> Lycopodiophyta > LYCOPODIACEAE || < back

วงศ์ LYCOPODIACEAE
ระย้า ยมโดย สร้อยนางกรอง ช้องนางคลี่ สร้อยนารี หางสิงห์ หางค่าง หางเปียเจ๊ก สามร้อยยอด

ชื่อของวงศ์นี้ มาจากชื่อของสกุล Lycopodium มาจากคำภาษากรีก "luko" หมายถึง หมาป่า และ "podos" หมายถึง ขาหรือเท้า ดังนั้น ชื่อสามัญของสกุลนี้ควรเป็น ขาหมาป่า แปลออกมาแล้ว พวกเราไม่คุ้นกันเลย แต่หากบอกว่า เป็น สร้อยนางกรอง ช้องนางคลี่ ระย้า ยมโดย หางสิงห์ แล้ว รับรองได้ว่า พวกเราหลายๆ คน ร้อง อ๋อ! เคยเห็นกันบ่อยๆ หรือไม่ก็ ที่บ้านมีปลูกเลี้ยงเอาไว้เยอะแยะ นอกจากนี้ ตามตำราบอกว่า ชื่อสามัญ เรียกว่า Club Moss ดูๆ แล้ว ไม่เกี่ยวข้องอันใดเลยกับพวกมอสเล็กๆ ที่เคยเห็นขึ้นเป็นพรมเขียวๆ ตามพื้นตามหิน หรือขึ้นตามลำต้นของต้นไม้ในป่าชื้นๆ และน่าจะเกี่ยวข้องกับพวกเฟินมากกว่า เพียงแต่มันไม่ใช่เฟิน จึงเรียกว่า ญาติของเฟิน หรือ Fern Allies นั่นเอง

พืชวงศ์นี้ที่มีบรรพบุรุษมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ จัดเป็นญาติของเฟิน (Fern Allies) คือ ไม่ใช่เฟินแท้ เพราะใบอ่อนไม่ม้วนเป็นวงแบบเฟินแท้ ไม่มีสปอร์เกิดที่ใต้ใบ แบบเฟินแท้ทั่วไป และระบบราก ไม่เป็นรากแท้ คือ ไม่มีท่อลำเลียงแบบระบบรากแท้ พืชในวงศ์นี้ ปัจจุบันมีแนวโน้มสูญพันธุ์ เนื่องจากถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติถูกทำลาย อันเนื่องจากฝีมือมนุษย์และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป การเก็บของป่าออกมาขายเป็นปริมาณมาก ยังรวมไปถึง การเปลี่ยนแปลงไปของสภาวะแวดล้อมโลกและชั้นบรรยากาศด้วย

ลักษณะทั่วไป มีทั้งที่เป็นไม้ดิน ไม้เกาะอาศัยตามโขดหินหรือตามต้นไม้ ลำต้น มีลักษณะเป็นสายยาว มีทั้งชนิด ที่ตั้งชูขึ้น ชนิดสายห้อยย้อย หรือชนิดทอดเลื้อยไปกับพื้น ที่โคนลำต้นมีราก คล้ายเส้นลวดจำนวนมาก ขนาดลำต้น บางชนิดยาว 4-5 ซ.ม. และบางชนิดยาวได้ถึง 15 ม. ก็มี ลำต้นแตกกิ่งเป็นคู่ และมีใบเป็นใบเดี่ยวขนาดเล็ก เป็น microphyllous leaves (มีเส้นกลางใบ ไม่มีเส้นใบย่อย) จัดเป็น scale-like leaves เรียงกระจายเวียนตลอดลำต้น แต่ละใบมีเส้นกลางใบ 1 เส้น บางชนิดใบปกติและใบสร้างสปอร์ (sporophyll) มีลักษณะต่างกัน บางชนิดมีใบสปอร์ที่ปลายกิ่ง มีลักษณะเป็นใบเล็กๆ อัดเรียงตัวกันเป็นแท่งเรียก Strobilus บางชนิดมีกลุ่มสปอร์อยู่ตามลำต้น สปอร์เป็นชนิด homosporus ลักษณะเป็นฝุ่นสีเขียวอ่อน

ไม้ในกลุ่มมีชื่อไทยที่ไพเราะ เช่น ระย้า ยมโดย สร้อยนางกรอง ช้องนางคลี่ สร้อยนารี หางสิงห์ หางเปียเจ๊ก สามร้อยยอด เป็นไม้ที่สวยงามน่าเลี้ยงมากจำพวกหนึ่งในบรรดาไม้เกาะอาศัย (Ephiphyte) ดูวิธีการปลูกเลี้ยง

จากหลักฐานฟอสซิล พืชในวงศ์นี้มีมาตั้งแต่ยุคดีโวเนียน (Devonion Peroid) 400 ล้านปีที่แล้ว จึงนับว่า เป็นพืชที่มีมาแต่โบราณ สมาชิกพืชในวงศ์มีราว 10-15 สกุล รวมจำนวน ราว 450 ชนิด ในไทยมี 4 สกุล คือ Lycopodium, Huperizia , Lycopodiella, และ Phyllogossum

 

[สร้อยนางกรอง]

สกุล Huperzia

สกุลนี้ เป็นกลุ่มสร้อยนางกรอง ไม้ป่าหายากและมีแนวโน้มสูญพันธุ์ไปจากป่าธรรมชาติ ในอีกไม่นาน


สกุล Lycopodiella

สกุลนี้เดิมจัดรวมอยู่กับ Lycopodium ภายหลังแยกออกมาเป็นอีกสกุล ตัวอย่างของสกุลนี้ที่พบเห็นกันบ่อยๆ เช่น สามร้อยยอด

[ระย้าเกล็ดหอย]

สกุล Lycopodium

สกุลนี้ เป็นกลุ่มของสร้อยระย้า ยมโดย ช้องนางคลี่

ไม้ในกลุ่มนี้ เป็นที่นิยมกันมากของนักสะสมพันธุ์ไม้ ด้วยความอ่อนช้อยและสวยงาม และส่วนมากเป็นไม้ที่มาจากป่าธรรมชาติ จึงมีแนวโน้มสูญพันธุ์


 

สกุล Phyllogossum
สกุลนี้มีเพียงชนิดเท่านั้น คือ
Phyllogossum drummondii

การปลูกเลี้ยง :

ไม้ในกลุ่มนี้เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ ตามก้อนหิน หรือหน้าผา มักพบอยู่รวมกับมอส มักพบในป่าฝนชุก หรือป่าดงดิบที่มีความชุ่มชื้นสูง การปลูกเพื่อตกแต่งสามารถทำได้หลายวิธี วิธีที่นิยมกันมากที่สุด คือ การปลูกในกระเช้าแขวน เอาไว้ในโรงเรือนเพาะเลี้ยง แต่หากเป็นชนิดที่เลี้ยงง่ายหน่อย สามารถแขวนตกแต่งในสวนภายนอกได้ โดยจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับถิ่นที่อยู่ในธรรมชาติของมัน ไม้ในกลุ่มนี้ เป็นไม้ที่เลี้ยงง่าย แต่ต้องการความเอาใจใส่มากด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ ชอบอยู่ในที่อากาศถ่ายเทดี มีความชื้นสูง แสงแดดอ่อนๆ หรือแสงแดดที่ผ่านการกรองบ้างแล้ว

ไม้ในกลุ่มนี้ หากนำไปปลูกลงดินมีโอกาสรอดยาก ปลูกเป็นไม้แขวนดีกว่า โดยใช้กระถางที่ระบายน้ำได้ดีแต่เก็บความชื้นได้สูง รากต้องการอากาศถ่ายเทสะดวก

เครื่องปลูก ใช้ spaghnum peat หรือถ่าน หรือเปลือกไม้ เป็นวัสดุที่เหมาะสม และที่ต้องระวังคือ ลวดที่แขวนกระถาง ควรใช้ลวดใหม่ เพราะลวดที่เป็นสนิมจะทำอันตรายกับต้นไม้ได้

การดูแลรักษา
ในช่วงฤดูแล้ง ควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ให้ทั่วบริเวณที่ปลูก เพื่อให้มีความชื้นในอากาศรอบบริเวณที่ปลูกเลี้ยง
ส่วนในฤดูฝน หากต้นได้ัรับน้ำเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องให้น้ำเพิ่ม เว้นแต่ฝนทิ้งช่วงไปหลายวัน หรือฝนตกน้อยเกินไป หรือวันที่ฝนไม่ตกแต่มีแดดจัดมาก ควรพ่นหรือพรมน้ำให้บ้าง

การขยายพันธุ์
การเจริญเติบโตเป็นกอ แบบ Sympodial เช่นเดียวกับกล้วยไม้แคทลียา หรือหวาย การแบ่งกอจึงใช้วิธีแยกต้นที่มีหน่อหรือลำหน้า 1-2 หน่อมาปลูก โดยเฉือนให้มีแผ่นรากติดมาส่วนหนึ่งด้วย ใช้รากชายผ้าสีดาหุ้มโคนต้นแล้วนำไปชำในเครื่องปลูก นอกจากนี้ อาจใช้วิธี ชำกิ่ง หรือตอนกิ่ง ดูวิธีการในหน้า สาระน่ารู้

การให้น้ำ
ไม้ชนิดนี้ต้องการความชื้นสูง แต่ไม่ชอบให้เครื่องปลูกหรือรากแฉะ ในช่วงหน้าแล้งต้องให้น้ำมากกว่าในช่วงหน้าหนาว การรดน้ำในช่วงเช้าจะดีกว่าเวลาอื่น เพื่อให้มีช่วงได้แห้งบ้างและลดปัญหาการเน่าเนื่องจากเชื้อโรคเชื้อรา

การให้ปุ๋ย
การให้ปุ๋ย ควรระมัดระวังพอสมควร เพราะมีความอ่อนไหวและบอบบาง
การให้ปุ๋ย ควรให้ในช่วงหน้าร้อนดีที่สุด โดยใช้ปุ๋ยละลายน้ำรดน้ำ ปุ๋ยที่เหมาะจะเป็นปุ๋ยสกัดจากปลา ปุ๋ยสกัดจากสาหร่ายทะเล หรือปุ๋ยคอก

แมลงศัตรู
คอยระวังหอยทากกัดกินใบอ่อนด้วย ส่วนแมลงชนิดอื่นพบไม่บ่อยที่เข้ามาทำลายไม้กลุ่มนี้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1a Horizontal stems present; upright shoot systems alternating along rhizome; roots emerging from where they originate; sporangia borne in axils of highly modified, reduced sporophylls aggregated into upright or nodding or pendent strobili; spores reticulate or rugulate.
มีแกนต้นทอดนอน ลำต้นออกสลับตามเหง้า
รากฝังจมเข้าไปตั้งแต่เริ่มงอกออกมา
sporangia เกิดตามแกนที่ highly modified
2
1b

Horizontal stems absent; upright parts of shoots clustered; roots traveling in stem cortex some distance before emerging; sporangia borne in axils of unmodified leaves; spores pitted to small-grooved.
ไม่มีแกนต้นทอดนอน ลำต้นออกเป็นกอรอบ
รากเดินใน stem cortex ระยะหนึ่งก่อนที่จะฝังจมลงไป
sporangia เกิดตามแกนของใบที่ไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง

Huperzia
     
     
     
     
     
     
     
     

 

  Horizontal stems absent; upright parts of shoots clustered; roots traveling in stem cortex some distance before emerging; sporangia borne in axils of unmodified leaves; spores pitted to small-grooved.
ไม่มีแกนต้นทอดนอน ลำต้นออกเป็นกอรอบ
รากเดินใน stem cortex ระยะหนึ่งก่อนที่จะฝังจมลงไป
sporangia เกิดตามแกนของใบที่ไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง
2
  Horizontal stems present; upright shoot systems alternating along rhizome; roots emerging from where they originate; sporangia borne in axils of highly modified, reduced sporophylls aggregated into upright or nodding or pendent strobili; spores reticulate or rugulate.
มีแกนต้นทอดนอน ลำต้นออกสลับตามความยาวของเหง้า
รากฝังจมเข้าไปตั้งแต่เริ่มงอกออกมา
sporangia เกิดตามแกนที่ highly modified
3
     
2a Leafy gemmae and gemmiferous branchlets absent; spore sides at equator convex with acute to blunt angles; mainly tropical, epiphytic. Phlegmariurus
2b Leafy gemmae and gemmiferous branchlets present; spore sides at equator concave with truncate angles; mainly temperate and subarctic, terrestrial or on rock. Huperzia
     
3a Strobili borne on distinct peduncles or sessile; peduncles, if present, bearing remote, reduced leaves; spores reticulate; gametophytes subterranean, nonphotosynthetic; mainly dry uplands. 4
3b Strobili erect on leafy peduncles (or nonleafy peduncles in Pseudolycopodiella) or nodding or pendent on lateral shoots; peduncles, if present, bearing closely spaced, unreduced leaves; spores rugulate; gametophytes on substrate surface, photosynthetic; mainly wetlands. 5
     
4a Ultimate shoots (including leaves) 5--12 mm diam.; rounded (flattened in Lycopodium obscurum); leaves 6-ranked or more, not imbricate; peduncles, if present, falsely appearing to have 1 main branch (pseudomonopodial) and alternate; gametophytes disc-shaped. Lycopodium
4b Ultimate shoots (including leaves) 2--6 mm diam., quadrate to flattened (except in D. sitchense, which is round-branched); leaves mostly 4--5-ranked, mostly imbricate (except in D. sitchense); peduncles, if present, dichotomously branched; gametophytes carrot-shaped. Diphasiastrum
     
5a Upright shoots many branched; leaves linear to needlelike; strobili nodding or pendent at lateral shoot tips. Palhinhaea
5b Upright shoots not branched; leaves linear-lanceolate to lanceolate; strobili erect on upright shoots. 6
     
6a Peduncles nearly bare, with few, scattered, scalelike leaves; sporophylls shorter than leaves of peduncles; horizontal stems with lateral leaves larger than median leaves and lying flat on substrate. Pseudolycopodiella
6b Peduncles leafy with crowded unmodified leaves; sporophylls equaling or longer than leaves of peduncles; horizontal stems with leaves monomorphic, supine or arching. Lycopodiella
     
     
     
     
     

 

 

> Lycopodiophyta > LYCOPODIACEAE || < back