|
สกุล Tectaria Cav.
วงศ์ DRYOPTERIDACEAE
ชื่อสกุล Tectaria มาจากคำลาติน tectum (roof หลังคา) กับคำว่า -aria รวมความหมายถึง มีหลังคาปิดคลุม คล้ายเยื่ออินดูเซีย
เฟินสกุลนี้เป็นเฟินดิน-ชอบร่มเงา ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง พบทั้งในป่าโปร่งและป่าดิบชื้นทั่วไป สกุลนี้มีจำนวนชนิดที่ค้นพบแล้วถึง
216 ชนิดและลูกผสมในธรรมชาติ 2 ชนิด กระจายพันธุ์ไปทั่วโลก ในไทยพบมีอยู่ 31 ชนิด การจำแนกชนิดของเฟินสกุลนี้ทำได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในต้นที่ยังเล็ก ต้นที่อายุยังน้อยใบมีรูปร่างไม่เหมือนต้นที่โตเต็มที่
ลักษณะทั่วไปของเฟินชนิดนี้ ลำต้นเป็นเหง้าสั้นตั้งตรง หรือล้มเอียง เหง้ามีเกล็ดปกคลุม
เกล็ดเป็นสีน้ตาลำหรือสีดำ ก้านใบ มีท่อลำเลียง 3 กลุ่ม ใบเป็นใบประกอบ หรือขอบหยักเหมือนใบประกอบ ขอบใบย่อยเป็นแฉก บางชนิดสามารถสร้างตาต้นอ่อนใหม่บนใบได้ กลุ่มสปอร์ บางชนิดมีเยื่ออินดูเซีย บางชนิดไม่มี
กลุ่มสปอร์เป็นเม็ดรูปกลม หรือรูปถั่ว กระจายอยู่ทั่วหลังใบ
เฟินสกุลนี้ที่พบในบ้านเรา
|

Tectaria decurrens เฟินปาปิยอง*


ต้นอายุ 1 ปี นับจากเริ่มเพาะสปอร์
|
Tectaria decurrens
(C. Presl.) Copel.
พบที่ตราด ภาคใต้ ตั้งแต่นครศรีธรรมราช ลงไป
ลักษณะใบ เส้นใบกระจาย เป็นร่างแห ใบหยักลึก 3-5 หยัก หรือเป็นใบประกอบแบบขนนก
ก้านใบด้านข้างมีปัก ใบสปอร์ผิมเรียวกว่าใบปกติ อับสปอร์เกิดบนช่องว่างระหว่างร่างแหของเส้นใยใบ
จัดเรียงตัวเป็นแถวๆ แต่ละข้างชองเส้นกลางใบ มีเยื่ออินดูเซียขนาดใหญ่
สังเหตุเห็นได้จัดเจน

fertile frond ของ T. decurren |
 |
เฟินชนิดนี้ เมื่ออายุยังน้อย ราว 1 ปีจากที่เพาะสปอร์ ใบเป็นใบเดี่ยวปกติ
ดูไม่เหมือนตอนโต ทรงต้นเหมือนเฟินข้าหลวง
Asplenium nidus แต่สังเกตุดูเส้นใบจึงรู้ว่าไม่ใช่เฟินข้าหลวง
* เฟินปาปิยอง ชื่อทางการค้า
|
Tectaria phaeocaulis (Rosenst.) C. Chr.
[ Image : ZUP ] |
Tectaria phaeocaulis
(Rosenst.) C. Chr.
พบที่ ยะลา
|
Tectaria simonsii
ถ่ายที่ เกริงกระเวีย กาญจนบุรี เมื่อ ก.ค. 44
[ Image : Moo] |
Tectaria simonsii
(Baker) Ching
พบที่ เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก อุทัยธานี ชลบุรี
|

กูดกวาง Tectaria impressa

ใบสปอร์ fertile frond ของ
Tectaria impressa |
Tectaria impressa
(F'ee) Holttum
ชื่อพ้อง Tectaria variosa (Wall. ex Hook.) C. Chr.
ชื่ออื่น : กูดกวาง กูดซาง กูดหก โชนป่า กูดหก กูดเกียว กูดอ่มค่า
ลักษณะใบเป็นใบประกอบขนนก 2-3 ชั้น ใบรูปไช่แกมสามเหลี่ยม ใบย่อยมี
2-4 คู่ คู่ล่างสุดมีขนาดใหญ่ที่สุด ใบย่อยรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลม
ใบสร้างสปอร์มีขนาดหยักลึกมากว่าและมีก้านใบยาวมากว่าใบปกติที่ไม่สร้างสปอร์
กลุ่มอับสปอร์เกิดบนปลายเส้นใบย่อยในช่องระหว่างเส้นใบ อับสปอร์รูปเมล็ดถั่ว
มีเยื่ออินดูเซียปกคลุม มองเห็นได้ชัดเจน
พบทั่วไปทั่วไทยในป่าดิบแล้ง
|
 |
Tectaria incisa
Incised halberd fern
เฟินชนิดนี้ ชื่อทางการค้าเรียก เฟินพัทยา หรือ เฟินใบสาเก เป็นเฟินที่ปลูกเลี้ยงง่ายชนิดหนึ่ง
เฟินชนิดนี้ ค้นพบในป่าครั้งแรก โดย Cavanilles เมื่อปี พ.ศ. 2528 ในหุบเขาที่ชื่อ
Waimanu ที่รัฐฮาวาย และบนภูเขาชื่อ Ha'upu ในเขต Koloa, Kaua'i และในปีถัดมา
ได้มีการนำไปเก็บไว้ที่ Lyon Arboreturn, Manoa Valley, O'ahu เพื่อปลูกและขยายพันธุ์
เฟินชนิดนี้มีถิ่นดำเนิดในเม๊กซิโกตอนใต้ ถึงตอนเหนือของอาเจนตินา และอินเดียตะวันออก
และหลุดเข้าไปเจริยเติบดตในรัฐฟลอลิดาตอนใต้
เฟินชนิดนี้ บางครั้งสามารถสร้างต้นอ่อบนตาใบ บริเวณโคนใบย่อย ทำให้สามารถแพร่ขยายพันธุืได้อย่างรวดเร็วจนกระทั่งกลายเป็นวัชพืชที่ฮาวาย
|
 |
Tectaria semipinata
(Roxb.) Morton.
Syn. Name : Tectaria maingayi (Baker) C. Chr. |
เฟินชนิดนี้เป็นเฟิน ทรงพุ่มปานกลาง มักอาศัยอยู่ตามพื้นดินในป่าทึบ
มีความชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูงไม่มากนัก ถึงระดับสูงปานกลาง
ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้นตั้งตรง ปกคลุมด้วยเก็ดแคบเรียวยาว |
 |
ก้านใบ ยาว 15-60 ซ.ม. สีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม บริเวณโคนก้านมีขนปกคลุมแน่น
ตัวใบ เป็นใบเดี่ยวปกติ ถึงใบเป็นแฉกลึก แบบใบประกอบขนนก ปลายคี่
แฉกเชื่อมติดกับครีบข้างแกนใบ ที่ขยายลงไปถึงก้านใบ ที่แฉกชุดล่าง
มักแตกเป็นแฉกแยกด้านล่าง ตัวใบ ขนาดใบ ยาว 45 กว้าง 35 ซ.ม. หากเป็นใบที่มีสปอร์จะแคบกว่า
|
อับสปอร์ ลักษณะเหมือนกับสปอร์ของ T. singaporeana
แตกต่างที่ ไม่มีเยื่อหุ้มอินดูเซียม และ อับสปอร์ เป็นเม็ดกลม หรือรูปยาว
มักอยู่รวมกัน จัดเรียงเป็รแถวนานไปตามเส้นใยใบที่โค้งเชื่อมระหว่างแกนย่อยของใบ
บางครั้งอาจเจออีบสปอร์เกิดกระจายทั่วหลังใบ
เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์อยู่ใน ไทยและมาเลเซียตัวันตก ในบ้านเราพบที่
จ. สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช ตรัง นราธิวาส ยะลา
มักพบอยู่ตามลาดเนินเขาในป่าทึบ มีความชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูงไม่มากนัก
ถึงระดับปานกลาง |
Tectaria vasta (Blume) Copel.
ลักษณะทั่วไป เหมือนกับ T. semipinata ต่างกันที่ อับสปอร์มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย
และจัดเรียงตัวเป็นแถวแต่ไม่ติดชิดกันมากเหมือน T. semipindata
พบที่ ชลบุรี สุราษฏร์ธานี |
 |
Tectaria singaporena
(Wall. ex Hook. & Grev.) Ching
Syn. Name : Aspidium singaporena Wall. ex. Hook. &
Grev.
ชื่ออื่น : ตานลอย |
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินชอบร่มเงา และความชุ่มชื้นสูง ในธรรมชาติมักพบอยู่ตามป่าทึบใกล้ริมลำธาร
ที่มีความชุ่มชื้นตลอดปี พบทั่วไปในป่าทางภาคใต้ของบ้านเรา
ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น ล้มเอนหรือกึ่งตั้ง ปกคลุมด้วยเกล็ดเรียยาวยาว
สีน้ำตาล แผ่นบางแต่แข็ง
|
 |
| ก้านใบ สีอ่อน เป็นเงามัน ยาวได้ถึง 35ซ.ม. ในใบที่สร้างสปอร์
ยาวได้ถึง 45 ซ.ม. มีเกล็ดที่โคนก้าน เกล็ดเป็นแผ่นแนบกับผิวก้านและปลายชี้ขึ้นด้านบน |
 |
ใบ เป็นใบเดี่ยวปกติ ขอบเรียบ รูปหอกอย่างกว้าง ปลายใบมนถึงสอบแหลมเป็นติ่ง
โคนใบสอบ |
| ใบมีขนาด กว้าง 10 ซ.ม. ยาว 40 ซ.ม. ปกติใบที่สร้างสปอร์มีขนาดแคบกว่า
แผ่นใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ สีเขียวถึงเขียวเข้ม ผิวขรุขระเล็กน้อย
แกนกลางใบนูนด้านล่างใบ เห็นได้ชัด และเส้นใบหลัก ด้านล่างเห็นได้ชัดเจน
และมีเส้นใยใบย่อย โค้งจรดเข้าหา |
 |
| อับสปอร์ รูปกลม มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย จัดเรียงตัวเป็น
2 แถวข้างเส้นใบหลัก และเป็นแถวข้างเส้นใบย่อยที่โค้งจรดเข้าหาเส้นใบหลัก |
Tectaria amplifolia (v. A. v. Ros) C. Chr.
พบที่ ภูพาน สกลนคร อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา นครนายก และภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป
Tectaria angulata (Willd.) C. Chr.
ชื่ออื่น : กูดแก้ว กูดแต้ม
ลักษณะทั่วไป มีเหง้าสั้น ตั้งตรงหรือทอดนอนในดิน มีเกล็ดสีน้ำตาลเข้ม
ใบประกอบแบบขนนก ปลายคี่ กว้างราว 40 ซ.ม. ยาวราว 50 ซ.ม.
ใบย่อย รูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม โคนมน ขอบเรียบ ใบย่อยคู่ล่างหยักลึกเป็นแฉก
ใบย่อยปลายใบใหญ่ที่สุด
อับสปอร์รูปกลม เกิดบนเส้นสั้นในช่องร่างแห มีเยื่ออินดูเซียคลุมอับสปอร์
เฟินชนิดนี้ พบที่ ภาคเหนือและภาคใต้ ที่สุราษฎร์ธานี ยะลา มักขึ้นบนดินใกล้ลำธารในป่าดิบแล้ง
ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก
Tectaria barberi (Hook.) Copel. พบที่ แพร่ น่าน เชียงราย
Tectaria brachiata (Zoll. & Moritzi) Morton.
ลักษณะทั่วไป ของใบ เป็นใบประกอบขนนก ผิวใบด้านบนเป็นมีขนอ่อนกระจายระหว่างเส้นใบ
เว้นบริเวณขอบใบ ใบย่อยคู่ล่างเป็นใบเดียว ไม่แฉกเป็นใบย่อยลงไป ผิวใบบางมองเห็นเส้นใบได้ขัดเจน
ไม่มีตาต้นอ่อนบนใบ เส้นใบจัดเรียงตัวสมมาตรไปกับเส้นกลางใบย่อยทั้งสองฝั่ง
พบที่ นครศรีธรรมราช สตูล
Tectaria christii Copel ชื่อพ้อง Tecaria coadunata (J. Sm.) C. Chr.
พบที่ สตูล
Tectaria crenata Cav.
ลักษณะใบ ก้านใบกลม ไม่มีปีก ก้านใบสีเขียว ใบเป็นใบประกอบขนนก ใบย่อยขอบหยัก
ใบย่อยคู่ล่าง หยักลึกเป็นแฉก ปลายใบสอบแหลมแต่ไม่มีติ่งที่ปลาย ด้านหน้าใบบริเวณใกล้เส้นใบมีขนอ่อน
เส้นใบย่อยกระจายเป็นร่างแหอิสระ แล้วโค้งจรดเข้าหากัน
อับสปอร์เกิดบนใบย่อย เรียงเป็นแถวทั้งสองข้างของเส้นกลางใบ อับสปอร์รูปกลม
มีเยื่ออินดูเซียมบางปิดอับสปอร์
พบที่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย สุราษฎร์ธานี
Tectaria devexa (Kunze ex. Mett.) Copel .
มักพบขึ้นเกาะอยุ่ตามก้อนหินปูน ใบเป็นใบประกอบขนนก 3 ชั้น ผิวใบด้านบนอ่อนนุ่มด้วยขนอ่อนปกคลุมทั่วด้านหน้า
อับสปอร์มีเยื่ออินดูเซียมองเห็นได้ชัดเจน
พบที่ ภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิษณุโลก ภาคกลาง กาญจนบุรี ภาคใต้
พังงา
Tectaria fauriei Tagawa พบที่ เชียงราย บุรีรัมย์ กาญจนบุรี ตราด ชุมพร
Tectaria fuscipes (Wall. ex. Bedd.) C. Chr. พบที่ ภาคเหนือ เชียงใหม่
เชียงราย แพร่ พิษณุโลก
Tectaria grifithii (Baker) C. Chr.
กระฉอดแรด
พบในป่าดิบชื้น ตามสันเขาในที่ร่มและชื้นในพื้นที่ที่ไม่สูงมากนัก
พบที่ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พิษณุโลก เลย ตาก ลงมาถึง กาญจนบุรี อุทัยธานี
ภาคตะวันออก ชลบุรี จันทบุรี
Tectaria rockii C. Chr.
ชื่ออื่น : กระฉอดแรด
ลักษณะใบ ก้านใบยาวได้ถึง 80 ซ.ม. สีน้ำตาลเป็นเงามัน มีร่องตามยางด้านหน้าก้านใบ
โคนก้านใบมีเกล็ดหรือขนปกคลุมทั่ว ใบประกอบแบบขนนก โคนใบกว้าง 50 ซ.ม.
ยาว 50 ซ.ม. ใบรูปสามเหลี่ยม เนื้อใบบาง มองเห็นเส้นใบร่างแหได้ชัดเจน
ใบย่อยมี 3-5 คู่ ใบคู่ล่าง เส้นกลางใบมีขนอ่อน ขอบใบหยักเว้า ใบย่อยคู่ล่างสุด
มีขนาดใหญ่สุดและเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ใบย่อยที่ปลายรูปสามเหลี่ยม
ปลายสอบเรียวแหลม โคนใบมน อับสปอรืรูปกลม เกิดกระจายทั่ว มีเยื่อหุ้มอินดูเซีย
กลุ่มอับสปอร์มีขนเล็กๆ ร่วงไปเมื่อสปอร์แก่
พบทั่วไปในภาคเหนือ ตะวันตก ตะวันออก ภาคใต้ มักขึ้นบริเวณที่มีร่มเงาบนพื้นที่สูง
150-1200 ม. MSL ในป่าดิบหรือป่าผลัดใบ Tectaria rumicifolia (Ridl.) C.
Chr. พบที่เชียงราย เชียงใหม่ ตาก กาญจนบุรี ตะวันตก เลย จันทบุรี นครศรีธรรมาราช
Tectaria gymnosora Holttum พบที่ เชียงใหม่ เลย กาญจนบุรี ตราด พังงา
นครศรีธรรมราช ยะลา
Tectaria herpetocaulos Holttum พบที่ พิษณุโลก
Tectaria keckii (Luerssen) C. Chr. พบทั่วไปทางภาคเหนือ เลย ตาก กาญจบุรี
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่
Tectaria laotica Tardien & c. Chr. พบที่ ยะลา มีรายงานเคยพบครั้งเดียวที่
ภูกระดึง เลย
Tectaria manilensis (C. Presl.) Holttum. var. chupengensis (Ridley)
Holttum พบที่ เลย
Tectaria manilensis (C. Presl.) Holttum. var. manilensis
Tectaria melanocaulis ชนิดนี้เคยมีคนพบอยู่ครั้งเดยวที่ บริเวณเทือกเขาในเขตรอยต่อของจังหวัดยะลา
และปัตตานี บริเวณใกล้พรมแดนไทย-มาเลเซีย
Tectaria pilosa (F'ee) R.C. Moran พบที่ เชียงราย
Tectaria teneriforms (Hook.) Ching พบที่แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุทัย กาญจนบุรี
Tectaria ternifolia พบที่ ตรัง พังงา
|