สกุล Athyrium
วงศ์ ATHYRIACEAE

ชื่อสกุล Athyrium มาจากภาษากรีก ว่า a ="without" และ thureos (qureos) = "shield"
สกุลนี้ เป็นฟินกลุ่มใหญ่ พบทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งร้อน ทั้งในยุโรป เอเชียและอเมริกาเหนือ เป็นเฟินที่มีความสวยงาม ในต่างประเทศนิยมปลูกประดับสวนกันมาก เฟินสกุลนี้เป็นเฟินดิน มีขนาดใหญ่ ทุกชนิดในสกุลนี้พักตัวแห้งไปในหน้าร้อนและแล้ง แต่ก็ยังเป็นที่นิยมของคนรักเฟิน เฟินสกุลนี้มีอยู่ราว 200 ชนิด เดิมเคยถูกจัดให้อยู่ในวงศ์ ASPLENIACEAE

ชนิดเฟินในสกุลนี้ที่พบในบ้านเรา ได้แก่ :

    Athyrium anisopterum H. Christ
    Athyrium boryana (Wild.) Tagawa
    Athyrium dissitifolium (Baker) C. Chr.
    Athyrium japonica (Thunb.) Copel.
    Athyrium mackinnonii (Hope) C. Chr.
    Athyrium setiferum C. Chr.

Athyrium anisopterum Christ, Bull. ชื่อ anisopterum มาจากคำว่า anis + o + pterum (anis = unequal, o คำเชื่อม และ pterum = feather, wing)

เฟินชนิดนี้เป็นเฟินดินขนาดกลาง มีใบสวยงาม ตรงที่ผิวใบเป็นสีเขียวเหลือบน้ำเงิน ในธรรมชาติอาศัยอยู่้บริเวณที่มีร่มเงา และดินมีอินทรีย์วัตถุสะสมมาก ในป่าดิบเขา ชุ่มชื้นสูงตลอดปี ที่ระดับความสูง 1800 ม. MSL.

ลักษณะต้นทั่วไป เหง้าสั้น ตั้งหรือเอนนอน มีเกล็ดปกคลุม เกล็ดที่เหง้า รูปลิ่มแคบ ขนาด 8:1 มม. ขอบเรียบ ปลายเกล็ดเป็นหาง

ก้านใบ ยาวได้ถึง 12 ซม. สีฟาง และมีเกล็ดสีเข้มปกคลุมบริเวณโคน
ใบ รูปขอบขนานอย่างแคบ ปลายสอบแหลม ถึงเรียวแหลม ขนาดใบ 20 : 6 ซม. ใบประกอบขนนก-ใบย่อยหยักแบบใบประกอบ
ใบย่อย ขนาด 35:1.2 มม. มีก้านใบย่อย ใบรูปขอบขนาน-รูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายมนถึงแหลม ใบย่อยคู่ล่างแผ่กางหรือชี้ลงล่าง
ที่โคนใบย่อย 2 ฝั่งขนาดไม่เท่ากัน หรือรูปร่างต่างกัน คืิอ ฝั่งบนเป็นติ่งหู ฝั่งล่างเป็นรูปลิ่ม หรือลดขนาด
ที่ขอบของใบย่อย หยักแบบใบประกอบขนนก หยักเฉียงไปข้างหน้า ลึก เกือบถึงแกนกลาง ปลายของหยักมน หรือแหลมเป็นซี่ฟัน
เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ มีเกล็ดเล็กน้อย ที่แกนหลักกลางใบ และแกนกลางใบย่อย ใบสีเขียวเข้มและเหลือบน้ำเงินหากอยู่ในสภาพชุ่มชื้นพอ

กลุ่มอับสปอร์ กลม ใหญ่ มีเยื่อห้มอินดูเซียรูปกลม ถึง ขอบขนาน เปิดยกขึ้น กว้างได้มากกว่า 1 มม. หยักมน หรือแหว่งที่ขอบ

เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์ ตั้งแต่แถบหิมาลัยลงมาถึงศรีลังกา กว้างไปถึงพม่า และจีนตอนใต้ ลงมาถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย บอร์เนียว และลูซอน
เฟินชนิดนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงมากกับ A. macrocarpon

Athyrium boryana (Wild.) Tagawa
ชื่อพ้อง :
Deparia boryana (Wild.) M. Kato.

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดินมักอยู่ตามพื้นทรายริมลำธารที่มีร่มเงา ที่ระดับความสูง 1000-1400 ม. MSL ลักษณะต้นทั่วไป เหง้าอ้วน กึ่งตั้งหรือล้มเอน สูงได้ถึง 25 ซม. ปกคลุมด้วย intricate roots ใบออกแน่นบริเวณยอดเเหง้า มีเกล็ดปกคลุม เกล็ดที่เหง้า รูปหอกอย่างแคบ ปลายค่อยๆ สอบเรียวสู่ปลาย เป็นหางยาว สีน้ำตาลสีเดียว ขอบเรียบ ขนาด 13:1.5 มม. ก้านใบ สีฟางอ่อน ยาวได้ถึง 40 ซม. มีเกล็ด

ใบ เป็นใยประกอบขนนก 3 ชั้น ขนาด 120 ซม ทั้งด้านกว้างและด้านยาว
ใบย่อยมีได้มากถึง 10 คู่ ใบย่อยใหญ่สุดมีก้าน ใบย่อยรูปขอบขนานแกมรูปหอก ขนาด 60:20 ซม.
ใบย่อยชั้นในบนใบย่อยใหญ่ขอบหยักเป็นซี่ฟัน รูปสามเหลี่ยมแคบ กว้างสุดที่ส่วนโคนเป็นรูปตัดหรือมนกลม ปลายแหลมยาว ขนาด 10:3.5 มม.
ส่วนปลายใบ เชื่อมติดกันเป็นครีบข้างแกนใบย่อย รูปขอบขนาน ปลายมน ขนาด 15:7 มม. หยักลึกถึง 1/3 หยักเฉียงขอบเรียบ
เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ มีขนหยายที่บริเวณก้านใบ แกนกลางใบย่อย และมีหนามแหลมออกจากเส้นใบ ยาว 0.5-1 มม.
เส้นใบแตกสาขาแบบขนนกปลายอิสระ

กลุ่มอับสปอร์ รูปกลม costular เยื่ออินดูเซีย เล็กและ fugaceous

Athyrium japonica (Thunb.) Copel.
ชื่อพ้อง :
Deparia japonica (Thunb.) M. Kato.

เฟินชนิดเป็นเฟินดิน อาศัยอยู่พื้นดินที่ี่เป็นดินโคลนและหิน ตามริมลำธาร ที่ระดับความสูง 600-800 ม. MSL.

ลักษณะต้นทั่วไป เหง้าผอม เลื้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ม.ม. มีเกล็ดปกคลุม เกล็ดมีรูปร่างผอมเรียวจากโคนเล็กลงสู่ปลาย เป็นหางแหลม สีน้ำตาลสีเดียว

ก้านใบ ยาวได้ถึง 25 ซม. สีฟางอ่อนถึงเข้ม ส่วนบนของก้านมีขนปกคลุม
ใบ เป็นใบประกอบขนนก ขอบของใบย่อยเป็นหยักลึกเหมือนใบประกอบ ใบรูปขอบขนานถึงขอบขนานแกมกึ่งสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม โคนใบกว้างสุด หรือมีบ้างที่เล็กกว่าเล็กน้อย ขนาด 25: 15 ซม. แกนหลักกลางใบมีขนประปราย ด้านหน้าเป็นร่อง

ใบย่อยมีได้ถึง 10 คู่หรืออาจมากกว่า กึ่งฟันเลื่อย รูปหอก ปลายมนกลมถึงแหลม โคนมนกลมถึงตัดตรง ขอบหยักลึกเกือบครึ่งของระยะถึงแกนกลางใบย่อย ขนาด 12 : 1.2-3 ซม. กว้างสุดบริเณกลางหรือ 1/3 จากโคน ส่วนหยักที่ขอบ รูปขอบขนานถึงรูปกึ่งสี่เหลี่ยม ปลายในกลม ขอบหยักซี่ฟัน 5-15:3.5-7.5 มม.
เนื้อใบบาง สีเขียวถึงเขียวเข้ม ด้านล่างสีซีดกว่า เส้นใบเป็นสาขาแบบขนนก 4-7 คู่บนส่วนหยัก ปลายเส้นใบอิสระ หรือแตกสาขา เส้นใบยาวถึงริมขอบของหยัก มีขนประปราย

กลุ่มสปอร์ ตลอดปลายเส้นใบ ยาวราว 2 มม. มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย รูปโค้ง attached at posterior end.

กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนของเอเชียตอนเหนือ เกลาหลี ญี่ปุ่น ในไทย พบที่ ดอยหลวงเชียงดาว จ. เชียงใหม่

Athyrium niponicum cv. 'Pictum'
ชื่อพ้อง : A. goeringgianum cv. pictum
ชื่ออื่น : เฟินก้านแดงญี่ปุ่น

เฟินก้านแดงญี่ปุ่น เป็นเฟินพุ่มเล็ก ใบแน่น ก้านใบหลักและก้านใบย่อยสีแดงเข้ม ใบย่อยสีเขียวมีแถบสีเทา ใบยาวได้ถึง 2 ฟุต นิยมปลูกเป็นไม้ประดับสวน ชอบดินร่วนเป็นกรดอ่อนๆ ต้องการแสงแดดรำไร ความชุ่มชื้นสูง ในหน้าแล้ง สภาพอากาศแห้งแล้ง มักทิ้งใบและพักตัวอยู่นาน