> Dryopteridaceae > Polystichum || < Back

สกุล Polystichum Roth
วงศ์ Dryopteridaceae

เฟินสกุล Polystichum (อ่าน pol - IS - tick - um) มีความหมายว่า Many rows of spores เป็นเฟินที่มีเสน่ห์น่ามอง และหายากสำหรับในบ้านเรา
ลักษณะทั่วไป เป็นเฟินดิน ขนาดเล็ก ถึงปานกลาง ลำต้นเป็นเหง้า ตั้งหรือทอดนอน มีใบดกหนาแน่นออกจากปลายยอดเหง้า มีขนหรือเกล็ด เกล็ดค่อนข้างแบนกว้าง รูปหอก ก้านใบปกคลุมแน่นด้วยเกล็ด ลักษณะ ใบ เป็นใบประกอบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนาน โคนใบแคบ แผ่นใบหนาเหมือนแผ่นหนัง ปลายใบและปลายหยักที่ขอบเป็นติ่งหนาม การจัดเรียงตัวของท่อลำเลียงเป็นแบบอิสระ บางชนิดใบมีตาเกิดเป็นต้นอ่อนใหม่ได้ อับสปอร์กลม มีเยื่ออินดูเซียเป็นแผ่นกลมหุ้ม เมื่อสปอร์แก่ เยื่อนี้จะเปิดยกที่ขอบโดยรอบ เพื่อปล่อยสปอร์กระจายออกไป
ลักษณะของเฟินสกุล Polystichum ใกล้เคียงมากกับ Dryopteris บางชนิดมีรูปร่างเหมือนกันมาก ดูภายนอกปกติแทบแยกไม่ออกเลย ส่วนที่แตกต่างกันคือ Dryopteris มีเยื่ออินดูเซียรูปก้นปิด และ Polystichum ปลายใบและปลายหยักที่ขอบใบ แหลมเป็นติ่งหนาม

เฟินสกุลนี้ กระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปในส่วนต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนของอเมริกา เอเชีย อัฟริกาใต้ และในเขตอบอุ่นของยุโรปและเอเชีย ในธรรมชาติมักพบขึ้นบนภูเขาสูง อากาศเย็นชื้น เฟินในสกุลนี้มีอยู่ 200-300 ชนิดทั่วโลก และการศึกษารายละเอียดของเฟินในสกุลนี้ ยังขาดรายละเอียดอยู่มากด้วย

เฟินในสกุลนี้ ที่มีปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับในบ้านเรา ส่วนมากเป็นเฟินที่นำพันธุ์มาจาก ตปท.
สำหรับเฟินสกุลนี้ ที่พบในป่าธรรมชาติบ้านเรา มีรายงานพบ 7 ชนิด [ ไปดูรายละเอียดสกุลนี้ของไทย ] และตัวอย่างของเฟินสกุลนี้ที่มีปลูกเป็นไม้ประดับกัน เช่น

ตัวอย่างเฟินในสกุลนี้ เช่น


ที่ร้านอเมซอน ตลาดคำเที่ยง จ. เชียงใหม่
[ Image : Bank ]

เฟินโพลี - หิมาลัย (ชื่อทางการค้า)
(อาจเป็น Polystichum andersonii)

กระจายพันธุ์อยู่ในตอนเหนือของอินเดีย จีนตอนใต้และในไต้หวัน ในธรรมชาติบ้านเราไม่มี แต่มีผู้นำเข้ามาปลูกเลี้ยงขายกัน

ลักษณะทั่วไป เป็นเฟินพุ่มขนาดกลาง มีเหง้าสั้นตั้งตรง ใบออกเวียนรอบทรงพุ่ม ลักษณะใบ มีขนปกคลุมกระจายอยู่ทั่วทั้งใบและก้าน ก้านใบสีเขียว สั้น ใบประกอบแบบขนนก ปลายใบเรียวแหลม
ใบปกติ (sterlie frond) กับใบสปอร์ (fertile frond) รูปร่างไม่แตกต่างกัน


สปอร์ที่หลังใบ [ภาพ : Mr. Bank]
อับสปอร์เกิดกระจายที่ใบย่อย รูปร่างเป็นเม็ดกลมเล็ก เยื่ออินดูเซียมเป็นแผ่นหุ้ม เมื่อแก่สปอร์เป็นสีน้ำตาลเข้ม
เฟินชนิดนี้ สามารถให้ต้นอ่อนที่ปลายราก สามารถแยกไปปลูกเป็นต้นใหม่ได้
การปลูกเลี้ยง : เฟินชนิดนี้ชอบความชื้นในอากาศสูง เครื่องปลูกระบายน้ำดี ไม่ชอบให้น้ำขังแฉะในเครื่องปลูก ชอบแสงรำไร เป็นเฟินประดับที่เติบโตได้ดีในสวนหิน หากลูกลงกระถาง แนะนำให้ผสมทรายด้วย เพื่อให้ระบายน้ำได้ดี มีอินทรีย์วัตถุมาก ใช้กระถางที่มีระบายน้ำได้ดีและเก็บความชื้นได้นาน ให้น้ำเมื่อเครื่องปลูกแห้ง

การขยายพันธุ์ : ด้วยสปอร์ หรือแบ่งกอ แยกหน่อที่เกิดจากราก


Polystichum polyblepharum

Polystichum polyblepharum C. Presl
ชื่อพ้อง : P. setoum
ชื่อสามัญ : Japanese tassel fern

P. polyblepharum (อ่าน po-li-blef-ar-um โพ-ลี่-บลีฟ-ฟา-อุม) ชื่อมาจากคำว่า polys (many มากมาย)+blepharis(eyelash ขนขอบตา) รวมความหมายถึง many fringed เข้าใจว่า น่าจะหมายถึง ลักษณะของใบตรงที่ ขอบใบหยักเป็นซี่ฟัน และที่ปลายซี่ฟันเป็นติ่งหนามแหลม
เฟินชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดในญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เป็นเฟินที่ทนทานต่ออากาศที่หนาวเย็นได้ดี


Dark green colour frond

ลักษณะทั่วไป เป็นเฟินดิน ขนาดกลาง พุ่มกลม สูงราว 15-18 นิ้ว ก้านใบปกคลุมด้วยเกล็ดหรือขนยาวสีน้ำตาล เป็นเงามัน เป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ใบเขียวเข้มเป็นเงามัน เหมือนแผ่นหนัง ด้านล่างสีเขียวซีด แกนใบหลัก (main rachis) ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาล
อับสปอร์ เกิดเป็นแถวข้างแกนกลางรอยหยักของใบ หรือใบย่อยชั้นเล็กสุดของใบประกอบ

เหมาะปลูกเป็นเฟินคลุมดินในบริเวณที่มีร่มเงา ในสวนหินแบบญี่ปุ่น หรือปลูกเป็นไม้กระถางก็สวยงาม

การปลูกเลี้ยง เป็นเฟินที่เจริญเติบโตช้า และเติบดตทั้งปี ไม่พักตัวหน้าแล้ง ชอบร่มเงาถึงแดดรำไร ชอบดินร่วนโปร่ง มีอินทรีย์วัตถุมาก และมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ไม่ควรปล่อยให้ขาดน้ำจนเครื่องปลูกแห้งสนิท และไม่ควรให้เครื่องปลูกแฉะขังน้ำอยู่นานด้วยเช่นกัน หมั่นตัดใบเก่าออกไปบ้าง เพื่อกระตุ้นให้แตกใบอ่อนใหม่
สามารถเกิดต้นอ่อนใหม่ที่ปลายรากได้


Polystichum nepalense
[ Image : Bank ]

Polystichum nepalense
ชื่ออื่น : เฟินโพลี่เนปาล

เฟินชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศเนปาล ที่โครงการหลวง นำมาเพาะขยายพันธุ์และนำออกจำหน่ายให้กับผู้สนใจปลูกเลี้ยง
เป็นเฟินที่สวยงามน่ามองอีกชนิดหนึ่ง

ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าสั้นตั้ง ปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดสีน้ำตาลแดง เกล็ดเป้นแผ่นใหญ่ รูปสามเหลี่ยม แข็ง


[ Image : Bank ]
ลักษณะใบ ออกจายอดเหง้า จัดเรียงเป็นพุ่มกลม ก้านใบปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดสีน้ำตาลแดง ใบประกอบแบบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม ใบย่อยใกล้โคน มีขนาดเล็กลง ช่วงกลางมีขนาดใหญ่สุก และเล็กลงเรื่อยๆ สู่ปลายใบ

[ Image : Bank ]

การปลูกเลี้ยง ชอบอากาศเย็นชุ่มชื้น เครื่องปลูกโปร่งระบายน้ำดี เก็บความชื้นไว้ได้นาน ชอบร่มสว่างถึงแดดรำไรอ่อนๆ

ที่ยอดดอยอินทนนท์ บริเวณพระสถูปของพระเจ้าอินทวิชานนท์ มีเฟินชนิดขึ้นอยู่ เป็นพุ่มใหญ่ สมบูรณ์แข็งแรง ลำต้นเหง้าอ้วนใหญ่ มีอยู่หลายต้น เดิมเข้าใจผิด คิดว่า เป็นเฟินท้องถิ่นของที่นี่ มาทราบภายหลังจาก อาจารย์มงคล ที่มูลนิธิโครงการหลวง ดอยปุย บอก ทางโครงการหลวงนำขึ้นไปปลูกเอาไว้ หลายปีแล้ว


[ Image : Bank ]


โพลี่จีน ต้นนี้ขอยืมมาจากคุณ Pop
Polystichum tsus-simense
Polystichum tsus-simense (Hook.) J.Sm.
ชื่อสามัญ : Korean Rock Fern
ชื่ออืน : โพลี่จีน

เฟินชนิดนี้ เฟินดิน พุ่มเล็ก ขนาดต้น สูงประมาณ 25 ซ.ม. ลำต้นเป็นเหง้าสั้นตั้ง หรือล้มเอน ปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดสีน้ำตาลเข้มถึงดำ
ก้านใบ สีดำ และแกนกลางใบเป็นน้ำตาล ปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดเรียวยาวสีน้ำตาลเข้มถึงดำ บริเวณใกล้โคนมีสีดำเป็นเงามัน ใบประกอบขนนก รูปหอก เนื้อใบหนา สีเขียวเข้ม เป็นเงามัน มีถิ่นกำเนิดใน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี น่ารัก

การปลูกเลี้ยง :
เป็นเฟินที่ปลูกเลี้ยงค่อนข้างยาก ชอบอากาศเย็นและมีความชุ่มชื้นสูงสม่ำเสมอ เครื่องปลูกระบายน้ำดี และเก็บความชื้นได้นาน ปลูกเลี้ยงในบริเวณที่อากาศมีความชุ่มชื้นดี ชอบร่มถึงแสงรำไร หรือแสงที่ผ่านกรองบ้างแล้ว ที่สำคัญคือ ไม่ควรปล่อยให้เหง้าและรากแห้งสนิทเป็นเวลานานหลายวัน อาจทำให้ตายได้

เฟินสกุลนี้ที่ในไทยพบ 7 ชนิด ได้แก่

Polystichum attenuatum Tagawa & K. Iwats.

ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น ปกคลุมด้วยเกล็ด รูปขอบขนานปลายแหลม โคนกลม แข็ง ยาว 10 มม. กว้าง 7 มม. ตอนกลางของเกล็ดสีดำ ขอบสีน้ำตาล ก้านใบ ยาว 15-25 ซ.ม. ทั้งแผ่นใบ เป็นรูปกึ่งสามเหลี่ยมแคบ โคนใบกว้าง 30-40 ซ.ม. ต่อ 20 ซ.ม. แกนใบ มีขนยาวสีน้ำตาล ใบย่อยชั้นแรก มีได้มากกว่า 30 คู่ รูปขอบขนาน หรือค่อยๆ สอบแหลมจากโคนถึงปลาย ตัวใบเบี้ยว หรือโค้งรูปเคียว แผ่กางออกทางด้านข้างของแกนใบ ยาวได้ถึง 10 ซ.ม. กว้าง 2 ซ.ม. แกนกลางมีครียและปกคลุมด้วยเกล็ด ใบย่อยชั้นแรก คู่บน เป็นใบขอบหยักคล้ายใบประกอบ ใบย่อยชั้นแรกช่วงล่างใกล้โคน เป็นใบประกอบขนนกอีกชั้น บริเวณโคนมีใบย่อยเล็กสุดลดขนาดลง ที่ใบย่อยชั้นเล็กสุดหรือขอบหยักของใบย่อยชั้นแรก รูปขอบขนาน ปลายใบแหลมเป็นติ่งหนาม มีเกล็ดเล็กน้อยที่ใต้ใบ แกนกลางใบเป็นครีบ ผิวใบเกลี้ยง สีเขียว
อับสปอร์ อยู่ใกล้แกนกลางใบย่อยสุด เมื่อเยื่ออินดูเซียขนาดเล็ก เรียบ หลุดร่วงง่าย
ในป่าธรรมชาติเฟินชนิดนี้จะโตอยู่บรดินที่มีซากอนทรีย์วัตถุสะสมเป็นจำนวนมาก อยู่ตามลาดเขาในป่าดิบทึบที่ระดับความสูง 1200-1800 ม. เป็นเฟินถิ่นเดียวที่มีเฉพาะในประเทศไทย พบที่ ดอยหลวงเชียงดาว ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ จ. เชียงใหม่ ภูหลวง ภูกระดึง จ. เลย เขาสอยดาว จ. จันทบุรี

Polystichum biaristatum (Blume) T. Moore

ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น กึ่งตั้ง มีเกล็ดรูปกึ่งสามเหลี่ยมแคบๆ ปลายแหลม ขอบเรียบ ขนาด 25:4 มม. มีสองสี บริเวณกลางเกล็ด สีดำเป็นเงามัน ขอบเกล็ดสีน้ำตาลถึงน้ำตาลแดงสนิม ก้านใบยาว 30-40 ซ.ม. โคนก้านมีเกล็ด 2 แบบ เกล็ดที่เหมือนบริเวณเหง้า และเกล็ดที่เป็นเส้นยาว บริเวณโคนเกล็ดขอบหยักเป็นซี่ฟัน ส่วนตอนบนเป็นเส้นยาวยาว 1 ซ.ม. สีน้ำตาล ลักษณะใบ ทั้งใบเป็นรูปหอกแกมรูปขอบขนาน ตอนกลางกว้างสุด ค่อยสอบเรียวลงสู่ปลายใบ ปลายใบแหลม ขนาดใบ 40-50 : 25-30 ซ.ม. แกนกลางใบปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดยาวสีดำ โคนเกล็ดสีน้ำตาล
ใบย่อยชั้นแรก มีได้ถึง 15 คู่ ใบกางออกและอ่อนโค้งเล็กน้อย แกนกลางใบสั้น ใบรูปหอก ปลายสอบแหลม โคนมนหรือกึ่งตัด ขนาด 15:3 ซ.ม. ใบย่อยสุด ช่วงใกล้โคนมีขนาดใหญ่กว่า ใบย่อยสุดอยู่เกือบติดกัน
ใบย่อยสุด รูปขอยขนาน ค่อยๆ สอบแหลมไปทางปลายใบ ปลายใบแหลมเป็นติ่ง ใบย่อยสุด ขนาด 15-20 : 5-8 มม. ขอบหยักเป็นซี่ฟันตื้น เส้นใบใบ ปูดนูนจากผิวใบทั้งด้านบนและล่าง มีเกล็ดเล็กน้อย
อับสปอร์ จัดเรียงตัวเป็นหนึ่งแถว อยู่ใกล้ขอบ หรือกลางใบย่อยสุด มีเยื่ออินดูเซียสีน้ำตาลซีด
ในธรรมชาติมักพบอยู่ตามพื้นดินที่มีอินทรีย์วัตถุสะสมมาก ในป่าดิบทึบ ที่ระดับความสูง 900-1400 ม. กระจายพันธุ์อยู่ใน ศรีลังกา อินเดียตอนเหนือ จีนตอนใต้ และชวา ในบ้านเรา พบที่ ดอยผาชู จ. เชียงราย ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ จ. เขียงใหม่ จ. ตาก จ. เลย เขาใหญ่ จ. ปราจีนบุรี เขาสอยดาว จ. จันทบุรี

Polystichum eximium (Mett. ex Kuhn) C. Chr.
ชื่อพ้อง P. setiferum , P. eximiz Mett. ex. Kuhn
พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ เลย

Polystichum lindsaefolium Scort. ex Ridl.
พบที่ เชียงใหม่ กาญจนบุรี

Polystichum prolificans v.A.V.Ros.
พบทางภาคใต้ที่ พังงา นครศรีธรรมราช สตูล และยะลา

Polystichum semifertile (C.B. Clarke) Ching
พบที่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่

Polystichum tenggrense Rosenst.
พบที่ จ. เชียงใหม่

> Dryopteridaceae > Polystichum || < Back