| จำแนกชนิด / Key
to the species |
| 1a |
False veinlets present between true veins
มีปลายเส้นใบเทียมอยู่ระหว่างเส้นใบแท้ |
2 |
| 1b |
No false veins present
ไม่มีเส้นใบเทียม |
3 |
| |
|
|
| 2a |
Lamina narrowly deltoid, about twice as long as wide
ใบรูปสามเหลี่ยมอย่างแคบ ขนาดใบ ยาวเป็น 2 เท่าของกว้าง |
D. cornniculata |
| 2b |
Lamina broadly deltoid, as wide as long
ใบรูปสามเหลี่ยมอย่างกว้าง ขนาดใบ กว้างต่อยาวพอๆ กัน |
D. denticulata |
| |
|
|
| 3a |
Sori not or little longer than wide, sometimes wider than long. Rhizome-scales gradually narrowing toward apex.
กลุ่มอับสปอร์ ด้านยาวไม่มากกว่าด้านกว้าง หรืออาจกว้างกว่าเพียงเล็กน้อย บางครั้งด้านกว้างมากกว่าด้านยาว เกล็ดที่เหง้าค่อยๆ สอบแคบสู่ปลาย |
4 |
| 3b |
Sori about twice as long as wide. Rhizome-scales abruptly narrowed above the base
กลุ่มอับสปอร์ ด้านยาว มากว่าด้านกว้าง ถึง 2 เท่า เกล็ดที่เหง้าสอบเรียวลงทันทีปลายเกล็ด |
5 |
| |
|
|
| 4a |
Rhizome more than 8 mm. diam.; rhiome-scales entire. Laminar more than 40 cm long.
เหง้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 8 มม. เกล็ดที่เหง้าเรียบ แผ่นใบยาวได้มากกว่า 40 ซม. |
D. divaricata |
| 4b |
Rhizome 4-6 mm diam.; rhiome-scales ciliate. Laminar up to 25 cm long
เหง้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-6 มม. เกล็ดที่เหง้าเ็ป็นขนละเอียด ใบขนาดยาวได้ถึง 25 ซม. |
D. petelotii |
| |
|
|
| 5a |
Rhizome 3-5 mm diam. |
D. trichomanoides |
| 5b |
Rhizome more than 6 mm dia. |
D. solida |
| |
|
|

Davallia divaricata Bl. |
Davallia divaricata Bl. |
ชื่อ divaricata มาจากคำว่า
divaricatus
มีความหมายว่า
to spread, stretch apart
เฟินนาคราช D. divaricata เป็นเฟินเกาะอาศัย มักพบเกาะอยู่ตามลำต้นของต้นไม้ ตามก้อนหิน ที่มีมอสปกคลุม บริเวณใกล้ริมลำธาร หรืออยู่ตามกำแพง ในพื้นที่เปิดโล่ง ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล MSL ไม่มากนักขึ้นไปจนถึงความสูงระดับปานกลาง
ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง โตได้มากกว่า 0.8 มม. ตลอดเหง้าปกคลุมแน่นด้วยเกล็ด |

long creeping rhizome, densely scaly throughout; scales - thin large and uniformly reddish brown
|
| เกล็ดที่เหง้า รูปยาว-รูปหอก สอบแคบจากโคนสู่ปลาย ปลายสุดเป็นหางยาว ขนาดเกล็ด 15 : 2 มม. เรียบ ciliate สีน้ำตาลแดง |

The young fronds are red-brown |
ก้านใบ สีน้ำตาลแดงถึงเกือบดำ ก้านยาวได้ถึง 50 ซ.ม. เป็นแท่งกลม ผิวมีเกล็ดเล็กน้อย |
ใบ เป็นใบประกอบขนนก 4 ชั้น หรือเป็นแฉกเหมือนขนนก 4 ชั้น ตัวใบรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม ขนาดของใบ 80 : 65 ซม. เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ ผิวเกลี้ยง เส้นใยใบแตกแขนงแบบขนนก ไม่มีเส้นใบเทียม
ใบอ่อนใหม่สีน้ำตาลอมแดง |
The rachises and costae are reddis, the pinnaes and the pinules stalked |
| ใบที่สร้างสปอร์กับใบที่ไม่สร้างสปอร์ มีลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย คือ ในใบที่ไม่สร้างสปอร์เป็นแฉกได้น้อยกว่า หรือใบที่สร้างสปอร์เป็นแฉก ดูใบละเอียดกว่าใบไม่สร้างสปอร์นั้นเอง |

a sterile frond |
ใบย่อยคู่ล่างสุดมีขนาดใหญ่สุด รูปกึ่งสามเหลี่ยมแคบ โคนเป็นรูปลิ่มอย่างกว้าง มีก้านใบ ขนาด 30:40 ซม. |
ใบย่อยเล็กชั้นถัดไป ค่อยๆ สอบแคบจากโคนสู่ปลาย ปลายสุดแหลม หรือเป็นหางแหลม ส่วนโคนเป็นรูปลิ่ม 2 ข้างไม่เท่ากัน และมีก้านใบ
ส่วนปลายสุด ลักษณะมน หรือค่อยๆ สอบแหลม ขอบเป็นแฉกแหลม |
Sori - terminal on veinlet, nearly the margin of lobes, indusia cup-shaped |
| อับสปอร์ มีขนาดเล็ก เกิดที่ปลายสุดของเส้นใบ และอยู่เกือบสุดขอบของใบ ห่างจากขอบเข้าไปราว 0.2-0.4 มม. อับสปอร์นูนขึ้นถึงผิวใบด้านบน อับสปอร์มีเยื่ออินดูเซียเป็นรูปถ้วย ขนาดยาวได้ถึง 1.2 มม. และเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.7 มม. |

Sori - appearing prominent on upper surface
|
กระจายพันธุ์อยู่ตั้งแต่ พม่า, จีนตอนใต้ อุษาคเนย์ Hainan ไต้หวัน มาเลเซีย สุมาตรา ชวาและนิวกีวนี ในบ้านเรา พบที่ บุรีรัมย์ นครนายก สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ยะลา
การปลูกเลี้ยง เฟินนาคราชนี้เจริญเติบโตได้ดี ทั้งในที่มีแสงสว่างน้อยถึงที่แสงมาก ชอบเครื่องปลูกโปร่ง ระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ขังแฉะ ตัวอย่างเช่น เปลือกไม้ ถ่านไม้ สแฟกนัมมอส กาบมะพร้าว เหล่านี้เป็นต้น
ภาพประกอบ D. divaricata โดย Giffy@Chiang Mai; ปิยวุฒิ มิตรานนท์ เชียงใหม่ |
 |
Davallia petelotii Tardieu & C. Chr.
ชื่ออื่น : นาคราชทุ่งแสลงหลวง |
นาคราชชนิดนี้ พบที่ ทุ่งแสลงหลวง พิษณุโลก ที่ระดับความสูง
450 ม. MSL
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว เลื้อยไปตามผิวดิน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-6 มม. |

Scales brownish or greyish in older ones |
| เหง้าปกคลุมด้วยเกล็ดรูปลิ่มกึ่งแคบ ปลายคล้ายหางขมวด ขนาด 10 : 0.8-1.2 มม. ที่โคนเกล็ดกว้่างสุด ขอบเกล็ดเป็นเส้นขน เกล็ดสีน้ำตาล หรือเป็นสีเทาเมื่อเก่า |

|
ก้านใบ ทรงกระบอก ผิวด้านบนเป็นร่อง สองข้างของร่องเป็นสันแคบ สีำน้ำตาล ด้้านล่างสีเข้มกว่าเกือบดำ ผิวก้านเป็นเงามัน ยาวได้ถึง 25 ซม. และที่โคนก้านมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-2.5 มม. ผิวเกลี้ยง โคนก้านมีเกล็ดปกคลุมประปราย เกล็ดก้นปิด แนบติดกับผิวก้าน รูปไข่ สีน้ำตาลแดง กลางเกล็ดสีตาลเข้มเกือบดำ ปลายสอบเรียวเป็นหางยาว เกล็ดหลุดร่วงง่าย |
| ใบ รูปขอบขนานแกมรูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม ใบประกอบขนนก 3 ชั้น หรือใบย่อยหยักลึกแบบใบประกอบขนนก 4 ชั้น ใบที่สร้างสปอร์ ขนาด 25:20 ซม. ใบปกติที่ไม่สร้างสปอร์มีขนาดใหญ่กว่า |

Pinnules |
| ใบย่อยล่างใกล้โคนมีขนาดใหญ่สุด รูปกลมแกมรูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม โคนกลม มีก้านใบย่อย ยาวได้มากกว่า 1 ซม. ใบปกติขนาดยาวได้ถึง 15 ซม. |

Fertile fronds narrower than sterile fronds |
ใบย่อยชั้นที่ 2 ใบประกอบขนนก รูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายแหลม ส่วนมากขนาด 7:5 ซม. มีก้านใบย่อยเห็นได้อย่างชัดเจน |
ใบย่อยชั้นเล็กสุด รูปขอบขนานแกมรูปหอก หรือรูปเหลี่ยมข้าวหลามตัด ปลายค่อยๆ แหลม โคนรูปลิ่มอย่างแคบ duplo-serrate ขอบใบหยักลึกเหมือนใบประกอบอีกชั้น
ผิวใบเกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน สีเขียว เมื่อแห้งเป็นสีน้ำตาล เส้นใบเป็นแบบขนนก แกนหลักกลางใบและแกนกลางใบย่อย เป็นครีบสันแคบๆ ต่อเชื่อมจากใบย่อยใบถัดไป แกนนูนขึ้นตามความยาว ด้านบนสีน้ำตาล ด้านล่างสีเข้มเกือบดำ |
 |
| อับสปอร์ อยู่ที่ปลายสุดของส่วนหยัก ขนาดราว 1:0.8 มม. ส่วนปากเป็นรูปตัดหรือรูปกลม |

|
Davallia trichomanoides Blume
(trii-co-ma-noy' dees)
ชื่อสามัญ : Squirrel Foot Fern เฟินขากระรอก |
| เฟินนาคราชชนิดนี้ พักตัวในหน้าแล้ง เกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งไม้ หรือลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ในป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง 800-2000
ม. MSL. มีถิ่นกำเนิดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ |
 |
| ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 มม. มีเกล็ดปกคลุมตลอด รูปร่างเกล็ดมีลักษณะหลากหลาย ก้านใบ สีฟาง ยาวราว 10 ซม. |
 |
ใบ รูปสามเหลี่ยม หรือรูปห้าเหลี่ยมมน ค่อยๆ สอบแหลมจากโคนสู่ปลาย ขนาดใบ 18 ซม. ทั้งด้านกว้างและยาว หรืออาจยาวได้ถึง 35 ซม. เป็นใบประกอบขนนก 3 ชั้นและขอบใบย่อยเป็นแฉกลึก ทำให้ดูเหมือนใบประกอบขนนก 4 ชั้น |
| ใบย่อยชั้นแรก ชุดล่างใหญ่สุด ค่อยๆ สอบแหลมจากโคนสู่ปลายแหลม ปกติขนาด 10:6 ซม. มีก้านใบ ขนาดของใบย่อยช่วงบนถัดขึ้นไปค่อยๆ เล็กลง ใบย่อยที่มีขนาดใหญ่กว่ามีก้านสั้นๆ ถัดขึ้นไปช่วงบนไม่มีก้าน ปลายแหลมถึงแหลมปานกลาง โคนเป็นรูปลิ่ม |

var. trichomanoides |
ใบย่อยชั้นที่ 2 ไม่มีก้่านใบ ปลายมนถึงแหลมปานกลาง โคนรูปลิ่ม ขอบเป็นหยัก ปลายหยักแหลม ใบหนากึ่งแผ่นหนัง ผิวเลี้ยง สีเขียว ด้านล่างสีซีด เส้นใบแบบขนนก มองเห็นได้ยาก
อับสปอร์ อยู่ที่ปลายของเส้นใบ เยื่ออินดูเซียรูปด้วย ขนาด ยาว 2 มม. และ เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.7 มม. |
เฟินชนิดนี้ มี 2 พันธุ์
คือ พันธุ์ trichomanoides กับอีกพันธุ์ lorainii
Davallia trichomanoides var. trichomanoides
ชื้อพ้อง : Davallia bullata, Davallia canariensis
ชื่อสามัญ : Ball Fern
พันธุ์ var. trichomanoides เกล็ดที่เหง้า โคนรูปก้นปิด ค่อยๆ สอบแคบสู่ปลายรูปเรียวยาว ขอบเรียบและผิวเกลี้ยง หรือมีขนสั้นๆ ที่ขอบ สีน้ำตาลอ่อน สีของขนบนเหง้าไม่สม่ำเสมอ
ใบใหม่เป็นสีส้มแดง ส่วนปลายสุดของใบ ขอบหยักลึกมากกว่า 1/2 ของระยะขอบใบถึงแกนกลาง
ในไทย พบทางภาคเหนือ ที่เชียงราย เชียงใหม่ ภาคตะวันออก ที่นครนายก ปราจีนบุรี
และภาคใต้ นครศรีธรรมราช ตามภูเขาสูงระดับ 1000 ม. MSL. ขึ้นไป นอกจากนี้ยังพบที่
ศรีลังกา อินเดีย เนปาล (เทือกเขาหิมาลัย) มาเลเซีย อินโดนีเซีย เหมาะปลูก
และยังพบที่ เขาเขียว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปราจีนบุรี
Davallia trichomanoides var lorainii
พันธุ์ var. loranii เกล็ดที่เหง้า รูปสอบเรียวแคบลงทันทีจากโคนสู่สวนปลายเป็นหางแหลมยาว ความดกขนของเหง้าสม่ำเสมอ สีเข้ม-ดำคล้ำในเหง้าแก่
ยกเว้นที่เหง้าอ่อน, ขอบเป็นขน, ขนมีความยาวมากกว่าความกว้างของเกล็ด ที่ส่วนปลายสุดของใบ ขอบเป็นหยักตื้นๆ
กระจายพันธุ์กว้างขวาง พบตามดอยสูง ๆ เช่น ดอยตุง
เชียงราย ดอยสุเทพ เชียงใหม่ ภูเมี่ยง พิษณุโลก เขาใหญ่ นครนายก เขาขะเมา
ระยอง เขาหลวง นครศรีธรรมราช พบตามลำต้นไม้ที่มีมอสขึ้นอยู่ร่วมด้วย ในระดับ
800-1000 ม. MSL |