 |
Cyclopetis crenata ( F'ee) C. Chr.
ชื่ออื่น : ปีกแมลงทับ (ไทย) ** ชื่อทางการค้า |
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดินขนาดเล็ก-กลาง ทรงพุ่มกลม ใบออกเวียนรอบ ในธรรมชาติมักพบอยู่บริเวณที่ชุ่มชื้น ในป่าดิบชื้นตลอดปี
ชื่อชนิด crenata มาจากคำว่า crena +atus, คำว่า crena แปลว่า notch |
 |
| ลักษณะต้นทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าสั้นตั้ง มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดมีลักษณะ บาง ขนาด 30:1.2 มม. สีน้ำตาลเข้ม ขอบหยักเป็นซี่ฟัน |
 |
ก้านใบ ยาวราว 25 ซม. มีเกล็ดปกคลุมแน่นที่โคน ส่วนบนมีเกล็ดประปราย เกล็ดสีฟางอ่อน |
ใบ รูปขอบขนานแกมรูปหอกอย่างกว้าง ขนาด 60:25 ซม. ค่อยๆ สอบแคบลงสู่โคนและปลาย
แกนหลักกลางใบ มีหุ้มแนบด้วยขนยาว ผิวด้านบนเป็นร่อง
ใบย่อยด้านข้าง มีใบย่อยจำนวนมาก อาจมากกว่า 30 คู่ |
 |
| ตัวใบย่อย ไม่มีก้าน เชื่อมติดกับแกนหลักกลางใบ ใบย่อยรูปหอก ปลายเป็นติ่งหางยาว โคนใบรูปลิ่มกว้างหรือรูปหัวใจ โคนใบฝั่งล่างทับอยู่บนแกนหลัก และโคนใบฝั่งบนอยู่ใต้แกนหลัก |
ใบย่อยช่วงกลาง มีขนาดใหญ่สุด 13 : 1.8 ซม. ใบย่อยที่ปลายสุด มีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยถัดลงมา กว้าง 2 ซม.
ใบย่อยขอบกึ่งเรียบ หรือเป็นคลื่น ใบเหมือนแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยง เส้นกลางใบนูนขึ้นทั้ง 2 ด้าน มีขนประปราย เส้นใบอิสระ แตกกิ่งสาขาช่วงโคนใบ ใบที่สร้างสปอร์ผอมรียวกว่าใบปกติ
อับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใบ ปกติจัดเรียงตัวเป็น 2-3 แถว อยู่ข้างเส้นกลางใบ เยื่ออินดูเซียขอบเรียบ รูปก้นปิด หลุดร่วงง่าย
เฟินปีกแมลงทับ (ไทย) กระจายพันธุ์ตั้งแต่ พม่า จีนตอนใต้ อุษาคเนย์ ลงไปถึงมาเลเซียฝั่งตะวันตก
ในบ้านเรามีพบที่ แม่ฮ่องสอน
นครนายก จันทบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ สตูล ยะลา
|
 |
Cyclopeltis presliana (J. Sm.) Berkeley
ชื่ออื่น : เฟินปีกแมลงทับ (ฟิลิปปินส์) **ชื่อทางการค้า |
| เฟินปีกแมลงทับ สายพันธุ์นี้ นำเข้ามา ปลูกและขยายพันธุ์ในบ้านเรา จนเป็นที่นิยมแพร่หลาย เนื่องจากปลูกเลี้ยงง่าย โตเร็ว ขยายพันธุ์เร็ว และใบเขียวเข้มเป็นเงามัน ใกล้เคียงกับสีของปีกแมลงทับ |
 |
ชนิดนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับ เฟินปีกแมลงทับ (ไทย) ที่พบในธรรมชาติบ้านเรา
ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น ตั้ง มีเกล็ดปกคลุมแน่นที่ยอดเหง้า
ก้านใบ ยาวราว 20 ซม. สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ มีเกล็ดปกคลุมแน่นที่โคน ส่วนบนมีเกล็ดประปราย |
 |
เกล็ดที่ก้าน สีฟางอ่อน รูปแคบยาว ปลายเป็นหางยาว ขอบเรียบ ขนาด 10 : 0.5 มม. คดโค้งแนบติดกับผิวก้าน |
ใบ รูปขอบขนานแกมรูปหอกอย่างแคบ ขนาด 80:25 ซม. ค่อยๆ สอบแคบลงสู่โคนและปลายใบ
แกนหลักกลางใบ ผิวก้านขรุขระ มีหุ้มแนบด้วยขนยาว กระจายประปราย สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ผิวด้านบนเป็นร่องตื้นๆ ที่ขอบของร่องเป็นสันมน
|
 |
| ใบย่อยด้านข้าง 2 ข้างอยู่เยื้องกัน มีใบย่อยจำนวนมาก อาจมากกว่า 40 คู่ ขึ้นกับขนาดของใบ และอายุต้น |
 |
ตัวใบย่อย ไม่มีก้าน โคนเชื่อมติดกับแกนหลักกลางใบ |
ใบย่อย แผ่กางออก รูปหอกอย่างแคบ ปลายสอบเรียวแหลม โค้งเคียวขึ้นไปทางปลายใบ ส่วนโคนใบรูปหัวใจ โคนใบฝั่งล่างเกยทับอยู่บนแกนหลัก และโคนใบฝั่งบนอยู่ใต้แกนหลัก
เส้นกลางใบนูนขึ้นทั้งสองด้าน ด้านใต้มีขนประปราย สีฟางอ่อน
ขอบใบกึ่งเรียบหรือเป็นคลื่น
|
 |
เนื้อใบหนา ผิวหน้าเกือบเกลี้ยง สีเขียวเข้ม เป็นเงามันเหมือนแผ่นหนัง
ด้านล่างสีเขียวอ่อนและด้าน เส้นใบอิสระ แตกแขนง ปลายเส้นใบจรด หรือเกือบจรดถึงริมขอบใบ พอมองเห็นได้บ้าง |
 |
ใบย่อยช่วงกลาง มีขนาดใหญ่สุด 8 : 2.0 ซม. |
ใบย่อยที่ปลายสุด ขนาดเล็กสุด รูปหอกปลายแหลม โคนไม่เป็นรูปหัวใจแบบใบย่อยส่วนล่าง คือ โคนด้านขวาแฉกลึกเกือบถึงแกน ส่วนแฉกรูปหอก ปลายมน-แหลม
โคนด้านซ้ายตัดตรง หรือลดขนาด |
 |
| ใบย่อยด้านล่างใกล้โคน หลายคู่ เป็นรูปหอกฐานกว้าง ปลายมนถึงแหลม แผ่กางชี้ลงทางโคนใบ |
ใบอ่อนใหม่ มีสีม่วงอมน้ำตาลหรือดำ เมื่อใบโตเต็มที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มปีกแมลงทับ ใบที่สร้างสปอร์รูปร่างไม่แตกต่างกับใบปกติที่ไม่สร้างสปอร์
อับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใบ ปกติจัดเรียงตัวเป็น 2 แถว อยู่ข้างเส้นกลางใบ เยื่ออินดูเซียขอบเรียบ กลม รูปก้นปิด หลุดร่วงง่ายเมื่อสปอร์แก่
เฟินชนิดนี้ ปลูกเลี้ยงดูแลง่ายและโตเร็ว เครื่องปลูกระบายน้ำดี
ชอบความชื้นในอากาศสูง
อยู่ร่มถึงแสงรำไร
|