| การจำแนกชนิด |
| 1a |
Rhizome short, terrestrial or on rocks, Frond close
together (Subgen. Lindsaea)
เหง้าสั้น เป็นเฟินดินหรืองอกตามซอกหิน มีใบออกถี่ติดกัน |
2 |
| 1b |
Rhizome long-creeping, climbing on tree-trunks (subgen. Odontoloma)
เหง้าเลื้อยยาว ปีนเลื้อยขึ้นตามลำต้นไม้ใหญ่ |
16 |
| |
|
|
| 2a |
Pinnae not articulate to rachis
ใบย่อยไม่มีข้อต่อติดแกนกลางใบ |
3 |
| 2b |
Pinnae articulate to rachis (Sect. Isoloma)
ใบย่อย มีข้อต่อติดกับแกนกลางใบ |
L. divergens |
| |
|
|
| 3a |
Frond simply pinnate with generally not dimidiate pinnae and reticulate
veins, or bipinnate with pinnae gradually larger below (Sect. Schizaloma)
ใบประกอบขนนกแบบปกติ โดยทั่วไปใบย่อยไม่เป็น dimidiate และเส้นใบเป็นร่างแห
หรือใบประกอบขนนก 2 ชั้น มีใบย่อยส่วนล่างมีขนาดค่อยๆ ใหญ่ขึ้น |
4 |
| 3b |
Frond simply pinnate with dimidiate pinnae, or bipinnate with
a few lateral pinnae resembling simply pinnate frond
ใบประกอบขนนกแบบปกติ มีใบย่อยแบบ dimidiate
หรือใบประกอบขนนก 2 ชั้น ใบย่อยชั้นแรกลักษณะเหมือนใบประกอบขนนกปกติ |
9 |
| |
|
|
| 4a |
Veins more or less anastomosing
เส้นใบ มีเส้นจรดโค้งเข้าหากัน |
5 |
| 4b |
Vein all free except those joined by sori
เส้นใบอิสระ ยกเว้นตำแหน่งที่เกิดสปอร์ที่ปลายเส้นใบไปรวมกัน |
6 |
| |
|
|
| 5a |
Frond simply pinnate; pinnae with parallel margins; veins copiously
anastomosing forming more than two rows of areoles at each side
of costa |
L. ensifolia |
| 5b |
Frond simply pinnate to bipinnate with the pinnae grandually narrowing
towards apex; veins laxly anastomosing to form costa areoles, itherwise
free |
L. heterophylla |
| |
|
|
| 6a |
Sterile as well as fertile frond bipinnate, sori interrupted at
margin of fertile lobes |
7 |
| 6b |
Sterile frond usually simply pinnate. Sori more or less continuouise
along margin of fertile lobes |
L. orbiculata |
| |
|
|
| 7a |
Pinnules of lower pinnate pinnae and upper simple pinnae more
or less dimidiate |
8 |
| 7b |
Pinnules of lower pinnate as well as upper simple pinnae not dimidiatel
lateral pinules of lower pinnate pinnae becoming smaller towards
distal ones without distinct apical pinnules |
L. bouillodii |
| |
|
|
| 8a |
Lateral pinnules of lower pinnate pinnaebecoming smaller towards
distal end usually with distinct apical pinnules |
L. chienii |
| 8b |
Apical pinnules of lower pinnate pinnae large and triangle |
L. javanensis |
| |
|
|
| 9a |
Frond bipinnate, or simply pinnate and bipinnate frond together
on the same plants
ใบเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น หรือ ใบประกอบขนนกแบบปกติ และมีใบประกอบขนนก
2 ชั้น ในต้นเดียวกัน |
10 |
| 9b |
Frond all simple pinnate; veins all free except those joined by
sori
ใบเป็นใบประกอบขนนกปกติ เส้นใบอิสระ ยกเว้นส่วนที่เชื่อมติดกับอับสปอร์ |
15 |
| |
|
|
| 10a |
Veins more or less anastomosing (Sect. Synaphlebium)
มีเส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน
|
11 |
| 10b |
Veins all free except those joined by sori; leaflets entrie. Sori
continuous
เส้นใบอิสระ ยกเว้นเฉพาะส่วนที่เชื่อมติดกับสปอร์, ขอบใบเรียบ อับสปอร์ยาวต่อเนื่อง |
L. doryphora |
| |
|
|
| 11a |
Upper edge of leaflets (i.e. pinnules of bipinnate form or pinnae
of simply pinnate frond) lobed
ขอบด้านบนของใบเป็นหยัก |
12 |
| 11b |
Upper edge of leaflets quite entire, base narrowly cuneate
ขอบใบด้านบนค่อนข้างเรียบ โคนใบเป็นรูปลิ่มแคบ |
L. integra |
| |
|
|
| 12a |
Stipe stramineous, veins irregullarly anastomosing
ก้านใบสีฟางอ่อน เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน ไม่เป็นระเบียบ |
13 |
| 12b |
Stipe more or less castaneous or purplish, sometimes stramineous,
veins regularly anastomosing
ก้านใบสีน้ำตาลอ่อนหรือสีม่วง บางทีอาจเป็นสีฟางอ่อน เส้นใบจรดโค้งเข้ากันอย่างมีระเบียบ |
14 |
| |
|
|
| 13a |
Leaflets hardly narrowed to apex, 4-6 mm. wide. Stipe abaxially
anglular to base. Sori interrupted |
L. malayensis |
| 13b |
Leaflets a little narrowed to apex, 3-4 mm wide. Stipe abaxially
flat or convex, and laterally biangular. Sori continuous or interrupted |
L. napaea |
| |
|
|
| 14a |
Outer edge of leaflets not lobed. Sori continuous with less lobed
margin of leaflets
ขอบด้านนอกของใบไม่เป็นหยัก อัยสปอร์ยาวต่อเนื่องตลอด |
L. cultrata |
| 14b |
Outer edge of leaflets lobed. Sori interrupted with deeply lobed
margin of leaflets
ขอบด้านนอกของใบเป็นหยัก อับสปอร์แบ่งช่วงตามขอบหยักของใบ |
L. parallelogramma |
| |
|
|
| 15a |
Pinnae more or less half-crescent shape; rachis round beneath.
Spores bilateral (Sect. Osmolindsaea)
ใบย่อย รูปจันทร์เสี้ยว แกนกลางใบด้านล่างกลม สปอร์รูป bilateral |
L. odorata |
| 15b |
Pinnae more or less quadrangular; rachis quadrangular in section.
Spores tetrahedral (Sect. stenolindsaea)
ใบย่อยรูปสี่เหลี่ยม แกนกลางใบมีหน้าตัดเป็นสีเหลี่ยม สปอร์รูป tetrahedral |
L. lucida |
|
|
|
| 16a |
Frond usually simply pinnate; rachis quadragular in cross section.
Sori more or less interrupted (Sect. Odontoloma)
ปกติใบประกอบขนนกปกติ แกนกลางใบหลักมีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยม อับสปอร์เป๋นแถวและมีแบ่งเว้นช่วง |
17 |
| 16b |
Frond bipinnate, or rarely simply pinnate; rachis rounded below,
leaflets always quite entire. Sori contiunous (Sect. Pseudolancea)
ใบประกอบขนนกสองชั้น มีน้อยมาที่เป็นใบเดี่ยวปกติ, ผิวของแกนกลางหลักของใบเป็นผิวกลม
ตัวใบค่อนข้างเรียบ อับสปอร์เป็นแถวยาวต่อเนื่อง
|
L. parasitica |
| |
|
|
| 17a |
Sori many, short, or single veins or uniting 2-3 veins |
L. repens |
| 17b |
Sori continuous towards base, broken only rowards apex |
L. oblanceolata |
| |
|
|

[ Image : Sanke@Klongton ] |
Lindsaea doryphora Kramer
Synm. Name : L. scandens var. terrestris Holt. |
| เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน อาศัยอยู่ตามพื้นดิน หรือตามซอกหิน ที่มีร่มเงา
หรือได้แสงสว่างรำไร อยู่ในป่าดงดิบ ใกล้ริมลำธาร น้ำตก หรือที่มีความชุ่มชื้นสูง
อยู่ที่ระดับความสูงไม่มาก เป็นเฟินที่มีใบสวยงามแปลกตา แต่ปลูกเลี้ยงยาก
ถึงยากมาก |
 |
ลักษณะทั่วไป เป็นเฟินดิน มีเหง้าสั้น มีน้อยที่จะเจอเหง้าเลื้อยยาว
เหง้ามีเกล็ดปกคลุม เกล็ดสีน้ำตาลอ่อน แข็ง ขนาดยาว 1.5 ม.ม.
ก้านใบ สีฟางอ่อน ยาวได้มากกว่า 30 ซ.ม. ก้านส่วนบน ด้านหน้าเป็นร่องตัว
U ยาวตลอด
ใบ ปกติเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น หาได้น้อยที่จะมีใบประกอบขนนกชั้นเดียวหรือแบบขนนกปกติ
อยู่ในต้นเดียวกัน |
 |
ขนาดใบ ยาว 15-35 ซ.ม. กว้างได้ถึง 20 ซ.ม. ใบกิ่งหรือใบย่อยชั้นแรกแตกเป็นกิ่งออกด้านข้าง
มีได้ถึง 6 คู่ ใบกิ่งแผ่กางออกทางด้านข้าง |
ใบกิ่ง แต่ละใบเป็นรูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายค่อยเรียวแหลม มีก้านใบย่อยสั้น
ขนาดของใบกิ่ง 10-20 : 3-5 ซ.ม. และมีใบย่อยเล็กได้ถึง 15-20 คู่
ใบย่อยเล็ก แต่ละใบเป็นใบแบบ dimidiate และเป็นรูปจันทรโค้ง โค้งมนตั้งแต่ขอบบนถึงขอบปลาย
ขอบส่วนปลายเป็นหยักตื้น 5-7 หยัก ส่วนขอบล่างโค้งขึ้น
|
 |
| ขนาดใบย่อยเล็ก ยาว 1.5-2.5 ซ.ม. กว้างได้ถึง 1 ซ.ม.
ใบย่อยเล็กที่ปลายสุดเหมือนใบย่อยด้านข้าง โดยปกติมีขนาดใหญ่กว่า |
 |
เนื้อใบหนาเหมือนแผ่นหนัง เส้นใบแยกเป็นอิสระทั้งหมด
มองเห็นเส้นใบได้ทั้งสองด้าน
อับสปอร์ จัดเรียงตัวเป็นแถวยาวต่อเนื่องตลอดขอบใบส่วนบน แต่ไม่ถึงส่วนที่เป็นขอบหยัก
และตำแหน่งของอับสปอร์ขยับเข้ามาเล็กน้อยจากริมขอบใบ มีเยื่ออินดูเซียบาง
L. doryphora กระจายพันธุ์ ตั้งแต่ พม่า ลงมาถึงหมู่เกาะชวา และไปถึงฟิลิปปินส์
ในบ้านเรา มีรายงานการค้นพบที่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา |
 |
Lindsaea odorata roxb. |
ชื่อ odarata มาจากคำว่า odorat แปลว่า to smell, give off a fragrance,
be perfumed หรือ มีกลิ่น
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน งอกอยู่ตามซอกหินทราย บริเวณริมลำธาร ในป่าดงดิบ |
 |
| ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ขนาด dia. 1.0-1.2 มม.
มีก้านใบออกช่วงระยะ 2-5 มม. มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดผอมเรียวดูเหมือนเส้นขน
ยาว 3 มม. สีน้ำตาลอ่อน-เข้ม |
 |
ก้านใบ ยาว 8 ซม. สีน้ำตาล คล้ายทรงกระบอก |
ใบ ตัวใบเป็นใบประกอบขนนกปกติ รูปแถบยาว หรือแกมรูปหอก ขนาด 13 :
1.7 ซ.ม. สอบแคบลงสู่ปลายและโคนใบ มีใบย่อยได้ถึง 20 คู่
ใบย่อย มีก้านสั้นๆ ยกเว้นใบย่อยช่วงบนไม่มีก้าน |
 |
| ใบย่อยช่วงกลางใหญ่สุด รูปขอบขนาน ปลายมนกลม โคนรูปลิ่ม
ขนาด 8 : 4 มม. ที่ขอบด้านล่างโค้งมนและเรียบ ขอบด้านในตรงหรือโค้ง
ขอบด้านบนเป็นหยัก ถึง 1/3 |
 |
ส่วนใบย่อยช่วงบนจากกลางใบขึ้นไป มีก้านสั้น หรือไม่มีก้าน
เป็นเพียงแฉก ขอบใบเป็นแฉกมน กว้าง 1-2 มม. ลึก 2 มม. |
แผ่นใบบาง เส้นใบแยกอิสระ นูนขึ้นจากฟิวทั้งสองด้าน ปลายเส้นใบ
ไปรวมกันบริเวณตำแหน่งที่เกิดสปอร์
อับสปอร์ เป็นแถวต่อเนื่อง ยาวได้ถึง 1.5 มม. อยู่ติดริมขอบใบ
มีช่องเว้นห่างช่วงรอยหยักริมขอบใบ มีเยื่ออินดูเซียแข็ง |
 |
เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์อยู่ใน มาดากัสการ์ ลังกา
ไปถึงออสเตเลีย และขึ้นไปถึงญี่ปุ่น
ในบ้านเรา มีรายงานระบุ พบที่ จ. เลย เพียงแห่งเดียว |
 |
Lindsaea orbiculata (Lam.) Mett. ex Kuhn |
ชื่อ orbiculata มาจากคำว่า orbicul แปลว่า a small circle, ring
ซึ่งหมายถึง ลักษณะรูปร่างใบย่อยของเฟินชนิดนี้ มีลักษณะขอบใบมนกลม
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน ขนาดเล็ก ถึงขนาดกลาง ที่งอกอยู่ตามข้างเนินดิน
หรือดินข้างตลิ่งริมลำธาร ที่มีร่มเงา และได้รับแสงแดดรำไร ในป่าดิบชุ่มชื้นตลอดปี
|
 |
| ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ขนาด dia. 1.5 ม.ม. มีเกล็ดปกคลุมตลอด
เกล็ดเป็นเส้น ขนาด ยาว 2 มม. กว้างที่โคนเพียง 2-3 เซลล์ |
 |
ใบมี 2 แบบ (dimorphic) คือ ใบปกติ (sterile fronds)
ไม่สร้างสปอร์ กับใบสปอร์ (fertile fronds) ซึ่งใบสปอร์มีลักษณะผอมเรียว
และก้านใบยาวกว่าในใบปกติ |
| ใบปกติ ก้านยาว 4 ซม. สีน้ำตาล ส่วนบนสีซีดอ่อนกว่า ผิวก้านด้านหน้าเป็นร่อง
ด้านใต้มนกลม ตัวใบเป็นใบประกอยขนนกปกติ ยาว 4-6 ซม. กว้างได้ถึง 2
ซม. ใบย่อยมีได้ถึง 10 คู่ ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ส่วนมากลักษณะเป็นรูปแบบพัด
ขอบด้านล่างและขอบด้านในเป็นเส้นตรง หรือเบี้ยวเล็กน้อย และทำมุมกันเป็นมุมฉาก
ส่วนขอบด้านอื่นเป็นมนกลม และหยักเป็นซี่ฟัน ผิวใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ
เส้นใบอิสระ มองเห็นได้ัชัดเจนทั้งสองด้าน |
 |
| ใบสปอร์ ก้านใบยาวกว่าในใบปกติ ยาวได้ถึง 30 ซม. ตัวใบรูปกึ่งสามเหลี่ยมแคบ
เป็นใบประกอบขนนกปกติ หรืออาจเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น ที่มีใบย่อยชั้นเล็กไม่มาก |
ตัวใบยาวได้ถึง 18 ซม. โคนใบกว้างได้มากถึง 5 ซม.
ใบย่อยด้านข้างมีก้านสั้นมาก ในใบประกอบขนนกปกติ มีใบย่อยเล็ก 1-10
คู่ ส่วนมากใบย่อยเป็นรูปทรงพัด ใบย่อยปลายสุดรูปร่างเหมือนใบย่อยด้านข้าง
อัสปอร์ เป็นแถวต่อเนื่องบริเวณเกือบถึงขอบใบย่อยด้านบนและด้านนอก
เยื่ออินดูเซียแข็ง
การปลูกเลี้ยง : เฟินชนิดนี้ ปลูกเลี้ยงง่าย โตเร็ว ต้องการแสงเพียงรำไร
เครื่องปลูกโปร่งระบายน้ำได้ดี มีความชุ่มชื้นในอากาศมากๆ ในสภาพที่ชุ่มชื้นดี
เหง้าของเฟินชนิดนี้สามารถแตกกิ่งสาขาและงอกเป็นต้นใหม่ สามารถแยกขยายพันธุ์ไปปลูกเป็นต้นใหม่ได้ |
 |
Lindsaea parallelogramma v. A. v. Ros. |
ชื่อ parallelogramma หมายถึง รูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน ซึ่งก็คือ
รูปร่างของใบย่อยในเฟินชนิดนี้นั่นเอง
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน พบในป่าดิบเขา อาศัยอยู่ตามพื้นดิน ริมลำธาร
ที่มีร่มเงา และมีชุ่มชื้นสูงตลอดปี อยู่ที่ระดับความสูง ไม่มากนัก
ไม่เกิน 400-500 ม. MSL
ใบเป็นใบประกอบขนนก ผิวใบเป็นเงามัน สวยงาม แต่ปลูกเลี้ยงยาก เพราะต้องการความชุ่มชื้นสูงตลอดเวลา |

Rhizome short-creeping, bearing close stipes,
about 2.5 mm dia. |
| ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ใบออกถี่ หรือออกใกล้กัน
เหง้ามีขนาด dia. 2.5 ม.ม. มีเกล็ดปกคลุมบริเวณยอดเหง้า เกล็ดยาวได้ถึง
2.5 ม.ม. เกล็ดสีน้ำตาลเข้มถึงดำ |
 |
ก้านใบ สีม่วงเข้มเกือบดำตลอดก้าน ผิวเป็นสันเหลี่ยมตลอดความยาวก้าน
และมีหน้าตัด (cross-section) เป็นรูปสี่เหลี่ยม ก้านใบยาวได้ถึง 30
ซ.ม. |
ใบ เป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น ใบย่อยชั้นแรก แตกเป็น 2 กิ่งด้านข้าง
ออกเยื้องกัน และใบย่อยปลาย 1 ใบ
ใบย่อยชั้่นแรก เป็นใบประกอบขนนกแบบปกติ รูปแถบยาว ปลายสุดเรียวแหลม
และมีลักษณะเป็นหยัก แบบขนนกอีกชั้น |

laminar bipinnate with 2 lateral |
| ใบย่อยเล็กสุดบนแต่ละกิ่ง ขนาด 15 : 5 ม.ม. มีจำนวนหลายคู่
อยู่ใกล้ชิดกัน |

Terminal pinnae of bipinnate laminae |
ใบย่อยเล็ก เป็น dimidiate (มีแผ่นใบแค่ด้านบน) รูปร่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน
|
| ขอบใบด้านในทำมุมกางออกจากแกนกลางใบ ขอบใบส่วนบนตัดตรง ส่วนมุมเป็นรอยหยัก
4-5 หยัก และขอบด้านริมนอกเป็นรอยหยักคู่
เส้นใบ มีเส้นจรดโค้งเข้าหากัน เป็นร่างแห และช่องว่างระหว่างเส้นใบเป็นรูปยาวและแคบ
เส้นใบนูนขึ้นเล็กน้อยบนผิวทั้ง 2 ด้าน พอมองเห็นได้ |
 |
| เนื้อใบ บางและแข็งกรอบ เหมือนแผ่นกระดาษ ผิวใบด้านบนเกลี้ยง
เป็นเงามัน สีเขียวเข้ม ผิวด้านล่างสีเขียวอ่อน-ด้าน |
 |
อับสปอร์ เกิดที่ริมสุดขอบใบด้านบนและนอก ตรงตำแหน่งปลายเส้นใบ
อับสปอร์อยู่ชิดติดกันและเรียงตัวเป็นแถวต่อเนื่อง มีแบ่งเว้นช่วงตามรอยหยักของขอบใบ
L. parallelogramma กระจายพันธุ์ตั้งแต่ภาคใต้ของไทย ลงไปถึงมาเลเซีย
ในบ้านเรา มีรายงานพบที่ นครศรีธรรมราช สตูล
การปลูกเลี้ยง : จัดเป็นเฟินที่ปลูกเลี้ยงยากอีกชนิดหนึ่ง
โดยปลูกแบบเฟินดิน ต้องการการระบายน้ำที่ดี มีสภาพแวดล้อมชุ่มชื้นสูงมาก
และต้องการแสงแดดเพียงรำไร |