Genus Cheilantes สกุลเฟินท้องเงิน
วงศ์ ADIANTACEAE
เฟินสกุลนี้ ได้ชื่อสามัญว่า เฟินหิน หรือเฟินผา Rock Fern จัดเป็น xerophytic หรือ saxiphilous fern หรือบางแห่งเรียก Lip-Ferns เนื่องจากขอบใบมักม้วนพับลงมาปิดอับสปอร์ ทำให้ดูเหมือนริมขอบใบหนาเหมือนริมฝีปากที่ห่อปิด
เฟินสกุลนี้มักพบตามผาหินปูนของภูเขาสูง หรือตามกำแพงหิน หรือในพื้นที่แห้งแล้ง มักจะมีช่วงการพักตัวในฤดูแล้ง และสามารถปรับตัวให้ขึ้นอยู่ตามสถานที่แห้งแล้งในฤดูร้อนได้ โดยใบมักมีขน เพื่อช่วยรักษาความชื้นเอาไว้
ลักษณะทั่วไปของ เฟินสกุลนี้ เป็นเฟินดินหรือเฟินเกาะหิน ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
และเป็นเฟินประเภท saxiphilous หรือ Xerophytic คือ พืชทนภาวะแห้งแล้ง มีเหง้าสั้นตั้งตรง
หรือเลื้อยสั้นๆ เหง้าปกคลุมด้วยเกล็ดเป็นแผ่น
ใบมีก้าน ทั้งก้านใบหลักและก้านใบย่อย
ลักษณะก้านผอมและยาว สีดำเป็นเงามัน บางชนิดอาจปกคลุมด้วยเกล็ด บางชนิดผิวเกลี้ยง
ท่อลำเลียงในก้านจัดเรียงเป็นรูปตัว U
ตัวใบ เป็นใบกระกอบขนนก
2-3 ชั้น โดยมากใบย่อยที่โคนมีขนาดใหญ่กว่า ใบย่อยช่วงบน บางชนิดปกคลุมด้วยขนมากมาย
แต่บางชนิดเกลี้ยง และบางชนิดมีผงเคลือบ เส้นใบกระจายอิสระ เป็นแขนงแยกหลายชั้น
บางชนิดใบปกติกับใบสปอร์มีรูปร่างไม่แตกต่าง บางชนิดใบสปอร์ผผมเรียวยาวกว่า
กลุ่มสปอร์เกิดที่ริมขอบใบ ที่ปลายเส้นใยใบ อับสปอร์เรียงตัวไม่ต่อเนื่อง
หรืออาจกระจาย ไม่มีเยื่ออินดูเซียแท้ แต่มีเยื่ออินดูเซียปลอมที่เกิดจากขอบใบม้วนพับลงมาปิด
ทำให้ขอบใบหนาขึ้น
เฟินสกุลนี้ทั่วโลกพบ 203 ชนิด เป็นพันธุ์ลูกผสมอีก 14 ชนิด สำหรับในไทยพบมี 11 ชนิด
การจำแนกชนิด เฟินสกุลนี้ของไทย (ที่มา : Flora of Thailand - Volume 3; 1988)
| การจำแนกชนิด / Key to the species | ||
| 1a | Lower surface of lamina not powdery (Subgen. Cheilanthes) | 2 |
| 1b | Lower surface of lamina covered with waxy powder (Subgen. Aleuritopteris) | 5 |
| 2a | Frond usually more than 5 cm long ปกติใบยาวได้มากกว่า 5 ซม. |
3 |
| 2b | Frond delicate, up to 2.5 : 1.5 cm ใบขนาดเล็ก 2.5 : 1.5 ซม. |
C. delicatula |
| 3a | Stipe and rachis glabrous or scaly ก้านใบและแกนหลักกลางใบเกลี้ยงหรือมีเกล็ดบ้าง |
4 |
| 3b | Stipe and rachis densely pubescent throughout ก้านและแกนกลางใบปกคลุมแน่นด้วยขนสั้น |
C. fragilis |
| 4a | Frond tripinnate, subdeltoid in outline ใบประกอบขนนก 3 ชั้น รูปใบโดยรวมเป็นรูปกึ่งสามเหลี่ยม |
C. tenuifolia |
| 4b | Frond bipinate, linear-lanceolate in outline ใบกระกอบขนนก 2 ชั้น รูปใบโดยรวมเป็นรูปหอก-ยาว |
C. belangeri |
| 5a | laminar oblong-lanceolate to deltoid-oblong, 2-3(-4) times longer than
broad; stipe shorter than or equal to laminar ยาว 2-3(-4) เท่าของด้านกว้าง |
6 |
| 5b | Laminar pentabonal to ovate-pentagonal, almost equal in length and width; stipe 2-3 times longer than lamina | C. pseudoargentea |
| 6a | Pinnae all sesile or shortly-stipitate | 7 |
| 6b | Lower pinnae distinct stalked | C. siamensis |
| 7a | Costa and veins not scaly, stipe and rachis sparsely scaly | 8 |
| 7b | Lower surface of costa and veins scaly | C. rufa |
| 8a | Scale on stipe-base lanceolate, thin, blackish in centre and brownish at marginal portion, not glandular | 9 |
| 8b | Scales on stipe-base ovate-subulate, rufo-brown, sometines glandular at margin | C. krameri |
| 9a | Indusium deeply lacerate and fimbriate | C. pseudofarinosa |
| 9b | Indusium not or slightly lacerate | C. formosana |
รายละเอียด ตัวอย่างเฟินในสกุลนี้
ชื่อสามัญ : Silver Cloak fern (เกราะเงิน)
เป็นเฟินดิน ขนาดเล็กมักพบเกาะอยู่ตามก้อนหิน มักในพื้นที่แห้งแล้งและอากาศเย็น
ได้รับแสงแดดรำไร
ก้านใบย่อยสีดำ และใต้ใบมีผงสีเงิน พบที่ เชียงใหม่
Cheilanthes belangeri (Bory in Belang.) C.Chr.
ชื่อสามัญ : Belangers spleenwort
ชื่ออื่น : กะฉอดไข่ กูดหงอด
เฟินชนิดนี้เป็นเฟินดิน ขนาดกลาง ในธรรมชาติมักพบอยู่ตามโขดหิน หรือดินข้างทาง ในป่าผสม หรือบริเวณที่ได้รับแสงสว่างเพียงพอ
ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้นตั้งตรง ปกคลุมด้วยกล็ดรูปแคบ ขอบเรียบ สีน้ำตาลเป็นเงามัน ยาว 2-3 มม.
ก้านใบ สีน้ำตาลแดง เป็นเงามัน ยาว 8-15(-30) ซม. ด้านหน้าเป็นร่องตามความยาวก้าน
ใบ รูปหอก-เรียวยาว ปลายเรียวแหลม โคนสอบ ใบเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น หรือแค่หยักลึกแบบขนนกอีกชั้น ขนาดใบ 10-20(-30) : 3-5(-8) ซม. ใบย่อยมีได้มากกว่า 15 คู่
ใบย่อยคู่ล่างๆ ห่างกัน 2-5 ซม. คู่บนอยู่ชิดกันมากกว่า ใบย่อยคู่ล่างมีขนาดใหญ่กว่าคู่บน และเป็นใบประกอบขนนกอีกชั้น ขนาดใบย่อย 4 : 2 ซม. รูปขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยม ปลายแหลม โคนรูปลิ่มอย่างกว้าง และมีก้านที่โคนใบ;
ใบย่อยช่วงกลาง ขนาด 10-25 : 5-10 มม. รูปขอบขนาน หรือรูปหอก ช่วงโคนหยักลึกแบบใบประกอบขนนก ส่วนหยักรูปขอบขนาน โคนรูปลิ่มฐานกว้าง หรือตัดเฉียง ปลายมน ขอบหยักแบบไ่ม่เป็นระเบียบ
ส่วนปลายสุดลักษณะเหมือนใบย่อยช่วงบนถัดขึ้นไป ปลายค่อยๆ สอบแหลมถึงมน ส่วนปลายสุดขอบเรียบ
เนื้อใบเหมือนกระดาษอย่างหนา สีเขียวอมเหลือง ผิวใบเกลี้ยง
บางครั้งพบว่ามีตาต้นอ่อนเกิดที่ใต้ใบบริเวณหยัก
เส้นใบอิสระ มองเห็นได้ยาก
กลุ่มอับสปอร์เกิดที่ริมใบย่อยหรือส่วนหยักขอบใบ จัดเรียงตัวต่อเนื่อง หรือมีช่วงเว้นบ้าง มีเยื่อหุ้มอับสปอร์ที่เกิดจากขอบใบม้วนพับลงมาปิด
พบตามพื้นหรือผาฟินในระดับต่ำ ที่ดอยปุย น้ำตกแม่กลาง เชียงใหม่
ดอยตุง เชียงราย ลำปาง เพชรบูรณ์ นครพนม นครนายก ชลบุรี จันทบุรี
สุราษฎร์ธานี ยะลา
กระจายพันธุ์ทั่ว Northern India to Southern China to Thailand
and in Luzon.
เป็นเฟินขนาดเล็ก ก้านใบจิ๋ว เส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 0.2 มม. สีดำเป็นมัน ใบมีขนาด 2.5x1.5 ซ.ม. เห็นเส้นใบชัดเจนเพราะมีสีคล้ำ อับสปอร์เกิดที่ปลายเส้นใบย่อย พบที่ดอยอินทนนท์ ที่เชียงใหม่ ปัจจุบันคาดว่าอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว เหลือไว้เพียงตัวอย่างแห้งที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์
ชื่ออื่น : กูดเงิน
กูดเงิน ลักษณะทั่วไป มีเหง้าสั้นตั้งตรง เหง้าปกคลุมด้วยเกล็ดเป็นแผ่นบางๆ ลักษณะใบ มีก้านใบยาว 5-15 ซ.ม. สีม่วงเข้มถึงดำ เป็นมันเงา ใบ เป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น รูปขอบขนานปลายสอบแหลม ใบย่อยคู่ล่างใหญ่สุด และเล็กลงไปทางปลายใบ ใบย่อยไม่มีก้านใบย่อย ปลายมน โคนเฉียง ใต้ใบมีผงสีขาวหรือสีเหลือง กลุ่มอับสปอร์เกิดที่ขอบใบ บริเวณปลายเส้นใบ
พบที่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ตาก
Cheilanthes fragilis Hook.
เฟินชนิดนี้ ในธรรมชาติอาศัยอยู่ตามก้อนหินค่อนข้างแห้ง บางครั้งพบอยู่ตามหน้าผาหินปูน ในบริเวณที่มีร่มเงามีแสงสว่างเีพียงพอ ในป่าผสม หรือป่าดิบชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูงปานกลางถึงสูงมาก จาก MSL
ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น กึ่งตั้ง หรือล้มเอน มีเกล็ดปกคลุม เกล็ด เป็นเส้นยาว 2-4 มม. ขอบเรียบ มี 2 สี
ก้านใบ สีเกือบดำ เป็นเงามัน โคนก้านมีเกล็ดประปราย ไม่มีขน ยาวได้ถึง 20 ซม.
ตัวใบ มีลักษณะรูปร่างและขนาดหลากหลาย โดยทั่วไปเป็นรูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายสอบแหลม
ขนาดใบ 15-20 : 7-12 ซม. ใบเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น
แกนหลักกลางใบและแกนใบย่อยเหมือนก้านใบช่วงบน ด้านบนเป็นร่อง ขอบร่องเป็นครีบสัน
ใบย่อย ไม่มีก้าน ใบย่อยช่วงล่างสุดมีขนาดใหญ่สุด ลักษณะไม่สมมาตรโดยช่วงโคนใบฝั่งบนของเส้นกลางใบมีขนาดกว้างกว่าฝั่งล่าง
ใบย่อยช่วงกลาง รูปขอบขนานอย่างแคบ ปลายมนกลม ขอบเกึ่งเรียบ หรือเป็นแฉกในใบย่อยที่มีขนาดใกญ่กว่า
เนื้อใบเหมือนกระดาษ ผิวใบด้านล่างเคลือบด้วยผงเป็นไขสีขาว ไม่มีขนหรือเกล็ด
เส้นใบ อิสระทั้งหมด
กลุ่มสปอร์ เกิดที่ปลายของเส้นใบ ปกติดเกิดต่อเนื่องตลอดริมขอบของส่วนแฉก ขอบของใบม้วนพับลงมาปิดสปอร์ ริมขอบพับลงมาค่อนข้างกว้าง ขอบแหว่งวิ่น และอยู่ติดทน
พบที่เชียงใหม่ ลำปาง ตาก
Cheilantes krameri Francah. & Sav.
ชื่อพ้อง : Cheilanthes mexicana Fee, Cheilanthes farinosa
เฟินชนิดนี้ในธรรมชาติ มักพบอยู่ตามโขดหิน ในบริเวณที่ร่มสว่าง ที่ระดับความสูง MSL ปานกลางถึงระดับสูง
ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น ล้มเอน เกล็ดที่เหง้า รูปยาวแกมรูปกอก สีน้ำตาลเข้ม เป็นแผ่นบาง
ก้านใบ ยาวมากกว่าตัวใบ มีเกล็ด รูปไข่แกมรูปลิ่มแคบ สีน้ำตาลอมแดง บางครั้งริมขอบมีปุ่มปม
ตัวใบ ขนาด ยาว 5-8 ซม. กว้าง 3-4 ซม. เป็นใบประกอบขนนกสองชั้น และขอบใบแฉกลึกเหมือนเป็นใบประกอบขนนกอีกชั้น
ใบย่อยคู่ล่างใกล้โคน ไม่มีก้านใบ ฝั่งล่างของเส้นกลางใบกว้างกว่าฝั่งบน
กลุ่มสปอร์ เกิดที่ส่วนแฉกริมขอบใบ ไม่ต่อเนื่อง ริมขอบใบที่ส่วนแฉกพับม้วนลงมาปิดกลุ่มสปอร์
พบที่ เชียงใหม่ ลำพูน ตาก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-นครราชสีมา
มีลักษณะใกล้เคียงกับ Cheilanthes formosana Hayata ต่างกันที่ ใบย่อยมีก้านใบเห็นได้ชัดเจน ใบย่อยมีจำนวนคู่มากกว่าและมีขนาดใบใหญ่กว่า เฟินชนิดนี้กระจายพันธุ์กว้างขวางที่สุด มีความผันแปรในเรื่องทางลักษณะสัณฐานวิทยามากที่สุด เดิมมีชื่อว่า C. farinosa แต่ต่อมาพบว่า เป็นเฟินชนิดใหม่ที่พบแต่ในประเทศไทยเท่านั้น (Tagawa and Iwatsuki 1989)
ก้านใบยาว แต่ต้นและใบมักมีขนาดเล็ก ใต้ใบมีผงสีเงิน แต่ไม่มีขนหรือเกล็ด เกิดตามผาหินปูน หรือตามพื้นดินในป่าโปร่ง พบทางภาคเหนือของไทยหลายท้องที่
พบที่เชียงใหม่ อ. งาว ลำปาง
Cheilantes pseudofarinosa (Ching & S.K. Wu)
พบที่เชียงใหม่เฟินชนิดดูคล้าย C. subrufa โดนเฉพาะอย่างยิ่งที่อับสปอร์และอินดูเซีย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ก้านใบสีดำเป็นมันและมีขนขึ้นเต็ม ใบมีขนาด 11x5 ซ.ม. ใต้ใบมีผงสีเหลืองส้มติดอยู่
เกิดตามผาหินปูนในป่าระดับ 900-1,000 เมตร เฟินชนิดนี้มักพักตัวในฤดูแล้ง
พบที่ ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่
Cheilanthes subrufa Bak., Kew Bull.1906
ชื่ออื่น : เฟินท้องเงิน
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินขนาดเล็ก-ปานกลาง มักพบอยู่ตามรอยแยกหน้าผาหินปูน หรือเนินดินข้างทาง ที่ค่อนข้างแห้ง และได้รบแสงสว่างเพียงพอ ที่ระดับความสูง 1600-2100 ม. MSL.
ลักษณะทั่วไป มีเหง้าสั้นล้มเอน ปกคลุมด้วยเกล็ดเป็นเส้น
มีสองสี ยาว 3-5 มม. กว้าง 0.4 ม.ม. ขอบเรียบ
ก้านใบ สีน้ำตาลอมแดงถึงเกือบดำ เป็นเงามัน มีเกล็ดหรือขนประปราย ก้านใบยาว 12-20 ซ.ม.
ใบ รูปใบขอบขนานแกมรูปไข่ ถึงรูปกึ่งสามเหลี่ยม ขอบหยักแบบประกอบขนนก 2 ชั้น ปลายแหลม ขนาด ยาว 8-15 ซ.ม.กว้าง 5-8 ซ.ม.
แกนหลักกลางใบ สองข้างมีครีบ ยกเว้นช่วงล่างไม่มีครีบ แกนใบปกคลุมด้วยเกล็ด
ใบย่อยด้านข้างมีหลายคู่ออกตรงข้ามกัน หรือเยื้องกันเล็กน้อย
คู่ล่างมีขนาดใหญ่สุด ใบย่อย รูปสามเหลี่ยม ขอบหยักแบบใบประกอบขนนก ไม่สมมาตรกับแกนใบย่อย
หยักรูปโค้งเคียว โคนตัด ใต้ใบมีฝุ่น หรือผงสีขาวนวลออกเหลืองอ่อนติดอยู่
อับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใยใบ เกิดติดกันหรือต่อเนื่อง ที่บริเวณขอบหยักของใบ ขอบใบพับลงมาปิดคลุม
Cheilanthes tenuifolia (Burm. f.) Sw.
ชื่อสามัญ : Rock Fern
ชื่ออื่น : โชนผี
ชื่อ tenuifolia มาจากคำว่า tenuis + folius (tenuis = thin, fine, slim, slender, folius = leaf) รวมความแปลว่า slender leaved
โชนผี เป็น เฟินดิน มักอยู่ในบริเวณที่ค่อนข้างแห้ง ในป่าผสม ที่ระดับความสูงไม่มากจาก MSL
ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าสั้น ล้มเอน มีเกล็ดปกคลุม เกล็ดเป็นรุปแคบมาก สีน้ำตาลอ่อน ขอบเรียบ ยาว 3-4 มม.
ก้านใบสีน้ำตาลอมแดง เป็นเงามัน ภายในเป็นรูกลวงเล็กๆ โคนก้านปกคลุมด้วยเกล็ด ประปราย ก้านใบยาว 10-25 ซ.ม. ด้านหน้าเป็นร่องตามความยาวก้าน
ใบ มี 2 แบบ ใบที่ไม่สร้างสปอร์ sterlie frond มีขนาดเล็กกว่า
รูปสามเหลี่ยม ก้านใบยาว 8-12 ซ.ม.
ส่วนใบที่สร้างสปอร์มีขนาดได้ถึง 20 : 8 ซ.ม.
ใบประกอบขนนก 3 ชั้น หรือขอบเป็นแฉกลึกเหมือนเป็นใบประกอบ 4 ชั้น
ใบรูปสามเหลี่ยม แกนหลักกลางใบและแกนกลางใบย่อยมีเกล็ด ผิวบนเป็นร่อง ใบย่อยมีราว 10 คู่หรือมากกว่า
ใบย่อยคู่ล่างใกล้โคนมีขนาดใหญ่สุดและเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลม ใบย่อยคู่ช่วงกลาง
เป็นรูป ขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยม
ใบย่อยชั้นเล็ก ที่ใบย่อยขนาดใหญ่กว่าใบย่อยอื่นใบแบ่งย่อยเป็นแฉกแบบขนนก
แฉกลึกเป็นคู่ๆ และีส่วนปลายสุด ขอบเป็นแฉกเหมือนใบย่อยปลายสุดบนใบย่อยชั้นใหญ่
รูปขอบขนาน ปลายมนกลม ขนาด 5-10 : 3 มม. ขอบเรียบ;
ปลายส่วนหยัก
มนกลมหรือรูปไข่ ขนาดยาว 2-4 มม. กว้างไม่เกิน 1.5 มม. ใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ
สีเขียว;
เส้นใบ อิสระ obscure;
กลุ่มสปอร์ อัดแน่นที่ปลายเส้นใย ต่อเนื่องตลอดส่วนแฉกที่ริมขอบใบ เมื่อสปอร์ยังอ่อนขอบใบพับม้วนลงมาปิดใบ edge uneven, pellucid
พบที่ ภาคเหนือตอนบนด้านตะวันตก ดอยปุย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง
ภาคตะวัน นครนายก จันทบุรี ภาคใต้ตอนล่าง สุราษฎร์ธานี สตูล สงชลา
ยะลา เป็นต้น
กระจายพันธุ์ทั่ว North India, Sri Lanka, South-East Asia including
Thailand, Malaysia and Singapore, Polynesia, Australia.
พบตามผาหินปูนในป่าระดับสูง เป็นเฟินขนาดล็ก
พบที่ ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่ และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
มีรายงานการวิจัยจาก ตปท. ระบุ เฟิน Cheilanthes farinosa (Forst.) Kaulf. เรียกกันว่า
Siver Fern ใช้น้ำคั้นจากต้น นำไปหยอดหู แก้อาการเจ็บหูได้
ส่วนเฟิน C. tenuifolia หรือเฟินท้องเงิน เป็นเฟินที่มีพิษ ไม่ว่าคนหรือสัตว์กินเข้า
อาจเป็นอันตรายได้ แต่ก็มีบางประเทศนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง เช่นที่อินโดนีเซีย
นำไปผสมทำ แชมพูสระผม หรือ Hair Tonic บำรุงรากและเส้นผม
การปลูกเลี้ยง :
เฟินในสกุลนี้ มีใบสวยงาม แต่ปลูกเลี้ยงยาก จึงมักไม่ค่อยนิยมปลูกเลี้ยงกันมากนัก
เนื่องจากเป็นเฟินเกาะหิน ระบบรากต้องการอากาศถ่ายเท และไม่ชุ่มแฉะน้ำตลอดเวลา
ต้องการบรรยากาศโดยรอบมีความชุ่มชื้นด้วย เฟินที่เก็บมาจากป่าธรรมชาติ
โอกาสรอดตายมีน้อยมาก หากต้องการปลูกเลี้ยง ควรเลือกต้นที่ได้จากการเพาะสปอร์ดีกว่า
การขยายพันธุ์ : อาศัยสปอร์เป็นหลัก เทคนิคการเก็บสปอร์ของเฟินสกุลนี้ เนื่องจากสปอร์อยู่ที่ริมขอบใบ ขอบใบมักม้วนพับลงมาปิดอับสปอร์ สปอร์แก่พร้อมๆ กับใบซึ่งใบ เหี่ยวกรอบ และห่อม้วนเป็นก้อน ทำให้ปล่อยสปอร์ออกมาได้น้อย จึงจำต้องนำใบที่เหี่ยวกรอบนั้น มาบดให้ละเอียดในภาชนะ แล้วร่อนด้วยตะแกรงตาถี่มากสักหน่อย เพื่อให้ได้แต่สปอร์ล้วนๆ ออกมา แล้วจึงนำไปเพาะ ส่วนวัสดุเพาะควรผสมแคลเซี่ยมลงไปให้ด้วย เช่นแคลเซี่ยมจากหินปูน เปลือกไข่ กระดูกป่น เป็นต้น