> DICKSONIACEAE > Cibotium || back

สกุล Cibotium Kaulfuss ลูกไก่ทอง
Family Dicksoniaceae
วงศ์ลูกไก่ทอง

สกุลนี้จัดเป็นกลุ่ม Tree Fern อีกชนิดหนึ่ง พบมี 12 ชนิด กระจายพันธุ์พบในอุษาคเนย์ S.E. Asia, ในฮาวาย และอเมริกาเขตร้อน เป็นเฟินเก่าแก่โบราณ ที่สุดในบรรดาเฟินชั้นสูงด้วยกัน ลักษณะทั่วไปของเฟินสกุลนี้ คือ เหง้าเป็นแท่งก้อน ปกคลุมด้วยขนยาวสีทอง ก้านใบอวบอ้วน ไม่เชื่อมติดกับเหง้า โคนก้านมีขนปกคลุมแน่น ใบมีขนาดใหญ่ เป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายใบแหลม เส้นใยใบแตกกิ่งสาขาอิสระ อับสปอร์อยู่ที่ปลายเส้นใยใบ มี 2 เยื่ออินดูเซีย


กลุ่มเฟินลูกไก่ทองที่
อฃ. เขาใหญ่ ปราจีนบุรี
[ Image : BJ ]

Cibotium barometz (Linn.) J.Smith
ฃื่อพ้อง : Thelypteris torresiana
ชื่ออื่น : เฟินลูกไก่ทอง ว่านไก่น้อย ละอองไฟฟ้า กูดผีป่า กูดพาน (เหนือ) กูดเสือ โพสี (ปัตตานี) ขนไก่น้อย (เลย) แตดลิง (ตราด) นิลโพสี (สงขลา ยะลา)
ลักษณะทั่วไป เป็นเฟินดินขนาดใหญ่ มีเหง้าเป็นแท่ง เหง้าและใบอ่อนมีขนยาวปกคลุม ขนมีสีเหลืองทองเป็นเงามัน
ก้านใบ อวบอ้วนได้ถึง 2 ซ.ม. ยาวได้มากกว่า 1.5 ม. ปกคลุมแน่นด้วยขนยาว สีเหลืองทองเป็นเงามัน ขนยาวได้มากกว่า 4 ซ.ม.

เหง้าเมื่อยาวมากมักทอดนอนไปกับผิวดิน ก้านใบชูตั้งขึ้น อยู่รวมกันที่ปลายยอด ก้านใบไม่ติดกับตัวเหง้า ตัวก้านใบอวบน้ำ มีขนยาวปกคลุมแน่นที่โคนก้านและตอนเป็นใบอ่อนงอกใหม่ ด้านหน้ามีร่องยาวไปตามความยาวก้าน ขนยาวด้านหลังแ่น่นกว่าด้านหน้า เมื่อแก่ก้านมีสีน้ำตาลถึงดำ ก้านใบ ยาวได้มากกว่า 1.5 ม. (ไม่รวมตัวใบ)
ลักษณะใบ ใบขนาดใหญ่ เป็นใบแบบประกอบแบบขนนก 3-4 ชั้น ตัวรูปขอบขนาน-กึ่งสามเหลี่ยม ปลายสอบแหลม ขนาดใบยาวได้ถึง 2 ม. และกว้างถึง 1 ม. ใบปกติ (sterlie frond) และใบสปอร์ (fertile frond) รูปร่างเหมือนกัน แกนกลางใบ เป็นสีส้มหรือน้ำตาล เป็นร่องด้านบน มีขนปกคลุมเล็กน้อย
ใบย่อยชั้นแรกด้านข้าง ใบคู่ล่างมีขนาดใหญ่สุด และคู่ถัดไปค่อยๆ เล็กลง ไปถึงปลายใบ ใบย่อยชั้นแรก รูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายแหลม
ใบย่อยสุด มีก้านใบสั้น ใบรูปขอบขนานปลายแหลม ขอบหยักลึกแบบใบประกอบขนนก

อับสปอร์เกิดบนใบย่อย มีเยื่ออินดูเซียรัดรอบเป็นรูปถ้วยกลม และเยื่ออินดูเซียมปิดฝาบน เมื่อสปอร์แก่เยื่อด้านบนเปิดออกเหมือนฝาถ้วย


กระจายพันธุ์ใน อินเดีย จีน ไทย มาเลเซีย ในบ้านเราพบทั่วไป ทางภาคเหนือ เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก ภาคอีสาน เลย ชัยภูมิ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครนายก ปราจีนบุรี ภาคตะวันออกชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และภาคใต้ ตั้งแต่ สงขลาลงไป
เฟินชนิดนี้ มักพบบริเวณป่าเปิด ชายเขาและอยู่ใกล้ลำธาร ได้รับแสงแดดเพียงพอ ในป่าที่มีความชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 500 -1500 ม. MSL.

การปลูก : เป็นเฟินดินที่ต้องการแสงแดดรำไรถึงแดดครึ่งวัน ความชุ่มชื้นในอากาศสูง และดินระบายน้ำได้ดี ชอบใบไม้ผุ แต่ไม่ควรฝังดินจนมิดยอดเหง้า

การขยายพันธุ์ : สปอร์เท่านั้น


Sori at maginal and indusia cup-shape with 2 indusium

เฟินสกุลนี้ ในมาเลเซียมี 3 ชนิด C. barometz, C. arachnoideum และ C. cumingii

The basal chromosome count of Cibotium is n=68.

> DICKSONIACEAE > Cibotium || back