> LOMARIOPSIDACEAE > Bolbitis || back

สกุล Bolbitis Schott
วงศ์ LOMARIOPSIDACEAE


Bolbitis heteroclita เฟินหางหงษ์ [ Image : Blue Jay ]

เฟินในสกุลนี้ มีทั้งที่เป็นเฟินดิน เฟินเกาะหิน หรือกึ่งอิงอาศัย
ลักษณะทั่วไป มีเหง้ากลม เลื้อยสั้น แตกกิ่งสาขา มีน้อยมากที่เลื้อยปีนขึ้นสูง เหง้าด้านบนกับด้านล่างไม่เหมือนกัน ยอดเหง้ามีขนหรือเกล็ดปกคลุม มีก้านใบออกจากข้างเหง้า แบ่งเป็น 2 แถวด้านข้างและโคนก้านใบอยู่ใกล้ด้านล่างมากกว่าด้านบน ด้านบนของเหง้า ปกคลุมหนาแน่นด้วยระบบรากและเกล็ด
ลักษณะใบ ก้านใบกลม ใบ มี 2 ลักษณะ คือ ใบปกติ sterile frond และ ใบสปอร์ fertile frond มีลักษณะแตกต่างกัน ใบปกติมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว หรือใบประกอบขนนก ปลายเดี่ยว มีน้อยมากที่เป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น มีน้อยมากที่โคนก้านมีข้อต่อกับเหง้า ใบย่อย อาจมีก้านใบย่อยหรืออาจไม่มี ใบย่อยที่ปลายเป็นรูปสามเหลี่ยม หรืออาจเป็นใบประกอบ ขอบใบย่อยมีทั้งแบบขอบเรียบและหยักซี่ฟัน
อับ สปอร์เกิดบนใบสปอร์ มีลักษณะแตกต่างจากใบปกติ มีก้านใบยาว ใบประกอบแบบขนนก กระจายติดกันเป็นพืดอยู่ทั่วหลังใบ ไม่มีเยื่ออินดูเซียม และไม่มีเส้นใยคลุมสปอร์ มีเยื่อรัดรอบอัสปอร์ตามแนวยาว

กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อน Tropical พบจำนวน 85 ชนิด

การจำแนกชนิดสำหรับสกุลนี้ในบ้าน

จำแนกชนิด / Key to the species
1a Veins anastoming
เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน
2
1b Veins all free
เส้นใบอิสระทั้งหมด
9
     
2a No included free veinlet in areoles
ไม่มีปลายเส้นใบอิสระในช่องร่างแห
3
2b Many included and excurrent free veinlet in areoles 6
     
3a Pinnae more than 15 pairs 4
3b Pinnae not more than 6 pairs 5
     
4a Pinnae drying light green. Sporangia disperded on the whole undersurface of fertile pinna B. angustipinna
4b Pinnae drying reddish. Sporangia confined to the margin of fertile pinnae leving sterile portion along costa underneath B. copelandii
     
5a Vein clearly raised on both surfaces. Apex of frond particulary elongate, with a bud B. heterocreta
5b Vein obscure on either surface. Apex of frond not particulary elongate without bud. B. sinuata
     
6a Pinnae drying distinctly readdish. 7
6b Pinnae drying green 8
     
7a Pinnae more than 4 cm. wide; areoles more than 5 rows between costa and margin of pinna B. costata
7b Pinnae up to 4 cm. wide; areoles 1-3 rows B. scalpturata
     
8a Fertile pinnae oblong, having sterile along main veins B. deltigera
8b Fertile pinnae linear to oblong-lanceolate, sporangia covering the whole undersurface B. virens
     
9a Base of lateral pinnae nearly equal 10
9b Base of lateral pinnae unequal, with auricles at anterior base B. appendiculata
     
10a Fertile pinnae narrowly oblong; sterile pinnae lobed more than halfway toward costa 11
10b Fertile pinnae moniliform; sterile pinnae subentire or very shallow lobed B. hookeriana
     
11a Stipe scaly at base only, rachis and costa very sparsely scale. Lateral pinnae less than 20 pairs B. sinensis
11b Stipe, rachis and costa underneath densely covered with oblong-ovate, dark brown, irregularly erosed, appressed scales. Lateral pinnae more than 30 pairs; veinlets ending in setae along B. tonkinensis
     


On muddy rock near stream in dense forest or in light shade
Bolbitis appendiculata (Willd.) K. Iwats
ชื่อพ้อง : Acrostichum appendiculatum Willd., Polybotrya appendiculatum
ชื่ออื่น : เฟินปีกแมลงทับ, กูดหินเล็ก

ชื่อ appendiculata แปลว่า with small appendages มาจากคำว่า
appendicula + atus
คำว่า appendicula หมายถึง small appendage ส่วนต่อท้ายคำ atus ทำให้เป็นคำนาม



เฟินชนิดนี้ พบเห็นได้บ่อยบริเวณใกล้ลำธาร น้ำตก มักพบเกาะอยู่ตามก้อนหิน หรือพื้นดินที่ชุ่มชื้น ตลอดริมลำธาร ที่มีร่มเงา ได้รับเพียงแสงสว่าง ในป่าระดับต่ำ
Bolbitis appendiculata

ลักษณะทั่วไป : เหง้าเลื้อยสั้นและอ้วนอวบน้ำ เลื้อยไปตามผิวดินหรือเกาะตามซอกหิน มีเกล็ดรูปยาว ขนาด 4:0.7 มม. สีน้ำตาลอ่อน หรือสีเทา ๆ

ใบมีสองแบบ คือ ใบปกติ sterile fronds และใบที่สร้างสปอร์ fertile fronds
ใบปกติ sterile frond ก้านใบสีฟาง มีเกล็ดประปราย ยาว 5-13 ซ.ม. ตัวใบรูปหอก ปลานเรียวแหลม ขนาด 10-30 : 3.5-10 ซ.ม.

Basal pinnae slightly shorter than the next above.
ใบย่อยล่างสุดมีขนาดเล็กกว่าใบย่อยคู่ถัดไป
แกนกลางใบด้านล่างมีเกล็ด เป็นปีกบริเวณส่วนบน บางครั้งมีต้นอ่อนเกิดที่ส่วนปลายใบ ใบย่อยมี 15-25 คู่ ใบย่อยคู่ล่างสั้นกว่าใบคู่ถัดขึ้นไป ใบย่อยคู่กลางใหญ่สุด ใบย่อยแผ่กางออกหรืออ่อนโค้ง มีก้านใบย่อย

auricled at acroscopic and dimidiate at basiscopic bases.
ที่โคนใบย่อย ฝั่งบนเป็นติ่งหู ฝั่งล่างขนาดลดลงหรือตัดตรง
ตัวใบย่อยรูปขอบขนาน โคนค่อยๆ สอบแคบลงสู่โคน ปลายมนถึงแหลม มีติ่งบริเวณส่วนปลาย โคนใบสองข้างไ่ม่เท่ากัน

ขอบใบเป็นหยักตื้นๆ ขนาดใบย่อย 1.5-5 : 0.5-1.2 ซม. ใบย่อยปลายสุด ปกติรูปกึ่งสามเหลี่ยม แต่อาจฝันแปรทั้งรูปร่างและขนาด
เส้นใบ เป็นเส้นอิสระ แตกสาขาแบบขนนก ขอบใบเป็นหยักตื้น ปลายหยักมน มีซี่ฟันที่โคนหยัก ใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ สีใบเขียวเข้ม และใบแห้งสีดำ



veins pinnate; all free
เส้นใบอิสระ แตกสาขาแบบขนนก ขอบใบเป็นหยักตื้น
ใบสปอร์ fertile frond ชูก้านสูงกว่าใบปกติ ก้านยาวได้ถึง 25 ซม. ตัวใบรูปร่าวเรียวยาวแกมรูปหอก ขนาดใบ 15-25(-40) : 2-5 ซม.

a distinct tooth at each sinus
ซี่ฟันเล็กๆ ที่โคนของหยัก
แกนกลางใบไม่มีครีบ บางครั้งพบมีต้นอ่อนเกิดบนแกนใบ ใบย่อยมีก้านหรืออาจไม่ี

ใบสปอร์ พบมีหลายรูปร่าง บางครั้งพบใบย่อยรูปเรียวยาว หรือ ขอบขนานอย่างแคบ กลุ่มอับสปอร์กระจายอยู่ที่ส่วนหยัก

ในบางต้น พบใบสปอร์มีใบย่อยรูปกลม เหมือนเม็ดกระดุม ใบย่อยเหยียดตรง หรือโค้งรูปเคียว ขนาด 0.7-2.5(-4) ซม. : (2-)3-5 มม.

fertile frond
Fertile frond taller; pinnae linear or narrowly oblong
ใบย่อยของในสปอร์ มีเส้นใบอิสระ แตกสาขา หรือเป็นรูปขนนก กลุ่มอับสปอร์กระจายอยู่เต็มหลังใบย่อย

Fertile frond often moniliform
ใบสปอร์มีใบย่อยรูปกลมเหมือนเม็ดกระดุม
B. appendiculata (Wild.) K. Iwats. แบ่งเป็นชนิดย่อยอีก 2 ชนิด
- Subsp. appendiculata พบทั่วทุกภาคของไทย
- Subsp. vivipara (Hamilt. ex. Hook.) Hemnipman พบที่ เชียงรายแห่งเดียว

เฟินปีกแมลงทับ กระจายพันธุ์ ตั้งแต่ ทางตอนใต้ของประเทศจีน อินเดีย และในอุษาคเนย์ ในบ้านเราพบกระจายอยู่ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ

Bolbitis heteroclita (Presl) Ching ex C. Chr.
ชื่ออื่น : กูดเป้า กูดหางนกกะลิง(เหนือ) กูดเป้าหลวง หางหงษ์(ชื่อทางการค้า)
เฟินหางหงษ์ เป็นชื่อทางการค้า เป็นเฟินดิน
มักพบตามริมลำธารน้ำตก ทั้งบนดินและโขดหินที่มีดินติด ในพื้นที่ป่าดิบชื้น ที่ที่มีความชุ่มชื้นสูง ที่ระดับ 600-1,000 ม. MSL
ลักษณะทั่ไป มีเหง้าเลื้อยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 มม. สีเขียว มีเกล็ดรูปยาว สีดำขอบสีน้ำตาลอ่อน ขนาดเกล็ด 5:1 มม.

ใบ มี 2 แบบ หรือ Dimorphic คือ ใบปกติ sterile frond และใบที่สร้างสปอร์ fertile frond

ใบปกติ เป็นใบเดี่ยวหรือใบประกอบขนนกปลายคี่ ก้านใบสีเขียว มีเกล็ดหุ้ม ตัวใบยาว 20-30 ซม. ใบย่อย แตกเป็นคู่จำนวน 2-3 คู่ ใบย่อยรูปขอบขนาน โคนสอบ ก้านสั้น ปลายแหลมเรียวเป็นติ่ง ขนาดใบย่อย กว้าง 3-6 ซ.ม. ยาว 7-15 ซ.ม. ปลายติ่งยาว 4-7 ซ.ม. ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบย่อยปลายสุด คอดและแหลมเรียวยาว ดูคล้ายหาง หางนี้ยาว 50-80 ซ.ม. ปลายใบยาวๆ นี้ สามารถเกิดต้นอ่อนเป็นต้นใหม่ได้ เส้นใบเป็นร่างแหเห็นได้ชัดเจนทั้งด้านบนและด้านล่าง ใบสปอร์มีรูปร่างแตกต่างจากใบปกติที่ไม่สร้างสปอร์ ก้านใบยาวกว่าใบปกติ และชูตัวใบตั้งขึ้นสูงกว่าทรงพุ่ม มีใบย่อย 4 คู่ รูปขอบขนานและผอมเรียวกว่าใบปกติ ปลายใบย่อยที่ปลายห้านใหญ่กว่าใบคู่ล่าง
กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดียตอนเหนือ พม่าตอนเหนือ ตอนใต้ของจีน ไต้หวัน หมู่เกาะริวกิ ในอุษาคเนย์ ASIAN ในบ้านเราพบทั่วทุคภาค เช่นที่ เชียงราย เชียงใหมใj ลำปาง พิษณุโลก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธุ์ และทั่วไปทางภาคตะวันออกและภาคใต้
เฟินชนิดนี้ เป็นที่นิยมนำมาปลูกเลี้ยงในตู้ปลาสวยสวยงาม น่าแปลกที่เฟินชนิดสามารถปลูกอยู่ใต้น้ำได

Bolbitis sinuata (C. Presl.) Hemnipman
ลำต้น : เหง้าเลื้อย มีเกล็ดสีน้ำตาลแกมเทา ค่อนข้างแข็ง รูปหอก ขนาด 4 : 1 ม.ม.
ก้านใบ : ยาว 3-9 ซ.ม. สีฟางอ่อนถึงสีดำ มีขนประปราย
ใบปกติ : มีหลายแบบ ตั้งแต่ ใบปกติ หรือแบบใบย่อย 3 - 5 ใบ ใบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม ขนาด 15-30 : 5-7.5 ซ.ม. ขอบกึ่งเรียบ
แกนกลางใบย่อยด้านใต้มีเกล็ด เส้นใบหลักมองเห็นได้ชัด เส้นใบย่อยไม่ชัด ใบหนาเหมือนแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยง
ใบสปอร์ : ขนาดใกล้เคียงใบปกติ ใบเดี่ยวปกติถึงใบประกอบขนนก ใบย่อยด้านข้างไม่เป็นคู่ แต่ละข้างมี 2-3 ใบ รูปหอก ปลายค่อยๆ สอบแหลม ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ขนาด 6 : 0.7 ซ.ม. ใบย่อยปลายสุดมีขนาดใหญ่ รูปหอก ใบเดี่ยวปกติรูปหอกเช่นกัน ขนาด 12 : 2 ซ.ม. เส้นใบเป็นร่างแห มองเห็นได้ลางๆ

Bolbitis scalpturata (Fe'e) Ching

เฟินชนิดนี้ มักเกาะอยู่ตามโขดหินที่ชุ่มชื้น ตามลำธารน้ำไหล ในฤดูน้ำหลาก ต้นจมอยู่ใต้น้ำ ในป่าดิบทึบตลอดปี ที่ระดับความสูง 200 - 800 ม. MSL ใบมีสองแบบ คือ ใบปกที่ไม่สร้างสปอร์ กับใบที่สร้างสปอร์

ลักษณะทั่วไป :

เหง้า : เลื้อยปานกลาง มีใบออกใกล้กัน มีเกล็ดสีดำ ขนาด 6:1.5 มม.
ใบปกติ : ใบที่ไม่สร้างสปอร์ ก้านสีฟางอ่อน ยาวได้ถึง 40 ซ.ม. ตัวใบขนาด 20-50 : 7-25 ซ.ม.

ใบ ใบประกอบขนนก รูปขอบขนาน แกนกลางใบมีลักษณะเหมือนส่วนบนของก้านใบ มีขนเล็กน้อย

ใบย่อยด้านข้าง 5-7 คู่
ใบย่อย คู่กลางมีขนาดใหญ่สุด ขนาด 15:4 ซ.ม. ขอบเรียบ หรือขอบหยักซี่ฟัน ใบแห้งเป็นสีออกแดง

ร่างแหเส้นใบ จัดเรียงตัวเป็นช่องร่างแหข้างเส้นใบหลัก 1 แถว และถัดไปมีอีก 1-2 แถวของช่องร่างแหแต่ละข้างของ มักมีปลายเส้นใบรวมอยู่ด้วย 1 เส้นหรือมากกว่า

ใบสปอร์ : หรือใบที่สร้างสปอร์ ก้านยาว 50 ซ.ม. ตัวใบ รูปร่างผอมเรียวยาว ขนาดใบ 40:12 ซ.ม. ใบย่อย ขนาด 8:1.2 ซ.ม.

อับสปอร์ : สปอร์ปกคลุมทั่วผิวด้านล่างของใบย่อย ยกเว้นแกนกลางใบย่อย

กระจายพันธุ์ อยู่ในพม่า อินโดจีน ลงไปถึงมาเลเซีย
ในไทยมีรายงานพบที่ เชียงใหม่ เลย ตราด สุราษฎร์ธานี

Bolbitis hookeriana K. Iwats.

ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ขนาด 1 ซ.ม. dia. มีเกล็ดปกคลุมประปราย ลักษณะเกล็ดผอมเรียวยาวปลายแหลม ขนาด 5 : 0.5 มม. ขอบเรียบ
ก้านใบ ด้านบนเป็นร่อง ตลอดความยาวก้านมีเกล็ดยาวเรียวอยู่ประปราย

ใบ มีสองแบบมีลักษณะแตกต่างกัน คือ ใบปกติ ไม่สร้างสปอร์ และใบสปอร์

ใบปกติ เป็นใบประกอบขนนก ขนาด 35 : 10 ซ.ม. ใบย่อยช่วงกลางใหญ่สุด แผ่กางออกหรือเฉียงขึ้น มีก้านสั้นๆ ใบย่อยรูปรี ปลายมนถึงแหลม โคนตัดหรือเป็นแผ่นรูปลิ่ม ขอบกึ่งเรียบหรือ หยักเป็นซี่เล็ก ขนาดใบย่อย 4.7 : 1.5 ซ.ม. ใบย่อยชุดล่างเล็กกว่า กางออกหรือชี้ลง ใบช่วงปลาย หยักแบบขนนก รูปกึ่งสามเหลี่มแคบ ปลายแหลมยาว
แกนกลางใบ มีเกล็ดเล็กน้อย ด้านบนเป็นครีบสัน แกนกลางใบย่อยปูดขึ้นทั้งด้านบนและล่าง ผิวใบเกลี้ยง เส้นใบ มองเห็นได้ชัด แยกอิสระ โคนแตกเป็นกิ่ง ยาวถึงปลายหยักซี่ฟันที่ขอบใบ

ใบสปอร์ เป็นใบประกอบขนนก มีก้านผอมเรียวยาว ชูใบขึ้นสูงเหนือพุ่มใบปกติ
ใบสปอร์ ออกใบย่อยช่วงห่าง 1-1.5 ซ.ม. ส่วนบนถี่เกือบติด ใบย่อยมีก้านสั้น รูปใบกลม มองคล้ายลูกปัด ขนาด 17 : 1.7 มม.
ใบช่วงปลาย ใบย่อยออถี่ โคนติดกันจนเป็นแค่หยัก ปลายหยักกลม
เมื่อสปอร์แก่จะกระขายเต็มอยู่ทั่วหลังใบ

บางใบ ใบปกติและใบสปอร์ อยู่ในใบเดียวกัน ใบย่อยส่วนที่สร้างสปอร์อยู่ที่ปลายส่วนบน ส่วนล่างเป็นใบปกติ และก้านใบสั้นแบบใบปกติ

เฟินชนิดนี้ มักพบอยู่ตามลาดเชิงเขาในป่าดิบชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูงปานกลาง กระจายพันธุ์อยู่ตั้งแต่อินเดียตอนเหนือและอุษาคเนย์ ในบ้านเราพบที่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ตาก อุทัยธานี กาญจนบุรี จันทบุรี

 

Bolbitis virens (Wall. ex. Hook. & Grev.) Schott var. virens
ชื่ออื่น : กูดง้อง

เฟินชนิดนี้ เป็นเหง้าทอดเลื้อย มีเกล็ดเป็นแผ่นปกคลุมอยู่ทั่วไป เกล็ดเป็นแผ่นบางแต่แข็ง สีน้ำตาลเข้ม ขนาด 8 : 1.5 ม.ม.
ใบปกติ เป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายคี่ ก้านใบยาวราว 30-40 ซ.ม. มีเกล็ดสีน้ำตาลปกคลุมแนบตลอดความยาวก้าน รูปร่างเกล็ดไม่แน่นอน มีทั้งรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ถึง รูปขอบขนาน ใบย่อยมี 5-7 คู่ ใบย่อย แผ่กางออก ส่วนใบย่อยใกล้โคนกางชี้ลง
ใบย่อย รูปขอบขนาน ถึงขอบขนานแกมรูปหอก ปลายเป็นติ่งแหลม โคนสอบแคบหรือเป็นรูปกลมเบี้ยว หรือ 2 ข้างไม่เท่ากัน ใบย่อย ขนาด 25:6 ซ.ม. ขอบใบหยักเป็นซี่ฟัน ขอบอาจเป็นคลื่นหรือเรียบ แผ่นใบเรียบ เส้นใบเป็นร่างแห มองจากด้านล่างเห็นเส้นใบและเกล็ดได้ชัดเจน มีเส้นสั้นๆ อยู่ตามช่องร่างแห ใบที่ปลายก้านมีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยคู่ล่าง ใบสีเขียวทั้งใบสดและใบแห้ง ปลายใบสามารถเจริญเป็นต้นใหม่ได้
ใบที่สร้างสปอร์ มีรูปร่างต่างจากใบปกติ ก้านใบยาวกว่าใบปกติ ยาวได้ถึง 55 ซ.ม. ใบผอมเรียวกว่าใบปกตินิดหน่อย ขนาดใบ 40 : 20 ซ.ม. ใบย่อย 4-6 คู่ ใบรูปยาว ปลายแหลม มีก้านใบย่อย ใบย่อยขนาด 20:2 ซ.ม. กลุ่มอับสปอร์กระจายเต็มหลังใบ

เฟินชนิดนี้กระจายพันธุ์อยู่ในจีนตอนใต้ พม่า บังคลาเทศ พบทางภาคเหนือป่าแถบตะวันตก ไล่จากเชียงใหม่ลงมาถึงกาญจนบุรี แพร่ เลย จันทบุรี สุราษฎร์ธานี มักพบขึ้นอยู่บนดินหรือหินใกล้ลำธารน้ำ ในป่าดงดิบ ที่มีความสูง 800 - 1,200 ม. MSL

B. virens มี 2 สายพันธุ์ย่อย
B. virens var. virrens ใบย่อยของใบที่สร้างสปอร์ ขนาด 8-12 : 0.2-0.7 ซ.ม.
B. virens var. compacta ใบย่อยของใบสร้างสปอร์ ขนาด 4-9 : 0.8-2 ซ.ม.

เพิ่มเติม Bolbitis ในไทย

  • Bolbitis angustipina (Hayata) H. ho. พบลำปาง ตาก เลย เขาใหญ่
    - เหง้า เลื้อยสั้น ขนาด 1ซ.ม. dia.มีเกล็ดสีน้ำตาลดำ ขอบเรียบ ขนาด 6: 1.3 ม.ม.
    - ก้านใบ ยาว 40 ซ.ม. สีฟางอ่อน โคนก้านมีเกล็ดปกคุลมแน่น ก้านส่วนบนมีเกล็ดปกคลุมค่อนข้างแน่น
    - ใบ เป็นประกอบขนนก รูปขอบขนานถึงรูปหอก ปลายเรียวแหลม ขนาด 60-80 : 30-40 ซ.ม. ใบย่อยด้านข้าง มีมากกว่า 20 คู่
    - แกนกลางใบหลัก มีเกล็ดบางแนบที่ผิว รูปร่างไม่แน่นอน
    - ใบย่อย ใบย่อยช่วงกลางมีขนาดใหญ่สุด แผ่กางออกหรือเฉียงเล็กน้อย ใบรูปยาวถึงรูปหอก ไม่มีก้าน ปลายใบแหลมยาวเป็นหาง โคนมน ขนาด 23 : 2.3 ซ.ม. ขอบใบหยักเล็กน้อย หยักมีขนาดยาวถึง 1.5 มม. มีฟันแหลมบนิเวณโคนใกล้ส่วนเว้า เห็นได้ชัดที่ใบย่อยปลายสุด
    - ใบย่อยปลายสุด : ขนาด 20 : 1.5 ซ.ม. โคนใบเป็นหยัก
    มีต้นอ่อนเกิดที่กลางใบ เส้นใบด้านบนนูน แผ่นใบอ่อนนุ่ม สีเขียว ผิวเกือบเกลี้ยง
    - ใบสปอร์ ขนาด 35-45 : 18-27 ซ.ม. ใบย่อยคู่ล่างๆ มีก้านใบสั้นๆ ขนาดใบย่อย 130 : 6 ซ.ม.
  • Bolbitis copelandii Ching ex. C. Chr. & Tardieu กูดหินใหญ่
    - ก้านใบ : ยาว 20-25 ซ.ม. มีเกล็ดเล็กน้อย
    - ใบปกติ : รูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายค่อยๆ สอบแหลม ขนาด 30-45 : 15-20 ซ.ม. ใบย่อยด้านข้างมีได้ถึง 25 คู่
    - ใบย่อย : ใบย่อยช่วงกลางมีขนาดใหญ่สุด ใบย่อยรูปหอก แผ่กางออกหรือกางเฉียงเล็กน้อย มีก้านสั้นๆ และมีจุดเชื่อมต่อกับแกนกลางใบหลัก ปลายของใบย่อย ผอมเรียวแหลมถึงแหลมยาวเป็นหาง โคนใบ 2 ข้างไม่เท่ากัน โคนส่วนบนกึ่งตัด โคนส่วนล่างเป็นรูปลิ่ม ขอบใบบริเวณส่วนบนเป็นจักฟันเลื่อยเห็นได้ชัดเจน ขอบใบบริเวณใกล้โคนกึ่งเรียบหรือหยักเล็กน้อย ใบย่อยคู่ล่างสุดมีขนาดเล็กกว่าใบย่อยคู่บน มีต้นอ่อนใหม่งอกขึ้นที่แกนกลางใบหลักใกล้ปลาย แกนกลางใบย่อยเกือบเกลี้ยง เส้นในนูนด้านใต้ใบ
    - ใบสปอร์ ใบย่อยด้านข้างมีก้านเห็นได้ชัด ใบย่อยผอมเรียวยาวโคนไม่เท่ากัน ขนาด 6 : 12 ซ.ม. ขอบหยักลึก
    - อับสปอร์เกาะแน่นบริเวณริมขอบใบ และใกล้เส้นใบ
    ลักษณะใกล้เคียงกับ B. crispatula ที่แคว้นอัสสัม
    พบได้ในป่าดิบแล้ง บริเวณริมลำธาร ที่ลำปาง เลย ขอนแก่น เขาใหญ่ ภาคตะวันออก ชลบุรี
  • Bolbitis costata (C. Presl.) Ching. ex. c. Chr.
    - ใบปกติ ก้านใบยาว ได้ถึง 60 ซ.ม. ใบประกอบขนนก รูปขอบขนานแกมรูปหอก ขนาด 65 : 25 ซ.ม. ใบย่อยด้านข้าง 8 คู่
    - แกนกลางใบ มีขนเล็กน้อย
    - ใบย่อย : รูปขอบขานแกมรูปหอก ปลายแหลม โคนรูปลิ่ม ขอบกึ่งเรียบ ขนาด 20 : 4 ซ.ม. มีก้านสั้นๆ แผ่กางเฉียงออกหรือโค้งเบี้ยวเล็กน้อย ขนาดใบย่อยขนาดค่อยๆ เล็กลงสู่ปลายใบ ใบย่อยที่ปลาย ผอมเรียวยาวกว่า ขนาด 23 : 3.8 ซ.ม. โคนเป็นรูปลิ่ม มีต้นอ่อนเกิดใกล้ปลายสุดใบ แกนกลางใบย่อยด้านใต้ใบมีขนประปราย เส้นใบปูดนูน เส้นใบหลัก อยู่ห่าง 3-5 มม. มีช่องว่างระหว่างเส้นใบหลักมากกว่า 1 แถว
    - ใบสปอร์ ตัวใบขนาด 30 : 12 ซ.ม. ใบย่อยด้านข้าง 6 คู่ ปลายใบยาว สุดปลายมนกลม มีก้านสั้นๆ ขนาด 80 : 8 ซ.ม. ใบย่อยที่ปลายลักษณะเหมือนใบย่อยด้านข้าง ขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย อับสปอร์กระจายทั่วหลังแผ่นของใบย่อย
    มักพบอยู่ตามเนินแห้งในป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง 600-100 ม. MSL.พบที่ เชียงใหม่ ลำปาง
  • Bolbitis deltiggera (Bedd.) C. Chr. พบที่ ลำปาง พิษณุโลก นครนายก
    - ลำต้น : เป็นเหง้าเลื้อย อ้วน 1 ซ.ม. มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดรูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม เกล็ดแข็ง
    - ก้านใบ : ยาว 30-50 ซ.ม. มีเกล็ดปกคลุมตลอดความยาว เกล็ดสีน้ำตาลอ่อน
    - ใบปกติ : รูปขอบขนานแกมรูปหอก ขนาด 40-60 : 30-40 ซ.ม.
    ใบย่อยด้านข้าง มี 6-9 คู่ ห่างกันราว 5-8 ซ.ม.
    - ใบย่อย : มีก้านสั้นๆ ตัวใบย่อยรูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายสอบเรียวแหลม โคนรูปลิ่ม ขอบกึ่งเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ขนาดของใบย่อย 23 : 5 ซ.ม.
    - ใบย่อยปลายสุด ลักษณะเหมือนใบย่อยด้านข้าง มีขนาดใหญ่ มักมีตาต้นอ่อนเกิดบนแกนกลางใบย่อยใกล้ปลายใบ
    แผ่นใบด้านใต้มีขนเล็กน้อย เส้นใบนูนด้านใต้
    - ใบสปอร์ : อยู่ต่ำกว่าาพุึ่มของใบปกติ ขนาดใบ 35-45 : 12-15 ซ.ม. ใบย่อยด้านข้าง 6-8 คู่ ขนาด 11 : 2.5 ซ.ม. มีก้านเห็นได้ชัด แผ่กางออก เฉียงขึ้น รูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม โคนใบกลมถึงรูปลิ่ม 2 ข้างไม่เท่ากัน ในย่อยปลายสุดเหมือนใบย่อยด้านข้าง บางครั้งมีต้นอ่อนใหม่เกิดขึ้นที่ปลายใบเช่นเดียวกับใบปกติ
    อับสปอร์ปกคลุมทั่วหลังใบสปอร์
  • Bolbitis sinensis (Baker) K. Iwats.
    - ลำต้น : เป็นเหง้าเลื้อย ปกคุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาลแกมเทา รูปกึ่งสามเหลี่ยมแคบปลายเรียวแหลม ขอบเรียบ ขนาด 4 : 0.8 ซ.ม.
    - ก้านใบ : ยาว 15-30 ซ.ม. โคนมีเกล็ดสีน้ำตาล แนบติดกับก้าน เกล็ดรูปขอบขนาน
    - ใบปกติ : ใบประกอบขนนก ปลายคี่ ตัวใบรูปกึ่งสามเหลี่ยมแหลม ปลายใบสอบเรียวเป็นหางยาว
    - ใบย่อย : รูปหอก คู่ล่างยาวสุด 5 คู่ล่างมีก้านใบ ใบย่อยช่วงกลาง มีก้านสั้นๆ กางเฉียงขึ้น รูปไข่ ปลายเรียวแหลม
    - ใบย่อยปลายสุด ขอบหยัก รูปขอบขนาน ปลายมน หยักอยู่ใกล้กัน
    เส้นใบด้านล่างนูน มีขนประปราย เส้นใบเป็นแฉกอิสระ แผ่นใบบางเหมือนแผ่นกระดาษหรือแผ่นหนัง สีเขียวเข้ม
    - ใบสปอร์ : ใบประกอบขนนก ผอมเรียวกว่าใบปกติ ใบย่อยคู่ล่างรูปขอบขนาน ขนาดใบย่อยค่อยๆ เล็กลงจากคู่ล่างไปถึงปลายใบ โคนใบย่อยกึ่งตัด หรือมนกลม มีก้านสั้นเห็นได้ชัด ขอบกึ่งเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย
    ใบส่วนปลาย รูปสามเหลี่ยมแคบ ขอบเป็นหยัก ยาวได้ถึง 4 ซ.ม.
    เส้นใบ จัดเรียงตัวอิสระ แตกแขนงแบบขนนก ปลายยาวสุดขอบ
    - อับสปอร์ กระจายอยู่ทั่้วใต้แผ่นใบย่อย
    ชนิดนี้ มี 2 สายพันธุ์ย่อย คือ
    B. sinensis var. costulata (Hook.) Tagawa & K. Iwats. พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ และพิษณุโลก
    B. sinensis (Baker) K. Iwats. var sinensis กูดบ้ง พบที่เชียงราย เชียงใหม่ เลย เพชรบูรณ์ จันทบุรี
  • Bolbitis tonkiensis (C. Chr. ex Ching) K. Iwats. พบที่เชียงรายแห่งเดียว
    - ก้านใบและแกนกลางใบหลัก ปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดแนบตลอดความยาว เกล็ดสีน้ำตาล ขนาดเล็ก รูปไข่แกมขอบขนาน ยาว 3 มม.
    - ใบปกติ เป็นใบประกอบขนนก ขนาด 80 : 30 ซ.ม. รูปรี ปลายสอบเรียว ใบบางเหมือนแผ่นกระดาษอ่อนนุ่ม ผิวเกลี้ยง
    - ใบย่อยด้านข้าง มีมากกว่า 30 คู่ รูปขอบขนานถึงรูปหอก โคนใบมนกลม ปลายใบสอบเล็กลง ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ลึก 2/3 ของระยะขอบใบถึงแกนกลาง เว้นส่วนปลายไม่เป็นหยัก ส่วนหยักที่ขอบใบ รูปขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยม กางเฉียง ปลายมนถึงสอบแหลม ขอบของหยักกึ่งเรียบถึงเป็นจักซี่ฟัน
    แกนกลางใบย่อย นูนขึ้นทั้งสองด้านบนและด้านล่าง มีขนปกคลุมแน่น เส้นใบ เส้นเดี่ยวหรือ แตกแขนง
    - ใบสปอร์ ผอมเรียวกว่าใบปกติ และอยู่ต่ำกว่าพุ่มของใบปกติ ใบย่อยด้านข้าง 12 คู่ รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม โคนมนถึงกึ่งตัด มีก้านสั้นๆ ขอบเรียบ ขนาด 3.5 : 6 ม.ม. อับสปอร์ปกคลุมด้านใต้
  • ตัวอย่าง Bolbitis sp.

    Bolbitis sp.
    [ Image : Chatt ]

    Bolbitis sp.
    [ Image : Bank ]

    Bolbitis sp.
    [ Image : Bank ]


    [ Image : Mr. CHATT]


    ชื่อทางการค้าว่า เฟินใบเลื่อยด่าง
    ลำต้นมีเหง้าเลื้อย เหง้ากลม ยาว สีเขียว มีขนปกคลุม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายคี่ มีใบย่อยตั้งแต่ 1-3 คู่ ใบย่อยรูปยาว ขอบขนาน ปลายสอบ ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ทำให้ดูเหมือนใบเลื่อย ใบหนาเป็นเงามัน กลางใบเป็นด่างสีเขียวอ่อน เส้นใบหลักและย่อยสีเขียวเข้ม
    ยังไม่ทราบชื่อที่แน่นอนเช่นกัน


> LOMARIOPSIDACEAE > Bolbitis || back