Genus Taenitis Willd. ex Spreng
วงศ์ ADIANTACEAE

เฟินสกุลนี้ เป็นเฟินดิน ขนาดกลาง ลำต้นเหง้าเลื้อย ยอดเหง้าปกคลุมด้วยขนสีดำ

ใบมีก้านยาว สีดำเป็นเงามัน มีร่องด้านหน้าก้านต่อเนื่องยาวไปถึงก้านใบย่อย โคนก้าน มีท่อรูปยาวคล้ายริบบิน จำนวน 2 ชุด บางครั้งอาจจัดเรียงตัวเป็นรูปตัว U

ตัวใบ มีทั้งใบเดียวปกติและใบประกอบขนนก ปลายคี่ (มีน้อยมากที่ขอบใบหยักลึก) ใบย่อยเป็นใบเดี่ยวปกติ ใบย่อยที่ปลายรูปร่างเหมือนใบคู่ล่าง ปกติใบย่อยรูปรีแคบ ผิวเรียบ เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษถึงหนาเหมือนแผ่นหนัง เส้นใบเป็นร่างแห ไม่มีปลายเส้นอิสระในช่องว่างร่างแห

กลุ่มสปอร์ จัดเรียงตัวกันไปตามความยาว 2 ข้างของเส้นกลางใบย่อย โดยอยู่ระหว่างเส้นกลางใบกับริมขอบใบ ไม่มีเยื่อหุ้มอินดูเซียม แต่อาจมีเส้นใย paraphyses ปิด เพื่อป้องกันสปอร์ มีเยื่อหุ้มรัดรอบเป็นตัวกั้นแต่ละอับสปอร์ที่ความหนา 15 เซลล์ สปอร์รูป trilete.

เฟินสกุลนี้ ค้นพบทั้งหมด 14-16 ชนิด กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนของเอเชีย ออสเตเลีย และแปซิฟิค บางแห่ง

เฟินในสกุลนี้ ในบ้านเราพบมีเพียงชนิด คือ Tanitis blechnoides (Willd.) Sw

Taenitis blechnoides (Willd.) Sw
ชื่ออื่น : กูดปรง หรือปรงหนู

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน ในป่าดิบแล้ง ที่ระดับต่ำ MSL.

ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยทอดนอนอยู่ใต้ดิน ขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางราว 5 มม. ยอดเหง้าปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลเข้มถึงสีดำ เป็นเงามัน แข็ง ยาว 3 มม.

ก้านใบยาว มีร่องตั้งแต่โคนเลยเข้าไปถึงเส้นกลางใบย่อย ช่วงโคนสีน้ำตาลอ่อน ช่วงบนสีเขียว ผิวเกลี้ยง ยาวได้ถึง 60 ซ.ม.

ใบ เมื่อต้นยังเล็กอายุน้อย ใบเป็นใบเดี่ยวปกติ เมื่ออายุมากขึ้น ใบเป็นใบประกอบขนนกปลายคี่ กว้างราว 30 ซ.ม. ยาว 40 ซ.ม. แกนหลักกลางใบ ผิวบนเป็นร่องมีครีบสันและต่อเน่องเข้าไปถึงเส้นกลางใบ ใบย่อยมี 1-8 คู่ เรียงสลับ

ใบย่อยรูปแถบ กึ่งโค้งเคียว ขนาดค่อยๆ คแบลงสู่ช่วงปลาย ปลายสุดสอบแหลมเป็นหาง โคนเป็นรูปลิ่มแคบ มีก้านใบ (หรือใบย่อยช่วงบนใกล้ปลายไม่มีก้านใบ) ขอบเรียบ หรือกึ่งเป็นคลื่นที่ริมขอบ บางครั้งริมขอบพับลงล่าง ในที่สร้างสปอร์ ขนาด 25 : 3 ซม. ใบปกติ ที่ไม่สร้างสปอร์ กว้างได้ถึง 5 ซม. ซึ่งขนาดของใบสปอร์และใบปกติแทบไม่แตกต่างกัน จึงเป็น dimorphic ที่ไม่ชัดเจน

เส้นกลางใบ นูนทางด้านล่าง ด้านบนจมลง เส้นใบเป็นร่างแห ไม่มีปลายเส้นอิสระในช่องว่างแห ใบเนื้อหนาเหมือนแผ่นกระดาษถึงแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยง

กลุ่มสปอร์ จัดเรียงตัวติดกันเป็นแถบยาวต่อเนื่อง อยู่ 2 ข้างของเส้นกลางใบย่อยกับริมขอบใบ หายากที่แถบสปอร์มีเว้นช่วง

กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อน ศรีลังกา อินเดีย อุษาคเนย์ และฟิจิ