| สกุล Lycopodium ช้องนางคลี่
วงศ์ LYCOPODIACEAE
สกุล Lycopodium เป็นไม้อายุยืน เขียวสดตลอดปี สภาพถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติมีหลากหลาย
แต่โดยมากมักพบบริเวณที่อากาศเย็น ชื้นและมีแหล่งธาตุอาหารสมบูรณ์ พบทั้งที่อยู่บริเวณได้รับแสงแดดน้อย
ไปจนถึงแสงแดดเต็มที่ มีทั้งชนิดที่เกิดบนดิน และชนิดที่เป็นไม้เกาะอาศัย
อยู่ตามต้นไม้ใหญ่ บนโขดหินตามซอกหินที่มีอินทรีย์วัตถุสะสม และอาศัยอยู่รวมกับมอส
และไม้เเกาะอาศับชนิดอื่นๆ
Lycopodium แต่ละชนิด มีรูปแบบการเจริญเติบโตของเหง้าส่วนที่อยู่เหนือดินและส่วนที่อยู่ในดิน
เป็นรูปแบบเฉพาะที่แตกต่างกันไป ส่วนของลำต้นที่แตกกิ่งและรูปแบบกิ่ง ลักษณะการขยายพันธุ์
ทั้งแบบไม่อาศัยเพศที่สามารถสังเกตุได้ และแบบอาศัยเพศที่ยากต่อการสังเกตุ
ส่วนของลำต้น บางชนิดสามารถสร้างให้เกิดต้นใหม่ได้ หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
สำหรับ Lycopodium ทุกชนิด ลำต้นส่วนที่อยู่เหนือดิน ทำหน้าหลัก 2 ประการ
คือ สังเคระห์แสง และลำเลียงไปเก็บไว้ในเหง้า เพื่อเก็บไว้ใช้ต่อไป ส่วนหน้าที่อีกอย่างคือ
สร้างสปอร์ เมื่อลำต้นส่วนที่อยู่เหนือดินเติบโตได้ที่ ซึ่งอายุประมาณ
4-6 ปี ตั้งแต่เริ่มงอกจากสปอร์ มันจะสามารถสร้าง stobilli หรือ cones
เป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ขั้นตอนแรกของวงจรชีวิต ในการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
ส่วนเหง้าจะแผ่ราบไปกับหลักที่ยึดเกาะ แต่ไม่ใช่ราก อาจฝังตัวอยู่ในดินหรือเหนือดิน
เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละชนิด เหง้าของต้นต้องการแผ่ไหลรุกคืบไป เพื่อไปเกิดเป็นต้นอ่อนต้นใหม่ในอีกแหล่ง
เหง้าส่วนที่อยู่เหนือดินของ Lycopodium บางชนิด สามารถแผ่ใหลไปบนพื้นดินที่แข็ง
หรือบนผิวหินที่เปียกชื้น มันสามารถแผ่ไปได้อย่างรวดเร็ว เพื่อหาแหล่งใหม่ในการเจริญเติบโต
ส่วนระบบรากที่งอกออกมาจากเหง้า มีหน้าที่หลักคือการยึดเกาะกับดินหรือหลักที่เกาะอาศัย
และทำหน้าที่ซึมซับน้ำและสารอาหาร เพื่อนำไปสังเคราะห์แสงสร้างคาร์โบไฮเดรต
3. Lycopodium Linnaeus, Sp. Pl. 2: 1100. 1753; Gen.
Pl. ed. 5, 486, 1754.
Club-moss [Greek lykos, wolf, and pous, podes, foot; in reference
to the resemblance of the branch tips to a wolf's paw]
Plants mainly trailing on ground. Roots emerging from point of origin
on underside of main stems. Horizontal stems on substrate surface or
subterranean, long-creeping. Upright shoots scattered along horizontal
stem, 5--16 mm diam., round or flat in cross section, unbranched or
with 1--4 lateral branchlets. Leaves not imbricate, linear to linear-lanceolate;
leaves on horizontal stems scattered, appressed, membranous; leaves
on lateral branchlets mostly 6-ranked or more, monomorphic with few
exceptions, appressed, ascending to spreading, margins entire to dentate.
Gemmiferous branchlets and gemmae absent. Strobili single and sessile
or multiple and pedunculate, apex blunt to acute; peduncle, when present,
conspicuously leafy; sporophylls extremely reduced, much shorter than
peduncle or stem leaves. Sporangia reniform. Spores reticulate, sides
at equator convex, angles acute. Gametophytes nonphotosynthetic, mycorrhizal,
subterranean, flat and irregularly button-shaped, with ring meristem
around circumference. x = 34.
Species 15--25 (6 in the flora): mainly temperate and subarctic.
In striking contrast to Diphasiastrum , Huperzia , and Lycopodiella
, interspecific hybridization is practically unknown in Lycopodium
. Many of the species now recognized in Lycopodium have been segregated
from Lycopodium clavatum , L . annotinum , and L . jussiaei Desvaux
ex Poiret. The three groups given in the key below should probably
be treated as subgenera.
| วงจรชีวิตแบบสลับของ Lycopodium
เหมือนเฟินที่มีวงจรชีวิตแบบสลับ สปอร์จะงอกได้ในเฉพาะที่ไม่มีแสง
มันจะพักตัวอยู่นาน จนกว่ามันจะถูกฝังกลบ เมื่อสปอร์งอกขึ้นบนที่มีธาตุอาหาร
เป็นโปรธัลลัสที่ไม่มีสี ไม่มีใบ และจำเป็นต้องมีเชื้อรามายโคไรซัลมาฝังตัวอยู่ด้วย
สิ่งที่น่าฉงนก็คือ ชีวิตในช่วงนี้ อาจกินระยะเวลายาวนานมาก 7 ถึง
20 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสภาพแวดล้อมที่มันเกิด รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ
ที่อยู่ในบริวเณนั้น และที่มีส่วนสำคัญในช่วงนี้ คือ จำเป็นต้องมีเชื้อราเฉพาะชนิดด้วย
เพื่อทำหน้าที่ย่อยสารอินทรีย์ให้ เมื่อโปรธัลลัสเจริญเติบโตเต็มที่อยู่ในดิน
จึงสร้างเซล์สืบพันธุ์ขึ้นมา เมื่อได้มีการผสมพันธุ์กันแล้ว จะได้ต้นอ่อนต้นใหม่เกิดขึ้น
ต้นอ่อนนี้มีโครงสร้างเป็นปรสิตอาศัยอยู่บนโปรธัลลัส จนกระทั่งต้นอ่อนเจริญเติบโตแข็งแรง |
 |
นอกจากจะเป็นไม้ประดับสวยงามแล้ว ยังมีสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมายหลากหลาย
เช่น สรรพคุณทางยาในการรักษาโรค สปอร์ของมันนำไปใช้ในการทำดอกไฟ ในวงการถ่ายภาพ
ใช้สปอร์เป็นส่วนประกอในการทำแสงแฟลช และยังนำไปใช้เป็นผงเคลือบแค๊บซูลยา
นำไปแต่งหน้าขนมแพนเค๊กได้อีกด้วย
สกุลนี้ ทั่วโลกค้นพบราว 54 ชนิด และลูกผสมอีก 4 ชนิด ในบ้านเรามี 6
ชนิด ได้แก่
Lycopodium casuarinoides Spring ลำต้นเลื้อยทอดนอนไปกับผิวดิน สตอร์บิลัสมีก้านผอมยาว
ชูตั้งขึ้น พบที่นครศรีธรรมราช
Lycopodium clavatum L. พบที่ เชียงใหม่ และ เลย
Lycopodium complanatum L. พบที่เชียงใหม่
Lycopodium nummularifolium Blume ระย้า ยมโดยเกล็ดหอย
พบที่ นครศรีธรรมราชและปัตตานี
Lycopodium phlegmaria L. ช้องนางคลี่
Lycopodium piscium (Her.) Tagawa & K. Iwats พบที่ นครศรีธรรมราช
| 
Lycopodium clavatum เลื้อยคลุมหน้าหิน
อยู่ บนดอยอินทนนท์ [ Images : Bank ]

|
Lycopodium clavatum L.
ชื่อสามัญ : Running Club Moss
ชื่อไทย : กูดขน (ภาคเหนือ), สามร้อยยอด (นครศรีธรรมราช)
ชื่ออื่น : Common Clubmoss, Running Clubmoss, Running Pine, Running
Moss, Staghorn Clubmoss, Wolf's Claw Clubmoss, Foxtail Clubmoss,
Robin Hood's Hatband
clavatum มาจากภาษาลาติน แปลว่า "club shaped" มักพบขึ้นอยู่บริเวณที่เปิดโล่ง
บริเวณลานดินลานหินหิน ได้ร่มเงาจากไม้ใหญ่ ในป่าดิบชื้น บ่อยครั้งพบขึ้นอยู่ใกล้แหล่งน้ำ
ชอบสภาพพื้นดินร่วนโปร่งและมีฤทธิ์เป็นกรด
ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นสาย ขนาดเส้นผ่าศุนย์กลางราว 0.6-1.2 ซ.ม ทอดเลื้อยไปตามผิวดิน
แตกกิ่งสาขามากมาย เมื่อลำต้นยังอ่อน จะชูตั้งขึ้น เมื่อโตจนยาวจะทอดเลื้อยและปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง
ใบ สีเขียวสด เป็นเกล็ดผอมยาว ยาว ราว 2- 8 มม. ออกเวียนรอบแกนลำต้น
คลุมลำต้นหนาแน่น ทำให้ดูเหมือนมีขนมากกว่าเป็นใบปกคลุมลำต้น มีอวัยวะสืบพันธุ์รูปโคนยาว
stobilus และมีก้านผอมยาวชูขึ้น ขนาด 3"-6"ก้านสีเหลืองอ่อน
มีโครโมโซม 2n=68
| ในช่วงชีวิตที่เป็น gametophyte อาศัยอยู่ใต้ดิน มีขนาดเล็กมาก
อาศัยพึ่งพาเชื้อราไมโครไรซาในการหาอาหาร อยู่เป็นระยะเวลายาวนานหลายฤดูกว่าจะงอกออกมาเป็นต้นจริง
sporophyte
ชนิดนี้ พบที่ เชียงใหม่ เลย นครศรีธรรมราช
การขยายพันธุ์ : อาศัยสปอร์ แต่ทำได้ยาก อาศัยชำเหง้าหรือแบ่งกอ
ง่ายกว่า
ประโยชน์ : ในต่างประเทศ นิยมนำมาประดับต้นคริสมาสต์ ชาวอินเดียนในอเมริกาเหนือ
ตัดต้นมาใช้รักษาดรคผิวหนัง โรคเรื้อนกวาง สปอร์ นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง
เช่น นำมาใช้เป็นเชื้อประทุ นำมาอัดแน่นทำแสงแฟลชสำหรับกล้องถ่ายภาพ
นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ย้อมผ้าขนสัตว์ โดยการนำผ้าขนสัตว์ต้มรวมกับ
L. clavatum แล้วนำไปแช่ในถังไม้ที่ทำจาก Brazil wood จะได้ผ้าขนสัตว์สีฟ้า |

stobilus of L. clavatum |
|
Lycopodium complanatum
L. พบที่เชียงใหม่
ลักษณะทั่วไป ลำต้นเลื้อยไปตามผิวดิน ยาวได้ถึง 1 เมตร ยอดตั้งขึ้น ลำต้นมีสีเขียว
และแตกกิ่งก้านสาขาเป็นจำนวนมาก ใบจัดเรียงตัวเป็น 4 แถวข้างลำต้น สปอร์
เกิดบนสตอร์บิลัสที่ปลายยอด มีก้านย่ส 1 - 7 ซ.ม. มักพบอยู่บริเวณป่าเปิด
หรือตามหน้าผาหิน
ในยุโรปและในอเมริการ มีการนำมาอบแห้ง นำมาชงเป็นชาสมุนไพร ช่วยขับปัสสวะ,
ขับรอบเดือน และลดอาการชักกระตุก ผงสปอร์ใช้ในอุตสหากรรมผลิตแค๊บซูลยาด้วย
![[L. nummularifolium ระย้าเกล็ดหอน]](nummu-s.jpg)
ระย้าหรือยมโดยเกล็ดหอย
[ Image : สวนrพิมพ์ทรัพย์ ]
ยมโดยเกล็ดหอย ของคุณ Duang 99
|
Lycopodium nummularifolium
Blume
ชื่ออื่น : ระย้าเกล็ดหอย (นครศรีธรรมราช) ยมโดยเกล็ดหอย (ปัตตานี)
ลักษณะเป็นสายห้อย ลำต้นกลม ขนาดราว 1-1.5 มม. ต้นแตกกิ่งเป็นคู่
2-3 ครั้ง ลำต้นยางได้ถึง 100 ซ.ม. แตกหน่อเป็นกอ ใบหนาแข็ง สีเขียวแก่เป็นมัน
ใบรูปไข่เกือบกลม ปลายเรียวแหลม กว้าง 6 มม. ยาว 6-10 มม. สามารถมองเห็นเส้นกลางใบชัดเจนทั้งสองด้านของใบ
ที่เกิดสปอร์เป็นรูป cone เดิดแถวตอนปลายยอดที่เรียวเล็กลง อาจยาวได้ถึง
15 ซ.ม. และแตกเป็นกิ่งคู่เช่นกัน
พบที่นครศรีธรรมราช ปัตตานี
ในบทพระราชนิพนธ์ของล้นเหล้า รัชกาลที่ ๕ เรื่อง "อิเหนา"
ก็มีกล่าวถึงต้นไม้ชนิดนี้
เดินเอ๋ยเดินทาง
ตามหว่างแนวเนินศิขร
พฤกษาสองข้างที่ทางจร บ้างระบัดใบอ่อนออกผกา
ปริงปรางบางต้นผลดก คณานกจับจิกเป็นภักษา
ลดาวัลย์พันพุ่มอัมพา สายหยุดย้อย
ระย้ายมโดย
มะสังรังเรียงเคียงขานาง ยุงยางพยอมหอมโหย
วายุพัดสบัดโบกโบย เกสรร่วงโรยโปรยปราย
หอมกลิ่นถวิลถึงบุษบา อนิจจาจำร้างเพราะนางหาย
สร้อยเศร้าเปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย พลางเร่งพลนิกายจรจรัล
|

Lycopodium phlegmaria
ช้องนางคลี่
[ Image : Mr. Bank] |
Lycopodium phlegmaria L.
ชื่อสามัญ : Common Tassel Fern หรือ Queenland Tassel Fern
ชื่ออื่น : เกล็ดนาคราช (เลย) ช้องนางคลี่ (ประจวบฯ ราชบุรี) พู่ระโหง
(จันทบุรี) ระย้า (นครศรีธรรมราช) ยมโดย (ปัตตานี)
ชื่อ phlegnaria (คำอ่าน freg ma ree a เฟก-มา-รี-อา) มาจากภาษาลาติน
'gelatinous' กับ 'arius'
เป็นไม้เกาะอาศัย ลักษณะเป็นสายห้อย เส้นกลม ขนาด 2-5 มม. และปลายยอดเรียวเล็กลง
ยาวราว 60-100 ซ.ม. แตกกิ่งเป็นคู่ แตกหน่อเป็นกอกระจุก ใบหนาแข็ง
รูปรีปลายแหลม สีเขียวแก่เป็นมัน ใบกว้าง 4 มม. ยาว 15 มม. กาง 45-60
องศา เรียงรอบลำต้นเป็นระเบียบ ใบไม่ชิดกันมาก แลดูโปร่ง มองเห็นลำต้นชัดเจน
ความกว้างของต้นและใบรวมราว 3.5 ซ.ม.และค่อยๆ เรียวเล็กลงไปทางยอด
ตอนปลายสุดจะแตกเป็นเส้นกลมเล็ก ขนาดราว 1 มม. ยาว 6-10 มม. แตกแขนง
2-3 ชั้น ดูเป็นระย้า มีกลีบเล็กๆ เป็นรูป cone ติดอยู่โดยรอบ เห็นได้ชัดเจน
เรียก stobilus ทำหน้าที่เป็นถุงเก็บสปอร์ รากเป็นรากไม่แท้ เกาะติดกันเป็นแพ
ช้องนางคลี่ มักพบขึ้นตามคาคบไม้ใหญ่ หรือบนโขดหินในร่ม อาศัยอยู่รวมกับมอส
ในป่าดิบชื้น และป่าโปร่งชื้น ที่ระดับความสูงไม่เกิน 800 ม. MSL
กระจายพันธุ์ในอินเดีย มาเลยเซีย อินโดนีเซียและออสเตเรีย รวมทั้งทุกภาคในไทย
ช้องนางคลี่ แต่ละแหล่งที่พบ จะมีลักษณะแตกต่างกันไปเล็กน้อย อาทิเช่น
จากภาคตะวันออก สายและใบแข็งกว่าจากภาคใต้ ส่วนต้นที่มาจากลาว เส้นจะอวบอ้วนโตกว่า
ใบแข็งหนามากกว่า และที่มาจากใต้ ใบและสาย จับดูรู้สึกอ่อนนิ่มและใบผอมเรียวกว่า

ช้องนางคลี่ ของคุณ Duang99
[ Image : Duang99 ] |

ต้นนี้ก็ใช่ ของคุณ Duang99
[ Image : Duang99 ] |
|
Lycopodium piscium (Her.)
Tagawa & K. Iwats
ชนิดนี้มีลักษณะคล้าย L. humiltonii
พบเฉพาะทางภาคใต้เท่านั้น ที่ นครศรีธรรมราช สตูล กระจายพันธุ์ลงไปถึงมาเลเซียและชวา
Lycopodium lucidulum
(Shining club moss)
ชนิดนี้ไม่มีในบ้านเรา เมื่อโตมีอายุได้ 6 ปี นอกจากที่มันจะสามารถสร้างอวัยวะพิเศษเพื่อขยายพันธุ์
และยังสามารถสร้างต้นอ่อนขึ้นที่ด้านบนแกนของใบ เป็นวิธีในการขยายพันธุ์ของมัน
สำหรับอวัยวะพิเศษเพื่อขยายพันธุ์ดังกล่าว เหมือนเป็นเมล็ด มันสามารถแพร่กระจายไปเกิดเป็นต้นอ่อนใหม่ได้อีกด้วย

ช้องนางคลี่ สีฟ้า Blue Lycopodium
[ Image : Moo ] |
Lycopodium dalhousianum Spring.
ช์่ออื่น : Blue Tassel Fern, ช้องบลู
ช้องนางคลี่ ชนิดนี้สีฟ้า หรือฟ้าขุ่น ลักษณะทั่วไป เป็นเส้นผอมยาว
แตกกิ่งน้อย
ถิ่นกำเนิดอยู่ใน มาเลเซีย-เกาะปีนัง ปาฮาน เมลากา, ออสเตเลีย-NE Queensland,
นิวกีวนี, บอร์เนียว
|
| 
ช้องนางคลี่ ชนิดนี้มาจากอินโดนีเซีย
[Image : CHATT]
|
ช้องนางคลี่ ชนิดนี้ เจ้าของต้นเขาบอกว่า มาจากอินโดนีเซีย
ยังไม่ทราบชื่อและรายละเอียด หากใครมีข้อมูล ช่วยอนุเคราะห์บอกกันด้วยนะครับ
สังเกตุจากต้นนี้ ใบ (leaflike) ดูเป็นเกล็ดแผ่นใหญ่กว่าทุกชนิดในบ้านเรา
เขียวเป็นเงามัน แต่ละเส้น หยาบและแข็ง แต่ก็ดูสวยงาม
|

Lycopodium sp. |
Lycopodium sp.
ต้นนี้ยังไม่ทราบชื่อ หากใครทราบ ช่วยกรุณาแจ้งให้ทางเราทราบด้วย
เพื่อนๆ หลายคนที่มีชนิดนี้ปลูกเลี้ยงอยู่ จะได้ทราบชื่อกันด้วย |
|