> LINDSAEACEAE > Lindsaea || Back

สกุล Lindsaea Dryand.
วงศ์ LINDSAEACEAE

เฟินในสกุล Lindsaea โดยทั่วไปเป็นเฟินขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีทั้งที่เป็นเฟินดิน งอกอยู่ตามพื้นดิน เนินดิน หรือขึ้นอยู่ตามซอกโขดหิน และในบางชนิดมีเหง้าเลื้อยยาว ปีนขึ้นไปตามลำต้นของต้นไม้ใหญ่

ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้า มีทั้งชนิดเหง้าสั้น และชนิดเหง้าเลื้อยยาว เหง้ามีเกล็ดหรือขนปกคลุม เกล็ดอาจเป็นสีเดียว แคบ-ยาว หรือ acicular บางชนิดเกล็ดลดรูปลงเป็นเพียงขน

ก้านใบ : ท่อลำเลียงภายใน จัดเรียงเป็นรูป U หรือ V แถวเดียว, abaxially terete or angled, ผิวด้านหน้าของก้านเป็นร่องตามยาวก้าน ร่องมีขอบและต่อเนื่องตลอดส่วนบนของก้าน

ใบ : มีทั้งชนิดที่ใบประกอบขนนกปกติ ใบประกอบขนนก 2 - 3 ชั้น และในบางชนิดจะพบมีใบทั้ง 2 แบบอยู่ในต้นเดียวกัน


stripe


dimidiate form

ใบย่อยส่วนปลายใบมีขนาดค่อยๆ เล็กลง หรืออาจเหมือนใบย่อยด้านข้าง, ใบย่อย อาจมีแกนกลางใบหรืออาจไม่มี หรือเป็นใบแบบ dimidiate (คือ แผ่นใบย่อยด้านล่างลดรูปหรือไม่เจริญ)

เส้นใบ (Veins) บางชนิด มีเส้นใบแบบอิสระ แตกแขนง 1 ครั้งหรือหลายครั้ง หรือมีเส้นใบจรดโค้งเข้าหากันเป็นร่างแห แต่ไม่มีเส้นใบปลายอิสระอยู่ระหว่างช่องว่างระหว่างร่างแห, ปลายเส้นใบยาวไม่สุดริมขอบใบ บางชนิดเส้นใบอิสระมีปลายเสนใบไปรวมกันที่บริเวณตำแหน่งที่เกิดอับสปอร์


Veins
อับสปอร์ : อับสปอร์เกิดบริเวณริมขอบใบ หรือใกล้ริมขอบใบ ที่ขอบส่วนบน หรือไปถึงสุดปลายของแผ่นใบ
แต่ละอับสปอร์เป็นรูปกลมหรือรูปเมล็ดถั่ว เกิดบนส่วนปลายของเส้นใบ และเรียงชิดติดกันเป็นแถวยาวไปตามขอบใบ มีเยื่ออินดูเซียมแนบติดบริเวณส่วนโคน หรือเป็นรูปยาวและติดกับเส้นใบ เมื่อสปอร์แก่้ เยื่อจะยกขอบเปิดขึ้น, มีใย parapyses 2-celled, สปอร์เป็นรูป trilete หรือ monolete ผิวเรียบ ในเฟินบางชนิด จำเป็นต้องดูจากรูปร่างของสปอร์ด้วยในการจำแนกชนิด species
Sori
เฟินในสกุลนี้ ส่วนมากอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้น หรือป่าดิบเขา บริเวณริมลำธาร หรือใกล้น้ำตก ในเขตร้อนหรือกึี่งเขตร้อน กระจายพันธุ์อยู่ตั้งแต่ตอนเหนือของญี่ปุ่น ลงมาถึงนิวซีแลนด์และทัสมาเนีย อัฟริกา และอเมริกา ทั่วโลกมีราว 150 ชนิด มีราว 62 ชนิดในมาเลเซีย

ในบ้านเรามีรายงานค้นพบราว 22 ชนิด ได้แก่
Lindsaea bouillodii H. Christ. สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา
Lindsaea chienii Ching กูดหางนกยูง เชียงใหม่ เลย นครศรีธรรมราช
Lindsaea cultrata (Wilds.) Sw. จันทบุรี พังงา
Lindsaea divergens Hook. & Grev. สตูล
Lindsaea doryphorra Kramer
Lindsaea ensifolia Sw. หางนกกะลิง พบทั่วทุกภาคของไทย
Lindsaea heterophylla Dryand เชียงใหม่ เลย สุราษฎร์ธานี
Lindsaea integra Holttum นครศรีธรรมราช สตูล ยะลา
Lindsaea javanensis Blume เลย นครศรีธรรมราช
Lindsaea lucida Blume นครนายก จันทบุรี ภาคใต้ตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป
Lindsaea malayensis Holttum นครศรีธรรมราช
Lindsaea napaea v. A. v. Ros. กระบี่
Lindsaea oblanceolata v. A. v. Ros. สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
Lindsaea odorata Roxb.
Lindsaea orbiculata (Lam.) Mett. ex Kuhn
Lindsaea orbiculata (Lamk.) Mett. ex Kuhn var. commixta (Tagawa) K.U. Kramer เชียงใหม่ เลย จันทบุรี
Lindsaea orbiculata (Lamk.) Mett. ex Kuhn var. orbiculata ชัยภูมิ จันทบุรี นครศรีธรรมราช สตูล
Lindsaea parallelogramma v. A. v. Ros.
Lindsaea parasitica (Roxb. ex Griff.) Hieron. สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา
Lindsaea repens (Bory) Thwaites & Hook.
Lindsaea repens (Bory) Thwaites var. pectinata (Blume) Mett. ex Kuhn นครราชสีมา นครนายก ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
Lindsaea tenera Dryand ชลบุรี

การจำแนกชนิด
1a Rhizome short, terrestrial or on rocks, Frond close together (Subgen. Lindsaea)
เหง้าสั้น เป็นเฟินดินหรืองอกตามซอกหิน มีใบออกถี่ติดกัน
2
1b Rhizome long-creeping, climbing on tree-trunks (subgen. Odontoloma)
เหง้าเลื้อยยาว ปีนเลื้อยขึ้นตามลำต้นไม้ใหญ่
16
     
2a Pinnae not articulate to rachis
ใบย่อยไม่มีข้อต่อติดแกนกลางใบ
3
2b Pinnae articulate to rachis (Sect. Isoloma)
ใบย่อย มีข้อต่อติดกับแกนกลางใบ
L. divergens
     
3a Frond simply pinnate with generally not dimidiate pinnae and reticulate veins, or bipinnate with pinnae gradually larger below (Sect. Schizaloma)
ใบประกอบขนนกแบบปกติ โดยทั่วไปใบย่อยไม่เป็น dimidiate และเส้นใบเป็นร่างแห
หรือใบประกอบขนนก 2 ชั้น มีใบย่อยส่วนล่างมีขนาดค่อยๆ ใหญ่ขึ้น
4
3b Frond simply pinnate with dimidiate pinnae, or bipinnate with a few lateral pinnae resembling simply pinnate frond
ใบประกอบขนนกแบบปกติ มีใบย่อยแบบ dimidiate
หรือใบประกอบขนนก 2 ชั้น ใบย่อยชั้นแรกลักษณะเหมือนใบประกอบขนนกปกติ
9
     
4a Veins more or less anastomosing
เส้นใบ มีเส้นจรดโค้งเข้าหากัน
5
4b Vein all free except those joined by sori
เส้นใบอิสระ ยกเว้นตำแหน่งที่เกิดสปอร์ที่ปลายเส้นใบไปรวมกัน
6
     
5a Frond simply pinnate; pinnae with parallel margins; veins copiously anastomosing forming more than two rows of areoles at each side of costa L. ensifolia
5b Frond simply pinnate to bipinnate with the pinnae grandually narrowing towards apex; veins laxly anastomosing to form costa areoles, itherwise free L. heterophylla
     
6a Sterile as well as fertile frond bipinnate, sori interrupted at margin of fertile lobes 7
6b Sterile frond usually simply pinnate. Sori more or less continuouise along margin of fertile lobes L. orbiculata
     
7a Pinnules of lower pinnate pinnae and upper simple pinnae more or less dimidiate 8
7b Pinnules of lower pinnate as well as upper simple pinnae not dimidiatel lateral pinules of lower pinnate pinnae becoming smaller towards distal ones without distinct apical pinnules L. bouillodii
     
8a Lateral pinnules of lower pinnate pinnaebecoming smaller towards distal end usually with distinct apical pinnules L. chienii
8b Apical pinnules of lower pinnate pinnae large and triangle L. javanensis
     
9a Frond bipinnate, or simply pinnate and bipinnate frond together on the same plants
ใบเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น หรือ ใบประกอบขนนกแบบปกติ และมีใบประกอบขนนก 2 ชั้น ในต้นเดียวกัน
10
9b Frond all simple pinnate; veins all free except those joined by sori
ใบเป็นใบประกอบขนนกปกติ เส้นใบอิสระ ยกเว้นส่วนที่เชื่อมติดกับอับสปอร์
15
     
10a

Veins more or less anastomosing (Sect. Synaphlebium)
มีเส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน

11
10b Veins all free except those joined by sori; leaflets entrie. Sori continuous
เส้นใบอิสระ ยกเว้นเฉพาะส่วนที่เชื่อมติดกับสปอร์, ขอบใบเรียบ อับสปอร์ยาวต่อเนื่อง
L. doryphora
     
11a Upper edge of leaflets (i.e. pinnules of bipinnate form or pinnae of simply pinnate frond) lobed
ขอบด้านบนของใบเป็นหยัก
12
11b Upper edge of leaflets quite entire, base narrowly cuneate
ขอบใบด้านบนค่อนข้างเรียบ โคนใบเป็นรูปลิ่มแคบ
L. integra
     
12a Stipe stramineous, veins irregullarly anastomosing
ก้านใบสีฟางอ่อน เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน ไม่เป็นระเบียบ
13
12b Stipe more or less castaneous or purplish, sometimes stramineous, veins regularly anastomosing
ก้านใบสีน้ำตาลอ่อนหรือสีม่วง บางทีอาจเป็นสีฟางอ่อน เส้นใบจรดโค้งเข้ากันอย่างมีระเบียบ
14
     
13a Leaflets hardly narrowed to apex, 4-6 mm. wide. Stipe abaxially anglular to base. Sori interrupted L. malayensis
13b Leaflets a little narrowed to apex, 3-4 mm wide. Stipe abaxially flat or convex, and laterally biangular. Sori continuous or interrupted L. napaea
     
14a Outer edge of leaflets not lobed. Sori continuous with less lobed margin of leaflets
ขอบด้านนอกของใบไม่เป็นหยัก อัยสปอร์ยาวต่อเนื่องตลอด
L. cultrata
14b Outer edge of leaflets lobed. Sori interrupted with deeply lobed margin of leaflets
ขอบด้านนอกของใบเป็นหยัก อับสปอร์แบ่งช่วงตามขอบหยักของใบ
L. parallelogramma
     
15a Pinnae more or less half-crescent shape; rachis round beneath. Spores bilateral (Sect. Osmolindsaea)
ใบย่อย รูปจันทร์เสี้ยว แกนกลางใบด้านล่างกลม สปอร์รูป bilateral
L. odorata
15b Pinnae more or less quadrangular; rachis quadrangular in section. Spores tetrahedral (Sect. stenolindsaea)
ใบย่อยรูปสี่เหลี่ยม แกนกลางใบมีหน้าตัดเป็นสีเหลี่ยม สปอร์รูป tetrahedral
L. lucida
   
16a Frond usually simply pinnate; rachis quadragular in cross section. Sori more or less interrupted (Sect. Odontoloma)
ปกติใบประกอบขนนกปกติ แกนกลางใบหลักมีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยม อับสปอร์เป๋นแถวและมีแบ่งเว้นช่วง
17
16b Frond bipinnate, or rarely simply pinnate; rachis rounded below, leaflets always quite entire. Sori contiunous (Sect. Pseudolancea)
ใบประกอบขนนกสองชั้น มีน้อยมาที่เป็นใบเดี่ยวปกติ, ผิวของแกนกลางหลักของใบเป็นผิวกลม ตัวใบค่อนข้างเรียบ อับสปอร์เป็นแถวยาวต่อเนื่อง
L. parasitica
     
17a Sori many, short, or single veins or uniting 2-3 veins L. repens
17b Sori continuous towards base, broken only rowards apex L. oblanceolata
     

รายละเอียดของเฟินบางชนิดในสกุลนี้

[ Image : Sanke@Klongton ]
Lindsaea doryphora Kramer
Synm. Name : L. scandens var. terrestris Holt.
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน อาศัยอยู่ตามพื้นดิน หรือตามซอกหิน ที่มีร่มเงา หรือได้แสงสว่างรำไร อยู่ในป่าดงดิบ ใกล้ริมลำธาร น้ำตก หรือที่มีความชุ่มชื้นสูง อยู่ที่ระดับความสูงไม่มาก เป็นเฟินที่มีใบสวยงามแปลกตา แต่ปลูกเลี้ยงยาก ถึงยากมาก
ลักษณะทั่วไป เป็นเฟินดิน มีเหง้าสั้น มีน้อยที่จะเจอเหง้าเลื้อยยาว เหง้ามีเกล็ดปกคลุม เกล็ดสีน้ำตาลอ่อน แข็ง ขนาดยาว 1.5 ม.ม.
ก้านใบ สีฟางอ่อน ยาวได้มากกว่า 30 ซ.ม. ก้านส่วนบน ด้านหน้าเป็นร่องตัว U ยาวตลอด
ใบ ปกติเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น หาได้น้อยที่จะมีใบประกอบขนนกชั้นเดียวหรือแบบขนนกปกติ อยู่ในต้นเดียวกัน
ขนาดใบ ยาว 15-35 ซ.ม. กว้างได้ถึง 20 ซ.ม. ใบกิ่งหรือใบย่อยชั้นแรกแตกเป็นกิ่งออกด้านข้าง มีได้ถึง 6 คู่ ใบกิ่งแผ่กางออกทางด้านข้าง


ใบกิ่ง แต่ละใบเป็นรูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายค่อยเรียวแหลม มีก้านใบย่อยสั้น ขนาดของใบกิ่ง 10-20 : 3-5 ซ.ม. และมีใบย่อยเล็กได้ถึง 15-20 คู่

ใบย่อยเล็ก แต่ละใบเป็นใบแบบ dimidiate และเป็นรูปจันทรโค้ง โค้งมนตั้งแต่ขอบบนถึงขอบปลาย ขอบส่วนปลายเป็นหยักตื้น 5-7 หยัก ส่วนขอบล่างโค้งขึ้น

ขนาดใบย่อยเล็ก ยาว 1.5-2.5 ซ.ม. กว้างได้ถึง 1 ซ.ม. ใบย่อยเล็กที่ปลายสุดเหมือนใบย่อยด้านข้าง โดยปกติมีขนาดใหญ่กว่า

เนื้อใบหนาเหมือนแผ่นหนัง เส้นใบแยกเป็นอิสระทั้งหมด มองเห็นเส้นใบได้ทั้งสองด้าน

อับสปอร์ จัดเรียงตัวเป็นแถวยาวต่อเนื่องตลอดขอบใบส่วนบน แต่ไม่ถึงส่วนที่เป็นขอบหยัก และตำแหน่งของอับสปอร์ขยับเข้ามาเล็กน้อยจากริมขอบใบ มีเยื่ออินดูเซียบาง

L. doryphora กระจายพันธุ์ ตั้งแต่ พม่า ลงมาถึงหมู่เกาะชวา และไปถึงฟิลิปปินส์ ในบ้านเรา มีรายงานการค้นพบที่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา




[ Image : Trid@HKK ]
Lindsaea lucida Blume

ชื่อ lucida มาจากคำว่า lucid แปลว่า clear, shining, bright ใส สว่าง หรือเป็นวาว
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน มักอยู่ใกล้ริมลำธาร ในป่าดิบที่มีความชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับวามสูงไม่เกิน 500 ม. MSL ปลูกเลี้ยงยาก เพราะต้องการความชุ่มชื้นสูง

L. lucida เป็นเฟินขนาดเล็ก

ลักษณะทั่วไป : เหง้าเลื้อยสั้น สีเกือบดำ ใบออกถี่ เหง้าขนาด dia. 1.5 ม.ม. มีเกล็ดปกคลุมบริเวณยอดเหง้า เกล็ดแคบ าวได้ถึง 3 ม.ม. กว้าง 0.2 ม.ม. สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ผิวเกล็ดเป็นเงามัน
ก้านใบ : โคนก้านมีเกล็ดสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลอ่อน ก้านสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเขียวอ่อน หน้าตัดก้านเป็นสี่เหลี่ยม
ตัวใบ : ใบประกอบขนนกปกติ รูปยาว ขนาด 30 : 2.8 ซ.ม. แกนกลางใบมีลักษณะเหมือนก้านใบส่วนบน ใบย่อยออกใกล้กัน ใบย่อยช่วงกลางมีขนาดใหญ่สุด แผ่กางออก
ใบย่อย : รูปขอบขนาน หรือขอบขนาน-กึ่งสามเหลี่ยม ขนาด 1.7 : 0.7 ซ.ม. ขอบล่างเป็นเส้นตรงหรือโค้ง ขอบด้านในอยู่ติดแกนกลางใบ โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบมนกลมหรือค่อยๆ สอบแหลม
ใบย่อยช่วงปลายใบ มีขนาดเล็กลง ปลายใบอ่อนโค้ง และแหลมเป็นติ่งยาว ไม่มีใบย่อยเดี่ยวที่ปลายสุดใบ

ใบย่อยส่วนล่าง ใกล้โคน กางและทำมุมชี้ลง
แผ่นใบบางเหมือนกระดาษ เส้นใบมองเห็นได้ชัดทั้งสองด้านของใบ เป็นเส้นใบอิสระ ยกเว้นส่วนที่เชื่อมติดกับอับสปอร์

อับสปอร์ มีเยื่อหุ้มอินดูเซียแคบ บาง และอยู่เกือบติดริมขอบของใบย่อย

เฟินชนิดนี้กระจายพันธุ์อยู่ใน จีนตอนใตลงมาถึงหมู่เกาชวา และจากอินเดีย พม่า ไปถึงเวียดนาม
ในบ้านเรา พบที่ นครนายก จันทบุรี และภาคใต้ตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป


Lindsaea odorata roxb.
ชื่อ odarata มาจากคำว่า odorat แปลว่า to smell, give off a fragrance, be perfumed หรือ มีกลิ่น

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน งอกอยู่ตามซอกหินทราย บริเวณริมลำธาร ในป่าดงดิบ
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ขนาด dia. 1.0-1.2 มม. มีก้านใบออกช่วงระยะ 2-5 มม. มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดผอมเรียวดูเหมือนเส้นขน ยาว 3 มม. สีน้ำตาลอ่อน-เข้ม
ก้านใบ ยาว 8 ซม. สีน้ำตาล คล้ายทรงกระบอก
ใบ ตัวใบเป็นใบประกอบขนนกปกติ รูปแถบยาว หรือแกมรูปหอก ขนาด 13 : 1.7 ซ.ม. สอบแคบลงสู่ปลายและโคนใบ มีใบย่อยได้ถึง 20 คู่

ใบย่อย มีก้านสั้นๆ ยกเว้นใบย่อยช่วงบนไม่มีก้าน
ใบย่อยช่วงกลางใหญ่สุด รูปขอบขนาน ปลายมนกลม โคนรูปลิ่ม ขนาด 8 : 4 มม. ที่ขอบด้านล่างโค้งมนและเรียบ ขอบด้านในตรงหรือโค้ง ขอบด้านบนเป็นหยัก ถึง 1/3
ส่วนใบย่อยช่วงบนจากกลางใบขึ้นไป มีก้านสั้น หรือไม่มีก้าน เป็นเพียงแฉก ขอบใบเป็นแฉกมน กว้าง 1-2 มม. ลึก 2 มม.

แผ่นใบบาง เส้นใบแยกอิสระ นูนขึ้นจากฟิวทั้งสองด้าน ปลายเส้นใบ ไปรวมกันบริเวณตำแหน่งที่เกิดสปอร์

อับสปอร์ เป็นแถวต่อเนื่อง ยาวได้ถึง 1.5 มม. อยู่ติดริมขอบใบ มีช่องเว้นห่างช่วงรอยหยักริมขอบใบ มีเยื่ออินดูเซียแข็ง

เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์อยู่ใน มาดากัสการ์ ลังกา ไปถึงออสเตเลีย และขึ้นไปถึงญี่ปุ่น

ในบ้านเรา มีรายงานระบุ พบที่ จ. เลย เพียงแห่งเดียว


Lindsaea orbiculata (Lam.) Mett. ex Kuhn

ชื่อ orbiculata มาจากคำว่า orbicul แปลว่า a small circle, ring ซึ่งหมายถึง ลักษณะรูปร่างใบย่อยของเฟินชนิดนี้ มีลักษณะขอบใบมนกลม

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน ขนาดเล็ก ถึงขนาดกลาง ที่งอกอยู่ตามข้างเนินดิน หรือดินข้างตลิ่งริมลำธาร ที่มีร่มเงา และได้รับแสงแดดรำไร ในป่าดิบชุ่มชื้นตลอดปี

ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ขนาด dia. 1.5 ม.ม. มีเกล็ดปกคลุมตลอด เกล็ดเป็นเส้น ขนาด ยาว 2 มม. กว้างที่โคนเพียง 2-3 เซลล์
ใบมี 2 แบบ (dimorphic) คือ ใบปกติ (sterile fronds) ไม่สร้างสปอร์ กับใบสปอร์ (fertile fronds) ซึ่งใบสปอร์มีลักษณะผอมเรียว และก้านใบยาวกว่าในใบปกติ
ใบปกติ ก้านยาว 4 ซม. สีน้ำตาล ส่วนบนสีซีดอ่อนกว่า ผิวก้านด้านหน้าเป็นร่อง ด้านใต้มนกลม ตัวใบเป็นใบประกอยขนนกปกติ ยาว 4-6 ซม. กว้างได้ถึง 2 ซม. ใบย่อยมีได้ถึง 10 คู่ ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ส่วนมากลักษณะเป็นรูปแบบพัด ขอบด้านล่างและขอบด้านในเป็นเส้นตรง หรือเบี้ยวเล็กน้อย และทำมุมกันเป็นมุมฉาก ส่วนขอบด้านอื่นเป็นมนกลม และหยักเป็นซี่ฟัน ผิวใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ เส้นใบอิสระ มองเห็นได้ัชัดเจนทั้งสองด้าน
ใบสปอร์ ก้านใบยาวกว่าในใบปกติ ยาวได้ถึง 30 ซม. ตัวใบรูปกึ่งสามเหลี่ยมแคบ เป็นใบประกอบขนนกปกติ หรืออาจเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น ที่มีใบย่อยชั้นเล็กไม่มาก

ตัวใบยาวได้ถึง 18 ซม. โคนใบกว้างได้มากถึง 5 ซม. ใบย่อยด้านข้างมีก้านสั้นมาก ในใบประกอบขนนกปกติ มีใบย่อยเล็ก 1-10 คู่ ส่วนมากใบย่อยเป็นรูปทรงพัด ใบย่อยปลายสุดรูปร่างเหมือนใบย่อยด้านข้าง
อัสปอร์ เป็นแถวต่อเนื่องบริเวณเกือบถึงขอบใบย่อยด้านบนและด้านนอก เยื่ออินดูเซียแข็ง

การปลูกเลี้ยง : เฟินชนิดนี้ ปลูกเลี้ยงง่าย โตเร็ว ต้องการแสงเพียงรำไร เครื่องปลูกโปร่งระบายน้ำได้ดี มีความชุ่มชื้นในอากาศมากๆ ในสภาพที่ชุ่มชื้นดี เหง้าของเฟินชนิดนี้สามารถแตกกิ่งสาขาและงอกเป็นต้นใหม่ สามารถแยกขยายพันธุ์ไปปลูกเป็นต้นใหม่ได้



Lindsaea parallelogramma v. A. v. Ros.

ชื่อ parallelogramma หมายถึง รูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน ซึ่งก็คือ รูปร่างของใบย่อยในเฟินชนิดนี้นั่นเอง

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดิน พบในป่าดิบเขา อาศัยอยู่ตามพื้นดิน ริมลำธาร ที่มีร่มเงา และมีชุ่มชื้นสูงตลอดปี อยู่ที่ระดับความสูง ไม่มากนัก ไม่เกิน 400-500 ม. MSL
ใบเป็นใบประกอบขนนก ผิวใบเป็นเงามัน สวยงาม แต่ปลูกเลี้ยงยาก เพราะต้องการความชุ่มชื้นสูงตลอดเวลา


Rhizome short-creeping, bearing close stipes, about 2.5 mm dia.
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ใบออกถี่ หรือออกใกล้กัน เหง้ามีขนาด dia. 2.5 ม.ม. มีเกล็ดปกคลุมบริเวณยอดเหง้า เกล็ดยาวได้ถึง 2.5 ม.ม. เกล็ดสีน้ำตาลเข้มถึงดำ
ก้านใบ สีม่วงเข้มเกือบดำตลอดก้าน ผิวเป็นสันเหลี่ยมตลอดความยาวก้าน และมีหน้าตัด (cross-section) เป็นรูปสี่เหลี่ยม ก้านใบยาวได้ถึง 30 ซ.ม.


ใบ เป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น ใบย่อยชั้นแรก แตกเป็น 2 กิ่งด้านข้าง ออกเยื้องกัน และใบย่อยปลาย 1 ใบ

ใบย่อยชั้่นแรก เป็นใบประกอบขนนกแบบปกติ รูปแถบยาว ปลายสุดเรียวแหลม และมีลักษณะเป็นหยัก แบบขนนกอีกชั้น


laminar bipinnate with 2 lateral
ใบย่อยเล็กสุดบนแต่ละกิ่ง ขนาด 15 : 5 ม.ม. มีจำนวนหลายคู่ อยู่ใกล้ชิดกัน

Terminal pinnae of bipinnate laminae
ใบย่อยเล็ก เป็น dimidiate (มีแผ่นใบแค่ด้านบน) รูปร่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน

ขอบใบด้านในทำมุมกางออกจากแกนกลางใบ ขอบใบส่วนบนตัดตรง ส่วนมุมเป็นรอยหยัก 4-5 หยัก และขอบด้านริมนอกเป็นรอยหยักคู่

เส้นใบ มีเส้นจรดโค้งเข้าหากัน เป็นร่างแห และช่องว่างระหว่างเส้นใบเป็นรูปยาวและแคบ เส้นใบนูนขึ้นเล็กน้อยบนผิวทั้ง 2 ด้าน พอมองเห็นได้

เนื้อใบ บางและแข็งกรอบ เหมือนแผ่นกระดาษ ผิวใบด้านบนเกลี้ยง เป็นเงามัน สีเขียวเข้ม ผิวด้านล่างสีเขียวอ่อน-ด้าน

อับสปอร์ เกิดที่ริมสุดขอบใบด้านบนและนอก ตรงตำแหน่งปลายเส้นใบ อับสปอร์อยู่ชิดติดกันและเรียงตัวเป็นแถวต่อเนื่อง มีแบ่งเว้นช่วงตามรอยหยักของขอบใบ

L. parallelogramma กระจายพันธุ์ตั้งแต่ภาคใต้ของไทย ลงไปถึงมาเลเซีย
ในบ้านเรา มีรายงานพบที่ นครศรีธรรมราช สตูล

การปลูกเลี้ยง : จัดเป็นเฟินที่ปลูกเลี้ยงยากอีกชนิดหนึ่ง
โดยปลูกแบบเฟินดิน ต้องการการระบายน้ำที่ดี มีสภาพแวดล้อมชุ่มชื้นสูงมาก และต้องการแสงแดดเพียงรำไร


Lindsaea integra Holttum
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินที่งอกอยู่ตามโขดหิน ริมลำธาร ที่มีร่มเงา มีความชุ่มชื้นสูงมาก ในป่าดงดิบ ที่ระดับความสูงไม่มาก
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น มีใบออกถี่ เหง้ามีเกล็ดปกคลุม
ก้านใบ สีฟางอ่อน หรือเป็นสีม่วงเล็กน้อยด้านล่าง ผิวก้านเป็นสันเหลี่ยม หน้าตัดก้านเป็นรูปสี่เหลี่ยม ก้านยาวได้ถึง 25 ซ.ม.
ใบ เป็นใบประกอบขนนก ทั้งแบบปกติ หรือแบบขนนก 2 ชั้น ใย่อยชั้นแรก เป็นกิ่งย่อยด้านข้าง 2 ใบ ลักษณะเหมือนกิ่งปลาย ใบย่อยชั้นแรก รูปแบยาว-รูปหอก ปลายค่อยๆ สอบเล็กลง ขนาดยาว 15 ซ.ม. กว้าง 2-3 ซ.ม. ใบย่อยชั้นเล็กสุด มีจำนวนได้ถึง 25 คู่ ใบย่อยเล็กส่วนบนมีขนาดค่อยๆ เล็กลง และปลายใบอ่อนโค้ง
ใบย่อยเล็ก ขนาด 1.5 : 0.6 ซ.ม. ขอบด้านบน ตัดตรงหรือโค้ง ปลายมนกลม ขอบด้านล่างตัดตรงหรือโค้งขึ้น โคนใบเป็นรูปลิ่มแคบ ขอบชิดกับแกนกลางใบหรือมีก้านใบย่อยสั้นๆ เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ เส้นใบมองเห็นได้ไม่ชัดเจน เส้นใบมีเส้นจรดโค้งเข้าหากัน ไม่เป้นระเบียบ
อับสปอร์ เกิดบริเวณขอบด้านบนและส่วนปลายของใบย่อย จัดเรียงตัวเป็นแถวต่อเนื่อง อยู่เกือบถึงริมขอบใบ เยื่ออินดูเซียแข็ง
นครศรีธรรมราช สตูล ยะลา
> LINDSAEACEAE > Lindsaea || Back