> DENNSTAEDTIACEAE > Microlepia|| Back

สกุล Microlepia
วงศ์ DENNSTAEDTIACEAE


อับสปอร์ รูปถ้วย แนบติดด้านข้างและด้านล่าง เปิดด้านบน

สกุล Microlepia (อ่าน mi-kro-le-pi-a) ชื่อมากจากคำภาษากรีก mikros (เล็ก small) + lepis (เกล็ด scale) รวมความแปลว่า เกล็ดเล็ก หมายถึงเยื่ออินดูเซียนั้นเอง

ลักษณะทั่วไป เหง้าเป็นเส้น เลื้อย มีขนสั้นปกคุม มีใบออกใกล้ๆ กัน ก้านใบมีขน ตัวใบ เป็นใบประกอบขนนก ชั้นเดียวหรือหลายชั้น ที่ใบย่อยชั้นเล็กสุดมักเป็นรูปเฉียง ขอบจักลึกในกรณีที่มีเส้นขน ที่แกนมีร่อง ร่องเป็นครีบสัน เส้นใบอิสระ กลุ่มสปอร์เกิดที่ปลายสุดของเส้นใบ มักเกิดใกล้ริมขอบส่วนหยักของใบ เยื่ออินดูเซียค่อนข้างบาง แนบติดทางด้านข้างและที่ฐาน ทำให้ดูเป็นรูปครึ่งถ้วย มักมีขนอยู่ด้วย

เฟินในสกุลนี้ เป็นเฟินขนาดกลางถึงใหญ่ ส่วนมากเป็นเฟินดิน หายากที่เป็นเฟินเกาะอาศัย ทั่วโลกมีจำนวน 50-70 ชนิด กระจายพันธุ์อยู่ในป่าเขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก บางชนิดในสกุลนี้ มีผู้นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากปลูกเลี้ยงดูแลไม่ยาก

การจำแนกชนิดเฟินสกุล Microlepia สำหรับเฟินในไทย ดังนี้

การจำแนกชนิด / Key to the species
1a Fronds simply pinnate
ใบประกอบขนนกปกติ
1
1b Fronds bipinnate or more compound
ใบประกอบขนนก 2 ชั้นหรือมากกว่า
3
     
2a Pinnae more than 25 in pairs, serrate at margin
ใบย่อย มีมากกว่า 25 คู่ ขอบใบจักเป็นซี่ฟัน
M. hookeriana
2b Pinnae less than 20 in pairs, lobed more than 1/3 way towards costa
ใบย่อย มีน้อยกว่า 20 คู่ ขอบหยักลึกกว่า 1/3 จากขอบถึงเส้นแกน
M. calvescens
     
3a Fronds bipinnate-tripinnate
ใบประกอบขนนก 2-3 ชั้น
4
3b Fronds tripinnate or more compound
ใบประกอบขนนก 3 ชั้น หรือมากกว่า
9
     
4a Lamina 40-70 cm long, pinnules to 3 cm long
ตัวใบ ยาว 40-70 ซ.ม. ใยย่อยชั้นเล็กสุด ยาว 3 ซ.ม.
5
4b Lamina 80-130 cm long, larger pinnules more than 5 cm long
ตัวใบ ยาว 80-130 ซ.ม. ใบย่อยชั้นเล็กสุด ยาวมากกว่า 5 ซ.ม.
6
     
5a Texure herbaceous; veins not so distinct on lower surface of lobes
เนื้อใบอ่อนนุ่ม; ที่ผิวด้านล่างบริเวณส่วนหยัก มองเส้นใบไม่ชัดเจน
M. herbacea
5b Texure subcoriaceous; veins on lower surface of lobes distinctly raised, paler than the laminar
เนื้อใบ กึ่งแผ่นหนัง; ที่ผิวด้านล่างบริเวณส่วนหยัก เส้นใบนูนอย่างเห็นได้ชัด สีซีดกว่าตัวใบ
M. strigosa
     
6a Lower surface of lamina densely hairy
ผิวด้านล่างของใบ มีขนปกคลุมแน่น
7
6b Lower surface of lamina not or hardly hairy
ผิวด้านล่างของใบ แทบไม่มีหรือไม่มีขนปกคลุม
8
     
7a Plants medium-sized; larger pinnules to 12 cm long; texture papyraceous
ต้นขนาดกลาง; ใบย่อยที่มีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยอื่น ขนาดยาว 12 ซ.ม.; เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ
M. puberula
7b Plants larger; larger pinnules more than 15 cm long; texture softly papyraceous
ต้นขนาดใหญ่; ใบย่อยที่มีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยอื่น ยาว 15 ซ.ม.; เนื้อใบเหมือนกระดาษอ่อนนุ่ม
M. kurzii
     
8a Larger pinnules more than 12 cm long; soriferous lobes triangular; acute at apex; sori about 1.5 mm board
ใบย่อยที่มีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยอื่น ยาวมากกว่า 12 ซ.ม.; ส่่วนหยัก มีอับสปอร์ทำมุมสามเหลี่ยม ปลายแหลม อับสปอร์กว้าง 1.5 มม.
M. platyphylla
8b Larger pinnules up to 9 cm long; soriferous lobes ovate, round at apex; sori about 1 mm broad
ใบย่อยที่มีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยอื่น ยาวมากกว่า 12 ซ.ม.; อับสปอร์กว้าง 1 มม.
M. ridleyi
     
9a Rachis of pinnae strigose; veins distinctly raised on lower surface of lobes
แกนหลักกลางใบย่อย มีขนแข็งเอน(strigose); ที่ส่วนหยัก ผิวด้านล่างมองเห็นเส้นใบนูนชัดเจน
10
9b Rachis of pinnate pilose with soft spreading hairs or almost glabrous; veins not so distinct on lower surface of lobes
แกนหลักกลางใบย่อย มีขนยาวห่าง(pilos) ขนนุ่ม กระจายตัว หรือส่วนมากผิวเกลี้ยง; ที่ส่วนหยัก ผิวด้านล่างเส้นใบไม่ชัดเจน
M. speluncae
     
10a Frond tripinnate-quadripinnatifid, secondary pinnules obtuse, entire or subentire
ใบประกอบขนนกสามชั้นถึงขอบหยักเหมือนใบประกอบ 4 ชั้น; ใบย่อยชั้นที่สอง รูปป้าน(obtuse) ขอบเรียบหรือค่อนข้างเรียบ
11
10b Fronds quadripinnate, secondary pinnules acute, sharply incised, stips long
ขอบใบหยักเหมือนใบประกอบ 4 ชั้น จักลึก(incised)อย่างแหลม ก้านใบยาว
M. firma
     
11a Pinnules pinnate, moderately acute to acture at apex, with obtuse seconday pinnules; veins and veinlets underneath strigose, patent
ใบย่อย ค่อยสอบแหลมสู่ปลาย ใบย่อยชั้นที่สอง รูปป้าน(obtuse); ผิวด้านล่างบริเวณเส้นใบและปลายเส้นใบ มีขนแข็งเอน(strigose) กาง(patent)
M. trapeziformis
11b Pinnules less dissected especially in distal part, round to moderately acute at apex; the hairs on veins and veinlets underneath soft, more or less adpressed
ใบย่อย less dissected especially in distal part, ปลายมนถึงค่อยๆ สอบแหลม
ที่ผิวด้านล่างบริเวณเส้นใบและปลายเส้นใบ มีเส้นขนอ่อนนุ่ม มีน้อยที่แนบติด
M. taiwaniana
     

ตัวอย่างเฟินในสกุล Microlepia


Microlepia speluncae (Linn.) Moore
ชื่ออื่น :
กูดผี กูดยี โหราผักกูด โชน เนระพูสี

เฟินชนิดนี้มักพบตามพื้นที่แนวชายป่าเปิดโล่ง ตามเนินดินแห้ง มีร่มเงาและได้รับแสงแดดบ้างในบางเวลา ที่ระดับความสูงราว 1200 ม. MSL

ลักษณะทั่วไป :
เหง้า : เลื้อยปานกลาง ปลายยอดเหง้าปกคลุมแน่นด้วยขน ส่วนเก่าส่วนมากผิวเปลือย เหง้าสีน้ำตาลเข้ม ขนาดใหญ่ได้มากกว่า 7 มม.

ก้านใบ : สีฟาง หรือออกสีน้ำตาล มีขนสั้นนุ่ม หรือเกือยเกลี้ยง ยาว 50-70 ซ.ม.
ตัวใบ : เป็นใบประกอบขนนก 3 ชั้น หรือแฉกแบบ 4 ชั้น ใบขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง 70 ซ.ม. กว้าง 50 ซ.ม.

แกนกลางใบ สีฟาง หรือสีออกน้ำตาล ผิวบนเป็นร่อง มีขนมากบ้างน้อยบ้าง

ใบย่อย่ชั้นแรก ในใบที่มีขนาดใหญ่กว่า เป็นรูปขอบขนานถึงรูปกึ่งสามเหลี่ยม โคนรูปลิ่มอย่างกว้าง ขนาดใหญ่สุดเป็นใบย่อยที่ 2 หรือ 3 จากโคนขึ้นมา ค่อยๆ สอบแคบสู่ปลาย ปลายสุดแหลม มีใบย่อยเล็กอีกชั้นด้านข้างจำนวนมากกว่า 20 คู่ ขนาดของใบย่อยชั้นนี้ ยาวราว 60 ซ.ม. กว้าง 20 ซ.ม.

เส้นกลางใบย่อย ผิวด้านบนเป็นร่อง มีขนมากบ้างน้อยบ้าง ใบย่อยส่วนบนค่อยๆ ลดขนาดลง


Larger pinnae
ใบย่อยชั้นที่สอง ในใบที่มีขนาดใหญ่กว่า เป็นรูปขอบขนานแกมกึ่งสามเหลี่ยม หรือรูปขอบขนานแกมหอก ค่อยๆ สอบแคบลงสู่ปลาย โคนใบรูปลิ่มสองข้างไม่เท่ากัน ขนาดยาวได้ถึง 15 ซ.ม. กว้าง 3 ซ.ม. มีก้านใบย่อยชัดเจน
ใบย่อยชั้นเล็กสุด ขอบหยักลึกเหมือนใบประกอบย่อยลงไปอีกชั้น

ส่วนของหยัก เป็นรูปขอบขนานแกมกึ่งสีเหลี่ยม ปลายสุดมนกลมถึงแหลม โคนรูปลิ่มสองข้างไม่เท่ากัน ขนาดทั่วไป ยาว 1.5-2 ซ.ม. กว้าง 0.6-0.8 ซ.ม. ปลายสุดของส่วนหยักรูปมนกลมหรือรูปใบพาย และปลายสุดของใบย่อยรูปมนถึงแหลม ขอบเรียบ หรือเป็นคลื่นในส่วนหยักที่ใหญ่กว่า

ทั้งใบ เนื้อใบบาง อ่อนนุ่ม ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวอ่อนกว่า มีขนบนแกนและผิวใบ เส้นใบแยกสาขาแบบขนนก 1-2 ชั้น เห็นไม่ชัดทั้งด้านบนและล่าง

กลุ่มสปอร์ : ขนาดเล็ก เกิดที่ส่วนหยักของขอบใบย่อย มีเยื่ออินดูเซียรูปถ้วย มีขนรวมอยู่ด้วย

เฟินชนิดมีความผันแปรทางสัญฐานวิทยาตามแหล่งที่พบ บางครั้งพบต้นที่มีขน และบางต้นผิวเกลี้ยงไม่มีขน

ในบางตำร ระบุมี var. hancei (Prantl). C. Chr. และ var. villosisima C. Chr. แตกต่างกันที่ var. แรก ขนใต้ใบมีน้อยกว่าและอับสปอร์ใหญ่กว่า

กระจายพันธุ์ : อยู่ในเขตป่าเขตร้อน - กึ่งร้อนทั่วโลก

การปลูกเลี้ยง : เฟินชนิดนี้ปลูกเลี้ยงไม่ยาก ต้องการความชื้นมากหน่อย และได้รับแสงแดดรำไร

> DENNSTAEDTIACEAE > Microlepia|| Back