> DRYOPTERIDACEAE > Dryopteris || < Back

สกุล Dryopteris
วงศ์ DRYOPTERIDACEAE


[Image : Trid @ HK ]

เฟินในสกุล Dryopteris เป็นเฟินพุ่มขนาดกลางถึงใหญ่ ลักษณะทั่วไปของเฟินสกุลนี้ ลำต้นเป็นเหง้าสั้น ตั้งหรือล้มเอน หรืออ้วนสั้น ปกคลุมด้วยเกล็ด ลักษณะเกล็ดส่วนมากเป็นแผ่นแกว้างและขอบเรียบ ก้านใบเจริญออกมาจากยอดเหง้า มีเกล็ดปกคลุม ตัวใบส่วนมาก ฐานกว้าง ใบประกอบขนนก ใบบางเหมือนกระดาษ ถึงใบแข็งหนา ส่วนมากผิวใบเกลี้ยง เส้นใยใบเป็นร่างแหอิสระ อับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใยใบ มีจุดใสบริเวณกลางของเยื่อหุ้มรัดรอบอับสปอร์ มีเยื่ออินดูเซียรูปกลมหรือรูปตับ ติดอยู่บริเวณภายในส่วนเว้า แต่บางชนิดอาจไม่มี แต่น้อยชนิด

สกุลนี้ มีราว 150 ชนิดกระจายอยู่หลายแห่งทั่วโลก มีหลากหลายชนิด ที่ Sino-Japanese และที่ สิกขิม-หิมาลัย
ในบ้านเรา มีรายงาน 13 ชนิด ซึ่งคาดว่าน่าจะมีจำนวนชนิดมากกว่านี้ เนื่องจากยังขาดตัวอย่างหรือมีการสำรวจเฟินในสกุลนี้น้อยมาก



[ Image : Trid @ HK ]
Dryopteris integriloba C. Chr.

ชื่อ intergriloba มาจากคำว่า interger + i + lobus (integer = entire, i คำเชื่อม, lobus = lobe) หมายถึง ขอบของส่วนหยักมีลักษณะเรียบ ไม่หยักหรือเป็นซี่ฟัน

เฟินชนิดนี้เป็นเฟินดินขนาดกลาง พุ่มใบไม่ดก มักพบอยู่ตามพื้นป่าที่ชุ่มชื้น มีเพียงแสงแดดรำไร ที่ระดับความสูง 800-2000 ม. MSL.


[ Image : Trid @ HK ]
ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้นตั้ง มีเกล็ดปกคลุม ก้านใบสีฟางเข้ม มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดรูปยาว สีเดือบดำ ขนาด 20:1.2 มม.

[ Image : Trid @ HK ]
ใบรูปขอบขนานปลายเรียวแหลม ขนาดใบ 35:25 ซม.ลักษณะใบประกอบขนนก 2 ชั้น หรือหยักลึกแบบขนนก 3

ชั้นที่ใบย่อยชุดล่าง มีใบย่อยจำนวน 5-6 คู่ เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ สีเขียวเข้ม

ใบย่อยช่วงบน ขนาดเรียวเล็กลงทันที ไม่มีก้านใบย่อยหรือโคนเชื่อมติด หยักลึกเหมือนใบประกอบหรือขอบกึ่งเรียบ


[ Image : Trid @ HK ]
แกนกลางของใบย่อยชั้นแรก ปกคลุมแน่นด้วยขนหยิกสีนำตาล ปลายเป็นหางสีน้ำตาลเข้ม
ใบย่อยเล็ก กางออกหรืออ่อนโค้งเล็กน้อย รูปขอบขนานแกมรูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายสุดมนหรือค่อยๆสอบแหลม โคนรูปหยักมนแบบรูปหัวใจและมีก้่านสั้นๆ หรือโคนรูปลิ่มกว้าง ไม่มีก้่าน หรือโคนเชื่อมติดกับใบย่อยถัดไป โคนมีติ่งหูเล็กๆ ทั้ง 2 ข้าง ส่วนโคนของใบย่อยอันใหญ่เป็นใบประกอบอีกชั้น ขนาด 3:1 ซม. ขอบใบหยัก ตื้นขึ้นเรื่อยๆ ในใบย่อยถัดขึ้นไป

อับสปอร์ อยู่ที่ปลายเส้นใบส่วนล่าง ที่ระยะกึ่งกลาง หรือค่อนไปทางขอบใบ กระจายจากโคนใบ ไปถึงส่วนกลางของใบ มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย รูปกลมถึงรูปตับ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.7 มม. ผิวเกลี้ยง

เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์อยู่ใน จีนตอนใต้และตอนเหนือของเวียดนาม ในบ้านเรา พบที่ ตาก พิษณุโลก นครนายก จันทบุรี

Dryopteris neochrysocoma Ching

D. neochrusocoma ชื่อชนิดของเฟิน มาจากคำว่า neo + chrysos( = gold) + come(=hair) รวมความหมายถึง with golden hair

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน ชอบร่มเงา และความชุ่มชื้นสูงมาก ในธรรมชาติ พบตามลาดเนินเดินในป่าดิบชื้นตลอดปี บนภูเขาสูง Highland กระจายพันธุ์อยู่ใน หิมาลัยด้านตะวันออก จีนตอนใต้ ในบ้านเราพบที่ ดอยอินทนนท์ จ. เชียงใหม่

ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเป็นเหง้าสั้น หรือล้มเอน ปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดเป็นแผ่นสีน้ำตาลอ่อน เกล็ดเป็นแผ่นกว้าง 1.2 ม.ม. ยาวได้มากกว่า 1 ซ.ม.
ก้านใบ กระจุกอยู่ที่ยอดเหง้า สีฟางอ่อน ยาวได้ถึง 8 ซ.ม. มีเกล็ดหรือขนประปรายตลอดก้าน เกล็ดยาวได้ถึง 8 ม.ม. กว้าง 0.8 ม.ม. เป็นรูปหอก ปลายสอบแหลม

ใบ เป็นใบประกอบขนนก ใบรูปขอบขนาน-รูปหอก สอบแคบเข้าไปทางปลายใบ ขนาดใบ 20-25 / 8-12 ซ.ม. ช่วงกลางกว้างที่สุด ใบย่อยคู่ล่างสุด มีขนาดเล็กลงนิดน้อย และทำมุมชี้ลงล่าง
ส่วน ใกล้โคน กว้างออกและแฉกลึกเกือบถึงแกนใบย่อย ใบย่อยช่วงกลางโค้งเคียวเล็กน้อยและขอบหยัก

โคนใบย่อยเป็นรูปลิ่มถึงกึ่งตัด เฉียงเล็กน้อย ขอบใบหยักเป็นซี่ฟันแหลมเหมือนหนาม ตั้งแต่โคนใบไปถึงปลายใบ ปลายใบมนกลม
แกนกลางใบและแกนใบย่อย ด้านหน้าเป็นร่องตามยาว
แผ่นใบเนื้อบางเหมือนกระดาษ ผิวเกลี้ยง เส้นใยใบเป็นสาขาแบบขนนก ปลายเส้นใยใบอาจแตกสาขาอีกที แกนกลางใบย่อยเป็นร่องจมลงในผิวใบ ด้านล่างใบสีเขียวอ่อนกว่าด้านบน เส้นแกนใบย่อยนูยขึ้นเห็นได้ชัดเจน
ใบปกติ มีขนาดเล็กกว่าและใบย่อยอยู่ใกล้กันมาก ส่วนใบสปอร์ ชูสูงกว่าใบปกติ คือ ใบยืดยาวกว่า มีก้านใบยาว และใบย่อยแต่ละคู่อยู่ห่างกันมากกว่า
อับสปอร์ : จัดเรียงตัวเป็นแถวเดี่ยว อยู่ใกล้แกนใบย่อย

Dryopteris affinis cv. "Cristata The King"
ชื่อสามัญ : Scaly Male Fern

เฟินดินขนาดกลางถึงใหญ่ ขนาดทรงพุ่มราว 50-150 ซ.ม. ใบประกอบขนนก รูปหอก ก้านใบปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดสีทอง

สายพันธุ์นี้ ปลายใบแตกเป็นหลายแฉก
เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์อยู่ในยุโรป ถึงทะเลลสาบแคสเปียนและอัฟริการตอนเหนือฝั่งตะวันตก
เป็นเฟิรที่ ชอบบริเวณที่มีร่มเงา มีชุ่มชื้นสูง ดิยระบายน้ำดี พักตัวหากกระทบอากาศหนาวเย็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

สกุลนี้ทั่วโลกค้นพบจำนวน 150 ชนิด ในไทยพบจำนวน 14 ชนิด ได้แก่
  • D. cochleata (D. Don) C. Chr. พบที่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ จันทบุรี สงขลา
    ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ปกคลุมด้วยเกล็ดยาวสีน้ำตาลอ่อน ก้านใบ ที่โคนมีเกล็ดยาวปกคลุมแน่น ใบ เป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น สีเขียวอ่อน เป็นเงามัน ใบปกติกับใบสปอร์รูปร่างต่างกัน
    ใบปกติ รูปขอบขนานถึงรูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายสอบแหลม แกนใบหลัก เรียบหรือมีขนเล็กน้อย ด้านหน้าเป็นร่องตามยาว ใบย่อยด้านข้าง มีได้มากถึง 10 คู่ ใบย่อยคู่ล่างใหญ่สุด หรืออาจเ็ล็กกว่าใบย่อยคู่ถัดไปเล็กน้อย ใบย่อยโค้งเล็กน้อย เป็นรูปขอบขนาน-รูปหอก ปลายสอบแหลม ก้านใบย่อยเป็นร่องตามยาว ขอบก้านเป็นครีบ ใบย่อยเป็นใบประกอบขนกอีกชั้น ใบย่อยสุด รูปขอบขนาน โค้ง ปลายสอบแหลม ขอบเป็นหยักซี่ฟันเล็กน้อย
    ใบที่มีสปอร์ ก้านใบยาวกว่าใบปกติ และเป็นสามเหลี่ยมแคบกว่าใบปกติ ใบย่อยเล็กสุด รูปขอบขนาน ปลายมน โคนตัดหรือโค้งมน
    อับสปอร์ จัดเรียงตัวเป็นแถวเดี่ยว ระหว่างริมขอบใบกับแกนกลางใบย่อย อับสปอร์อยู่เกือบติดกัน หรือห่างกันเพียงเล็กน้อย มีเยื่ออินดูเซียใหญ่ปิดอับสปอร์
    เฟินชนิดนี้ พบอาศัยอยู่ตามพื้นดิน หรือเนินดินที่ค่อนข้างแห้ง ในป่าโปร่งเบญพรรณ ที่ระดับความสูงไม่มากนักถึงระดับปานกลาง
  • Dryopteris gymnophylla
    เหง้าเลื้อยสั้น ขนาด dia. 2 มม. ที่ปลายยอดเหง้าปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดรูปรูปรีแคบปลายบนแหลมเป็นติ่งขน
    ก้านใบ สีน้ำตาลอ่อน โคนก้านมีเกล็ดประปราย ก้านยาวไดเถึง 40 ซ.ม. และยาวกว่าตัวใบมาก
    ใบ ใบประกอบขนนก 3 ชั้น ขอบหยักทำให้ดูเป็ยแบบขนนก 4 ชั้น ตัวใบรูป 5 เหลี่ยม ยาวและยาว 13-23 ซ.ม.
    ใบย่อยคู่ล่างมีขนาดใหญ่สุด รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม สองข้างไม่เท่ากัน ใบย่อยคู่บนถัดไป มีขนาดเล็กลง ไปเรื่อยถึงปลายใบ
    อับสปอร์ เกิดบนเส้นใยใบ ปกติอยู่ใกล้เส้นแกนกลางใบ มีเยื่ออินดูเซียบาง
    เฟินขนิดนี้มักอาศัยอยู่ตครมป่าโปร่ง ที่มีความชุ่นชื้นตลอดปีในป่าผสม ที่ระดับความสูง 100-1200 ม. MSL.
  • D. hendersonii (Bedd.) C. Chr. พบที่ ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่
    เป็นเฟินดิน พุ่มขนาดใหญ่ สวยงาม ลักษณะทั่วไป เหง้าเป็นแท่งเป็นก้อนตั้งตรง ก้านใบยาวได้ถึง 80 ซ.ม. สีน้ำตาลแดง เป็นเงามัน ผิวขรุขระ ด้านหน้าเป็นร่องยาว มีเกล็ดป็นเส้นยาวปกคลุมหนาแน่น ใบรูปขอบขนานกึ่งรูปสามเหลี่ยม ถึงสามเหลี่ยมฐานกว้าง ปลายสอบแหลม เป็นใบประกอบขนนก 3-4 ชั้น มีจำนวนคู่ใบย่อยมาก
    ใบย่อยคู่ล่างมีขนาดใหญ่สุด แกนกลางใบย่อยเป็นร่องครีบ มีขนประปราย ใบย่อยเป็นใบประกอบขนนกอีกชั้น
    อับสปอร์ รูปเมล็ดถั่ว บนเส้นใยใบ เยื่ออินดูเซียปิดเมื่อสปอร์ยังไม่แก่
    เฟินชนิดนี้ มักพบอยู่พื้นดินที่มีความชุ่มชื้น ใกล้ลำธารในป่ารกแน่น กระจายพันธุ์อยู่ในอินเดีย จีนตอนใต้ ได้หวัน ญี่ปุ่นตอนใต้
  • D. hirtipes (Blume) Kuntze
    ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น ตั้ง ก้านใบสีอ่อน ก้านใบยาวได้ถึง 60 ซ.ม. มีขนประปรายบริเวณโคนก้าน
    ใบ เป็นใบประกอบขนนก รูปหอก ปลายใบแหลมถึงแหลมเป็นติ่งยาว โคนใบแคบลงเล็กน้อย แกนใบย่อยเป็นร่องตื้น มีขนปกคลุมแน่น
    ใบย่อย มีได้มากกว่า 20 คู่ ใบย่อยขอบหยัก 1/4 ของระยะริมขอบถึงแกนใบย่อย ใบย่อยคู่ล่าง รูปหอกโค้งปลายเรียวแหลม โคนตัดหรือกึ่งสอบแหลม
    อับสปอร์ จัดเรียงตัวเป็น 2-3 แถว บริเวณกลางใบ ใกล้แกนกลางใบย่อย อับสปอร์ ขนาดเล็กรูปเมล็ดถั่วกลม ผิวหน้าเรียบ
    เฟินชนิดนี้ พบตามพื้นดินที่มีอินทรีย์วัตถุจำนวนมาก บริเวณลาดเชิงเขาบริเวณที่มใต้ีร่มเงาไม้ใหญ่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ที่ระดับความสูง 1200-1600 ม. MSL
    ในบ้านเราพบที่ เชียงใหม่ เลย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ
    กระจายพันธุือยู่ใน ศรีลังกา อินเดียตอนใต้ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
  • Dryopteris neoassamensis Ching.
    เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินพุ่มขนาดกลาง ในป่าดิบแล้งถึงป่าดิบชื้นตลอดปี ตามเนินดินที่ค่อนข้างแห้ง ที่ระดับความสูง 1000-1300 ม. MSL
    ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้นตั้ง มีเกล็ดปกคลุมแน่นที่ส่วนยอดเหง้า เกล็ดสีน้ำตาลเข้ม รูปยาว ขอบเรียบ ขนาด 10:1 มม.
    ก้านใบ สีฟางเข้ม หรือสีน้ำตาลอ่อน โคนก้านมีเกล็ดปกคลุมแน่น ส่วนบนมีเเกล็ดประปราย ยาวราว 40 ซม.
    ใบ รูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม ลักษณะใบประกอบขนนก 2 ชั้น ขนาด 35-50 : 25-30 ซม. ผิวใบเกลี้ยง
    ใบย่อยด้านข้าง 4-6 คู่ ออกเยื้องกันเล็กน้อย แต่ละคู่ออกห่างกันเป็นช่วง 3-8 ซม. แผ่กางออกหรืออ่อนโค้ง มีก้านสั้นๆ หรือเกือบไม่มีก้าน ตัวใบย่อยรูปหอก ปลายค่อยๆ สอบเรียวแหลมหรือเป็นติ่งหาง โคนมนกลมหรือกึ่งตัดตรง ขนาด 18:4 ซม. ใบย่อยคู่ล่างสุดสั้นกว่าเล็กน้อย
    ใบย่อยช่วงบนขนาดเล็กลง จนถึงใบย่อยปลายสุด รูปร่างใบเป็นรูปกึ่งสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม
    แกนกลางใบย่อยปกคลุมด้วยเกล็ดหยิกสีน้ำตาลเข้ม
    ใบย่อยชั้นเล็กสุด เป็นรูปกึ่งสี่เหลี่ยม รูปเฉียงหรือรูปโค้งเคียว ปลายมน โคนกึ่งตัดตรงในใบย่อยที่โคน และถัดใบเชื่อมติดเป็นครีบ ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ขนาด 2:0.8 ซม. เส้นกลางใบย่อยด้านล่างและที่เส้นใบบางส่วนมีขนประปราย เป็นขนสั้นๆ เซลล์เดียว สีน้ำตาลเป็นเงามัน
    กลุ่มอับสปอร์ อยู่ปลายเส้นใบส่วนล่าง บริเวณกึ่งกลาง หรือใกล้เส้นกลางใบ มีเยื่ออินดูเซียขนาด 1 มม. ผิวเกลี้ยง
    เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์อยู่ในประเทศจีนลงมา ในบ้านเรามีรายงาน พบที่ เชียงใหม่ เลย ชับภูมิ นครนายก

  • D. polita Rosenst. พบที่ เชียงใหม่ ตาก เลย นครศรีธรรมราช
    ลักษณะทั่วไป เง้าสั้น ล้มเอน ก้านใบ ยาวถึง 50 ซ.ม. ช่วงโคนก้านมีเกล็ดปกคลุม
    ใบ เป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น ตัวใบรูปขอบขนาน ปลายแหลมเป็นติ่ง ขนาด ยาว 35 ซ.ม. กว้าง 28 ซ.ม. ใบบาง สีเขียวเข้ม
    ใบย่อยด้านข้างี 5-6 คู่ ก้านใบย่อยยาว 1-2.5 ซ.ม.
    ใบย่อยชั้นย่อยสุด มีก้านสั้น ใบรูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ขอบใบย่อยหยักเป็นซี่ฟัน รูปสามเหลี่ยม ปลายกลม
    อับสปอร์ เกิดบนเส้นใยใบ จัดเรียงเป็นแถวที่ระยะกลางระหว่างขอบใบถึงแกนกลางใบย่อย ไม่มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย
    เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์จากจีนตอนมต้ลงไปถึงมาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียว ไต้หวัน ถึงญี่ปุ่นตอนใต้ ในบ้านเราพบที่ ดอยเชียงดาว เชียงใหม่ ดอยมูเซอ แม่สอด จ. ตาก ภูหลวง ภูกระดึง จ. เลย อช. เขาใหญ่ จ. นครนายก เขาหลวง จ. นครศรีธรรมราช จ.. ระนอง มักอาศัยอยู่บริเวณลาดเขาในป่าโปร่ง ที่ระดับความสูง 100-1500 MSL.
  • D. porosa Ching พบที่ พิษณุโลก
    ลักษณะเป็นแท่งอ้วนสั้น ก้านใบอ้วน ถึง 1 ซ.ม. ยาว 50 ซ.ม. มีเกล็ดปกคลุมแน่นบริเวณโคน ด้านหน้าเ็ป็นร่อง
    ใบ เป็นใบประกอบขนนก 3 ชั้น ตัวใบรูปขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยม ปลายแหลมเป็นติ่ง ขนาดใบ กว้าง 60 ยาว 50 ซ.ม. แกนกลางใบเป็นเงามัน มีขนประปราย ด้านบนเป็นร่อง จำนวนคู่ใบย่อยชั้นแรกมีถึง 10 คู่ ตัวใบด้านบนสีเขียวอ่อน แกนกลางใบนูนขึ้นด้านบน เห็นได้ชัดด้านล่าง
    เฟินชนิดน้มักอาศัยอยู่ตามพื้นดินที่มีอินทรีย์วัตถุมากในป่าทึบแน่นและมีความชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 1600 ม. MSL
  • D. pseudosparsa Ching พบที่ เชียงใหม่
  • D. rheophila Mitsuta ex. Damaedi พบที่ เลย
  • D. scottii (Bedd.) Ching
    Common Name : Scott's Wood Fern
    เป็นเฟิืนดิน พุ่มขนาดกลาง ก้านใบยาวราว 30 ซ.ม. ใบประกอบขนนก รูปขอบขนานแกมรูปหอก ตัวใบยาวถึง 45 ซ.ม. ใบย่อยปกติมีถึง 10 คู่
    ใบย่อยขอบหยักลึก 1/5 ชองความกว้างใบย่อย เส้นกลางใบมองเห็นได้ชัดทั้งด้านบนและด้านล่าง
    อับสปอร์ จัดเรียงเป็นแถวไม่เป็นระเบียบ อยู่บริเวณใกล้แกนใบย่อย ราว 1/3จากริมขอบถึงแกนใบ
    เฟินชนิดนี้มักพบอยู่ตามพื้นดินที่เปียกชื้น ใกล้ริมลำธารในป่าดิบชื้นตลอดปี ทีระดับความสูงถึง 1600 ม. MSL
    ในบ้านเรา พบที่ แม่สรวย เชียงราย ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่
    กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ เวียดนาม ไต้หวัน
  • D. sparsa (D. Don) Kuntze พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ เลย จันทบุรี นครศรีธรรมราช
    ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าสั้นตั้งตรง มีเกล็ดเป็นแผ่นแบน สีน้ำตาล หรือบริเวณกลางสีน้ำตาลเข้ม รูปขอบขนานแกมรูปไข่ ขนาด 10x8 มม.
    ก้านใบ บริเวณโคนก้านปกคลุมแน่นด้วยเกล็ด เหนือขึ้นไปมีเกล็ดกระปราย ก้านใบยาวได้ถึง 35 ซ.ม.
    ใบ เป็นใบประกอบขนนก 2 หรือ 3 ชั้น ฐานกว้างมากสุด ทั้งใบเป็นรูปขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยม ปลายสอบแหลม ขนาด ยาว 35 กว้าง 25 ซ.ม.
    ใบย่อยบริเวณกลางใบ โค้งรูปเคียว
  • Dryopteris subtriangularis (C. Hope) C. Chr.
    เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินพุ่มขนาดกลาง ในป่าดิบแล้งถึงป่าดิบชื้นตลอดปี ตามเนินดินที่ค่อนข้างแห้ง ที่ระดับความสูง 1000-1200 ม. MSL
    ลักษณะทั่วไป เหง้า สั้นตั้ง มีเกล็ดปกคลุมแน่นที่ยอดเหง้า เกล็ดเป็นรูปยาว ขอบเรียบ ขนาด 7-10 : 0.7 มม. สีออกดำๆ
    ก้านใบ สีฟางเข้มถึงสีนำตาลซีด เกล็ดปกคลุมแน่นบริเวณโคน ส่วนบนมีเกล็ดประปรายและเกล็ดขนาดเล็กกว่า ยาว 20-30 ซม.
    ใบ รูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายเรียวแหลม ขนาด 20-30 : 20 ซม. ลักษณะใบเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น และหยักลึกแบบใบประกอบขนนก 3 ชั้น ที่บริเวณโคนใบ แกนหลักกลางใบมีลักษณะเหมือนก้านใบส่วนบน มีเกล็ดยาว ด้านหน้าเป็นร่อง ใบสดสีเขียวอ่อน เมื่อแห้งเป็นสีน้ำตาล เนื้อใบเหมือนกระดาษอ่อน หนาแต่หยาบ
    ใบย่อย มี 4-5 คู่ ออกเยื้องกัน และมีใบย่อยคี่สุดปลายใบ ใบย่อยมีก้านสั้นๆ รูปกึ่งสามเหลี่ยมอย่างแคบ ปลายเรียวแหลมถึงแหลมเป็นหาง โคนกึ่งตัดถึงรูปลิ่มอย่างกว้าง ขนาด 12:4 ซม.
    แกนกลางใบย่อย มีเกล็ดหยิก แกนอ่อนโค้ง
    ใบย่อยเล็กสุด รูปขอบขนาน หรือรูปขอบยนานแกมรูปสามเหลี่ยม ปลายมนถึงกลม โคนรูปลิ่มอย่างกว้างและมีติ่งหูทั้งสองข้าง ขนาด 2.5:1 ซม. ใบย่อยที่ใหญ่กว่ามีขอบหยักลึก
    อับสปอร์ อยู่ปลายเส้นใบส่วนล่าง บริเวณกลางใบ มีเยื่ออินดูเซีย ขนาด 0.7 มม. เยื่ออินดูเซียหลุดร่วงเร็ว
    กระจายพันธุ์ แคว้นอัสสัมในอินเดีย จีนตอนใต้ และเวียดนามตอนเหนือ ในบ้้านเรามีรายงาน พบที่ เชียงใหม่ เลย นครนายก
> DRYOPTERIDACEAE > Dryopteris || Back