Genus Brainea J. Smith
วงศ์ BLECHNACEAE
ชื่อ สกุล Brainea (อ่าน bra-ne-a บรา-นี-อะ) เป็นชื่อของ C. J. Graine ผู้ซึ่งบริจาคตัวอย่างพืชเป็นจำนวนมากให้กับสวนพฤกษศาสตร์ Kew จึงได้นำชื่อมาตั้งเป็นชื่อสกุลของเฟินนี้ เพื่อเป็นเกียรติ
ลักษณะทั่วไปของเฟินในสกุลนี้ มีลำต้นเป็นแท่งตั้งสูง มองดูคล้ายไม้ยืนต้น หรือเฟินต้นขนาดเล็ก (small Tree Fern) ทั้งเหง้าปกคลุมด้วยขน ใบ ไม่มีข้อ เป็นใบประกอบขนนก ใบย่อยมีหลายคู่อยู่ถี่ติดกัน ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ใบย่อยช่วงล่างขนาดสั้นใบย่อยช่วงกลาง เส้นใบอยู่ใกล้กัน แตกแขนงครั้ง หรือสองครั้ง จัดเรียงตัวเป็นชุดช่องว่างร่างแหแคบๆ ข้างแกนใบย่อย ด้านล่างใบบริเวณเส้นกลางใบและเส้นใบมีขนประปราย ใบมีสองแบบ (dimorphic) คือ ใบที่สร้างสปอร์มีลักษณะสั้นและผอมเรียวกว่าใบปกติที่ไม่มีสปอร์
กลุ่มอับสปอร์ จัดเรียงตัวเป็นเส้นตลอดตามเนวเส้นกลางใบ ไม่มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย เมื่อสปอร์แก่ฟูกระจายเต็มพื้นที่ใต้ใบ
เฟินในสกุลนี้ มีเพียงชนิดเดียว (monotypic genus) คือ กูดดอยอ้ายหมี Brainea insignis (Hook.) J. Sm. ซึ่งมีลักษณะเป็น Tree Fern ที่มีใบออกเป็นกระจุกที่ปลายยอดเหง้า จัดเรียงใบเวียนรอบ มองดูคล้ายต้นปรง จึงมีบางคนเรียก Cycad Fern
Brainea insignis (Hook.) J. Sm.
ชื่ออื่น : กูดอ้ายหมี กูดตั่ง บางคนเรียก อุ้งตีนหมี มีกว่ะ(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
กูดอ้ายหมี จัดเป็น tree fern ชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีลำต้นเป็นแท่งตั้ง หรือเอียง ยาวได้เกือบ 2 ม. มีขนหรือเกล็ดปกคลุมทั่วทั้งต้น สามารถแตกเป็นกิ่งสาขา บางต้นแตกเป็นกิ่ง จนดูรูปร่างคล้ายตัวหมี
กูดอ้ายหมี เป็นเฟินที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล คนในเมืองนิยมหามาปลูกตกแต่ง ประดับสวน ชาวบ้านจึงเก็บออกจากป่ามาขายกันเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันราคาขายในตลาดต้นไม้ ราคาสูงเพิ่มขึ้นจนถึงแพงมาก เนื่องจากหาในป่าได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
เชื่อได้ว่า กูดอ้ายหมีมีโอกาสสูญพันธุ์ไปจากป่าธรรมชาติในอีกไม่ช้านาน ประกอบกับเฟินชนิดนี้ เจริญเติบโตช้ามาก เฉลี่ยปีละ 1 - 1.5 ซม. หรือแท่งที่ยาวประมาณ 1 ม. อาจต้องใช้ระยะเวลานานนับ 10 ปี รวมทั้ง ยังไม่มีใครเลยที่เพาะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน เพื่อการค้าและการอนุรักษ์
ในธรรมชาติ เฟินชนิดนี้มักอาศัยอยู่ตามลาดเนินเขา ในพื้นที่เปิดโล่ง มีร่มเงาบ้าง ได้รับแสงแดดเต็มที่ หรืออย่างน้อยครึ่งวัน ในป่าโปร่ง ป่าดิบเขา อยู่ที่ระดับความสูง ตั้งแต่ 600 - 1200 ม. MSL
ท่านอาจารย์ ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด เคยเล่าให้ฟังว่า กูดอ้ายหมี ที่เคยพบในป่าที่มักมีไฟป่าเผาไหม้เป็นประจำ กูดดอยอ้ายหมีที่โดนไฟป่าเผาไหม้จนไหม้เกรียมทั้งต้น แต่เมื่อถึงฤดูฝนต่อไป กูดอ้ายหมีสามารถงอกใบใหม่ เจริญเติบโตต่อได้อีก
พี่คำนวณ ที่ภูเรือ จ. เลย เคยเล่าให้ฟังว่า กูดอ้ายหมี จะอยู่ตามลาดเนินเขา ที่เปิดโล่ง บางทีมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาบ้าง โตอยู่ดินและหินลูกรังสีแดง มีเศษใบไม้ผุทับถมเป็นชั้นหนาที่ผิวหน้าดิน สภาพค่อนข้างแห้ง ไม่ได้อยู่ใกล้กับลำธารน้ำตก แต่มีความชุ่มชื้นในอากาศมาก มักขึ้นอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แต่ละกล่มมีหลายแท่ง ตั้งบ้าง ล้มเอนบ้าง ระบบรากและโคนต้นฝังจมในดินไม่ลึกสักเท่าไร และพี่คำนวณตั้งใจว่า จะพยายามปกป้องอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้กูดอ้ายหมี เฟินและกล้วยไม้ในป่า อยู่คงคู่กับภูเรือตลอดไป
มีครั้งหนึ่งที่ผมเคยขับรถไปเที่ยวบนดอยสุเทพ และไปดอยอินทนนท์ ริมถนนทางขึ้น-ลงดอย บริเวณที่เปิดโล่ง แสงแดดส่องถึงได้เพียงพอ มีหลายจุดที่สามารถพบกูดอ้ายหมีอยู่ข้างทาง ซึ่งต้องขับรถให้ช้าหน่อย เพื่อคอยสังเกตต้นไม้ต่างๆ ข้างทางไปด้วย และต้องระมัดระวังไม่ขับออกนอกทาง เพราะรถอาจจะตกลงเหวได้
![[ image : HK-Trid@HKK-BKK ]](insignis_05-HK.jpg)
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเหง้าเป็นแท่งตั้ง หรือตั้งเอียง หรืองอโค้งไปมา ยาวได้มากกว่า
1-1.5 ขนาดเส้นผ่าสูนย์กลางช่วงกลางลำ ราว 20-25 ซม. หรือมากกว่า ช่วงโคนเหง้า
สามารถแตกกิ่งสาขาได้ แต่ไม่มากนัก ตลอดลำต้นมีเกล็ดปกคลุม หนาแน่นมากโดยเฉพาะบริเวณยอดเหง้า
เกล็ดที่เหง้า รูปแคบ โคนมนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 มม. ส่วนบนขนาด 30 : 0.5-0.8 มม. ขอบเรียบ ผิวเกลี้ยง เป็นเงามัน สีน้ำตาล กลางเกล็ดเป็นแถบยาวสีน้ำตาลเข้ม มีออกเป็นกระจุกที่ยอดเเหง้า และออกเป็นชุดทีละหลายใบ จัดเรียงตัวรอบ ดูคล้ายต้นปรง
ก้านใบ ยาว 15-30 ซม. อ้วนหนา สีฟาง โคนมีเกล็ดปกคลุมแน่น ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ มีใบคู่ใบย่อยด้านข้างจำนวนมาก ใบมีรูปร่างแตกต่างกัน 2 ชนิด
ใบปกติที่ไม่สร้างสปอร์รูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ปลายแหลม ขนาด 40-70 : 30
ซม. ใบย่อยอยู่ชิดกัน แผ่กางออก เฉียงเล็กน้อย รูปแถบยาว ขนาดค่อยๆ แคบลงสู่ช่วงปลาย
ปลายสุดแหลม ไม่มีก้านใบย่อย ใบย่อยช่วงปลายส่วนมากโคนเป็นครีบ ใบย่อยช่วงล่างลงมามีโคนเรูปลิ่มอย่างกว้างถึงรูปเว้าแบบหัวใจ
ขอบหยักเป็นซี่ฟันเล็กละเอียด ขนาด 15 : 1.2 ซม.
![in the garden [ image : nut-Supachai@Khon Kant ]](insignis_08-nut.jpg)
เส้นใบอยู่ใกล้กัน เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ
สีเขียวถึงเขียวซีด ด้านล่างใบบริเวณเส้นกลางใบและเส้นใบมีขนประปราย
ใบที่สร้างสปอร์ ใบแคบกว่า ใบย่อยด้านข้าง ขนาด 10 : 0.5 ซม. ใบอ่อนออกใหม่เป็นสีส้ม
สีชมพูถึงสีแดง ขึ้นกับความชื้นและแสง หากแสงและความชื้นพอดี ใบอ่อนจะให้สีที่เข้มและสดกว่า
กลุ่มอับสปอร์ : จัดเรียงตัวเป็นเส้น อยู่ใต้แผ่นใบ ใกล้แกนกลางใบย่อย ไม่มีเยื่อดินดูเซียคลุมกลุ่มอับสปอร์ เมื่อสปอร์แก่ จะฟูเต็มพื้นที่ใต้ใบ เส้นไว้แต่แกนกลางใบ
การกระจายพันธุ์ : อินเดีย เนปาล จีนตอนใต้ ไต้หวัน ภูมิภาคตอนล่างของจีน พม่า ไทย ลาว มาเลเซีย ไปถึงหมู่เกาะบอร์เนียว
การปลูกเลี้ยง : ใช้เครื่องปลูกร่วนโปร่ง ระบายน้ำได้ดี เก็บความชื้นไว้ได้นาน ชอบแสงแดดอย่างน้อยครึ่งวันถึงเต็มวัน แต่ต้องมีความชุ่มชื้นในบรรยากาศด้วย การให้น้ำ ให้เปียกทั้งเครื่องปลูกและแท่งลำต้น
การขยายพันธุ์ : สามารถปาดแยกกิ่งที่แตกด้านข้างไปชำเป็นต้นใหม่ได้ หรือเพาะจากสปอร์ จากประสบการณ์ที่เคยเพาะ ขึ้นง่ายไม่ยาก แต่โตช้า กว่าจะได้เห็นต้นเป็นต้นใหญ่ และ่ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าีใครเพาะขยายพันธุ์จากสปอร์ออกมาจำหน่าย ส่วนมากเป็นต้นที่เก็บจากป่ามาขายกัน
กูดดอยอ้ายหมี ปัจจุบันมีจำนวนลดน้อยลงจากป่าธรรมชาติ จนน่าวิตก นอกจากมีผู้นิยมนำมาปลูกประดับสวนตามบ้านเรือน ซึ่งเป็นต้นที่เก็บมาจากป่าธรรมชาติกันเป็นจำนวนมาก ดังที่ได้เล่าไว้ข้างต้น และยังมีการนำส่งออกไปขายยัง ตปท. อีกปีละมากๆ จนน่าเป็นห่วง ประกอบกับสภาพป่าถิ่นที่อยู่อาศัยในธรรมชาติถูกแผ้วถางทำลายอีกอย่างมหาศาล อีกทั้งไม่มีการเพาะขยายพันธุ์เพื่อการค้าเลย
ในประเทศจีนได้ประกาศให้เป็นพืชคุ้มครองใน Catalogue II ส่วนในประเทศไทย ยังไม่ได้มีการออกกฏหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองกูดอ้ายหมีแต่อย่างใด เพราะบรรดา สส. ท่านมัวแต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อหาทางฟอกความผิดซื้อเสียงเลือกตั้งให้กับพรรคพวกตน ไม่ต้องโดนยุบพรรค หรืออกฏหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตนและพวกพ้อง ออกกฏหมายแปลงค่าสัมประทานไปเป็นภาษีสรรพสามิต เพื่อประหยัดเงินที่จะต้องจ่ายให้กับประเทศของตัวเอง หรือลดภาษีเฉพาะสินค้าในกลุ่มธุรกิจญาติพี่น้อง เพื่อให้สินค้าของพวกตนเองขายได้ถูกลงและขายได้ปริมาณมากๆ เช่น พวกรถยนต์และอะหลั่ย หรือออกกฏหมายให้สถาบันการเงินผ่อนปรนกฏระเบียบการปล่อยกู้ เพื่อให้ประชาชนกู้เงินได้ง่าย และนำเงินกู้ไปซื้อสินค้าในเครือข่ายของพวกตน เช่น โทรศัพท์มือถือ รถมอเตอร์ไซค์ หรือคอมพิวเตอร์โน๊คบุ๊คเอื้ออาทร ฯลฯ
![[ image : HK-Trid@HKK-BKK ]](mutant_01-HK.jpg)
![[ image : HK-Trid@HKK-BKK ]](mutant_02-HK.jpg)
![[ image : HK-Trid@HKK-BKK ]](mutant_03-HK.jpg)
![[ image : HK-Trid@HKK-BKK ]](mutant_04-HK.jpg)