> DAVALLIACEAE > Davallia || Back
สกุล Davallia (dah-val' lee-ah) สกุลเฟินนาคราช
วงศ์ DAVALLIACEAE

เฟินวงศ์นี้มีชื่อสามัญเรียกว่า Foot Ferns, Rabbitsfoot, Hairsfoot, Lacy hairsfoot, Giant hairsfoot and Australian hairsfoot. ซึ่งเรียกตามลักษณะของเกล็ด หรือขนที่เหง้านั่นเอง ส่วนในบ้านเรา เรียกเฟินในสกุลนี้ว่า เฟินนาคราช ตามลักษณะของเหง้าที่เป็นเถาเลื้อย

เฟินนาคราช [ Image : Blue Jay ]

เฟินนาคราช เป็นเฟินที่มีเหง้าเลื้อยไปได้ไกล ทั้งบนพื้นดิน โขดหิน และบนต้นไม้ มักอยู่รวมกับพวกมอส หรือบนเศษซากใบไม้กิ่งไม้ หรือบนพื้นทรายที่มีอินทรีย์วัตถุมาก มักพบอยู่ใกล้บริเวณที่มีความชุ่มชื้นสูง ได้รับแสงแดดบ้างบางชั่วโมงในแต่ละวัน เป็นเฟินที่ใบสวยงาม เพิ่มลวดลายประดับป่าธรรมชาติให้ดูสวยงาม
เหง้าของนาคราช บางครั้งพบยึดเกาะติดกับต้นไม้ หรือหินที่มันเกาะอยู่อย่างแน่นหนา ด้วยระบบรากที่ออกจากเหง้าของมัน และบางครั้งจะเห็นยอดเหง้าชูขึ้นไปในอากาศ เหง้าของนาคราชปกคลุมด้วยเกล็ด หรือขนจำนวนมาก ทำให้มองดูคล้ายเท้าของสัตว์ ส่วนก้านใบ เป็นก้านผอมยาวสีเขียว โคนก้านสีดำ ไม่มีขน ใบมีทั้งชนิดหยาบ และละเอียด รูปทรงใบเป็นสามเหลี่ยม หนาคล้ายหนัง ส่วนใหญ่ใบมีสีเขียว เป็นมัน แถวของอับสปอร์ เกิดบนเส้นใบใกล้ขอบใบย่อย อับสปอร์มีรูปร่างเป็นถ้วยกลม ทีเยื่ออินดูเซียติดที่ส่วนโคนและด้านข้าง

เฟินสกุลนี้มีจำนวนราว 40 ชนิด พบทั้งในป่าเขตร้อน ไปจนถึงป่าเขตหนาว กระจายพันธุ์อยู่ใน เอเซีย อาฟริกา ออสเตเรีย โพลีนีเซีย และ ยุโรปฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ โดยมากมักพบอยู่ตามชายป่าเขตฝน ที่ใกล้ลำธาร บางชนิดเจริญเติบดตตลอดทั้งปี และมีบางชนิดพักตัวในช่วงหน้าแล้ง บางชนิดพักตัวทิ้งใบหลุดร่วงจนหมด แต่บางชนิดเติบโตอย่างช้า ๆ

เฟินนาคราช นอกจากจะมีคุณค่าในแง่ของไม้ปลูกประดับแล้ว ยังสามารถทำเป็นไม้ตัดใบ นำมาประดับทั้งใบสด และใบแห้ง หากไปที่ตลาดดอกไม้แถวปากคลองตลาด เราจะเห็นมีใบของเฟินนาคราชมาวางจำหน่ายด้วย

การจำแนกชนิด

จำแนกชนิด / Key to the species
1a False veinlets present between true veins
มีปลายเส้นใบเทียมอยู่ระหว่างเส้นใบแท้
2
1b No false veins present
ไม่มีเส้นใบเทียม
3
     
2a Lamina narrowly deltoid, about twice as long as wide
ใบรูปสามเหลี่ยมอย่างแคบ ขนาดใบ ยาวเป็น 2 เท่าของกว้าง
D. cornniculata
2b Lamina broadly deltoid, as wide as long
ใบรูปสามเหลี่ยมอย่างกว้าง ขนาดใบ กว้างต่อยาวพอๆ กัน
D. denticulata
     
3a Sori not or little longer than wide, sometimes wider than long. Rhizome-scales gradually narrowing toward apex.
กลุ่มอับสปอร์ ด้านยาวไม่มากกว่าด้านกว้าง หรืออาจกว้างกว่าเพียงเล็กน้อย บางครั้งด้านกว้างมากกว่าด้านยาว เกล็ดที่เหง้าค่อยๆ สอบแคบสู่ปลาย
4
3b

Sori about twice as long as wide. Rhizome-scales abruptly narrowed above the base
กลุ่มอับสปอร์ ด้านยาว มากว่าด้านกว้าง ถึง 2 เท่า เกล็ดที่เหง้าสอบเรียวลงทันทีปลายเกล็ด

5
     
4a Rhizome more than 8 mm. diam.; rhiome-scales entire. Laminar more than 40 cm long.
เหง้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 8 มม. เกล็ดที่เหง้าเรียบ แผ่นใบยาวได้มากกว่า 40 ซม.
D. divaricata
4b Rhizome 4-6 mm diam.; rhiome-scales ciliate. Laminar up to 25 cm long
เหง้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-6 มม. เกล็ดที่เหง้าเ็ป็นขนละเอียด ใบขนาดยาวได้ถึง 25 ซม.
D. petelotii
     
5a Rhizome 3-5 mm diam. D. trichomanoides
5b Rhizome more than 6 mm dia. D. solida
     

ตัวอย่างชนิดเฟินในสกุลนี้ ได้แก่
Davallia corniculata Moor
ชื่ออื่น : นาคราชเขาหลวง
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 mm. มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดมีผิวเป็นเงามันและมีนวล แผ่กางบ้างไม่กางบ้าง ค่อยๆ สอบแคบจากโคนสู่ปลาย ยาวได้ราว 5 มม และกว้่างได้ถึง 0.8 มม. สีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง ขอบเป็นขนเล็กละเอียด
ก้านใบ สีน้ำตาลถึงน้ำตาลอ่อน ก้านกลม ผิวเกลี้ยง ยาวได้ถึง 20 ซม.
ใบ รูปกึ่งสามเหลี่ยมอย่างแคบ ค่อยๆ สอบแคบสู่ปลายใบ ขนาดใบ 30:15 ซม. ใบเป็นใบประกอบ 2 ชั้นและเป็นแฉกแบบ 3 ชั้น
ใบย่อยล่างใกล้โคนมีก้านสั้น รูปกึ่งสามเหลี่ยม ค่อยๆ สอบแคบสู่ปลาย โคนใบรูปลิ่มกว้าง ขนาด 10:5 ซม.
ใบย่อยช่วงบน ขนาดค่อยๆ เล็กลง
ใบย่อยเล็กอีกชั้นรูปขอบขนาน ปลายแหลมถึงเรียวแหลม โคนรูปลิ่ม ขอบเป็นหยักแหลม บางครั้งส่วนหยักลึกได้ถึง 1 มม.
เนื้อใบหนาคล้านแผ่นหนัง สีเขียวอ่อน เมื่อแห้งเป็นสีน้ำตาล เส้นใบแตกสาขาแบบขนนก มีเส้นใบปลอม
อับสปอร์ ขนาดเล็ก อยู่ที่ขอบใบตรงส่วนหยัก เยื่ออินดูเซีย ขนาด 0.3 มม. ทั้งกว้างและยาว

พบเฉพาะบนเขาสูงระดับ 1,000 เมตรขึ้นไป เช่นที่ เขาหลวง นครศรีธรรมราช กระจายพันธุ์ตั้งแต่ มาเลเซีย สุมาตรา ชวา


Davallia divaricata Bl.

Davallia divaricata Bl.

ชื่อ divaricata มาจากคำว่า divaricatus มีความหมายว่า to spread, stretch apart

เฟินนาคราช D. divaricata เป็นเฟินเกาะอาศัย มักพบเกาะอยู่ตามลำต้นของต้นไม้ ตามก้อนหิน ที่มีมอสปกคลุม บริเวณใกล้ริมลำธาร หรืออยู่ตามกำแพง ในพื้นที่เปิดโล่ง ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล MSL ไม่มากนักขึ้นไปจนถึงความสูงระดับปานกลาง

ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง โตได้มากกว่า 0.8 มม. ตลอดเหง้าปกคลุมแน่นด้วยเกล็ด


long creeping rhizome, densely scaly throughout; scales - thin large and uniformly reddish brown
เกล็ดที่เหง้า รูปยาว-รูปหอก สอบแคบจากโคนสู่ปลาย ปลายสุดเป็นหางยาว ขนาดเกล็ด 15 : 2 มม. เรียบ ciliate สีน้ำตาลแดง

The young fronds are red-brown
ก้านใบ สีน้ำตาลแดงถึงเกือบดำ ก้านยาวได้ถึง 50 ซ.ม. เป็นแท่งกลม ผิวมีเกล็ดเล็กน้อย

ใบ เป็นใบประกอบขนนก 4 ชั้น หรือเป็นแฉกเหมือนขนนก 4 ชั้น ตัวใบรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม ขนาดของใบ 80 : 65 ซม. เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ ผิวเกลี้ยง เส้นใยใบแตกแขนงแบบขนนก ไม่มีเส้นใบเทียม

ใบอ่อนใหม่สีน้ำตาลอมแดง


The rachises and costae are reddis, the pinnaes and the pinules stalked
ใบที่สร้างสปอร์กับใบที่ไม่สร้างสปอร์ มีลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย คือ ในใบที่ไม่สร้างสปอร์เป็นแฉกได้น้อยกว่า หรือใบที่สร้างสปอร์เป็นแฉก ดูใบละเอียดกว่าใบไม่สร้างสปอร์นั้นเอง

a sterile frond
ใบย่อยคู่ล่างสุดมีขนาดใหญ่สุด รูปกึ่งสามเหลี่ยมแคบ โคนเป็นรูปลิ่มอย่างกว้าง มีก้านใบ ขนาด 30:40 ซม.
ใบย่อยเล็กชั้นถัดไป ค่อยๆ สอบแคบจากโคนสู่ปลาย ปลายสุดแหลม หรือเป็นหางแหลม ส่วนโคนเป็นรูปลิ่ม 2 ข้างไม่เท่ากัน และมีก้านใบ
ส่วนปลายสุด ลักษณะมน หรือค่อยๆ สอบแหลม ขอบเป็นแฉกแหลม
Sori - terminal on veinlet, nearly the margin of lobes, indusia cup-shaped
อับสปอร์ มีขนาดเล็ก เกิดที่ปลายสุดของเส้นใบ และอยู่เกือบสุดขอบของใบ ห่างจากขอบเข้าไปราว 0.2-0.4 มม. อับสปอร์นูนขึ้นถึงผิวใบด้านบน อับสปอร์มีเยื่ออินดูเซียเป็นรูปถ้วย ขนาดยาวได้ถึง 1.2 มม. และเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.7 มม.


Sori - appearing prominent on upper surface


กระจายพันธุ์อยู่ตั้งแต่ พม่า, จีนตอนใต้ อุษาคเนย์ Hainan ไต้หวัน มาเลเซีย สุมาตรา ชวาและนิวกีวนี ในบ้านเรา พบที่ บุรีรัมย์ นครนายก สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ยะลา

การปลูกเลี้ยง เฟินนาคราชนี้เจริญเติบโตได้ดี ทั้งในที่มีแสงสว่างน้อยถึงที่แสงมาก ชอบเครื่องปลูกโปร่ง ระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ขังแฉะ ตัวอย่างเช่น เปลือกไม้ ถ่านไม้ สแฟกนัมมอส กาบมะพร้าว เหล่านี้เป็นต้น

ภาพประกอบ D. divaricata โดย Giffy@Chiang Mai; ปิยวุฒิ มิตรานนท์ เชียงใหม่


Davallia denticulata
[ Image : Kitti ]

Davallia denticulata (Burm. f.) Mett. ex Kuhn
ชื่ออื่น : นาคราชใบละเอียด

ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. มีเกล็ดปกคลุมแน่นตลอด เกล็ดเป็นรูปไข่ที่โคนและสอบแคบลงเป็นรูปหางยาว แผ่กางออก ที่โคนขนาด 1.5 มม.ทั้งกว้างและยาว แนบกับผิวเหง้าบ้างแ่ผกางออกบ้าง ส่วนหาง ขนาด 5:0.2 มม. สีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม ขอบเป็นขนเล็กละเอียด
ก้านใบ เป็นก้านกลม สีน้ำตาล ผิวเกลี้ยง ยาวได้ถึง 40 ซม.
ใบ รูปกึ่งสามเหลี่ยม ค่อยๆ สอบแคบลงสู่ปลายเป็นรียวแหลม

ใบเป็นใบประกอบขนนก 4 ชั้น หรือใบประกอบขนนก 3 ชั้นและขอบหยักลึกเหมือนใบประกอบขนนก 4 ชั้น ขนาดใบ 60:50 ซม.
ใบย่อยชุดล่างใกล้โคน รูปกึ่งสามเหลี่ยม โคนรูปลิ่มอย่างกว้าง มีก้านใบ ใบมีขนาด ยาว 35 ซม. และกว้าง 30 ซม.
ใบย่อยเล็กชั้นที่ 2 มีก้านใบ หรือกึ่งไร้ก้านในใบย่อยที่ใกล้ส่วนปลาย เป็นรูปขอบขนาน ถึงแกมรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลมถึงเรียวแหลม
ใบย่อยเล็กสุด หรือส่วนหยักที่ปลาย รูปขอบขนาน เฉียง ปลายมน โคนรูปลิ่มแคบและเป็นครีบ ขอบใบหยัก ปลายหยักแหลม กว้าง 0.4 มม.
เนื้อใบบางแต่แข็ง สีเขียว ด้านล่างมองเห็นเส้นใบได้ชัดเจน มีเส้นใบเทียม
อับสปอร์ ขนาดเล็ก อยู่ที่ปลายส่วนหยักริมขอบใบ เยื่ออินดูเซียรูปถ้วย ขนาด 0.7:0.4 มม ขนาดและรูปร่างอาจแปรผันได้
เฟินนาคราชชนิดนี้ มักพบอยู่ตามโขดหิน หรือบนต้นไม้ ในป่าดิบชื้นตลอดปี ในบริเวณที่ได้รับแสงแดดรำไร ที่ระดับความสูง ตั้งแต่ 200 ม. ลงมา หรือพบได้ยาก หากสูงเกินกว่า 500 ม. MSL ทั่วแทบทุกภาคของไทย ยกเว้นภาคเหนือ และยังกระจายพันธุ์ในเขตร้อน เช่น ชวา มาดากัสการ์ โพลีนีเซีย ออสเตเรีย จีนตอนใต้

Davallia petelotii Tardieu & C. Chr.
ชื่ออื่น : นาคราชทุ่งแสลงหลวง

นาคราชชนิดนี้ พบที่ ทุ่งแสลงหลวง พิษณุโลก ที่ระดับความสูง 450 ม. MSL

ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว เลื้อยไปตามผิวดิน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-6 มม.


Scales brownish or greyish in older ones
เหง้าปกคลุมด้วยเกล็ดรูปลิ่มกึ่งแคบ ปลายคล้ายหางขมวด ขนาด 10 : 0.8-1.2 มม. ที่โคนเกล็ดกว้่างสุด ขอบเกล็ดเป็นเส้นขน เกล็ดสีน้ำตาล หรือเป็นสีเทาเมื่อเก่า


ก้านใบ ทรงกระบอก ผิวด้านบนเป็นร่อง สองข้างของร่องเป็นสันแคบ สีำน้ำตาล ด้้านล่างสีเข้มกว่าเกือบดำ ผิวก้านเป็นเงามัน ยาวได้ถึง 25 ซม. และที่โคนก้านมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-2.5 มม. ผิวเกลี้ยง โคนก้านมีเกล็ดปกคลุมประปราย เกล็ดก้นปิด แนบติดกับผิวก้าน รูปไข่ สีน้ำตาลแดง กลางเกล็ดสีตาลเข้มเกือบดำ ปลายสอบเรียวเป็นหางยาว เกล็ดหลุดร่วงง่าย
ใบ รูปขอบขนานแกมรูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม ใบประกอบขนนก 3 ชั้น หรือใบย่อยหยักลึกแบบใบประกอบขนนก 4 ชั้น ใบที่สร้างสปอร์ ขนาด 25:20 ซม. ใบปกติที่ไม่สร้างสปอร์มีขนาดใหญ่กว่า
Pinnules
ใบย่อยล่างใกล้โคนมีขนาดใหญ่สุด รูปกลมแกมรูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม โคนกลม มีก้านใบย่อย ยาวได้มากกว่า 1 ซม. ใบปกติขนาดยาวได้ถึง 15 ซม.

Fertile fronds narrower than sterile fronds
ใบย่อยชั้นที่ 2 ใบประกอบขนนก รูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายแหลม ส่วนมากขนาด 7:5 ซม. มีก้านใบย่อยเห็นได้อย่างชัดเจน

ใบย่อยชั้นเล็กสุด รูปขอบขนานแกมรูปหอก หรือรูปเหลี่ยมข้าวหลามตัด ปลายค่อยๆ แหลม โคนรูปลิ่มอย่างแคบ duplo-serrate ขอบใบหยักลึกเหมือนใบประกอบอีกชั้น

ผิวใบเกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน สีเขียว เมื่อแห้งเป็นสีน้ำตาล เส้นใบเป็นแบบขนนก แกนหลักกลางใบและแกนกลางใบย่อย เป็นครีบสันแคบๆ ต่อเชื่อมจากใบย่อยใบถัดไป แกนนูนขึ้นตามความยาว ด้านบนสีน้ำตาล ด้านล่างสีเข้มเกือบดำ

อับสปอร์ อยู่ที่ปลายสุดของส่วนหยัก ขนาดราว 1:0.8 มม. ส่วนปากเป็นรูปตัดหรือรูปกลม


D. solida


Davallia solida (Forst.) Sw.
(so-li-dah')
ชื่อสามัญ : Giant Hare's-Foot, Polynesian Foot Fern
ชื่ออื่น : พญานาคราช ว่านนาคราช เนระพูสี นาคราชใบหยาบ
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6-12 มม. มีเกล็ดปกคลุมตลอด เกล็ดรูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ค่อยๆ สอบแคยสู่ปลาย ขนาด ยาว 4-5 มม. ส่วนปลายบาง สีน้ำตาลซีด มีขนแน่นและยาว 1 มม. ขนหลุดร่วงง่าย ส่วนโคนของขนสีน้ำตาลหรือเกือบดำ เหลื่อมซ้อนกัน ที่ผิวเหง้าแก่ เกล็ดมักจะเหลือเพียงส่วนโคนติดอยู่ ขนาดยาว 3 มม.
ก้านใบ สีฟางอ่อนหรือสีน้ำตาล ยาวได้ถึง 15 ซม.
ใบ รูปกึ่งสามเหลี่ยม ขนาดใบ 30 ซม. ทั้งกว้างและยาว ใบประกอบขนนก 3 ชั้น
ใบย่อย เป็นคู่ออกเยื้องกัน ใบย่อยล่างใหญ่สุด รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม มีก้านเห็นได้ชัด ใบย่อยเล็ก มีก้าน รูปขอบขนาน โคนรูปลิ่ม ค่อยสอบเรียวสู่ปลาย
ใบย่อยเล็ก ช่วงบน หรือปลายใบ รูปขอบขนานอย่างแคบ ไม่มีก้านใบ โคนรูปลิ่มอย่างแคบ ปลายใบแหลมปานกลาง แกนใบเป็นร่องเห็นได้ชัด ร่องเป็นครีบไปถคงใบถัดไป
เส้นใบมองเห็ฯได้ แต่ไม่นูนขึ้น
อับสปอร์ อยู่ที่ปลายเส้นใบ ที่ริมขอบของส่วนปลายสุด ขนาด ยาวและกว้าง 1.5 มม.
เฟินพญานาคราช เจริญเติบโตตลอดปี ไม่พักตัว สามารถเจริญเติบโตบนพื้นทราย หรือพันอยู่ตามคาคบไม้ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่โพลีนีเซีย มาเลเซียและไทย พบมากทางภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยมากมักพบตามพื้นทราย ปนใบไม้ผุ บริเวณป่าเสม็ด และยังพบได้บนคาบไม้และบนโขดหินในป่าดิบระดับ 300-500 ม. MSL.
เฟินนาคราชชนิดนี้ นิยมใช้ใบสำหรับประดับแจกันและทำใบไม้แห้ง เป็นชนิดที่นิยมมากที่สุด นอกจากนี้ ใบและเหง้าของเฟินนาคราชชนิดนี้ เป็นส่วนผสมของยาในตำรับพื้นบ้านของหลายๆ ประเทศอีกด้วย


Davallia trichomanoides Blume
(trii-co-ma-noy' dees)
ชื่อสามัญ : Squirrel Foot Fern เฟินขากระรอก
เฟินนาคราชชนิดนี้ พักตัวในหน้าแล้ง เกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งไม้ หรือลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ในป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง 800-2000 ม. MSL. มีถิ่นกำเนิดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 มม. มีเกล็ดปกคลุมตลอด รูปร่างเกล็ดมีลักษณะหลากหลาย ก้านใบ สีฟาง ยาวราว 10 ซม.
ใบ รูปสามเหลี่ยม หรือรูปห้าเหลี่ยมมน ค่อยๆ สอบแหลมจากโคนสู่ปลาย ขนาดใบ 18 ซม. ทั้งด้านกว้างและยาว หรืออาจยาวได้ถึง 35 ซม. เป็นใบประกอบขนนก 3 ชั้นและขอบใบย่อยเป็นแฉกลึก ทำให้ดูเหมือนใบประกอบขนนก 4 ชั้น
ใบย่อยชั้นแรก ชุดล่างใหญ่สุด ค่อยๆ สอบแหลมจากโคนสู่ปลายแหลม ปกติขนาด 10:6 ซม. มีก้านใบ ขนาดของใบย่อยช่วงบนถัดขึ้นไปค่อยๆ เล็กลง ใบย่อยที่มีขนาดใหญ่กว่ามีก้านสั้นๆ ถัดขึ้นไปช่วงบนไม่มีก้าน ปลายแหลมถึงแหลมปานกลาง โคนเป็นรูปลิ่ม
var. trichomanoides
ใบย่อยชั้นที่ 2 ไม่มีก้่านใบ ปลายมนถึงแหลมปานกลาง โคนรูปลิ่ม ขอบเป็นหยัก ปลายหยักแหลม ใบหนากึ่งแผ่นหนัง ผิวเลี้ยง สีเขียว ด้านล่างสีซีด เส้นใบแบบขนนก มองเห็นได้ยาก
อับสปอร์ อยู่ที่ปลายของเส้นใบ เยื่ออินดูเซียรูปด้วย ขนาด ยาว 2 มม. และ เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.7 มม.
เฟินชนิดนี้ มี 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ trichomanoides กับอีกพันธุ์ lorainii

Davallia trichomanoides var. trichomanoides
ชื้อพ้อง : Davallia bullata, Davallia canariensis
ชื่อสามัญ : Ball Fern
พันธุ์ var. trichomanoides เกล็ดที่เหง้า โคนรูปก้นปิด ค่อยๆ สอบแคบสู่ปลายรูปเรียวยาว ขอบเรียบและผิวเกลี้ยง หรือมีขนสั้นๆ ที่ขอบ สีน้ำตาลอ่อน สีของขนบนเหง้าไม่สม่ำเสมอ
ใบใหม่เป็นสีส้มแดง ส่วนปลายสุดของใบ ขอบหยักลึกมากกว่า 1/2 ของระยะขอบใบถึงแกนกลาง
ในไทย พบทางภาคเหนือ ที่เชียงราย เชียงใหม่ ภาคตะวันออก ที่นครนายก ปราจีนบุรี และภาคใต้ นครศรีธรรมราช ตามภูเขาสูงระดับ 1000 ม. MSL. ขึ้นไป นอกจากนี้ยังพบที่ ศรีลังกา อินเดีย เนปาล (เทือกเขาหิมาลัย) มาเลเซีย อินโดนีเซีย เหมาะปลูก และยังพบที่ เขาเขียว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปราจีนบุรี

Davallia trichomanoides var lorainii
พันธุ์ var. loranii เกล็ดที่เหง้า รูปสอบเรียวแคบลงทันทีจากโคนสู่สวนปลายเป็นหางแหลมยาว ความดกขนของเหง้าสม่ำเสมอ สีเข้ม-ดำคล้ำในเหง้าแก่ ยกเว้นที่เหง้าอ่อน, ขอบเป็นขน, ขนมีความยาวมากกว่าความกว้างของเกล็ด ที่ส่วนปลายสุดของใบ ขอบเป็นหยักตื้นๆ
กระจายพันธุ์กว้างขวาง พบตามดอยสูง ๆ เช่น ดอยตุง เชียงราย ดอยสุเทพ เชียงใหม่ ภูเมี่ยง พิษณุโลก เขาใหญ่ นครนายก เขาขะเมา ระยอง เขาหลวง นครศรีธรรมราช พบตามลำต้นไม้ที่มีมอสขึ้นอยู่ร่วมด้วย ในระดับ 800-1000 ม. MSL

Davallia fejeensis Hook.
(fee-gee-en' siss)
ชื่อสามัญ : Rabbit's Foot Fern
ชื่ออื่น : นาคราชฟิจิ

ถิ่นกำเนิดมาจาก ฟิจิ เป็นเฟินที่เจริญเติบโตทั้งปี ไม่พักตัว เหง้าปกคลุมด้วยขนยาวอ่อนนุ่ม ขนาดของเหง้าใหญ่ประมาณ 1.6 ซม. ขึ้นอยู่กับอายุต้นและความสมบูรณ์ ใบของนาคราชฟิจิ ใบย่อยมีขนาดเล็ก เป็นฝอย ดูอ่อนนุ่มสวยงาม เป็นนาคราชที่คนนิยมปลูกมากที่สุดก็ว่าได้ และนิยมใช้ใบการนำมาประดับแจกันด้วยเช่นกัน


Davallia fejeensis [ Image : Bank ]


เฟินนาคราชฟิจิ Davallia fejeensis [ Image : Mr. Zup]


ใบของนาคราชฟิจิ เป็นฝอยละเอียดสวยงาม
คลิกที่ภาพ ไปดูภาพใหญ่เต็มตา


Davallia fejeensis var. Plumosa
ชื่อสามัญ : Rabbit's Foot
ชื่ออื่น : ตีนกระต่าย นาคราชฟิจิใบละเอียด

เป็นนาคราชฟิจิจากหมู่เกาะทะเลใต้ โพลีนีเซีย ลักษณะเด่น คือ มีใบละเอียด สวยงาม เหง้าสีเทา มีขนสีเงินเหลือบเทา หุ้มคล้ายไหม เป็นเฟินที่โตช้า หากเลี้ยงที่ภาคกลาง ไม่สร้างสปอร์ ปัจจุบันขยายพันธุ์โดยการตัดเหง้าเป็นท่อนๆ ให้มีตา 2-3 ตาและชำในวัสดุ

เหง้ามีขนฟู ดูเหมือนขากระต่าย

ใบอ่อนออกมาใหม่ เป็นสีน้ำตาลแดงเข้ม



Davallia fejeensis var. plumosa

การปลูกเลี้ยง

ปลูกเลี้ยงในที่อากาศถ่ายเทสะดวก ได้แสงแดด 50% หรือแสงที่ได้พรางไว้บางส่วน หากต้องการนำมาปลูกเลี้ยงในอาคาร ควรหมั่นพ่นฝอยละอองน้ำให้บ่อย เพื่อให้มีความชื้นมากๆ

ภาชนะปลูก : เหมาะที่จะปลูกเป็นกระถางแขวนได้ดี เพื่อให้สามารถได้รับแสง และอากาศถ่ายเทสะดวก โดยได้ความชื้นที่ระเหยขึ้นมาจากด้านล่าง หรือจะใช้กะบะไม้แขวน ก็ได้ หรือหากจะปลูกเป็นกระถางตั้งก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน โดยเลือกกระถางระบายน้ำได้ดี อย่างกระถางปลูกกล้วยไม้ ที่มีเจาะรูด้านข้าง
นอกจากนี้ ยังเคยเห็นบางคนเอาปลูกลงในไห ปากกว้าง มีเหง้าเลื้อย ยาวห้อยออกมาจากไห ดูสวยงามดี เพราะเสน่ห์ของเฟินนาคราชอยู่ที่เหง้ายาวๆ และมีขนปกคลุม
[feje-3]
เฟินนาคราช ปลูกเลี้ยงในตอไม้เก่า ที่มีโพรงและมีรู ระบายน้ำได้ ดังในภาพบน เมื่อโตจนเหง้าเลื้อยออกมา ที่ปากโพรง ดูสวยงาม สังเกตุในภาพ เหง้าของนาคราช โตจนเลื้อยออกมาจากปากโพรงไม้
(ภาพไม่ค่อยชัดเท่าใด ขออภัยครับ)


เครื่องปลูก
เลือกวัสดุที่โปร่งและระบายน้ำได้ดี สามารถเก็บความชื้นได้ดี เช่น รากชายผ้าสีดา มอส หรือพีทมอส แต่หากใช้กาบมะพร้าวสับ ต้องคอยสังเกต เพราะหากปลูกไปนานๆ กาบมะพร้าวเสื่อม จะทำให้อุ้มน้ำได้มากเกินไป ทำให้เหง้าของเฟินเน่าได้

การให้น้ำ
ให้น้ำวันละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากอากาศแห้งมาก โดยรดให้ชุ่มทั่วบริเวณที่ปลูกเลี้ยง จะทำให้มีความชื้นในอากาศ ทำให้เฟินนาคราชสามารถโตได้เร็ว แต่หากในช่วงที่อากาศเย็น ไม่ควรรดน้ำบ่อย เพราะเฟินนาคราชจะพักตัวในหน้าหนาว ควรรดเพียงเพื่อรักษาความชื้นตลอดฤดูเท่านั้น

การขยายพันธุ์
ทำได้ทั้งเพาะสปอร์และชำเหง้า สามารถทำได้ โดยตัดเหง้าเป็นท่อนด้วยมีดคม ให้มีตาใบอย่างน้อย 2-3 ตา และหากมีรากติดไปด้วยยิ่งดี นำไปชำไว้กับดินทราย หรือทรายผสมใบไม้ผุ โดนฝังเหง้าลงประมาณครึ่งหนึ่งของความหนา อย่ากลบเหง้าจนมิด กรณีที่มีใบติดมาด้วย อาจใช้ลวดกดทับพยุงไม่ให้ก้านใบล้ม

ข้อควรระวัง
: ควรระวังอย่าให้น้ำขังแฉะ โดยเฉพาะที่ยอดเหง้า อีกทั้งสภาพอากาศที่แห้ง หรือความชื้นไม่พอจะทำให้ปลายยอดเหง้าเหี่ยวแห้งได้ อีกทั้งแมลงชอบกัดกินใบและยอดเหง้าของนาคราชด้วย

> DAVALLIACEAE > Davallia || Back