วงศ์ ATHYRIACEAE
ชื่อเฟินสกุลนี้ (อ่านว่า ดี-เพล-ซี-อุม dy-PLAY-zee-um ) ได้ชื่อมากจากภาษากรีกว่า diplasios (double) หมายถึง อับสปอร์มีเยื่อหุ้มปิด 2 ข้าง บางแห่งเรียกเฟินสกุลนี้ว่า Twin sori
ลักษณะทั่วไปของเฟินสกุลนี้ เหง้าตั้งหรือเลื้อย เกล็ดที่เหง้า มีทั้งชนิดขอบเรียบและขอบหยักเป็นซี่ฟัน ก้านใบด้านหน้าเป็นร่องเปิด เห็นได้ชัด ลักษณะใบ มีทั้งใบเดี่ยวถึงใบประกอบขนนก หลายชั้น เส้นใบแตกแขนงแบบขนนก หรือ เป็นร่างแหตาข่าย ช่องว่างร่างแหรูปสี่เหลี่ยมที่แต่ละข้างของเส้นใบ (seemingly goniooteoid venation) โดยทั่วไปผิวเกลี้ยง หรือมีเกล็ดอยู่บ้างตามแกนใบ อับสปอร์ รูปยาว ไปตามเส้นใบ มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย 2 ข้างของอับสปอร์ (ซึ่งเป็นลักษณะเด่น อันเป็นที่มาของชื่อสกุล Diplazium) เมื่อสปอร์แก่จะเปิดออกด้านข้างฝั่งนอก 2 ข้าง ทิศตรงข้ามกัน
เฟินสกุลนี้ มีอยู่ราว 400 กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนทั่วโลก ในบ้านเรามีเฟินในสกุลนี้ ราว 29 ชนิด ชนิดแรกที่บันทึกพบในประเทศไทย คือ D. montanum v.A. v.Ros และ D. incomptum Tagawa & K. Iwats.
การจำแนกชนิดเฟินในสกุลนี้ยังคงมีการศึกษาและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมกันอีกต่อไป
| จำแนกชนิด / Key to the species | ||
| 1a | Frond simple, entire or crenate ใบเดี่ยวปกติ ขอบเรียบ หรือหยักมน |
2 |
| 1b | Frond pinnate or pinnately compound ใบประกอบขนนก หรือใบประกอบขนนกหลายชั้น |
4 |
| 2a | Vein all free. Frond lanceolate, attenuate to cuneate at base เส้นใบอิสระทั้งหมด ใบรูปหอก โคนสอบเรียว ถึงรูปลิ่ม |
3 |
| 2b | Veins anastomosing. Frond oblong to oblong-subdeltoid with cordate base เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน ใบรูปขอบขนาน ถึง ขอบขนานแกมรูปกึ่งสามเหลี่ยม โคนใบรูปหัวใจ |
D. cordifolium |
| 3a | Rhizome short, suberect; scale toothed |
D. subserratum |
| 3b | Rhizome creeping; scales entire เหง้าเลื้อย เกล็ดขอบเรียบ |
D. subsinuatum |
| 4a | Frond pinnate ใบประกอบขนนกปกติ (ชั้นเดียว) |
5 |
| 4b | Frond bipinnate or more compound ใบประกอบขนนก 2 ชั้น หรือหลายชั้น |
21 |
| 5a | Lateral pinnae often more than 4 cm broad, subentire to crenate ใบย่อยด้านข้าง มักกว้างกว่า 4 ซม. ขอบกึ่งเรียบ หรือหยักมน |
6 |
| 5b | Lateral pinnate usually less than 3.5 cm broad, crenate to lobed ใบย่อยด้านข้าง ปกติกว้างน้อยกว่า 3.5 ซม. ขอบมนถึงขอบแฉก |
13 |
| 6a | Terminal pinna not distinct ใบย่อยที่ปลายสุดไม่ชัดเจน |
7 |
| 6b | Frond imparipinnate with a terminal pinna like lateral one ใบประกอบขนนกปลายคี่ ใบย่อยปลายสุดลักษณะเหมือนใบย่อยด้านข้าง |
9 |
| 7a | Scales toothed. Free laternal pinnae more than 5 pairs เกล็ดขอบหยักซี่ฟัน ใบย่อยด้านข้างมากกว่า 5 คู่ |
8 |
| 7b | Scales entire. Free lateral pinnae 1-3 pairs เกล็ดขอบเรียบ ใบย่อยด้าน 1-3 คู่ |
D. heterophebium |
| 8a | Veins copiously anastomosing เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน copiously |
D. accedeas |
| 8b | Vein free, or rarely irregularly reticulate เส้นใบอิสระ หรือน้อยมากที่เป็นร่างแหไม่เป็นระเบียบ |
D. megaphyllum |
| 9a | Rhizome-scale entire เกล็ดที่เหง้าขอบเรียบ |
10 |
| 9b | Rhizome-scale toothed เกล็ดที่เหง้าขอบหยักเป็นซี่ฟัน |
12 |
| 10a | Veins free or rarely anastomosing เส้นใบอิสระ หรือน้อยมากที่เป็นร่างแห |
11 |
| 10b | Vein copiously anastomosin เส้นใบจำนวนมากที่จรดโค้งเข้าหากัน |
D. cordifolium |
| 11a | Lateral pinnae 5-9 pairs; veins occasionally anastomosing; gemmae present
at junction between rachis and costa ใบย่อยด้านข้าง 5-9 คู่; มีบ้างที่เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน สร้างตาต้นอ่อนบริเวณจุดตัดแกนหลักกลางใบกับแกนกลางใบ |
D. xiphophyllum |
| 11b | Lateral pinnae 3-5 pairs; veins free or very rarely anastomosing; gemmae
absent ใบย่อยด้านข้าง 3-5 คู่; เส้นใบอิสระ หรือน้อยมากที่จรดโค้งเข้ากัน ไม่สร้างตาต้นอ่อน |
D. riparium |
| 12a | Rhizome short, erect to ascending; gemmae often present at junction between
rachis and costa เหง้าสั้น ตั้งถึงล้มเอน; สร้างตาต้นอ่อนที่จุดตัดแกนหลักกลางใบกับแกนกลางใบ |
D. bantamease |
| 12b | Rhizome creeping; gemmae absent เหง้าเลื้อย ไม่สร้างตาต้นอ่อนบนแกนหลักกลางใบ |
D. donianum |
| 13a | Rhizome-scales entire เกล็ดที่เหง้าขอบเรียบ |
14 |
| 13b | Rhizome-scales toothed เกล็ดที่เหง้าขอบหยักซี่ฟัน |
18 |
| 14a | Scales not distinctly black-margined. Sori superficial เกล็ด ริมขอบสีดำไม่ชัดเจน กลุ่มสปอร์ขนาดใหญ่ |
15 |
| 14b | Scales black-margined. Sori impressed เกล็ด ริมขอบสีดำ กลุ่มสปอร์ฝังจม |
D. sorzogonense |
| 15a | Frond wider; rachis and costa glabrous ใบกว้างกว้าง 15 ซม.; แกนหลักกลางใบและแกนกลางใบผิวเกลี้ยง |
16 |
| 15b | Frond up to 15 cm wide; rachis and costa densely hirsute ใบขนาดกว้างไม่เกิน 15 ซม.ว แกนหลักกลางใบและแกนกลางใบมีขนปกคลุมแน่น |
D. tomentosum |
| 16a | Pinnae subentire or shallowly lobed ใบประกอบขขนก ขอบกึ่งเรียบ หรือเป็นแฉกอย่างตื้น |
17 |
| 16b | Pinnae lobed more than half-way to costa ใบประกอบขนนก ขอบเป็นแฉกลึกถึงครึ่งของระยะถึงแกนกลางใบ |
D. malaccense |
| 17a | Veinlets 4-6 in each vein group. Pinnae lobed, shortly stalked มี 4-6 ปลายเส้นใบในแต่ละกลุ่มเส้นใบ ใบย่อย ขอบหยัก มีก้านใบย่อยสั้นๆ |
D. prescottianum |
| 17b | Veinlets usually 3-4 in each vein group. Pinnae subentire, distinctly
stalked 3-4 ปลายเส้นใบในแต่ละกลุ่มเส้นใบ ใบย่อย ขอบกึ่งเรียบ มีก้านใบย่อยชัุดเจน |
D. subintegrum |
| 18a | Rhizome short, erect เหง้าสั้น ตั้ง |
19 |
| 18b | Rhizome long-creeping เหง้าเลื้อยยาว |
D. mettenianum |
| 19a | Lateral pinnae gradually becoming smaller upwards forming no distinct
terminal portion ใบย่อยด้านข้าง ขนาดใบย่อยช่วงบนค่อยๆ เล็กลง สู่ช่วงปลาย ใบย่อยปลายสุดไม่เด่นชัด |
20 |
| 19b | Lateral pinnae suddenly becoming smaller above 6 or 7 longer ones forming
distinct terminal portion of fronds ใบย่อยด้านข้าง จากคู่ที่ 6-7 ขึ้นไป ขนาดเล็กลงทันทีในช่วงบน ใบย่อยปลายสุดไม่เด่นชัด |
D. siamense |
| 20a | Scales irregularly toothed. Pinnae up to 2.3 cm wide, thicker, distinctly
auricled at base เกล็ดขอบหยักเป็นซี่ฟันไม่เป็นระเบียบ ใบย่อยขนาดกว้างไม่เกิน 2.3 ซม. ใบหนา โคนใบเป็นติ่งชัดเจน |
D. crenatoserratum |
| 20b | Scales strongly toothed. Pinnae up to 3.5 cm wide, thinner, not or moderately
auricled at base เกล็ด ขอบหยักซี่ฟันชัดเจน ใบย่อยขนาดกว้างไม่เกิน 3.5 ซม. ใบบาง โคนใบมีติ่งหูบ้างหรือไม่มี |
D. silvaticum |
| 21a | Vein all free เส้นใบอิสระ |
22 |
| 21b | Vein anastomosing เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน |
D. esculentum |
| 22a | Pinnules sessile, most or all adnate at base ใบย่อยชั้นเล็กไม่มีก้านใบ ส่วนมากหรือทั้งหมดโคนติดกัน |
23 |
| 22b | Pinnules more or less stalked at least in larger one ใบย่อยชั้นเล็ก ใบที่มีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยอื่น มีก้านใบย่อย มีมากบ้างน้อยบ้าง |
24 |
| 23a | Pinnules about 1 cm broad, crenate; pinnae with long stalks ใบย่อยชั้นเล็ก กว้างราว 1 ซม. ขอบหยักมน ใบย่อยชั้นใหญ่มีก้านใบย่อยยาว |
D. petri |
| 23b | Pinnules about 1.4 cm broad, subentire; pinnae with rather short stalks ใบย่อยชั้นเล็ก กว้างราว 1.4 ซม. ขอบกึ่ีงเรียบ ใบย่อยชั้นใหญ่มีก้านใบย่อยค่อนข้างสั้นมาก |
D. petelotii |
| 24a | Sori oblong, less than 2.5 mm long กลุ่มสปอร์รูปขอบขนาน ยาวน้อยกว่า 2.5 ซม. |
25 |
| 24b | Sori elongate, more than 3 mm long กลุ่มสปอร์รูปยาว ยาวมากกว่า 3 มม. |
28 |
| 25a | Scales not black-margined. Stipe not spinose. Lobes serrate or subentire เกล็ด ริมขอบสีไม่ดำ ก้านใบไม่มีหนาม ขอบใบแฉกฟันเลื่อย หรือกึ่งเรียบ |
26 |
| 25b | Scales black-margined. Stipes spinose in lower part. Lobes sharply toothed เกล็ด ริมขอบสีดำ ก้านใบมีหนามที่บนิเวณช่วงล่าง ขอบใบแฉกเป็นซี่ฟันแหลม |
D. polypodioiedes |
| 26a | Sori medial to midrib กลุ่มสปอร์อยู่ห่างแกนกลางใบ |
27 |
| 26b | Sori close to midrib กลุ่มสปอร์อยู่ใกล้กับแกนกลางใบ |
D. muricatum |
| 27a | Pinnules subcordate at base. Rhizome creeping ใบย่อยชั้นเล็ก โคนเว้ารูปกึ่งหัวใจ เหง้าเลื้อย |
D. conterminum |
| 27b | Pinnules cuneat to subtruncate at base. Rhizome erect ใบย่อยชั้นเล็ก โคนรูปลิ่มถึงกึ่งตัด เหง้าตั้ง |
D. taivanense |
| 28a | Scales toothed เกล็ด ขอบหยักซี่ฟัน |
29 |
| 28b | Scales entire เกล็ด ขอบเรียบ |
D. leptrophyllum |
| 29a | Lobes oblong with mounted apex; pinnules long-stalked; veinlets simple
or forked |
D. dilatatum |
| 29b | Lobes subquadrangular with obtuse apex; pinnules shortly stalked; veinlets all simple | D. simplicivenium |
รวมรายชื่อชนิดเฟินสกุลนี้ ที่พบในบ้านเรา
-
Diplazium accedens Bl.
Diplazium bantamense Bl.
Diplazium conterminum Christ ชื่อพ้อง : Allantodia contermina (Christ) Ching
Diplazium cordifolium Bl.
Diplazium crenatoserratum (Bl.) Moore
Diplazium dilatatum Bl. ชื่อพ้อง ; Allantodia dilatata (Bl.) Ching
Diplazium donianum (Mett.) Tard.
Diplazium esculentum (Retz.) Sw.
Diplazium heterophlebium (Mett. ex Bak.) Diels
Diplazium leptophyllum Christ
Diplazium malaccense Presl
Diplazium megaphyllum (Bak.) Christ
Diplazium mettenianum (Miq.) C. Chr.
Diplazium muricatum (Mett.) v.A.v. Ros.
Diplazium petelotii Tard.
Diplazium petri Tard.
Diplazium polypodioides Blume
Diplazium prescottianum (Wall. ex Hook.) Moore
Diplazium riparium Holtt.
Diplazium siamense C. Chr.
Diplazium silvaticum (Bory) Sw.
Diplazium simplicivenium Holtt.
Diplazium sorzogonense (Presl) Presl
Diplazium subintegrum Holtt.
Diplazium subserratum Bl.
Diplazium subsinuatum (Wall. ex Hook. & Grev.) Tagawa
Diplazium taiwanense Tagawa
Diplazium tomentosum Bl.
Diplazium xiphophyllum (Bak.) C. Chr.
เฟินชนิดนี้เป็นเฟินดิน มักขึ้นอยู่บริเวณที่ชุ่มชื้นริมลำธารน้ำไหล ในป่าชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง MSL ไม่มาก
ลักษณะทั่วไป เหง้าอ้วน ตั้ง เกล็ดที่เหง้า เป็นรุปแถบยาว ขนาดราว 15 : 1 มม. สีน้ำตาล ขอบเกล็ดหนาสีน้ำตาลคล้ำดำ บิดเป็นเกลียว ขอบหยักเป็นซี่ฟันแหลม
ก้านใบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 ซม. ยาวราว 50 ซม. ช่วงใกล้โคนมีเกล็ด ผิวมีรอยแผลเป็นจากเกล็ดที่หลุดร่วงไป หรือบางครั้งเป็นหนาม ก้านใบสีฟาง
ใบ เป็นใบประกอบขนนก ใบย่อยด้านข้าง 5-15 คู่ ออกห่างกัน ใบย่อยช่วงล่างมีก้าน ใบย่อยช่วงบนไม่มีก้านหรือเป็นครีบต่อเชื่อมกับใบถัดไป
ใบย่อยใกล้โคนขนาดใหญ่สุด ใบรูปขอบขนาน ปลายสุดสอบแหลม โคนใบรูปลิ่มอย่างกว้าง หรือกึ่งตัด ขนาด 30 : 8 ซม. ริมใบเป็นตลื่น
ใบช่วงบนสุดของใบรูปสามเหลี่ยม ช่วงล่างขอบหยักลึก ขนาด 15 : 10 ซม.
เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ ผิวเกลี้ยง มีเกล็ดเล็กๆ ผิวใบด้านล่างมีขนสากคาบมือ
แกนหลักกลางใบ ผิวบนเป็นร่อง ปลายเกิดตาต้นอ่อน แกนกลางใบย่อยด้านล่างนูน ด้านบนเป็นร่องมีสัน
เส้นใบ แตกแขนงแบบขนนก veinlet uniting with those of the opposite group forming continuously united veinlets (seemingly goniooteroid venation)
ช่องว่างร่างแหเหมือน D. heterophebium ในส่วนนอก
กลุ่มสปอร์ เกิดตามปลายเส้นใบ often forming areloes following the venation เยื่ออินดูเซียเปิดออกทางด้านนอก
กระจายพันธุ์อยู่ในแถบภาคใต้ของไทยลงไปถึงมาเลเซีย หมู่เกาะชวา ในบ้านเราพบที่ ระนอง ยะลา
เฟินชนิดนี้ในธรรมชาติมักอาศัยอยู่ตามดินลาดเนินเขา ริมลำธารน้ำไหล ในป่าดิบชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง MSL ปานกลาง
ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น ตั้ง หรือล้มเอน มีใบจำนวนน้อยออกที่ยอดเหง้า เกล็ดที่เหง้า รุปแคบ ขนาด 13:12 มม. สีน้ำตาลเข้ม สีเดียว ขอบเป็นหยักซี่ฟันเล็กๆ
ก้านใบ ยาวได้ถึง 65 ซม. สีน้ำตาล ช่วงล่างสีเข้มกว่า ผิวบนเป็นร่องตามแนวแกน
ใบ ใบประกอบขนนกปลายคี่ รูปขอบขนาน ขนาดใน ยาว 40-60 ซม. กว้าง 20 ซม. แกนหลักกลางใบ ผิวบนเป็นร่อง มีขนเล็กๆ บ่อยครั้งพบเกิดต้นอ่อนที่จัดตัดแกนหลังกลางใบกับแกนใบย่อย
ใบย่อยด้านข้าง 4-5 คู่ ใบย่อยช่วงบนขนาดเล็กกว่า กางเฉียงขึ้น มีก้านสั้นๆ รูปขอบขนาน ปลายแหลมยาวเป็นหาง โคนมนกลม ของกึ่งเรียบ หรือหยักฟันเลื่อยในช่วงบนๆ ขนาด 20 : 5.5 มม.
เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ ผิวเกือบเกลี้ยง แกนกลางใบย่อยนูนด้านล่าง ด้านบนเป็นร่องมีขน เส้นใบ เป็นเส้นอิสระ แตกแขนงหลายคร้ง
กลุ่มสปอร์ รูปยาวตามแนวเส้นใบ ขนาดยาวสุดอยู่ฝั่งบนของเส้นใบ ปกติเกิดทั้งสองฝั่งของเส้นใบ เยื่ออินดูเซียบาง สีน้ำตาล
ในบ้านเราพบทางภาคใต้ ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไปถึงยะลา มาเลเซีย
Diplazium cordifolium Bl.
ลักษณะทั่วไปของเฟินชนิด ลำต้นเป็นเหง้า สั้น ตั้งหรือล้มเอน ที่ปลายยอดเหง้าปกคลุมด้วยเกล็ด เหง้าอ้วนราว 5 มม. ลักษณะ เกล็ดเป็นแผ่นแคบ 8:1 มม. สีน้ำตาล ขอบเรียบ ลักษณะก้านใบ ยาว 30-60 ซ.ม. สีฟาง หรือสีน้ำตาลที่บรเวณช่วงโคน เกล็ดกางชี้ขึ้น กลางเก,้ดเป็นร่องยาวตามแกน
ลักษณะใบ มีทั้งแบบใบเดี่ยวปกติและใบประกอบขนนกปลายคี่ จึงแบ่งเป็น 2 สายพันธุ์ย่อย คือ
D. cordifolium cv. pariens (Copel) C. Chr.
แบบใบเดี่ยวปกติ เป็นรูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม โคนใบมนเว้าเข้า
แบบหัวใจ ปลายสอบแหลม ขอบใบค่อนข้างเรียบ ถึงเป็นคลื่น ขนาดใบโตได้ถึง
30 : 13 ซ.ม. แผ่นใบหนาเหมือนแผ่นหนัง แกนใบด้านล่างปูดนูนเห็นได้ชัด
ผิวหน้าเรียบ ลายเส้นเป็นร่องจมลงในเนื้อใบ แตกสาขาไม่มากนัก จรดโค้งเข้าหาขอบใบ
มี gemmae เชื่อมระหว่างแกนใบกับก้านใบ มีต้นอ่อนเกิดได้
D. cordifolium cv. integrifoilium (Blume) Mitsuta
แบบใบประกอบปลายคึ่ มีจำนวนคู่ใบย่อยด้านข้างแกนใบไม่มาก ใบย่อยขอบหยักเป็นซี่ฟัน
มี gemmae เกิดขึ้นที่จุดต่อแกนกลางใบย่อยกับแกนใบหลัก เส้นใยใบทำมุม
45-55 องศา กับแกนกลางใบย่อย
อับสปอร์ เป็นรูปยาวขนานไปกับเส้นใยใบ ยาวได้ถึง 4 ซ.ม. หรือมากกว่า เกิดขึ้นทั้งสองข้างของแผ่นใบ มีเยื่ออินดูเซีย แต่หลุดร่วงไปง่าย
เฟินชนิดนี้ ในธรรมชาติมักพบอยู่ตามดินทราย บริเวณที่มีร่มเงา ตามลาดเนินเขาในป่าที่ชุ่มชื้น ระดับความสูงไม่มากนักถึงความสูงปานกลาง กระจายพันธุ์อยู่ใน ไทย มาเลย์ อินโดนีเซีย และไปถึงหมู่เกาะโซโลมอนด้านตะวันออก ในบ้านเรามีรายงานพบที่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง นราธิวาส และยะลา
D. donianum เป็นเฟินดิน ในธรรมชาติมักพบอยู่บริเวณเชิงเขา ที่มีร่มเงา สว่าง หรือในป่าดิบชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูงไม่มาก ขึ้นไปถึงระดับ 800 ม. MSL
ลักษณะทั่วไป คล้าย D. bantamense แตกต่างที่ D. donianum เหง้าเลื้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 มม. สีออกดำ มีเกล็ดตอนที่เหง้ายังอ่อน ใบย่อยด้านข้าง 1-4 คู่ มีก้านชัดเจน ยาวมากกว่า 5 มม. โคนใบรูปลิ่ม เนื้อใบหนา หรือบางเหมือนกระดาษ แกนหลักกลางใบไม่สร้างตาต้นอ่อน กลุ่มสปอร์ ปกติรูปยาว เรียงตัวตลอดเส้นใบ
D. donianum กระจายพันธุ์ ตั้งแต่ อินเดียตอนเหนือ จีนตอนใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่นภาคเหนือ ลงมาถึงแถบภูมิภาคตอนใต้ของจีน ในบ้านเราพบตามดอย เชียงใหม่ เลย นครนายก ตราด นครศรีธรรมราช
Diplazium esculentum (Retz.) Sw.
Common name : Paco Fern
ชื่ออื่น : กูดคึ (เหนือ), กูดกิน ผักกูด (กลาง), ผักกูดขาว (ชลบุรี),
กูดน้ำ (แม่ฮ่องสอน), หัสดำ (นครราชสีมา, สุราษฎร์ธานี), ไก้กวิลุ ปู่แปลเด๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
เฟินชนิดนี้เป็น ผักกูด ชนิดหนึ่งในบรรดาผักกูดที่มีหลายชนิด และเป็นที่นิมนำมากินกันทั่วไป
ในธรรมชาติเฟินชนิดมักอยู่ตามบริเวณที่ลุ่มชุ่มน้ำ ริมลำธาร หนองบึง ในพื้นที่เปิดโล่ง หรือมีร่มเงาบ้าง ที่ระดับความสูงไม่มากถึงสูงปานกลาง ต่ำกว่า 800 ม. MSL
ลักษณะทั่วไป : เป็นเฟินขนาดใหญ่ มีเหง้าตั้งตรง สูงได้มากกว่า 1.0 ม. ใบออกมาจากยอดเหง้า เกล็ดที่เหง้า ขนาด 10 : 1.2 มม. สีน้ำตาลเข้ม ขอบสีดำ ขอบหยักซี่ฟัน
ก้านใบ ยาวราว 70 ซม. ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ยาวได้มากกว่า 1.0 ม. กว้างได้ถึง 50 ซ.ม. ใบย่อย 1-2 คู่ล่าง เล็กกว่าใบย่อยช่วงกลาง ที่มีขนาดใหญ่กว่า ได้ถึง 40 : 25 ซม. ช่วงบนขนาดสอบเล็กลงทันทีเป็นปลายแหลม
ใบย่อยชั้นเล็ก ใบที่มีขนาดใหญ่กว่า มีก้านสั้นๆ หรือกึ่งไม่มีก้าน โคนใบเว้ารูปหัวใจ หรือเป็นติ่งหู ปลายสอบแหลม ขนาด 13:2.5 ซม. ขอบหยัก ลึก 1/4 ของระยะถึงเส้นกลางใบ
ที่ส่วนหยัก ปลายรูปมน ขอบเป็นฟันเลื่อย เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ
เส้นใบ แตกแขนงแบบขนนก ปลายเส้นมีถึง 10 คู่ uniting with the opposite ones forming excurrent veinlets (seemingly gonioteroid venation)
กลุ่มสปอร์ อยู่ใกล้และยาวตลอดความยาวเส้นใบส่วนปลาย often uniting with opposite ones
กระจายพันธุ์อยู่ใน เจตร้อนทั่วไปของเอเชีย ตั้งแต่ภาคกลางของจีน ภาตใต้ของญี่ฟุ่น ลงไปจนถึงหมู่เกาะแปซิฟิค ในบ้านเราพบทั่วไปในทุกภาค
Diplazium polypodioides Blume
ชื่ออื่น : กูดย่อย (เชียงใหม่)
ลักษณะ : มีเหง้าอ้วน ตั้งตรง ดูคล้ายเฟินต้น (Tree Fern) ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน่ำตาล เกล็ดเป็นหยักซี่ฟัน ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยาวได้มากกว่า 1 ม. โคนก้านใบมีเกล็ดหรือขนปกคลุมหนาแน่น ผิวเป็นหนามที่เกิดจากเกล็ดที่ร่วงไป ใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน ขอบหยักลึกและแหลม ด้านบนของใบเป็นสีเขี้ยวเข้ม ใต้ใบสีเขียวอ่อน อับสปอร์อยู่ตามเส้นใบใกล้เส้นกลาง ยาวไม่เกิน 2 มม. มีเยื่อหุ่มอินดูเซียบาง
เฟินชนิดนี้ มักพบขึ้นอยู่ตามไหล่เขาหรือชายป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง ที่ระดับ 0 - 1,300 ม. MSL กระจายพันธุ์ในอินเดียตอนใต้ ศรีลังกา ไต้หวัน และอุษาคเนย์ ในไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้
Diplazium tomentosum Bl.
ชื่อ tomentosum มาจากคำว่า toment + osum (toment, tomentum = stuffing for cushions: wool, feathers, etc และ osum = plenitude or notable development) หมายถึง ขน hairy
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน มักอยู่ตามที่ลาดเนินเขาในป่าดิบชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 800 ม. MSL
ลักษณะต้นทั่วไป เหง้าสั้น ตั้ง หรือเอน ข้างเหง้าปกคลุมด้วยรากเส้นใหญ่ เกล็ดที่เหง้า แคบ ขนาด 4:0.6 มม. เกล็ดสีเดียว สีน้ำตาลเข้ม ขอบกึ่งเรียบหรือเป็นคลื่น
ก้านใบ สีฟาง ส่วนล่างสีน้ำตาลแดง ใบปกติ ก้านยาว 15 ซม. ใบที่สร้างสปอร์ ยาวได้ถึง 35 ซม.ใบ เป็นใบประกอบขนนก-ใบย่อยหยักลึก pinnae-bipinatifid รูปขอบขนาน-กึ่งสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม ขนาดใบ 30 : 12 ซม. ใบหนาเหมือนแผ่นหนัง สีเขียวเข้ม เหลือบน้ำเงินเมื่ออยู่ในสภาพชุ่มชื้นสูง และดำเมื่อแห้ง
แกนหลักกลางใบ ปกคลุมแน่นด้วยขนหยาบและสั้น มี septa สีน้ำตาล
ใบย่อยล่างสุด กางชี้ลง รูปหอก มีก้านสั้นๆ โคนใบฝั่งบนเป็นติ่งหู ขนาด 7:2 ซม.
ใบย่อยจากช่วงกลางลงมา มีก้านสั้นๆ ใบแผ่กางออก ปลายแหลมถึงเรียวแหลม ที่โคนส่วนบนเป็นติ่งหู ส่วนล่างกลมถึงรูปลิ่ม ขอบใบหยัก 1/2 - 2/3 ระยะจากขอบถึงแกนกลาง ช่วงปลายใ เป็นหยัก โคนเชื่อมติดกัน
ส่วนหยักที่ขอบใบย่อย เฉียง รูปขอบขนาน สอบแหลมเป็นซี่ฟัน ขนาด 10:4 มม.
เส้นใบแตกสาขาแบบขนนก ปลายอิสระหรือเป็นแฉก
กลุ่มอับสปอร์ เกิดบนเส้นใบ ปกติมักอยู่ส่วนบนของเส้นใบแต่ละชุด มีเยื่ออินดูเซียแข็งและติดทน