สกุล Araiostegia
วงศ์ DAVALLIACEAE

Araiostegia มาจากภาษากรีก araios + stege (araios = thin, narrow, weak, slight และ stege = roof) นั้นก็คือ เยื่อหุ้มอินดูเซียเป็นเยื่อบางปกคลุมอับสปอร์

เฟินสกุลนี้ มีทั้งที่เป็นเฟินเกาะอาศัยตามต้นไม้้ หรือก้อนหิน อาศัยอยู่รวมกับมอส เหง้าอวบอ้วน เลื้อยยาว มีเกล็ดปกคลุมตลอดเหง้า
เกล็ดที่เหง้า เป็นรูปหอก แนบติดกับเหง้าเฉพาะที่โคน แผ่นเบาง สีน้ำตาลสีเดียว ขนาดค่อยๆ สอบเรียวจากโคนสู่ปลาย

ก้านใบ มีข้อต่อเชือมกับตัวเหง้า ภาคตัดขวางของก้านใบ มีกลุ่มท่อลำเลียง 6 กลุ่ม โดยมี 2 กลุ่มใหญ่กว่ากลุ่มอื่น
แกนหลักลางใบ มีร่องเป็นครีบสัน ไปจนถึงเส้นกลางใบหลักและเส้นกลางใบย่อย
ใบ ตัวใบรูปกึ่งสามเหลี่ยม ใบเป็นใบประกอบ แบ่งเป็นส่วนย่อยๆ หรือเป็นแฉกอย่างละเอียด เนื้อใบบาง ผิวใบเกลี้ยง

กลุ่มอับสปอร์ เป็นกลุ่มรูปกลม เกิดบริเวณปลายสุดของเส้นใบ หรือกิ่งสาขาสั้น สาขาสุดท้ายของเส้นใบและอยู่ฝั่งล่างของเส้นใบ ซึ่ีงมักอยู่ที่โคนของส่วนแฉก บนิเวณส่วนเว้าระหว่างแฉก เกือบสุดริมขอบใบ หรือไม่ถึงขอบใบ มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย ขนาดเล็ก รูปกลม หรือรูปกึ่งสามเหลี่ยม เป็นแผ่นเยื่อบางๆ แนบปิดอับสปอร์เฉพาะส่วนฐานของเยื่อ หรืออาจไม่มีเยื่ออินดูเซีย

สกุลนี้ในบ้านเรามีบันทึกรายงานไว้ 4 ชนิด (Pteridophytes in Thailand 2000; Complied by Thweesakei Boonkerd, Rossarin Pollawatn) ได้แก่

ใน Flora of Thailand (1985) มี A. dareiformis ซึ่งปัจจุบันย้ายไปเป็น Gymnogrammmitis dareiformis (Hook.) Ching ex Tardieu & C. Chr.

การจำแนกชนิด / Key to The Species

จำแนกชนิด / Key to The Species
1a Rhizome-scales broad, ovate to oblong-subdeltoid with round to acute apex, usually imbricate and not patent. Rhizome 3-5 mm diam. The lowest pinnae less than 25 cm long 2
1b Rhizome-scales broad but narrowing towards acuminate apex, at least apical half A. faberiana
     
2a Ultimate segments more than 0.5 mm broad, Indusia usually broader than long, round to moderately acute apex 3
2b Ultimate segments narrow, less than 0.5 mm broad. Indusia acuminate A. pseudocystopteris
     
3a Frond deltoid in outline, the lowest pinnae the largest. Indusia crescentric, attached only at the base, completely hidden under sori in maturity A. imbricata
3b Frond oblong or oblong-deltoid, the lowest pinnae not or hardly larger than the next above. Indusia covering the mature sori A. pulchra
     
Araiostegia faberiana (C.Chr.) Ching

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ อยู่รวมกับมอส ในป่าดิบเขาที่ชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 1900 ม. MSL.

ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-7 มม., มีเกล็ดปกคลุมแน่นตลอดเหง้า;
เกล็ดรูปขอบนาน ปลายเป็นหางยาว ขนาดเกล็ด ยาว 1 ซม. หรือมากกว่า กว้าง 4 มม. เป็นแผ่นบาง สีน้ำตาลซีด ริมขอบกึ่งเรียบ

ก้านใบ โคนก้านมีข้อต่อเชื่อมกับตัวเหง้า ผิวสีฟาง หรือออกม่วง หรือสีน้ำตาลส้มจาง ขนาดยาวไม่เกิน 20 ซม.; ตัวใบ รูปึ่งสามเหลี่ยมอย่างกว้าง ปลายสอบแหลม เป็นใบแฉกลึกเหมือนใบประกอบขนนก 4 ชั้น ขนาดใบ 50 ซม. ทั้งส่วนกว้างและยาว;
ใบย่อยที่โคนมีขนาดใหญ่สุด ขนาด 30 : 12 ซม. รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม บางครั้งที่โคนมีใบย่อยลดขนาดอีกชั้น;
ใบย่อยช่วงบน ขนาดค่อยๆ เล็กๆ แกนหลักกลางใบและกลางใบย่อยมีเกล็ดประปราย สีฟาง;
ใบย่อยชั้นเล็กสุด (ใบย่อยชั้นที่ 4) มีแฉกนิดหน่อย ส่วนแฉกรูปขอบนาน โค้งเคียวเล็กน้อย ปลายสอบแหลม ขอบเรียบ ขนาดกว้างราว 5 มม.; เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ สีเขียวอ่อน

กลุ่มอับสปอร์ ปกติอยู่ที่ส่วนเว้าระหว่างแฉกของส่วนย่อย ขนาดกว้างไม่เกิน 1.5 มม. เยื่ออินดูเซียปกคลุมกลุ่มอับสปอร์ทั้งหมด เป็นเยื่อบาง สีซีด ส่วนบนมนกลม

กระจายพันธุ์อยู่ใน จีนภาคตะวันตกเฉียงใต้ และพม่า ในบ้านเราพบที่เชียงใหม่ บนยอดดอยสูง

Araiostegia imbricata Ching

ชื่อ imbricata (อ่าน im-bri-ka-ta) แปลว่า overlapping ซึ่งหมายถึง เฟินชนิดนี้มีใบย่อยซ้อนทับแกนหลักกลางใบ

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ อยู่รวมกับมอส ในป่าดิบเขาที่ชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 900-1300 ม. MSL

ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. มีเกล็ดปกคลุมแน่น; เกล็ด รูปขอบขนาน ปลายทั้งสองข้างแหลมปานกลาง ขนาด 4 : 2 มม. ขอบเรียบ สีน้ำตาลซีด เมื่อแก่สีดำเข้มขึ้น

ก้านใบ มีข้อต่อเชื่อมที่เหง้า ขนาดสูง 1 ซม. สีเขียวถึงสีฟาง (หลังทิ้งใบ โคนก้านยังคงติดค้าง) มีเกล็ดปกคลุมประปราย ก้านใบยาว 18-25 ซม.;
ตัวใบ รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลมถึงสอบแหลม เป็นใบประกอบขนนก 4 ชั้น ขนาดใบ 40-55 : 25-40 ซม.;
ใบย่อยด้านข้าง มีมากกว่า 10 คู่ ออกเยื้องกัน ใบย่อยที่โคนขนาดใหญสุด รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ไม่สมมาตร ปลายสอบแหลมเป็นหาง โคนตัดตรง; ใบย่อยเล็กแผ่กาง หรือใบย่อยซ้อนทับกับแกนกลางใบย่อย (ที่มาของชื่อ imbricata) รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลมถึงแหลมเล็กน้อย และปลายแหลมสองข้างไม่เท่ากัน โคนรูปลิ่มสองข้างไม่เท่ากัน;
ส่วนย่อยเล็กสุด มีแฉกนิดหน่อย ส่วนแฉกขอบเรียบ ปลายแหลม กว้างราว 0.7 มม.; เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ-อ่อนนุ่ม

กลุ่มอับสปอร์ ขนาดเล็กมาก ขนาดยาว 0.5 มม. เมื่อสปอร์แก่เยื่ออินดูเซียหลบอยู่ใต้กลุ่มสปอร์

กระจายพันธุ์อยู่ใน มณฑลยูนนาน ในบ้านเรา มีรายงานพบที่ ลำพูน

Araiostegia pseudocystoperis (Kunze) Copel

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ หรือเกาะอยู่ตามโขดหินในป่าหินปูน ที่ระดับความสูง 2000 ม. MSL

ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 มม. มีเกล็ดรูปขอบขนาน-รูปไข่ ปลายกลม ขอบเรียบ แนบติดกับผิวเหง้า เป็นเยื่อบาง บางส่วนพับย่น

ก้านใบ สีฟางถึงสีน้ำตาลส้มจาง ยาว 8-15 ซม.
ตัวใบ รูปกึ่งสามเหลี่ยม ถึงรูปห้าเหลี่ยมอย่างแคบ ปลายสอบแหลม ขนาด 20 : 13 ซม. ใบเป็นใบประกอบขนนกแฉกลึกเหมือน 4 ชั้น;

ใบย่อยชั้นแรก ที่โคนมีขนาดใหญ่สุด รูปขอบขนาน-รุปกึ่งสามเหลี่ยม ไม่สมมาตร ปลายสุดสอบแหลมเป็นหาง โคนรูปลิ่มอย่างกว้าง มีก้านใบย่อย ขนาด 8 : 5 ซม.;
ใบย่อยช่วงบนถัดขึ้นมา รูปขอบขนานอย่างแคบ ขนาดค่อยๆ แคบลงสู่ช่วงปลายแหลม;

ใบย่อยเล็ก รูปสี่เหลี่ยมมน ปลายสุดมนกลมถึงแหลมเล็กน้อย โคนตัดตรงฝั่งบน และลดขนาดทางฝั่งล่าง มีก้านใบย่อยสั้นๆ หรือเกือบไม่มีก้าน;

ใบย่อยเล็กอีกชั้นบนใบย่อยชั้นที่สอง แฉกลึกเหมือนใบประกอบขนนก รูปสี่เหลี่ยมหลามตัดไม่มีก้านใบ;

ส่วนย่อยชั้นเล็กสุด เป็นแฉกจำนวนนิดหน่อย เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ ค่อนข้างหนา มีตุ่มสีเหลือง

กลุ่มอับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใบ ปกติอยู่ตรงส่วนเว้าระหว่างส่วนย่อยเล็กสุด กลุ่มอับสปอร์ขนาดเล็ก มีเยื่อหุ่มอินดูเซีย บาง สีซีดจาง รูปยาว-สอบแหลม

กระจายพันธุ์อยู่ในแถบหิมาลัย พม่าตอนบน และจีนภาคตะวันตกเฉียงใต้ ในบ้านเราพบที่เชียงใหม่

Araiostegia pulchra (D.Don) Copel
ชื่ออื่น : กูดลอง, กูดยูง

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่รวมกับมอส ตามต้นไม้หรือโขดหิน ในป่าดิบเขาที่ชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 900-2000 ม. MSL

ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยแผ่กว้าง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. มีเกล็ดปกคลุมแน่น;
เกล็ดรูปขอบขนาน ปลายทั้งข้างมนกลม ริมขอบเรียบหรือเป็นคลื่นท สีน้ำตาลซีดหรือสีเข้มกว่าบริเวณกลางเกล็ดที่แนบติดกับเหง้า

ก้านใบ โคนต่อเชื่อมกับข้อที่เหง้า ข้อสูง 1 ซม. ก้านใบเป็นท่อนกลมสีฟาง ช่วงล่างมีเกล็ดประปราย ก้านใบยาว 20 ซม.;
ตัวใบ รูปขอบขนาน ถึงขอบขนานแกมรูปกึ่งสามเหลี่ยม ใบเป็นใบประกอบขนนก 3 - 4 ชั้น ขนาดใบ 15-30 : 10-25 ซม. ;
ใบย่อยด้านข้าง มีราว 10 คู่า ใบย่อยช่วงล่างขนาดใหญ่สุด ;
ใบย่อยคู่ล่างใกล้โคน รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ไม่สมมาตร ขนาดไม่เกิน 15 : 8 ซม. มีก้านใบ

ใบย่อยเล็ก มีก้านใบย่อย รูปขอบขนาน ปลายมนถึงแหลมเล็กน้อย โคนฝั่งบนรูปลิ่มอย่างกว้าง ฝั่งล่างลดขนาน;
ใบย่อยเล็กอีกชั้น ไม่มีก้าน โคนรูปลิ่ม;
ส่วนย่อยปลายสุด ส่วนที่มีขนาดใหญ่กว่ามีแฉกจำนวนนิดหน่อย ไม่มีก้าน ปลายมนกลมถึงแหลมเล็กน้อย โคนรูปลิ่ม ส่วนแฉกว้างราว 0.5 มม. ปลายสุดแหลม;
เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ อ่อนนุ่ม ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมเหลืองถึงสีเขียวอ่อน ;

กลุ่มอับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใบ มี 1 กลุ่มที่แต่ละส่วนแฉก
เยื่ออินดูเซียขนาดเล็ก ปกติส่วนกว้างมากกว่ายาว ปลายมนกลม ขอบเรียบ เป็นแยื่อแผ่นบาง

กระจายพันธุ์อยู่ในแถบหิมาลัย ยูนานและภูมิภาคประเทศตอนล่างของจีน ในบ้านเราพบที่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่อ่องสอน ลำพูน ตาก เลย กาญจนบุรี

หน้านี้ ปรับปรุงครั้งล่าสุด พ.ย. 2552