 |
Histiopteris incisa (Thumb.) J. Smith
ชื่อสามัญ : Bat's wing fern
ชื่ออื่น : กูดเกี๊ยะใบบาง, เฟินปีกค้างคาว |
ชื่อ incisa (อ่าน in-sigh-za) มาจากภาษาลาติน แปลว่า to cut into, through, up หมายถึง ขอบของใบย่อยนั้นเอง
เฟินชนิดนี้เป็นเฟินดิน ขนาดใหญ่ ใบเลื้อยพาด |
 |
| ลักษณะทั่วไป : เหง้าเลื้อยยาว ปกคลุมด้วยขนหรือเกล็ดรูปแคบ สีดำ ใบออกห่างกัน ก้านใบยาวได้ถึง 1 ม. หรือมากกว่า
สีม่วงเข้ม เป็นเงามัน โคนก้านใบขนาดอ้วนได้ถึง dia. 1.5 ซ.ม. และมีขน |

tip grow continuously and never completely unfurling |
ใบ มีขนาดใบใหญ่ เป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น - 3 ชั้น ปลายคี่ ปลายใบสามารถเจริญโตต่อไปได้เรื่อยๆ ตัวใบยาวได้ถึง
2-4 ม. หรือมากกว่า กว้าง 90 ซ.ม. ใบรูปสามเหลี่ยม มีใบย่อยเป็นคู่ออกตรงข้ามกัน |
| ใบปีนเลื้อยไปได้ด้วยใบย่อย ที่ออกตรงข้ามกัน และโคนของใบย่อยมีแกนใบที่ลดรูปเป็นหนาม
ที่ผิวของแกนหลักและแกนกลางของใบย่อย
เป็นร่องที่ผิวด้านบน
ใบย่อยชั้นแรก ขนาดยาวได้ถึง 70 ซ.ม. กว้าง 30 ซ.ม. โคนใบไม่มีก้าน หรือสั้นมากแทบไม่มี |
 |
ใบย่อยเล็กอยู่ชิดติดแกนกลางใบ ไม่มีก้านใบ ขนาด 20 : 7 ซม.
ใบย่อยเล็กสุดและใบย่อยที่ปลายสุด ขอบใบหยักตื้นถึงหยักลึก ปลายหยักมนถึงแหลม |
 |
ใบย่อยเล็กคู่ล่างสุดอยู่ชิดติดแกนหลักกลางใบ รูปร่างดูเหมือนปีกค้า่งคาว |
ผิวใบด้านหน้าเกลี้ยง สีเขียวอ่อนปนเทา ด้านล่างเป็นนวลสีขาว เนื้อใบบาง เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน เป็นร่่างแหซ้ำหลายชุด
สามารถมองเห็นชัดเจน ที่ผิวใบด้านล่าง รูปร่างของใบอาจแปรผันแตกต่างกัน ตามสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ของถิ่นที่อาศัยในธรรมชาติ หากอยู่ในสถานที่มีอากาศเย็น ผิวใบจะเป็นสีฟ้าอมเขียว |
 |
| อับสปอร์ : เรียงตัวเป็นแถวต่อเนื่อง อยู่ที่เกือบริมใบ ตามรอยหยักที่ขอบใบ แต่ไม่ถึงปลายสุดของใบ |

glaucous beneath |
อับสปอร์ไม่มีเยื่ออินดูเซีย แต่ขอบใบบริเวณรอยหยักม้วนพับลงมาปิดสปอร์ |
เฟินชนิดนี้ มักพบอยู่บริเวณ ที่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ได้รับแสงแดดพอสมควร และพื้นดินร่วนโปร่ง มีความชื้นดี มีอินทรีย์วัตถุสะสมมาก มักขึ้นอยู่รวมกับต้นไม้พุ่มเตี้ย
บริเวณชายป่าดิบชื้น ที่ระดับความสูงปานกลางจาก ระดับน้ำทะเล |

lower pinnules shape as bat's wings |
เฟินชนิดนี้กระจายพันธุ์กว้างขวาง อยู่ในพื้นที่เขตร้อน ถึงกึ่งเขตร้อน
ในส่วนต่างๆ ของโลก
การปลูกเลี้ยง : เฟินชนิดนี้ ปลูกเลี้ยงดูแลไม่ยาก ต้องการแสงรำไรถึงแสงมาก เครื่องปลูกร่วนโปร่ง
ระบายน้ำได้ดีและเก็บความชื้นได้นาน ด้วยที่มีเหง้าเลื้อยยาว ควรปลูกเลี้ยงในกระถางใบใหญ่และปลูกต่ำจากปากกระถาง หากปลูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเหมาะสมอย่างในธรรมชาติ จะสามารถเจริญเติบโตได้ดีและกระจายพันธุ์ได้เร็ว จนกระทั่งกลายเป็นวัชพืชปกคลุมไปทั่ว
การขยายพันธุ์ : สามารถขยายพันธุ์ด้วยการตัดแยกเหง้้าไปปลูก หรือโดยการเพาะจากสปอร์ |