก่อน วิธีการเก็บรักษา ทำได้โดยการเก็บผงสปอร์้ในซองกระดาษ หรือห่อกระดาษไว้ เพื่อไม่ให้สปอร์โดนแสง เป็นประการหลักสำคัญประการแรก จากนั้น เก็บซองสปอร์นั้นไว้ในที่ร่ม ในที่อากาศไม่ร้อนนัก หรือจะนำซองสปอร์นั้นไปแช่ไว้ในตู้เย็น ในช่องแช่ผักก็ได้ วิธีนี้ช่วยเก็บรักษาอายุสปอร์เอาไว้ได้นาน 2-3 ปี แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับชนิดของเฟินด้วย
สำหรับซองบรรจุผงสปอร์นั้น เราควรพับซองใช้เอง เพื่อไม่ให้ผงสปอร์เล็ดลอดออกไปได้โดยง่าย และย้ำว่า อย่าลืมเขียนชื่อของเฟิน ที่มา่ หรือประวัติเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเฟินชนิดนั้น รวมทั้งวันเดือนปี ที่เก็บสปอร์นั้นเอาไว้ที่หน้าห่อด้วย

สิ่งปนเปื้อนกับผงสปอร์ ผงสปอร์ที่ได้เรามานั้น บางทีอาจมีสิ่งปนเปื้อนติดมาด้วย โดยเฉพาะเศษอินทรีย์วัตถุต่างๆ ที่จะเป็นตัวปัญหา เมื่อเรานำสปอร์ไปหว่านเพาะ เศษพวกนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เชื้อราเกิดและเป็นอาหารให้เชื้อราเจริญงอกงาม เศษที่ปนเปื้อนมานี้ ได้แก่ สิ่งอาจจะติดมากับใบเฟินที่เราเก็บมา หรืออาจมาจากเศษหักของใบเฟินแห้งกรอบที่เราห่อเก็บไว้นาน หรืออาจมาจากเนื้อเยื่อของใบที่เราขูดเอาสปอร์ออกมา รวมไปถึงเศษฝุ่นผงต่างๆ ที่ปลิวมากับลม ทางที่ดี เราควรพยายามกำจัดออกไปเท่าที่เราสามารถทำได้ นอกจากนี้ สิ่งปนเปื้อนอาจเป็นสปอร์ของเฟินชนิดอื่นติดปนเข้ามากับผงสปอร์ที่เราเตรียม เมื่อนำไปหว่านเพาะ บ่อยครั้งพบว่า มีเฟินชนิดอื่นมางอกรวมกับเฟินที่เราตั้งใจเพาะ ซึ่งสปอร์เฟินชนิดอื่นสามารถปนเปื้อนได้หลากหลายทาง อาทิเช่น ติดมาตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บใบเฟินที่มีสปอร์ อาจมีสปอร์เฟินชนิดอื่นปลิวติดมากับใบเฟินที่เราตัดมาเก็บ หรืออาจมาจากอุปกรณ์ที่เราใช้ในการจัดเตรียมสปอร์ร่วมกับเฟินชนิดอื่นๆ ที่กำจัดออกไม่หมด และยากที่จะทำให้หมดโดยง่าย จึงติดปนเปื้อนกันได้

ภาชนะสำหรับหว่านเพาะ

ภาชนะสำหรับในขั้นตอนการหว่านสปอร์ คุณสามารถเลือกใชได้หลากหลายแบบ ทั้งรูปทรงและขนาด ขอเพียงให้ภาชนะนั้นมีคุณสมบัติดังนี้ มีความแข็งแรง ไม่ยุบตัวแบน อายุการใช้งานนานเกิน 1 ปี สามารถปิดสนิทได้ และเปิดออกได้สะดวก เก็บความชื้นภายในได้นาน และแสงสามารถส่องลงไปที่ผิวหน้าของวัสดุเพาะได้ ส่วนขนาดของภาชนะ ขาดไม่ต้องใหญ่กว่า 1 ฝ่ามือ ก็เพียงพอสำหรับการหว่านสปอร์จำนวนมากได้แล้ว จากลักษณะคุณสมบัติดังที่ได้กล่าวไปนั้น หากคุณนึกไม่ออก ขอแนะนำตัวอย่างภาชนะให้ลองพิจารณาเลือก คือ กล่องพลาสติคใสสำหรับใส่ขนม แบบมีฝาปิดแยกชิ้นกับตัวกล่อง ขนาดประมาณฝ่ามือ ราคาไม่แพง นอกจากนี้ ยังมีภาชนะแบบต่างๆ ที่สมาชิกเฟินสยามใช้กันมา ส่งภาพมาให้ดูเพื่อเป็นตัวอย่าง

เลื่อนลูกศรชี้ภาพเล็กข้างล่างนี้ เพื่อดูภาพขนาดใหญ่


วัสดุสำหรับการเพาะ มีวัสดุหลายชนิดที่คุณสามารถเลือกนำมาใช้หว่านเพาะได้ ทั้งนี้ขอเพียงให้มีคุณสมบัติ คือ สามารถเก็บความชื้นได้ดี มีสภาพเป็น pH กลาง ไม่เป็นกรด หรือด่าง รุนแรงเกิน ไม่เปื่อยย่อยสลายตัวเร็วเกินไป และที่สำคัญ ต้องหาได้ไม่ยากในท้องถิ่นของคุณ วัสดุเพาะที่มีคุณสมบัติดังกล่าว จะขอยกตัวอย่าง เช่น
ดินเหนียวท้องนา Clay
พีทมอส - Peatmoss
ซากกระเช้าสีดา - Debris of Platycerium
สแฟกนัมมอส - Sphanum Mosses
ขุยมะพร้าว - Peat of coconut husk
กาบมะพร้าวชิ้น - pieces of coconut husk
เปลือกไม้ - wood bark
อิฐมอญ - clay brick

รายละเอียดของวัสดุหว่านเพาะ สำหรับวัสดุบางชนิดที่นิยมใช้กัน เช่น

ดินเหนียว มีผลรายงานจากการวิจัยในบ้านเรา อย่างน้อย 2 ชิ้นเท่าที่ทราบ ของ ม. เกษตรศาสตร์ และของ ม. ขอนแก่น ที่ทดสอบวัสดุหลายชนิด นำมาทดลองใช้เพาะเฟินชนิดต่างๆ จากสปอร์ และวัสดุที่ได้ผลดีที่สุดที่งานวิจัยทั้ง 2 ชิ้น สรุปผลตรงกัน คือ ดินเหนียว สำหรับที่นี่ ขอแนะนำให้เลือกเป็นดินเหนียวท้องนา หรือดินเหนียวริมตลิ่ง หากเป็นดินดานที่ขุดมาจากชั้นใต้ดินลึกๆ หรือแม้แต่ดินปลูกบัวที่เห็นมีขายกันทั่วไป ก็ใช้ไม่ดี

พีทมอส - Peatmoss เลือกใช้แบบเนื้อละเอียด เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันมากที่สุด เข้าใจว่า เลือกใช้ตามๆ กันจากที่แนะนำวิธีเพาะหลายๆ แห่ง แต่เนื่องจากพีทมอส เป็นวัสดุที่สั่งนำเข้ามาจาก ตทป มีราคาสูง และในบางท้องที่ หาซื้อได้ยาก ส่วนมากต้องหาจากร้านจำหน่ายในเมืองใหญ่

ซากกระเช้าสีดา - Debris of Platycerium ก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน เพราะบ่อยครั้งที่เราพบว่า ซากกระเช้าสีดาที่เราเอามาใช้เป็นเครื่องปลูก สำหรับเฟินเกาะอาศัยหลายๆ ชนิด จะมีสปอร์ของเฟินปลิวมางอกขึ้นเอง แต่ไม่อยากแนะนำ ปัญหาเยอะ

ขุย หรือกาบมะพร้าว - Coconut husk ก็สามารถใช้เป็นวัสดุเพาะได้ แม้จะได้ผลน้อยกว่าวัสดุตัวอื่นที่กล่าวไปแล้ว แต่ก็สามารถหาได้ง่าย ราคาย่อมเยาว์ เพียงแต่อาจจะต้องมีการทดลองใช้และหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิด

เตรียมวัสดุเพาะก่อนหว่านสปอร์
ก่อนอื่น เราต้องนำภาชนะ อุปกรณ์ต่างๆ และวัสดุเพาะมาทำการฆ่าเชื้อโรคเชื้อรา แมลงและไข่แมลง เตรียมกันก่อนจะหว่านสปอร์

สำหรับภาชนะที่จะใช้ ควรนำมาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อรอไว้ก่อนโดยล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า แล้วฆ่าเชื้อ ด้วยการลวกด้วยน้ำเดือด หรือแช่ในสารละลายชนิดต่างๆ ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคเชื้อราได้ ส่วนวัสดุเพาะ ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยเช่นกัน สามารถทำได้โดยอาศัยความร้อนสูงและระยะเวลานานพอสมควร ตัวอย่างเช่น นำไปต้มให้เดือดจัด อบด้วยหม้อนึ่งไอน้ำ คั่วไฟ ลวกน้ำเดือด อบในหม้อความดัน อบในเตาไมโครเวฟ ฯลฯ ทำจนมั่นใจว่า เชื้อโรค เชื้อรา สาหร่ายและแมลงต่างๆ รวมทั้งไข่ของมัน ตายสนิทหมด

เกรณีที่ใช้ภาชนะทนความร้อนสูงได้และการฆ่าเชื้อด้วยการอบในเตาไมโครเวฟ หรือหม้อนึ่งไอน้ำ สามารถเตรียมวัสดุเพาะใส่่ภาชนะแล้วทำการอบความร้อนพร้อมกันได้เลย แต่หากภาชนะไม่ทนความร้อน ให้แยกอบฆ่าเชื้อวัสดุเพาะในภาชนะทนความร้อนต่างหาก แล้วค่อยตักใส่ภาชนะอีกที และควรตักใส่ในขณะที่กำลังร้อนจัด เพื่อช่วยฆ่าเชื้อที่ติดมากับภาชนะมาได้อีก ในระหว่างที่ตักวัสดุเพาะ ควรอยู่ในที่อับลม เพื่อป้องกันฝุ่นละอองตกลงไป

มื่อใส่วัสดุเพาะลงภาชนระ ให้เกลี่ยและปาดหน้าให้เรียบ ให้วัสดุเพาะมีความหนา ราว 1 - 1.5 ซม. หากใช้ดินเหนียว หลังจากผ่านความร้อน ดินเหนียวควรเปียกเหลวเป็นโคลน ตักใส่ภาชนะเแล้วกลี่ยให้แบนราบ ปาดหน้าให้เรียบเนียนได้จะดีมาก เมื่อหว่านสปอร์ลงไป สปอร์จะตกอยู่บนผิวหน้าดินเหนียวที่ปาดจนเรียบเนียน หากใช้พีทมอส ให้ใช้ช้อนกดเบาๆ พอให้ผิวราบเรียบ เพื่อให้สปอร์ที่หว่านลงไปอยู่บนผิวหน้าให้มากสุด ไม่หล่นลงไปในโพรง หรือช่องว่างมากเกินไป สำหรับวัสดุอื่นๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน

หลังจากนำใส่วัสดุเพาะใส่ลงไปในภาชนะแล้ว ปิดฝาให้สนิท จากนั้นให้นำไปเก็บไว้รอให้หายร้อนก่อน หรือหากจะนำเข้าแช่ในตู้เย็นได้ยิ่งดี เพราะในขณะที่ความร้อนลดลง ที่อุณหภูมิที่อุ่นพอประมาณ หากมีเชื้อตกลงไป จะทำให้เชื้อนั้นเจริญได้ที่อุณห๓ูมิที่เหมาะสมกับมัน //->

การหว่านสปอร์

เมื่อเราได้เตรียม สปอร์ วัสดุเพาะที่ฆ่าเชื้อใส่ภาชนะเอาไว้แล้ว ตอนนี้เรามาเตรียมพร้อมที่จะหว่านสปอร์กัน สปอร์เฟินที่จะหว่าน หากมีเศษที่ไม่ต้องการปะปน ควรคัดแยกออกไป หรือร่อนผ่านตะแกรง เช่น ตะแกรงกรองใบชา ร่อนแยกเอาแต่ผงสปอร์ออกมา ส่วนใครที่ต้องการความพิถีพิถันในเรื่องของการทำความสะอาดสปอร์ก่อน ในตำราหลายเล่มแนะนำวิธีการทำความสะอาด เช่น ใช้สารละลายคลอร๊อกซ์ 5% เทผงสปอร์ใส่ลงไป จากนั้นเทผ่้านแผ่นกรองและล้างด้วยน้ำกลั่นสะอาดอีกครั้ง ลองทำกันดู

การหว่านสปอร์ลงไปบนผิวหน้าวัสดุเพาะ ให้พยายามหว่านให้สปอร์กระจาย อย่าให้ตกลงไปรวมกันเป็นกระจุก โดยแต่ละคนอาจมีวิธีการแตกต่างกันไป
ในกรณีที่วัสดุเพาะเป็นดินเหนียว หากโรยสปอร์ลงไปแล้ว สปอร์เฟินไปกองเป็นกระจุก แนะนำให้เอาน้ำสะอาดหยดลงไปสักนิดหน่อย แล้วกลิ้งหยอดน้ำในกล่องไปมา ให้สปอร์กระจายไปทั่วได้เหมือนกัน อันนี้เป็นข้อดีอีกอย่าง หากเราใช้ดินเหนียวเป็นวัสดุเพาะ
แต่หากเป็นวัสดุตัวอื่น หากเราโรยสปอร์ลงไปเป็นกระจุกหนาเกิน ก็พยายามเขี่ยให้กระจายออกไปก็ได้ แต่จะใช้อะไรเขี่ยก็พิจารณาเรื่องความสะอาดกันสักหน่อยด้วย หลังจากหว่านสปอร์แล้ว แนะนำให้พ่นฝอยละอองน้ำสะอาดลงไปเพื่อให้สปอร์เปียกน้ำอีกสักครั้ง
ในหนังสือ เฟิน เขียนโดย ม.ล. จารุพันธ์ ทองแถม แนะนำให้เอาสปอร์ใส่ลงไปในขวดสเปร์แล้วพ่น อย่างนี้ก็ดี สปอร์เฟินกระจายได้ทั่วดี แต่บางทีสปอร์มีน้อยมาก หากใส่กระบอกฉีก ก็อาจจะติดอยู่ในกระบอกหมด วิธีนี้ น่าจะเหมาะกับกรณีที่มีสปอร์ปริมาณพอสมควร และต้องการเพาะให้ได้ในปริมาณมาก

ในระหว่างการหว่านสปอร์ ควรเลือกทำในสถานที่ที่ไม่มีลมพัด เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองปลิวมาตกใส่ ต่อมาอย่าลืมใส่ป้าย ระบุชื่อเฟินและวันที่หว่านสปอร์ใส่ลงไปในภาชนะเพาะด้วย เพื่อช่วยบันทึกความจำ เสร็จเรียบร้อยแล้วให้รีบปิดฝาภาชนะทันที เพื่อกันฝุ่นละอองปลิวตกลงไป จากนั้น นำกล่องเพาะนั้นไปวางบริเวณที่ได้รับแสงแดดอ่อน และอุณหภูมิไม่สูงนัก //->

การดูแลหลังหว่าน
หลังจากหว่านสปอร์และนำไปวางไว้ในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะแล้ว ต่อไป ก็คือรอให้สปอร์งอก ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน หรืออาจนานเป็นปี เราจะเริ่มมองเห็น จุดสีเขียวเล็กๆ ซึ่งเ็ป็นสัญญาณบอกให้เรารู้ว่า สปอร์งอกแล้ว ซึ่งระยะเวลาหลังจากหว่านกระทั่งสปอร์เริ่มงอกเป็นจุดสีเขียวนี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อันได้แก่ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสปอร์ และปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อันได้แก่ แสง อุณหภูมิ น้ำและความชื้น

ปัจจัยที่เกี่ยวกับสปอร์ ได้แก่ สปอร์แก่เต็มที่ จะงอกได้ในเวลาไม่นาน เพียง 7-30 วัน ส่วนการเก็บรักษาสปอร์ หากเก็บในที่ที่มีสภาพไม่เหมาะสม เช่น โดนแสงมาก หรือเก็บในที่อุณหภูมิสูงเกินไป หรือเก็บรักษาไว้นานเกินไป เหล่านี้เป็นต้น เป็นสาเหตุให้สปอร์ค่อยๆ เสื่อมสภาพลง ทำให้งอกช้า หรือไม่งอกเลย วิธีการเก็บรักษาสปอร์ ดูในหน้า การเก็บและรักษาอายุสปอร์ นอกจากนี้ ยังขึ้นกับสปอร์ของเฟินแต่ละชนิด งอกเร็ว งอกช้าต่างกันอีกด้วย

กรณีปัจจัยเรื่องแสง หลังจากหว่านสปอร์แล้ว ควรนำไปวางไว้ในที่ ได้รับแสงแดดอ่อน เช่น แสงแดดยามเช้า - 10:00 น. หรือแสงแดดหลังเวลา 15.00 น.ไปแล้ว แต่อย่าตากแดดร้อนจัดเป็นอันขาด จะกลายเป็นต้มสุก ตรงกันข้ามหากแสงน้อยเกินไปสปอร์ก็จะงอกช้า หรือไม่งอกเลย สำหรับกรณีที่ใช้แสงจากหลอดไฟ เพื่อให้เพียงพอ ควรเปิดแสงไฟให้ต่อเนื่อง 8-16 ชั่วโมงต่อวัน เคยมีการทำวิจัยเกี่ยวกับการงอกของปสอร์ที่ช่วงคลื่นต่างๆ ของแสง ตั้งแต่แสงสีน้ำเงิน สีแดง ไปจนถึงแสงเหนือม่วงและแสงใต้แดง ปรากฏว่า ผลออกมา่แตกต่างไม่ชัดเจนนัก นอกจากนี้ ยังมีสปอร์ของเฟินบางชนิดต้องงอกในที่มืดไม่มีแสงเท่านั้น ตัวอย่างเช่น สปอร์ของเฟินกีบแรด เฟินริบบิ้น Ophioglossum พวกญาติของเฟิน เช่น สร้อยนางกรอง หวายทะนอย ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น ส่วนปัจจัยเรื่องอุณหภูมิ สปอร์จะงอกได้ดี ที่อุณหภูมิช่วง 20-28 C หากร้อนเกินไป สปอร์อาจจะเสื่อมอย่างรวดเร็ว หรือหากเย็นเกินไปสปอร์ก็อาจจะไม่งอกด้วยเช่นกัน

สำหรับปัจจัยเรื่องน้ำ หากวัสดุเพาะุแห้งเกินไป ควรพ่นฝอยละอองน้ำสะอาดเพิ่มให้อีก ส่วนฝาปิดภาชนะเพาะ มีโอกาสที่น้ำจะระเหยออกไปได้ หรือในกรณีที่เรานำไปวางไว้ในที่ถูกฝนตกใส่ น้ำอาจ เข้าไปท่วมวัสดุเพาะ โดยซึมผ่านระหว่างผิวสัมผัสระหว่างฝาปิดกับภาชนะ ทั้ง 2 ปัญหา แก้โดยใช้วาสลีน หรือปิโตรเลียมเหลว ทาโดยรอบที่ขอบในของฝา จะช่วยแก้ปัยหาเรื่องนี้ได้ //->

ดูแลโปรธัลลัส

หลังจากสปอร์งอกและเห็นเป็นโปรธัลลัสชัดเจนแล้ว แต่หากตอนหว่านสปอร์หนาแน่นมาก โปรธัลลัสจะโตเบียดกันแน่นมาก จะทำให้โปรธัลลัสสร้างแต่เซลล์เพศผู้ เซลล์เพศเมียมีน้อย หรือโปรธัลลัสไม่สมบูรณ์ แบบนี้จะทำให้ได้ต้นเฟินจำนวนน้อย จึงควรแยกโปรธัลลัสไปปลูกในภาชนะใหม่ เพื่อขยายพื้นที่ให้โปรธัลลัสโตได้ดี แต่หากการหว่านสปอร์กระจายห่้างดี โปรธัลลัสโตขยายได้เต็มที่ ไม่เบียดกันแน่น ก็ไม่จำเป็นต้องแยกปลูกโปรธัลลัส

กรณีที่โปรธัลลัสเบียดกันแน่นและต้องย้ายปลูกใหม่่ ให้เตรียมภาชนะและวัสดุเพาะ เหมือนขั้นตอนการหว่านสปอร์ การย้ายปลูก ใช้คีมที่ทำความสะอาดแล้ว คีบเอาโปรธัลลัสเป็นกระจุกเล็กๆ ประมาณ 1/2 หุน หรือ 5-10 มม. ออกไปปลูกในภาชนะใหม่ โดยปลูกให้ห่างกันราว 0.5-1 ซม. กดให้ด้านล่างของโปรธัลลัสจมลงในผิวของวัสดุเพาะเล็กน้อย หรือจะใช้ปลายคีมจิ้มผิวหน้าวัสดุเพาะให้เป็นหลุมเล็กๆ ก่อน แล้วจึงคีบกระจุกโปรธัลลัสวางจุ่มลงในหลุมนั้น ทั้งนี้ทำเพื่อให้ระบบราก(เทียม)ของโปรธัลลัสสามารถยึดเกาะกับวัสดุเพาะได้ไวขึ้น หลังจากย้ายปลูกเสร็จแล้ว ให้พ่นฝอยละอองน้ำสะอาดเพิ่มให้อีกครั้ง และปิดฝา นำกลับไปวางไว้ที่เดิม หรือสภาพแวดล้อมแบบเดิม เพื่อให้โปรธัลลัสเจริญเติบโตต่อไป

เมื่อโปรธัลลัสเจริญเติบโตจนเห็นเป็นแผ่น ขนาดราว 2-3 มม. และดูสมบูรณ์ดี ในระยะนี้ โปรธัลลัสจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และไข่เพศเมีย ในช่วงนี้ สิ่งที่สำคัญมากที่จะทำให้มีการผสมพันธุ์เกิดขึ้นได้ คือ น้ำ เพื่อให้เซลล์เพศผู้สามารถว่ายน้ำออกไปผสมพันธุ์กับไข่เพศเมียได้ ในระยะนี้ หากเราต้องการได้ต้นอ่อนเฟินจำนวนมาก เราสามารถช่วยทำให้เกิดการผสมพันธุ์ให้มากขึ้น ซึ่งปกติมีวิธีการหลากหลายแบบแล้วแต่ใครจะถนัดหรือชอบวิธีใด แต่สำหรับที่นี่ขอแนะนำวิธีการหนึ่ง ที่ทำแล้วได้ผลดีเช่นกัน นั้นคือ ในช่วงเช้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง พ่นฝอยละอองน้ำสะอาด ให้กับโปรธัลลัสจนเปียกชุ่ม จากนั้นนำไปวางให้ได้รับแสงแดดอ่อนช่วง 9.00-10.00 น. ซึ่งแสงแดดอ่อนๆ จะทำให้อุณหภูมิของน้ำอุ่นขึ้นเล็กน้อย เป็นการกระตุ้นให้เซลล์เพศผู้ตื่นตัวและว่ายน้ำออกไปผสมพันธุ์กับไข่เพศเมีย และน้ำสะอาดที่พ่นให้นั้น สามารถเพิ่มปุ๋ยให้ด้วยก็ได้ โดยใส่ปุ๋ยจางมากๆ เช่น ใช้ปุ๋ยเกล็ดละลายประมาณ 1 หัวไม้ขีดต่อน้ำ 1 ลิตร จะยิ่งช่วยให้โปรธัลลัสเติบโตสมบูรณ์ //->

ระยะเริ่มมีต้นอ่อนใบจริง
หลังจากที่โปรธัลลัสได้รับการผสมพันธุ์แล้วอีกไม่นาน เราจะได้เห็นใบเฟินจริงใบแรกงอกขึ้นมาจากโปรธัลลัส ในระยะนี้ เรายังต้องหมั่นดูแลต่อไปอย่างเนื่อง

เมื่อมีเฟินต้นอ่อนเล็กๆ เกิดขึ้นจำนวนมากแล้ว หากต้นอ่อนเฟินหลายต้นงอกติดกันเป็นกระจุก มันจะโตช้า หรือแคระแกร๊น เพราะระบบรากยังสั้น จึงแย่งอาหารกันเองกับต้นอ่อนเฟินด้วยกันและโปรธัลลัสที่อยู่ข้างเคีัยง เราจึงควรแยกเฟินต้นอ่อน ที่มีใบจริงแล้ว ตั้งแต่ 2 ใบหรือมากกว่า ย้ายไปปลูกในภาชนะใหม่ โดยภาชนะปลูกคราวนี้ เราอาจเลือกใช้ภาชนะที่ใหญ่ขึ้นกว่าตอนหว่านสปอร์ เช่นปลูกลงในกล่องที่ใหญ่ขึ้น หรือปลูกลงในตะกร้าพลาสติคก็ได้

ส่วนวัสดุปลูกต้นอ่อนเฟินระยะนี้ เราสามารถใช้วัสดุปลูกได้หลายแบบเช่นกัน ขึ้นกับประเภทของเฟิน เป็นเฟินดินหรือเฟินเกาะอาศัย แต่โดยทั่วไป เรายังสามารถใช้พีทมอสละเอียดกับเฟินได้ทุกประเภท และเพิ่มเพอร์ไล้ท์ลงไป เพื่อให้วัสดุปลูกโปร่ง ระบบรากของเฟินได้สัมผัสกับอากาศมากขึ้น จะทำให้ระบบรากแข็งแรงและต้นเฟินโตได้ไวขึ้น และการอบฆ่าเชื้อต่างๆ ในวัสดุปลูกยังจำเป็นสำหรับขั้นตอนนี้ เนื่องจากต้นอ่อนเฟินยังเล็กและบอบบางมาก

ในการแยกปลูกต้นอ่อนเฟิน เราจะใช้คีมคีบแยกต้นอ่อนเฟินออกเป็นต้นเดี่ยว แล้วนำไปปลูกในภาชนะใหม่ ให้ห่างกันตั้งแต่ 1-2 ซม. หรือห่างกว่านี้ ขึ้นกับความเหมาะสมของแต่ละสถานที่ หากมีพื้นที่มาก ก็ปลูกห่างมากได้ แต่หากวางใกล้กันมาก อาจจะต้องย้ายปลูกกันอีก เมื่อเฟินโตขึ้นจนใบเบียดกัน หลังจากย้ายปลูกต้นอ่อนเสร็จแล้ว ฉีดพ่นน้ำสะอาดอีกสักครั้ง หรือจะผสมฮอร์โมนเร่งรากและปุ๋ยน้ำจางมากๆ ให้ด้วยก็ได้ จากนั้นปิดภาชนะให้มิดชิด เพื่อเก็บรักษาความชื้น แล้วนำไปไว้ในบริเวณที่ได้รับแสงแดดอ่อนต่อไป และในระยะนี้ เราคอยหมั่นดูแลเให้มีความชื้นสม่ำเสมอ ได้รับแสงแดดเพียงพอ แต่ไม่รุนแรงเกินไป และให้ปุ๋ยน้ำจางมากเป็นครั้งคราว //->

เฟินต้นเล็ก
เมื่อต้นอ่อนเฟินที่ย้ายปลูกลงภาชนะใหม่เหล่านั้น เจริญเติบโตจนกระทั่งมีใบขนาด ตั้งแต่ 1.5-3 ซ.ม. อย่างน้อยสัก 2 ใบแล้ว ต้นจะแข็งแรงพอย้ายปลูกลงในกระถางเดี่ยวขนาดเล็ก 1"-2" ได้แล้ว แต่หากต้นยังเล็กกว่านี้ ไม่แนะนำให้รีบร้อนย้ายลงกระถางเดี่ยว เพราะต้นยังบอบบางเกิน และเฟินไม่ได้โตไวหรือแข็งแรงเท่ากันทุกต้น มีบางต้นและเป็นส่วนน้อยที่โตไวกว่าเพื่อน แต่บางต้นส่วนมากโตช้ากว่า หรือบาวต้นแกร๊นเนื่องจากความไม่สมบูรณ์บางประการ หากย้ายมาปลูกลงกระถางเดี่ยวแล้วต้นที่ไม่โต จะทำให้เสียทั้งเวลา เปลืองพื้นที่และวัสดุอุปกรณ์ และวัสดุปลูกสามารถเลือกใช้ตามประเภทของเฟิน หรือที่พิจารณาเห็นว่าเหมาะสม

สำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงเพียงพอ ก่อนการย้ายเฟินต้นเล็กลงปลูกใส่กระถาง ควรปรับสภาพให้เฟินเหล่านั้น เคยชินกับสภาพแวดล้อมภายนอกก่อน ด้วยการเปิดฝาภาชนะทิ้งไว้ หรือเจาะรู ให้อากาศสามารถเข้าไปได้ และให้เฟินปรับตัวในระยะเวลา 7-15 วัน เป็นอย่างน้อย จากนั้นจึงค่อยย้ายปลูกลง

แต่สำหรับสภาพแวดล้อมที่ความชุ่นชื้นไม่สูงมาก เช่น ในเมืองใหญ่ เราอาจจะย้ายปลูกเฟินต้นเล็กลงกระถางเดี่ยวได้เลยก็ได้ แต่เมื่อปลูกเสร็จ เราจะเก็บเอาไว้ในสถานที่เฉพาะที่เก็บความชื้นได้นาน เช่น เก็บในถุงพลาสติคใส ที่เจาะรูระบายอากาศเล็กๆ ไว้ หรือจะทำห้องอบความชื้นโดยเฉพาะขึ้นใช้ก็ได้

ตัวอย่างวิธีหนึ่งสำหรับการปรับสภาพ คือ ปลูกลงกระถาง 2 นิ้ว แล้วเรียงในตะกร้าพลาสติค สวมถุงพลาสติคใสขนาดใหญ่ มัดปากถุงปิด แล้วเจาะรูช่วงบน 1-2 รู ขนาดรู 1 นิ้ว และตัดมุมก้นถุงทั้งสองข้างออก เพื่อให้ระบายน้ำออกได้ และให้อากาศไหลเข้าทางก้นถุง และระบายออกทางรูข้างบนได้ จากนั้นนำออกไปแขวนไว้ใต้ต้นไม้บ้าง แขวนไว้ในโรงเรือนบ้าง โดยให้ได้รับแสงแดดพอสมควร และคอยให้น้ำเมื่อวัสดุปลูกแห้ง ซึงประมาณ สัปดาห์ละครั้งในหน้าแล้ง หรือเดือนละ 1-2 ครั้งในหน้าฝน //->

ปัญหาที่พบบ่อย
ข้อดี-ข้อเสีย จากการเพาะขยายพันธุ์เฟินจากสปอร์
(กำลังร่าง)
ข้อดี ได้แก่
  • ได้เฟินจำนวนมาก
  • - มีโอกาสได้ต้นที่มีลักษณะกลายพันธุ์ไปจากต้นแม่
  • - มีโอกาสทำเฟินลูกผสมข้ามสายพันธุ์
  • -
ข้อเสีย ได้แก่
  • - ขั้นตอนมาก และยุ่งยากกว่าการขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่น
  • - ใช้เวลานาน ตั้งแต่ 6 เดือน - 2 ปี กว่าจะได้ต้นโตเต็มที่
  • - ต้นใหม่ที่ได้อาจกลายลักษณะออกไป ไม่เหมือนต้นแม่
วิธีการทำเฟินลูกผสม

จากหนังสือหลายเล่ม ที่มีบอกวิธีการทำเฟินลูกผสมหลากหลายวิธี แตกต่างกันไป แต่หลักๆ ที่สำคัญ คือ ทำอย่างไรให้เกิดการผสมพันธุ์ข้ามกันให้ได้ระหว่างเซลล์เพศผู้ของโปรธัลลัสเฟินชนิดหนึ่ง กับไข่เพศเมียบนโปรธลลัสของเฟินอีกชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม โอกาสประสบผลสำเร็จในการทำลูกผสม ไม่มีวิธีการใด ที่ได้ผล 100% เพียงแต่วิธีการใดมีโอกาสมากหรือน้อยต่างกัน เรามาลองดูกันว่า เขาแนะนำวิธีการกันเอาไว้อย่างไรบ้าง โดยคุณสามารถเลือกเปิดดูแต่ละวิธีได้จากเรียงรายในแถวซ้ายมือข้างล่างนี้

ข้อมูลเบื้องต้น ที่เราควรทราบเกี่ยวกับธรรมชาติของโปรธัลลัสกันก่อน คือ

ปกติทั่วไป เมื่อสปอร์งอกเป็นโปรธัลลัส โปรธัลลัสจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ให้พร้อมและว่ายน้ำออกไปผสมพันธุ์กับโปรธัลลัสอื่นก่อน
แล้วจึงจะสร้างไข่เพศเมียให้พร้อมผสมพันธุ์ทีหลัง ซึ่งเป็นความแหลมคมของธรรมชาติที่้กำหนดให้เป็นเช่นนี้
เพื่อป้องกันปัญหาการผสมพันธุ์กันเองบนโปรธััลลัสเดียวกัน

จากวันที่เราเห็นสปอร์งอกเป็นจุดสีเขียวได้นั้น แท้จริงก่อนหน้าสปอร์เริ่มพัฒนาจากเซลล์เดี่ยวเซลล์แรก ที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และเติบโตต่อกระทั่งเป็นหลายเซลล์ ที่เราสามารถมองเห็นได้นั้น กินเวลา 4-14 วันก่อนหน้าแล้ว หลังจากนั้นอีก ราว 3-5 สัปดาห์นับจากที่เราเห็นสปอร์งอก โปรธัลลัสจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และพร้อมจะว่ายน้ำออกไปผสมพันธุ์ ส่วนไข่เพศเมียจะสร้างทีหลัง และจะมีความพร้อมในการเปิดรับเซลล์เพศผู้เข้ามาผสมพันธุ์ได้ในราว 7-13 สัปดาห์ นับจากที่เราเห็นสปอร์งอก

จากที่เคยกล่าวไว้แล้วในหน้าก่อนๆ ที่เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำเฟินลูกผสมได้ ได้แก่
- กรณีที่หว่านสปอร์หนาแน่น โปรธัลลัสจะงอกเบียดกันแน่น จะทำให้โปรธัลลัสสร้างแต่เซลล์เพศผู้
- เมื่อมีน้ำเีพียงพอและที่ระดับอุณหภูมิ 25-35 C ลงไป แจะกระตุ้นให้เซลล์เพศผู้ตื่นตัวว่ายน้ำออกไปได้ดี - โปรธัลลัสที่ได้รับการผสมพันธุ์แล้ว จะเริ่มมองเห็นเฟินจริงใบแรก ในราว 2-4 สัปดาห์ //->

วิธีแรก : หมั้นหมายเอาไว้ตั้งแต่เกิด

วิธีนี้ เป็นการทำเฟินลูกผสมที่ง่ายที่สุด คือ การนำสปอร์ของเฟินตั้งแต่สองชนิดขึนไปหว่านเพาะพร้อมกัน เพื่อหวังจะได้โอกาสเกิดการผสมข้ามชนิดกัน

สำหรับวิธีนี้ เราควรมั่นใจก่อนว่า สปอร์แต่ละชนิดยังสด เมื่อหว่านแล้วต้องมั่นใจว่า สปอร์เฟินทั้ง 2 ชนิดที่หว่านนั้นงอกแน่ เมื่อสปอร์ของเฟินทั้งสองชนิดงอกแล้ว เราหวังจะให้มีการผสมพันธุ์ข้ามระหว่างโปรธ้ลล้สของเฟินสองชนิด เพื่อให้ได้เฟินลูกผสม

เมือเพาะได้ต้นเฟินออกมา จะมีเฟินทั้ง 2 ชนิดเกิดขึ้น และอาจได้ต้นที่เป็นลูกผสม ซึ่งต้องลองเลี้ยงจนกว่า้ต้นโตพอจะบอกได้ว่าเป็นลูกผสมหรือไม่ จึงต้องเลี้ยงดูแลเฟินจำนวนมาก และหากได้เฟินลูกผสม เราจะไม่มีทราบได้เลยว่า เฟินชนิดใดเป็นต้นแม่ ชนิดใดเป็นต้นพ่อ

วิธีที่ 2 : จับคู่วิวาห์หมู่

วิธีนี้จะทำการหว่านสปอร์แต่ละชนิดแยกกันก่อน จากนั้นทำการย้ายโปรธัลลัสของสองชนิดมาจับคู่ปลูกใกล้ชิดกัน เพื่อหวังให้มีการผสมข้ามระหว่างโปรธัลลัส

หากพิจารณาเพิ่มเรื่องระยะเวลาความพร้อมของโปรธัลลัสในช่วงสร้างเซลล์เพศผู้ของโปรธัลลัสชนิดหนึ่ง กับความพร้อมของไข่เพศเมียบนโปรธัลลัสอีกชนิดหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่พร้อมของโปรธัลลัสแต่ละชนิดแล้วจึงค่อยย้ายมาปลูกชิดกัน น่าจะช่วยเพิ่มโอกาสได้ลูกผสมมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ทราบได้อยู่ดีว่า โปรธัลลัสที่ย้ายมาจับคู่ปลูกนั้น มีโปรธัลลัสได้รับการผสมพันธุ์ในชนิดเดียวกันมาก่อนหรือไม่

หลังจากจับคู่ปลูกรวมกันแล้ว ต้นเฟิน ที่เกิดขึ้นมาก่อนใน 1-2 สัปดาห์แรก ไม่น่า่ใช่ลูกผสม แต่น่าจะเกิดจากการผสมพันธุ์กันมาก่อน ส่วนต้นที่เกิดหลังจาก 1-2 เดือนหลังย้ายมาปลูกรวม อาจจะใช่ หรือไม่ใช่ลูกผสม เป็นไปได้ทั้งสองกรณี

วิธีที่ 3 : บังคับคลุมถุงชน

วิธีการตัดโปรธัลลัสของเฟินแต่ละชนิดมาต่อเชื่อมกัน โดยชนิดหนึ่งเอาส่วนที่เป็นบริเวณไข่เพศเมีย มาต่อเชื่อมกับส่วนที่สร้างเซลล์เพสผู้ของอีกชนิดหนึ่ง สำหรับวิธีการนี้ ่เราก็ไม่อาจทราบได้ว่า ชิ้นส่วนของโปรธัลลัสเพศเมียที่เลือกมานั้นได้รับการผสมในชนิดเดียวกันมาก่อนหรือยัง และวิธีการนี้จำเป็นต้องมีเครื่องมือแบบห้องปฏิบัติการทางชีววิทยา เช่น กล้องจุลทรรศน์ จึงจะทำได้

วิธีที่ 4 : เนื้อคู่เพิ่งเกิดตามมาทีหลัง

วิธีนี้ จะทำการหว่านสปอร์รวมกัน แต่หว่านทีละชนิด ทิ้งระยะห่างกัน 1-2 เดือน
จากที่เราทราบแล้วว่า เซลล์เพศผู้มีความพร้อมในการผสมพันธุ์ก่อนไข่เพศเมียในราว 1-2 เดือน ดังนั้น ให้หว่านสปอร์ชนิดแรกที่จะให้เป็นต้นแม่ ให้งอกล่วงหน้าไปก่อน ให้โปรธัลลัสโตและเตรียมสร้างไข่เพศเมียก่อน จากนั้นอีก 1-2 เดือน จึงหว่านสปอร์ชนิดที่สอง ที่จะให้เป็นต้นพ่อตามลงไปอีกที เพื่อให้ชนิดที่สองสร้างเซลล์เพศผู้ออกมาให้พร้อมตรงกับเวลาที่ไข่เพศเมียของชนิดแรกพร้อมเปิดรับการผสมพันธุ์

สำหรับโปรธัลลัสของเฟินชนิดแรกที่จะให้เป็นต้นแม่้นั้น หลังจากหว่านในช่วง 3 -4 เดือนแรก เราจะเลี้ยงแค่พอมีความชื้น หรือพยายามไม่ให้มีน้ำแฉะที่วัสดุปลูก เพื่อให้มีการผสมพันธุ์กันเองก่อนเกิดได้น้อยที่สุด และเมื่อสปอร์ที่หว่านชนิดสองลงไป เมื่อเริ่มงอกแล้ว นับไปอีกสัก 4-6 สัปดาห์ เราจึงจะเริ่มให้น้ำแฉะวัสดุเพาะ เพื่อให้เซลล์เพศผู้ว่ายน้ำออกไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม จะยังมีเซลล์เพศผู้ออกมาจากโปรธัลลัสทั้งสองชนิด โปรธัลลัสของชนิดแรกอาจจะได้รับการผสมพันธุ์จากเซลล์เพศผู้จากชนิดใดชนิดหนึงได้

ต้นอ่อนเฟินเกิดขึ้นรุ่นแรกในช่วง 1-2 เดือนแรกนับจากหว่านชนิดสองลงไปนั้น น่าจะเป็นต้นที่เกิดจากการผสมในชนิดเดียวกันของชนิดแรก เพราะช่วงนี้จะยังไม่มีเซลล์เพศผู้ของเฟินชนิดที่สอง ส่วนเฟินลูกผสมน่าจะเกิดได้หลังจากหว่านสปอร์ชนิดที่สอง ตั้งแต่เดือนที่ 3 ไปแล้ว

วิธีที่ 5 : เทวาอุ้มสม

เริ่มจากการหว่านสปอร์สองชนิดแยกกันก่อน และหว่านห่างกัน 1-2 เดือนเช่นกัน โดยเริ่มหว่านสปอร์ของชนิดที่ตั้งใจจะให้เป็นต้นแม่ก่อน และหว่านให้สปอร์กระจายห่างกัน เพื่อให้โปรธัลลัสไม่เบียดกัน หรือหากโปรธัลลัสขึ้นเบียดกัน ให้แยกปลูกใหม่ เพื่อขยายพื้นที่อีกรอบก่อน และสำหรับโปรธัลลัสชุดนี้ ให้เลี้ยงด้วยความชื้นเพียงพอ แต่วัสดุเพาะไม่เปียกแฉะ เพื่อให้มีการผสมพันธุ์ในชนิดเดียวกันให้น้อยที่สุด

หลังจากนั้นอีก 1-2 เดือน จึงหว่านสปอร์ของเฟินชนิดที่ตั้งใจจะให้เป็นต้นพ่อ และหว่านให้หนาแน่น ให้สปอร์งอกโปรธัลลัสเบียดกันแน่น เพื่อให้ได้โปรธัลลัสเพศผู้

และเมื่อโปรธัลลัสสำหรับชนิดต้นพ่อ มีสร้างเซลล์เพศผู้และพร้อมที่จะปล่อยออกมา ในสัปดาห์ที่ 3-5 หลังจากเริ่มงอก ให้นำน้ำสะอาด ร้อนพออุ่น อุณหภูมิ 25-35 C ใส่ลงไปจนท่วมโปรธัลลัส จากนั้นแกว่งให้น้ำไหลวนไปมา สักประมาณ 20 นาที เราจะได้เซลล์เพสผู้ว่ายอยู่ในน้ำอุ่นนั้น จากนั้นรินน้ำนั้นเทใส่ลงในโปรธัลลัสสำหรับเพศเมีย แล้วแกว่งไปมาให้น้ำไหลวนผ่านโปรธัลลัส ประมาณ 20 นาที จากนั้นปิดฝา ทิ้งไว้ราว 1/2 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ทั้งคืน จากนั้นจึงรินน้ำส่วนที่ท่วมออกไป

วิธีที่ 6 : เข้าหอวิวาห์

วิธีนี้ ใช้หลักการเดียวกันกับวิธีีก่อนหน้า และนำมาทำในห้องปฏิบัติการชีววิทยา ด้วยการนำโปรธัลลัสสำหรับเพศผู้มาวางบนจานแก้ว แล้วหยดน้ำอุ่น ที่อุณหภูมิ 25-35 C ลงไป แล้วทำการแกว่งกระตุ้น ระหว่างนี้เปิดหลอดไฟ 40 W ห่าง 30 ซม. ทำทุกๆ ช่วง 20 นาที แล้วนำน้ำนั้นมาตรวจสอบดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจหาสเปิร์มเพศผู้ หากพบมีสเปิร์มที่แข็งแรงว่ายน้ำดี นำกระจุกโปรธัลลัสของเพศเมีย 8-12 ต้น ที่ก่อนหน้าทำความสะอาดมาก่อน และตรวจดูแล้วไม่พบต้นอ่อนเฟินงอกบนโปรธัลลัสแน่ นำเอาด้านบน ด้านที่สร้างเซลล์เพศเมียจุ่มลงไปในน้ำที่มีสเปิร์มเพศผู้ จากนั้นปิดฝาด้วยแผ่นกระจกและนำไปส่องไฟอีกที จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 1/2 ชั่วโมง หรือทั้งคืน ต่อมา ให้นำโปรธัลลัสของเพศเมียล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง เพื่อให้โปรธัลลัสเล็กๆ ด้านข้างหลุดออกไป มิฉนั้นอาจมีโปรธัลลัสปล่อยเพสผู้ออกมาได้อีก เสร็จแล้วนำโปรธัลลัสนั้นไปปลูกต่อ หลังจากนั้นอีก 4-6 สัปดาห์หลังการผสมพันธุ์ จะเริ่มมีต้นอ่อนเฟินเกิดขึ้น แต่หากมีต้นอ่อนเกิดขึ้นก่อนนี้ มักจะเป็นต้นที่เกิดจากการผสมกันเองบนโปรธัลลัสเดียวกัน มีรายงายไว้ว่า การทำด้วยวิธีนี้ ประสบผลสำเร็จประมาณ 80%

เฟินลูกผสม มักมีลักษณะเด่นของต้นพ่อและต้นแม่อยู่รวมกันในต้นเดียวกัน ซึ่งหากต้นรุ่นพ่อ-แม่มีลักษณะที่แตกต่างกันมากอย่างเห็นได้ชัด ต้นลูกผสมจะมีแนวโน้มที่มีลักษณะที่ผิดแผกออกไป ทั้งขนาด รูปทรง และลักษณะต่างๆ ของใบ รูปแบบของเส้นใบ และรูปร่างสปอร์ รวมไปถึงการตีความของแต่ละคนมีหลายครั้งที่แตกต่างหรือขัดแย้งกันในจำแนกชนิดเฟิน

เฟินลูกผสมไม่จำเป็นต้องดีเด่นกว่าต้นรุ่นพ่อและเม่เสมอไป เพียงแต่อาจทำให้ดูแปลก หรือน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่า เฟินลูกผสมบางต้นที่ได้ออกมาปลูกเลี้ยงง่ายกว่าต้นรุ่นพ่อ-แม่ เฟินลูกผสมบางต้นเป็นหมัน บางต้นไม่ให้สปอร์ หรือมีสปอร์ แต่สปอร์เพาะไม่ขึ้น จึงไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยสปอร์

วิีธีการแยกเซลล์เพศผู้ของชนิด นำไปใส่ในโปรธัลลัสของอีกชนิดหนึ่ง ทำโดยนำสปอร์ของเฟินที่จะให้เซลล์เพศผู้ มาหว่านเพาะอย่างหนาแน่น เพื่อหวังจะให้เกิดแต่เซลล์เพศผู้ ส่วนโปรธัลลัสที่ใช้เป็นเพศเมียนั้นหว่านสปอร์ให้กระจายห่างให้มากที่สุด หรือย้ายปลูกโปรธัลลัสสำหรับทำเพศเมียให้อยู่ห่างกันให้มากๆ และต้องพยายามไม่ให้น้ำเปียกชุ่มโชกที่โปรธัลลัสและที่ผิววัสดุเพาะ เพื่อป้องกันเซลล์เพศผู้ในโปรธัลลัสของต้นเพศเมียว่ายน้ำออกไปผสมกับไข่เพศเมียของโปรธัลลัสที่เราเตรียมไว้ ปกติธรรมชาติของโปรธัลลัสจะสร้างเซลล์เพสผู้ขึ้นก่อนที่จะสร้างไข่เพศเมีย เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์กันเองของเซลล์เพสผู้และไข่เพศเมียบนโปรธัลลัสเดียวกัน ดังนั้น สปอร์ของเพศเมีย ควรหว่านก่อนสปอร์ของเพสผู้ ราว 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้โปรธัลลัสของเพศเมียโตพร้อมที่จะสร้างไข่เพศเมีย ได้ทันกำหนดที่โปรธัลลัสของเพสผู้สร้างเซลล์สืบพันธุ์ เนื่องจาก เป็นการยากที่เราจะทราบถึงช่วงความพร้อมที่เหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์ ดังนั้นจึงควรมีการหว่านสปอร์ของทั้งชนิด ที่ช่วงเวลาที่ทิ้งห่่างกันไปหลายๆ ช่วง เพื่อเลือกช่วงเวลาต่างๆ ในการทำลูกผสม สำหรับโปรธัลลัสจะมีความพร้อมในการผสมพันธุ์ ที่เวลา 3-4 เดือนหลังจากหว่านสปอร์ ในขณะที่โปรธัลลัสจะสร้างเซลล์เพศผู้ก่อน จากนั้นอีก 1-2 เดือน จึงจะสร้างไข่เพศเมีย เทคนิคในการทำลูกผสมแบบนี้ ทำโดย นำโปรธัลลัสสำหรับเพศผู้มาวางบนจานแก้ว แล้วหยดน้ำอุ่น ที่อุณหภูมิ 25-35 C ลงไป แล้วทำการแกว่งกระตุ้น และเปิดหลอดไฟ 40 W ห่าง 30 ซม. ทุกๆ ช่วง 20 นาที นำน้ำนั้นมาตรวจสอบดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจหาสเปิร์มเพศผู้ หากพบมีสเปิร์มที่แข็งแรงดี นำ 8-12 โปรธัลลัสของเพศเมีย ที่ทำความสะอาดมาก่อนและตรวจดูไม่พบต้นอ่อนเฟินงอกบนโปรธัลลัสแน่ นำเอาด้านที่เป็นเซลล์เพศเมียจุ่มลงไปในน้ำที่มีสเปิร์มเพศผู้ จากนั้นปิดฝาด้วยแผ่นกระจกและนำไปส่องไฟอีกที จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 1/2 ชั่วโมง หรือทั้งคืน จากนั้นย้ายโปรธัลลัสของเพศเมียออกไปล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง เพื่อเอาโปรธัลลัสเล็กๆ ที่ติดกันออกไปก่อน แล้วนำโปรธัลลัสนั้นไปปลูกต่อ หลังจากนั้นอีก 4-6 สัปดาห์หลังการผสมพันธุ์ จะเริ่มมีต้นอ่อนเฟินเกิดขึ้น แต่หากมีต้นอ่อนเกิดขึ้นก่อนนี้ มักจะเป็นต้นที่เกิดจากการผสมกันเองบนโปรธัลลัสเดียวกัน มีรายงายไว้ว่า การทำด้วยวิธีนี้ ประสบผลสำเร็จประมาณ 80% เฟินสเปิร์มสามารถถูกทำลายได้ด้วย malic acid (0.01%) และ citric acid และอาจจะนำมาใช้กับการทำลูกผสมได้

โดยทั่วไปแล้ว การทำลูกผสมมักทำได้ในเฟินที่มีความใกล้ชิดกัน ส่วนในต้นอื่นๆ ที่ผิดปกติบางครั้งทำให้สับสนกับเฟินลูกผสม ใบที่ผิดปกติอาจเกิดจากการกระทบกระเทือน การผ่าเหล่า หรือเกิดจการผิดปกติของการรวมยีน