Genus Woodwardis J.E. Smith
วงศ์ BLECHNACEAE

ชื่อ สกุล Woodwardia (อ่าน wud-ward-i-a วู๊ด-ว๊าด-ดิ-เอ) เป็นชื่อที่ตั้งเพื่อให้เกียรติกับ Thomas Jenkinson Woodward (1745-1820) นักวิทยาศาสตร์ สาขาพฤกษศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญในด้านการศึกษาพืชกลุ่มสาหร่าย

เฟินสกุลนี้ ชื่อสามัญ เรียกว่า Chain Ferns หรือเฟินโซ่ ซึ่งเรียกตามลักษณะของกลุ่มอับสปอร์ที่มีลักษณะ เป็นท่อนๆ เรียกต่อแถวกันเหมือนเส้นโซ่

ลักษณะทั่วไป เฟินในสกุลนี้ส่วนมากเป็นเฟินดิน ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ทรงพุ่มโปร่ง ชอบขึ้นตามหน้าผาดิน หรือภูเขาระดับสูง ลำต้นเป็นเหง้าสั้น ตั้งตรง มีบางชนิดเหง้าผอมและเลื้อย ปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดยาว สีน้ำตาล ขอบเรียบ ลักษณะใบ ก้านใบ เรียบ หรือมีเกล็ด ไม่มีข้อต่อกับตัวเหง้า ภายในมีท่อลำเลียงมากกว่า 3 กลุ่ม หลายชนิดส่วนมากมีใบขนาดใหญ่ น้ำหนักมากจนเรี่ยปกดิยน ลักษณะเป็นใบเดี่ยวปกติ ใบประกอบแบบขนนก ถึงแบบขนนก 2 ชั้น หรือมีขอบใบแฉกลึกเหมือนขนนกอีกชั้น ใบรูปร่างเป็นสามเหลี่ยมฐานก้าง เส้นใบเป็นร่างแห ไม่มีปลายเส้นใบหยุดในช่องว่างร่างแห บางชนิดเกิดต้นอ่อนบนใบที่โตเต็มที่ บริเวณชิดเส้นกลางใบ บนใบสร้างสปอร์ กลุ่มอับสปอร์รูปยาว หรือรูปขอบขนาน เรียงตัวเป็นแถวยาว มีช่วงเว้นวรรค เกิดทั้งสองข้างของเส้นกลางใบและเส้นกลางส่วนแฉก แต่ละกลุ่มมีเยื่ออินดูเซียมปิด และเมื่อสปอร์แก่ เปิดตามยาวฝั่งเส้นกลางใบย่อย ไม่เปิดฝั่งริมขอบใบ

เฟินสกุลนี้ แพร่กระจายอยู่ในธรรมชาติกว้างขวางในหลายประเทศ ส่วนมากอยู่ในภูมิภาคที่มีอากาศเย็นชื้น ซึ่งมีอยู่ราว 12-14 ชนิด และมีลูกผสมของเฟินใสกุลนี้อีก 3 ชนิด กระจายอยู่ใน เอเชียตะวันออก ยุโรปแถบเมดิเตอเรเนียน และอเมริกาตอนเหนือ-ตอนกลาง ในบ้านเรามีบันทึกรายงานพบ 2 ชนิด

ชนิดเฟินในสกุลนี้ ที่พบในบ้านเรา

1. Rhizome creeping, stipe distal; frond dimorphic, fertile frond with 3-5 pairs of lateral pinnae, pinnae shallowly lobed. Sori linear-oblong, along costa and costular areoles - W. harlandii

2. Rhizome stout, erect, stipe tufted, frond monomorphic, with 7 - 20 pairs of lateral pinnae, pinnae deeply lobed. Sori oblong, discret, along costular areoles - W. japonica

อ้างอิง : Boonkerd, T. and Pollawatn, R. 2004. “A revised taxonomic account of the fern genus Woodwardia (Blechnaceae) in Thailand”. Thai For. Bull. (Bot.) 32: 1-5.

Woodwardia harlandii Hook.

เฟินชนิดนี้ ใน Flora of Thaiand 1988 ไม่ได้บันทึกการพบในบ้านเรา ต่อมาได้มีการค้นพบเฟินชนิดภายหลัง ดูอ้างอิง Thai For. Bull. (Bot.) 32: 1-5.

ในป่าธรรมชาติ เฟินชนิดนี้อาศัยอยู่ตามพื้นดิน หรือลาดเนินเขา บริเวณที่ได้รับแสงแดดปานกลาง ในป่าดิบเขาที่ชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 1,200 ม. MSL

ลักษณะทั่วไป เป็นเฟิน ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เหง้าเลื้อย มีเกล็ดขนาดเล็กปกคลุม เกล็ดรูปหอกอย่างกว้าง ขอบเรียบ เหง้ามีก้านใบออกห่างกันในต้นที่โตเต็มที่ ใบมี 2 แบบ

ก้านใบ ที่โคนก้าน สีน้ำตาล-สีดำ ปกคลุมด้วยเกล็ดขนาดเล็กรูปหอกอย่างแคบ ส่วนก้านช่วงบนสีฟาง มีร่อง ในใบปกติ ก้านใบยาว 12-24 ซม. ส่วนใบสร้างสปอร์ ยาวกว่า ยาวได้ถึง 45 ซม.

ใบปกติ ยาว 24 ซม. เป็นใบเดี่ยวปกติ รูปหอก หรือเป็น 3 แฉก แบบรูปมือ โดยแฉกปลายสุดมีขนาดใหญ่สุด โคนรูปกลม ขอบใบช่วงปลายเป็นหยักซี่ฟัน ส่วนช่วงล่างเป็นหยักตื้นๆ เนื้อใบหนาเหมือนแผ่นหนัง สีเขียวอ่อน เมื่อใบแห้งเป็นสีน้ำตาลอ่อน

ใบสร้างสปอร์ ยาวได้ถึง 40 ซม. เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยที่ปลายรูปยาว ใบย่อยด้านข้าง 3-5 คู่ ออกตรงข้ามกัน เกิดห่าง ไม่เรียงชิดติดกัน  รูปร่างคล้ายคลึงกับใบย่อยที่ปลาย เป็นรูปขอบขนาน ปลายเรียวสอบแหลมยาว โคนใบไม่มีก้าน แต่เป็นครีบปีกทั้งสองข้างของแกนหลักกลางใบตรงโคนคู่ใบย่อยที่อยู่ตรงข้ามกัน ขนาดใบย่อย 2.5-3 : 20-25 ซม. เส้นใบจรดรวมกันเป็นร่างแห ใบอ่อนออกใหม่สีแดงอมส้ม

กลุ่มอับสปอร์ เป็นรูปยาว จัดเรียงเป็น 2 ทิศทาง คือ ตามเส้นกลางใบย่อยและเส้นใบย่อยหลักในอีกทิศทาง ดูคล้ายรูปกระดูกก้างปลา มีเยื่ออินดูเซียเป็นรูปยาว แคบ บาง เปิดออกตามแนวยาว

กระจายพันธุ์อยู่ใน ญี่ปุ่นนตอนใต้ จีนตอนใต้ เวียดนาม ในบ้านเราพบที่ จ. เลย [Phu Luang, T. Boonkerd 579(BCU!) 730(BCU!) & 1644(BCU!)]

Woodwadia japonica (L. f.) Sm.

ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น ตั้ง ปกคลุมด้วยเกล็ดขนาดใหญ่สีน้ำตาลแดง

ก้านใบ ยาว 25-50 ซม. มีเกล็ดที่โคนก้าน เกล็ดขนาดใหญ่ สีน้ำตาลออกแดง รูปหอก ขอบเรียบ

ใบ ขนาดใหญ่ มีแบบเดียว เป็นใบประกอบขนนกชั้นเดียวและมีขอบแฉกลึกเหมือนใบประกอบอีกชั้น รูปร่างใบเป็นรูปขอบขนาน-รูปหอก ขนาด 50-90 : 28-40 ซม. โคนตัดตรงถึงมนกลม ปลายแหลมถึงสอบแหลม ใบย่อยด้านข้าง 7-20 คู่

ใบย่อย รูปขอบขนาน-รูปหอก ไม่มีก้าน โคนตัดตรง ขอบหยักลึก 3/4 ของระยะเส้นกลางใบ ส่วนย่อยบนแต่ละฝั่งของเส้นกลางใบมีความยาวเท่ากัน ใบย่อยช่วงกลาง ขนาด 14-20 : 2-6 ซม.

กลุ่มอับสปอร์ รูปขอบขนาน เป็น 2 แถวตามแนวเส้นกลางใบย่อย ยาว 2-4 ซม. จมลงในผิวด้านล่าง เยื่ออินดูเซีย สีน้ำตาล เว้นวรรคเป็นช่วง เปิดออกทางด้านยาว

ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสามชั้น อับสปอร์เกิดเป็นแถวหรือเป็นเส้นสั้นๆ ขนานไปกับเส้นกลางใบย่อย
พบที่ พบที่ เชียงราย เชียงใหม่

เฟินชนิดนี้ ใน Flora of Thailand Vol. 3 1988 ระบุเป็น Woodwadia cochinchinensis Ching ซึ่ง นักพฤกษศาสตร์ Ching(1931) แยกให้เป็นอีกชนิดออกจาก W. japonica ตรงที่ ต้นขนาดใหญ่ กลุ่มอับสปอร์ รูปขอบขนาน ขนาดใหญ่ และเยื่ออินดูเซียเป็นแผ่นสีน้ำตาล ขอบแหว่งวิ่น และต่อมานักพฤกษศาสตร์ไทยได้ทำการตรวจสอบและปรับปรุง ชื่อให้เป็น W. japonica (ดูอ้างอิง Thai For. Bull. (Bot.) 32: 1-5.)

ที่มาเลเซีย มีอีกชนิด W. auriculata มีลักษณะที่ใกล้เคียงกับเฟินชนิดนี้

Woodwadia orientlis Swartz.
Common name : Oriental Chain Fern

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน ขนาดใหญ่ มีเหง้าสั้นตั้งตรง ล้มเอน หรือเลื้อยสั้น

ก้านใบสีเขียวอ่อน โคนก้านมีเกล็ดปกคลุม ใบอ่อนออกใหม่ที่ยังม้วนกลม มักมีเกล็ดปกคลุมหนาแน่น ใบมีขนาดใหญ่ ยาว 1.80 - 2.50ม. แผ่นใบแผ่โค้ง รูปสามเหลียมแกมรูปไข่กว้าง ปลายแหลม

ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้นและซับซ้อน
ใบย่อยด้านข้างออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน หรือเยื้องเล็กน้อย ใบย่อยแต่ละข้างจัดเรียงตัวใกล้กัน หรือมีบางส่วนเกยทับกัน

ใบย่อยด้านข้างช่วงบน รูปแถบยาว โค้งเคียวขึ้น ขอบเป็นแฉกหยักตื้นๆ ใบย่อยช่วงเกือบปลายสุดมีโคนเป็นปีกเชื่อมติดกับใบย่อยถัด ส่วนปลายสุดเป็นหางแหลมยาว ใบย่อยคู่ล่างสุดมีขนาดเล็กกว่าใบย่อยคู่บนถัดขึ้นไป

ใบย่อยคู่ใหญ่กว่าเป็นรูปหอก กางเฉียงสู่ส่วนปลาย ปลายเรียวแหลม ช่วงปลายสุดเป็นหางแหลมยาวขอบเรียบ ช่วงใกล้ปลายเป็นแฉกลึก ช่วงกลางถึงโคนมีขอบเป็นแฉกหยักลึกเหมือนใบประกอบขนนกอีกชั้น
ส่วนแฉกข้างใบย่อยเป็นรูปแถบ ปลายแหลมและเป็นโค้งเคียวหงายขึ้น ส่วนแฉกช่วงโคนใบใกล้แกนหลักกลางใบมีขนาดยาวมากสุด

ใบเหนียวและหนา เป็นเงามัน สีเขียวเข้ม และเกิดต้นอ่อนบนใบที่โตเต็มที่ ต้นอ่อนที่ยังอยู่บนใบของต้นแม่ ใบเป็นรูปรีกลม สีแดงถึงเขียวอ่อนอมแดง สามารถแยกไปปลูกเป็นต้นใหม่ได้

ต้นที่ยังเล็กอายุน้อย ใบเป็นใบเดี่ยวลักษระเหมือนใบช่วงปลายในต้นที่โตเต็มที่

กลุ่มอับสปอร์เกิดเป็นแถวขนานกับเส้นกลางใบ

กระจายพันธุ์อยู่ใน แถบหิมาลัย จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ไปจนถึงฟิลิปปินส์

การปลูกเลี้ยง : เฟินชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคที่มีอากศเย็นและช่มชื้นสูง จึงชอบอากาศเย็น แต่หากนำมาปลูกเลี้ยงในเขตร้อน หรืออย่างใน กทม ก็ยังพอได้แต่อาจไม่สวยสมบูรณ์พอ