สกุล Araiostegia
วงศ์ DAVALLIACEAE
เฟินสกุลนี้ มีทั้งที่เป็นเฟินเกาะอาศัยตามต้นไม้้ หรือก้อนหิน อาศัยอยู่รวมกับมอส เหง้าอวบอ้วน เลื้อยยาว มีเกล็ดปกคลุมตลอดเหง้า
เกล็ดที่เหง้า เป็นรูปหอก แนบติดกับเหง้าเฉพาะที่โคน แผ่นเบาง สีน้ำตาลสีเดียว ขนาดค่อยๆ สอบเรียวจากโคนสู่ปลาย
ก้านใบ มีข้อต่อเชือมกับตัวเหง้า ภาคตัดขวางของก้านใบ มีกลุ่มท่อลำเลียง 6 กลุ่ม โดยมี 2 กลุ่มใหญ่กว่ากลุ่มอื่น
แกนหลักลางใบ มีร่องเป็นครีบสัน ไปจนถึงเส้นกลางใบหลักและเส้นกลางใบย่อย
ใบ ตัวใบรูปกึ่งสามเหลี่ยม ใบเป็นใบประกอบ แบ่งเป็นส่วนย่อยๆ หรือเป็นแฉกอย่างละเอียด เนื้อใบบาง ผิวใบเกลี้ยง
กลุ่มอับสปอร์ เป็นกลุ่มรูปกลม เกิดบริเวณปลายสุดของเส้นใบ หรือกิ่งสาขาสั้น สาขาสุดท้ายของเส้นใบและอยู่ฝั่งล่างของเส้นใบ ซึ่ีงมักอยู่ที่โคนของส่วนแฉก บนิเวณส่วนเว้าระหว่างแฉก เกือบสุดริมขอบใบ หรือไม่ถึงขอบใบ มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย ขนาดเล็ก รูปกลม หรือรูปกึ่งสามเหลี่ยม เป็นแผ่นเยื่อบางๆ แนบปิดอับสปอร์เฉพาะส่วนฐานของเยื่อ หรืออาจไม่มีเยื่ออินดูเซีย
สกุลนี้ในบ้านเรามีบันทึกรายงานไว้ 4 ชนิด (Pteridophytes in Thailand 2000; Complied by Thweesakei Boonkerd, Rossarin Pollawatn) ได้แก่
- Araiostegia faberiana (C.Chr.) Ching
- Araiostegia imbricata Ching
- Araiostegia pseudocystoperis (Kunze) Copel
- Araiostegia pulchra (D.Don) Copel
ใน Flora of Thailand (1985) มี A. dareiformis ซึ่งปัจจุบันย้ายไปเป็น Gymnogrammmitis dareiformis (Hook.) Ching ex Tardieu & C. Chr.
การจำแนกชนิด / Key to The Species
| จำแนกชนิด / Key to The Species | ||
| 1a | Rhizome-scales broad, ovate to oblong-subdeltoid with round to acute apex, usually imbricate and not patent. Rhizome 3-5 mm diam. The lowest pinnae less than 25 cm long | 2 |
| 1b | Rhizome-scales broad but narrowing towards acuminate apex, at least apical half | A. faberiana |
| 2a | Ultimate segments more than 0.5 mm broad, Indusia usually broader than long, round to moderately acute apex | 3 |
| 2b | Ultimate segments narrow, less than 0.5 mm broad. Indusia acuminate | A. pseudocystopteris |
| 3a | Frond deltoid in outline, the lowest pinnae the largest. Indusia crescentric, attached only at the base, completely hidden under sori in maturity | A. imbricata |
| 3b | Frond oblong or oblong-deltoid, the lowest pinnae not or hardly larger than the next above. Indusia covering the mature sori | A. pulchra |
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ อยู่รวมกับมอส ในป่าดิบเขาที่ชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 1900 ม. MSL.
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-7 มม., มีเกล็ดปกคลุมแน่นตลอดเหง้า;
เกล็ดรูปขอบนาน ปลายเป็นหางยาว ขนาดเกล็ด ยาว 1 ซม. หรือมากกว่า กว้าง 4 มม. เป็นแผ่นบาง สีน้ำตาลซีด ริมขอบกึ่งเรียบ
ก้านใบ โคนก้านมีข้อต่อเชื่อมกับตัวเหง้า ผิวสีฟาง หรือออกม่วง หรือสีน้ำตาลส้มจาง ขนาดยาวไม่เกิน 20 ซม.;
ตัวใบ รูปึ่งสามเหลี่ยมอย่างกว้าง ปลายสอบแหลม เป็นใบแฉกลึกเหมือนใบประกอบขนนก 4 ชั้น ขนาดใบ 50 ซม. ทั้งส่วนกว้างและยาว;
ใบย่อยที่โคนมีขนาดใหญ่สุด ขนาด 30 : 12 ซม. รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม บางครั้งที่โคนมีใบย่อยลดขนาดอีกชั้น;
ใบย่อยช่วงบน ขนาดค่อยๆ เล็กๆ แกนหลักกลางใบและกลางใบย่อยมีเกล็ดประปราย สีฟาง;
ใบย่อยชั้นเล็กสุด (ใบย่อยชั้นที่ 4) มีแฉกนิดหน่อย ส่วนแฉกรูปขอบนาน โค้งเคียวเล็กน้อย ปลายสอบแหลม ขอบเรียบ ขนาดกว้างราว 5 มม.;
เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ สีเขียวอ่อน
กลุ่มอับสปอร์ ปกติอยู่ที่ส่วนเว้าระหว่างแฉกของส่วนย่อย ขนาดกว้างไม่เกิน 1.5 มม. เยื่ออินดูเซียปกคลุมกลุ่มอับสปอร์ทั้งหมด เป็นเยื่อบาง สีซีด ส่วนบนมนกลม
กระจายพันธุ์อยู่ใน จีนภาคตะวันตกเฉียงใต้ และพม่า ในบ้านเราพบที่เชียงใหม่ บนยอดดอยสูง
ชื่อ imbricata (อ่าน im-bri-ka-ta) แปลว่า overlapping ซึ่งหมายถึง เฟินชนิดนี้มีใบย่อยซ้อนทับแกนหลักกลางใบ
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ อยู่รวมกับมอส ในป่าดิบเขาที่ชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 900-1300 ม. MSL
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. มีเกล็ดปกคลุมแน่น; เกล็ด รูปขอบขนาน ปลายทั้งสองข้างแหลมปานกลาง ขนาด 4 : 2 มม. ขอบเรียบ สีน้ำตาลซีด เมื่อแก่สีดำเข้มขึ้น
ก้านใบ มีข้อต่อเชื่อมที่เหง้า ขนาดสูง 1 ซม. สีเขียวถึงสีฟาง (หลังทิ้งใบ โคนก้านยังคงติดค้าง) มีเกล็ดปกคลุมประปราย ก้านใบยาว 18-25 ซม.;
ตัวใบ รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลมถึงสอบแหลม เป็นใบประกอบขนนก 4 ชั้น ขนาดใบ 40-55 : 25-40 ซม.;
ใบย่อยด้านข้าง มีมากกว่า 10 คู่ ออกเยื้องกัน ใบย่อยที่โคนขนาดใหญสุด รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ไม่สมมาตร ปลายสอบแหลมเป็นหาง โคนตัดตรง;
ใบย่อยเล็กแผ่กาง หรือใบย่อยซ้อนทับกับแกนกลางใบย่อย (ที่มาของชื่อ imbricata) รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลมถึงแหลมเล็กน้อย และปลายแหลมสองข้างไม่เท่ากัน
โคนรูปลิ่มสองข้างไม่เท่ากัน;
ส่วนย่อยเล็กสุด มีแฉกนิดหน่อย ส่วนแฉกขอบเรียบ ปลายแหลม กว้างราว 0.7 มม.;
เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ-อ่อนนุ่ม
กลุ่มอับสปอร์ ขนาดเล็กมาก ขนาดยาว 0.5 มม. เมื่อสปอร์แก่เยื่ออินดูเซียหลบอยู่ใต้กลุ่มสปอร์
กระจายพันธุ์อยู่ใน มณฑลยูนนาน ในบ้านเรา มีรายงานพบที่ ลำพูน
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ หรือเกาะอยู่ตามโขดหินในป่าหินปูน ที่ระดับความสูง 2000 ม. MSL
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 มม. มีเกล็ดรูปขอบขนาน-รูปไข่ ปลายกลม ขอบเรียบ แนบติดกับผิวเหง้า เป็นเยื่อบาง บางส่วนพับย่น
ก้านใบ สีฟางถึงสีน้ำตาลส้มจาง ยาว 8-15 ซม.
ตัวใบ รูปกึ่งสามเหลี่ยม ถึงรูปห้าเหลี่ยมอย่างแคบ ปลายสอบแหลม ขนาด 20 : 13 ซม. ใบเป็นใบประกอบขนนกแฉกลึกเหมือน 4 ชั้น;
ใบย่อยชั้นแรก ที่โคนมีขนาดใหญ่สุด รูปขอบขนาน-รุปกึ่งสามเหลี่ยม ไม่สมมาตร
ปลายสุดสอบแหลมเป็นหาง โคนรูปลิ่มอย่างกว้าง มีก้านใบย่อย ขนาด 8 : 5 ซม.;
ใบย่อยช่วงบนถัดขึ้นมา รูปขอบขนานอย่างแคบ ขนาดค่อยๆ แคบลงสู่ช่วงปลายแหลม;
ใบย่อยเล็ก รูปสี่เหลี่ยมมน ปลายสุดมนกลมถึงแหลมเล็กน้อย โคนตัดตรงฝั่งบน และลดขนาดทางฝั่งล่าง มีก้านใบย่อยสั้นๆ หรือเกือบไม่มีก้าน;
ใบย่อยเล็กอีกชั้นบนใบย่อยชั้นที่สอง แฉกลึกเหมือนใบประกอบขนนก รูปสี่เหลี่ยมหลามตัดไม่มีก้านใบ;
ส่วนย่อยชั้นเล็กสุด เป็นแฉกจำนวนนิดหน่อย เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ ค่อนข้างหนา มีตุ่มสีเหลือง
กลุ่มอับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใบ ปกติอยู่ตรงส่วนเว้าระหว่างส่วนย่อยเล็กสุด กลุ่มอับสปอร์ขนาดเล็ก มีเยื่อหุ่มอินดูเซีย บาง สีซีดจาง รูปยาว-สอบแหลม
กระจายพันธุ์อยู่ในแถบหิมาลัย พม่าตอนบน และจีนภาคตะวันตกเฉียงใต้ ในบ้านเราพบที่เชียงใหม่
ชื่ออื่น : กูดลอง, กูดยูง
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่รวมกับมอส ตามต้นไม้หรือโขดหิน ในป่าดิบเขาที่ชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 900-2000 ม. MSL
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยแผ่กว้าง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. มีเกล็ดปกคลุมแน่น;
เกล็ดรูปขอบขนาน ปลายทั้งข้างมนกลม ริมขอบเรียบหรือเป็นคลื่นท สีน้ำตาลซีดหรือสีเข้มกว่าบริเวณกลางเกล็ดที่แนบติดกับเหง้า
ก้านใบ โคนต่อเชื่อมกับข้อที่เหง้า ข้อสูง 1 ซม. ก้านใบเป็นท่อนกลมสีฟาง ช่วงล่างมีเกล็ดประปราย ก้านใบยาว 20 ซม.;
ตัวใบ รูปขอบขนาน ถึงขอบขนานแกมรูปกึ่งสามเหลี่ยม ใบเป็นใบประกอบขนนก 3 - 4 ชั้น ขนาดใบ 15-30 : 10-25 ซม. ;
ใบย่อยด้านข้าง มีราว 10 คู่า ใบย่อยช่วงล่างขนาดใหญ่สุด ;
ใบย่อยคู่ล่างใกล้โคน รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ไม่สมมาตร ขนาดไม่เกิน 15 : 8 ซม. มีก้านใบ
ใบย่อยเล็ก มีก้านใบย่อย รูปขอบขนาน ปลายมนถึงแหลมเล็กน้อย โคนฝั่งบนรูปลิ่มอย่างกว้าง ฝั่งล่างลดขนาน;
ใบย่อยเล็กอีกชั้น ไม่มีก้าน โคนรูปลิ่ม;
ส่วนย่อยปลายสุด ส่วนที่มีขนาดใหญ่กว่ามีแฉกจำนวนนิดหน่อย ไม่มีก้าน ปลายมนกลมถึงแหลมเล็กน้อย โคนรูปลิ่ม
ส่วนแฉกว้างราว 0.5 มม. ปลายสุดแหลม;
เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ อ่อนนุ่ม ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมเหลืองถึงสีเขียวอ่อน ;
กลุ่มอับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใบ มี 1 กลุ่มที่แต่ละส่วนแฉก
เยื่ออินดูเซียขนาดเล็ก ปกติส่วนกว้างมากกว่ายาว ปลายมนกลม ขอบเรียบ เป็นแยื่อแผ่นบาง
กระจายพันธุ์อยู่ในแถบหิมาลัย ยูนานและภูมิภาคประเทศตอนล่างของจีน ในบ้านเราพบที่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่อ่องสอน ลำพูน ตาก เลย กาญจนบุรี
หน้านี้ ปรับปรุงครั้งล่าสุด พ.ย. 2552