> Lycopodiophyta > SELAGINELLACEAE - Selaginella || < back

วงศ์ Selaginellaceae
สกุล Selaginella
กนกนารี หญ้ารังไก่ พ่อค้าตีเมีย


Selaginella siamensis
[ Image : นายตะเกียงป่า ]


Selaginella erythropus

วงศ์กนกนารี ได้ชื่อสามัญว่า Spike Moss family จัดเป็นญาติของเฟินในกลุ่มที่เรียกว่า lycopods ดูคล้ายเฟินจริง เป็นพืฃที่มีระบบท่อลำเลียง ที่มีลักษณะของพืชโบราณ จัดอยู่ในจำพวก heterosporous (มีสปอร์ 2 แบบ คือ Megaspore และ Microspore ใน กลุ่มอับสปอร์ Strobilus )

ลักษณะทั่วไป
ต้นเลื้อยคลุมดิน มีบ้างที่เป็นเฟินเกาะอาศัย แต่น้อยมาก ขนาดต้นมีตั้งแต่เล็กถึงขนาดกลาง ลำต้น ไม่มีเนื้อไม่ ชูส่วนปลายยอดตั้งขึ้น และมักแตกกิ่งก้านเป็นคู่ๆ แผ่กระจายในระนาบเดียวเป็นส่วนมาก ที่ข้างลำต้นมีรากงอกบริเวณด้านล่าง และราก มีแตกสาขาเป็นคู่ๆ ด้วยเช่นกัน
ลักษณะใบ เกล็ดเล็กๆ ดูสวยงาม เรียกว่า microphyllous มีท่อเลียงเพียงอันเดียว ส่วนมากมีใบจัดเรียงตัวเป็น 4 แถว ตลอดความยาวของลำต้น 2 แถวมีขนาดใหญ่กว่า เรียก ใบกาง ventral leaves และอีก 2 แถวเป็นเกล็ดตามลำต้นเรียก ใบแนบ dorsal leaves ใบมีสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม บางชนิดมีสีแดง สีเหลือบฟ้า ดูแปลกตา บางชนิดดูคล้ายมอส หรือคลับมอส ส่วนที่สร้างสปอร์ เรียก Strobilus มีสปอร์ 2 ชนิดอยู่รวมกัน อยู่ในซอกของใบเกล็ด Sporophylls

Aerial structure

สปอร์ 2 ชนิดดังกล่าว จัดเรียงตัวเป็น 4 แถว ติดอยู่ที่แกนของสตอบิลัส ในซอกใบเกล็ด sporophylls กนกนารีบางชนิดมี sporophyll มีแบบเดียว (uniform) และในบางชนิดมี sporophylls 2 แบบ (dimorphic) คือ microsporophylls กับ megasporeophylls

พืชในวงศ์นี้ มีเพียงสกุลเดียว เป็นสกุลเี่ยว คือ Selaginella จากซากฟอสซิลทำให้ทราบว่า พืชสกุลนี้ปรากฎขึ้นบนโลกใบนี้ และได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเป็นแบบต่างๆ ในระหว่าง Carboniferous period พวกมันยังคงลักษณะโบราณเอาไว้ได้ บางคนจึงเรียกมันว่า ฟอสซิลมีชีวิต Living Fossil

กนกนารี เจริญเติบโตอยู่ในธรรมชาติที่สภาพหลากหลาย แต่ส่วนมากจะขึ้นอยู่บนดิน มีน้อยที่เป็นไม้เกาะอาศัย สภาพนิเวศน์ธรรมชาติที่พบกนกนารีได้บ่อย บริเวณที่ชุ่มชื้น มีร่มเงา ใกล้ริมน้ำ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นไม้เลื้อย ทั้งชิดที่ทอดเลื้อยไปตามผิวดิน หรือเลื้อยปีนป่ายขึ้นต้นไม้ และมีบ้างที่เกิดอยู่ตามหน้าผาหิน ซึ่งด้รับแสงแดดจัดจ้าและแห้งแล้งในบางฤดู เช่น ดอกหิน เป็นต้น

กระจายพันธุ์ในเขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก สามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่หลากหลาย สภาพภูมิอากาศหลายแบบ และหลากหายสภาพแวดล้อม ส่วนมากจะเป็นเฟินดิน แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยท่เป็นพืชเกาะอาศัย ซึ่งน่าสนใจมาก พืชชนิดนี้ส่วนมากมักพบบริเวณที่มีความชุ่มชื้น บริเวณร่มเงา ใต้ร่มเงาของผืนผ่า และส่วนมากทั่วไปมักอยู่ใกล้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีลำต้นเลื้อยปีน มีบ้างที่เกิดบนพื้นที่กึ่งทะเลยทราย ซึ่งสามารถปรับตัวอยู่ให้สามารถอยู่้รอดได้ในหน้าแล้ง ด้วยการพักตัวและม้วนตัวห่อกลม เพื่อเก็บความชื้นรักษาตายอดเอาไว้
ในไทยมีรายงานพบ 29 ชนิดและทั่วโลก มีจำนวนราว 800 ชนิด

Key to this species
1a Sporophylls of spikes uniform
ใบเกล็ด sporophylls มีแบบเดียว
2
1b Sporophyyls of spikes dimorphic
ใบเกล็ด sporophylls มี 2 แบบ
20
     
2a Branches pubescent
กิ่งสาขามีขนสั้นนุ่ม
3
2b Branches glabrous
กิ่งสาขาผิวเกลี้ยง
4
     
3a Main erect stem dichotomous; leaves entire
ลำต้นหลักตั้ง แตกกิ่งเป็นคู่ๆ ใบเรียบ
S. pubescens
3b Main erect stem not dichotomous; bering runners; leave dentate to ciliate at margin
ลำต้นหลักตั้ง แตกกิ่งสาขาไม่แน่นอน ขอบใบหยักเป็นซี่ฟันถึงแตกเป็นขน
S. biformis
     
4b Stems not densely tufted, without pseudo-trunk; not xerophytic plants
ลำต้นกระจายออก ไม่เกาะเป็นกระจุก ไม่มีลำต้นเทียม และไม่ได้เป็นพืชทนแล้ง
5
4a Stems rooting at base only, dense tufted, forming pseudo-trunk of about 20 cm. tall, xerophytic plants ลำต้น มีระบบรากเฉพาะที่โคนเท่านั้น,ลำต้นโตเป็น เป็นกระจุกพ่มแน่น, มีลำต้นเทียม สูงได้ราว 20 ซ.ม. เป็นพืชทนแล้ง S. tamariscica
     
5a Stems scandent, or growing indefinitely, stems rooting at apex to form new plants
ลำต้นเป็นไม้รอเลื้อย หรือโตไปได้เรื่อยๆ มีรากเกิดที่ปลายยอดและลำต้นส่วนยอดสามารถโตเป็นต้นใหม่ได้
6
5b Stems not scandent nor growing indefinitely, plants less than 70 cm. long
ลำต้นไม่ใช่ลักษณะรอเลื้อย ไปได้ยาวไม่เกิน 70 ซ.ม.
8
     
6a

Stems scandent, ventral leaves not ciliate; dorsal leaves much smaller than the ventral ones ลำต้นเป็นไม้รอเลื้อย แผงใบ ventral leaves เป็นขนครุย ใบเกล็ดข้างลำต้น dorsal leaves เล็กกว่าใบที่แผง

7
6b Stem growing indefinitely, the main stems rooting at apex to from new platns, ventral leaves ciliate; dorsal leaves nearly as large as the ventral leaves ลำต้นโตไปได้เรื่อยๆ ไม่จำกัด ลำต้นหลักมีรากออกที่ยอดไปเกิดเป็นต้นใหม่ แผงใบมีขนครุย ใบเกล็ดข้างลำต้นมีขนาดเกือบเท่าใบบริเวณแผง S. siamensis
     
7a Sporophylls strong acuminate, ovate-lanceolate, about 3.5 mm long
ใบเกล็ดที่สตอบิลัสแหลมและเข็ง รูปไข่แกมรูปหอก ยาวได้ถึง 3.5 มม.
S. helferi
7b Sporophylls acute, broadly ovate, about 1 mm. long ใบเกล็ดที่สตอบิลัสเรียวแหลม รูปไข่กว้าง ยาวได้ถึง 1 มม. S. willdenowii
     
8a Main erect stem dichotomous
ลำต้นตั้งและแตกกิ่งสาขาเป็นคู่ๆ
S. ostenfeldii
8b Main erect stem not dichotomous
ลำต้นตั้ง แตกกิ่งไม่เป็นคู่ๆ
9
     
9a Stems stoloniferous ลำต้นมีไหล S. griffithii
9b Stems not stoloniferous ลำต้นไม่เป็นไหล 10
     
10a Ventral leaves at base of main stems distant, erect, adpressed
ใบกาง บริเวณโคนลำต้นหลักอยู่ห่าง ตั้ง แนบกับลำต้น
11
10b Venral leaves at base of main stem usually near to the next ones or even overlapping spreading
ใบกาง บริเวณโคนต้นหลัก อยู่ใกล้กันหรือแผ่คลุมทับกัน
15
     
11a Ventral leaves entire or nearly so
ใบกาง ขอบเรียบหรือค่อยข้างเรียบ
12
11b Ventral leaves ciliate or ciliolate
ใบกาง ventral leaves ขอบหยักละเอียด
14
     
12a Main lateral brances or pinnae, ovate; ventral leaves dentate at apex
S. delicatula
12b Main lateral brances or pinnae, lanceolate; ventral leaves entire 13
     
13a Main lateral brances pinnate S. wallichii
13b Main lateral brances bipinate S. inaequalifolia
     
14a Dorsal leaves white-margined
ใบเกล็ด ขอบสีขาว
S. argentea
14b Dorsal leaves not white-margined
ใบเกล็ด ขอบไม่เป็นสีขาว
S. involvens
     
15a Dorsal leaves acuminate, white-margined; ventral leaves ovate-lanceolate 16
15b Dorsal leaves usually long mucronate 17
     
16a Stems usually suberet, rooting at base only, or rarely on upperportion as well; ventral leaves on higher are usually patent S. repanda
16b Stem prostrate, rooting throughout; leaves, adpressed to the stems even in the higher axes S. vaginata
     
17a Leaves smooth 18
17b Leaves scabrous or strigose on upper surface 19
     
18a Stems subdichotomously branching; ventral leaves denticulate, round at base S. intermedia
18b Stems pinnate branching; ventral leaves ciliate, enlarge at base S. roxburghii
     
19a Stems roothing at base only S. trachyphylla
19b Stems prostrate, rooting throughout S. strigosa
   
20a Dorsal leaves obovate, broadest above the middle
ใบเกล็ด รูปไข่ ส่วนที่กว้างมากที่สุดอยู่เลยส่วนกลาง
21
20b dorsal leaves ovate, elliptic, or lanceolate, broadest below the middle
ใบเกล็ด รูปไข่ รูปรี รูปหอก ส่วนกว้างสุดอยู่ต่ำกว่าส่วนกลาง
22
     
21a Stem suberect, bearing rhizophores only in lower portion
ลำต้นกึ่งตั้ง มีระบบรากค้ำจุนเฉพาะบริเวณส่วนล่าง
S. pennata
21b Stems prostrate, bearing rhizphores nearly throughtout the plants
ลำต้นทอดนอน มีระบบรากค้ำจันตลอดความยาวของต้น
S. bisulcata
     
22a Plants larger, usually more than 25 cm. long; main branches more than 5 mm. broad including leaves
ต้นยาวได้มากกว่า 25 ซ.ม. กิ่งหลักความกว้างรวมใบมากกว่า 5 ม.ม.
23
22b Plants smaller, usually to 25 cm long; main branches less than 5 mm broad including leaves
ต้นยาวได้ไม่เกิน 25 ซ.ม. กิ่งหลักมีความกว้างรวมใบไม่เกิน 5 ม.ม.
25
     
23a Stem suberect; ventral leaves entire or at most dentate at basal portion only
ลำต้นกึ่งตั้ง ใบข้างขอบเรียบ หรือเป็นซี่ฟันบริเวณส่วนโคนเท่านั้น
S. ornata
23b Stems prostrate; ventral leaves dentate or ciliate
ลำต้นทอดนอน ใบกางขอบหยักหรือมีขนเล็กละเอียด
24
     
24a Edges of the ventral leaves densely ciliate with long setae at lower portion; dorsal leaves ovate to suborbicular
ขอบของใบกางหยักแหลมเป็นขน มีแท่งเข็มที่ส่วนล่าง
ใบเกล็ด รูปไข่หรือกึ่งกลม
S. amblyphylla
24b Edges of the ventral leaves dentate; dorsal leaves oblong
ใบกาง ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ใบเกล็ดรูปไข่
S. monospora
     
25a Ventral leaves entire to denticulate 26
25b Ventral leaves ciliate near base S. kurzii
     
26a Dorsal sporophylls acuminate 27
26b Dorsal sporophylls round to obtuse at apex 28
     
27a Sporophylls ciliate S. minutifolia
27b Sporophylla dentate S. lindhardii
     
28a Ventral sporophylls denticulate S. tenuifolia
28b Ventral sporophylls ciliate S. chrysorhizos

กนกนารี ชนิดที่พบในไทยบ้านเราและตัวอย่างบางชนิดจาก ตปท.

Selaginella amblyphylla Alston
กนกนารีชนิดนี้ มีลำต้นเลื้อย ลำต้นอ้วน 3 มม. ปกคลุมแน่นด้วยใบเกล็ด สีน้ำตาล รูป oblong ปลายมน ขอบเกล็ดหยักซี่ฟัน เหง้าหลักของต้นตั้งชูขึ้น แตกสาขาที่ระยะ 15-50 ซ.ม. แตกสาขาแบบใบประกอบขนนกชั้นเดียวบริเวณปลาย และเป็น 3 ชั้นบริเวณใกล้โคน ลักษณะใบ ใบเกล็ด ventrl leaves กางออก รูปขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยม รูปเคียว ปลายแหลม โคนใบมนเว้ากึ่งรูปหัวใจ ขนาดใบยาว 1-3.5 มม. กว้าง 0.5-1.2 มม. ขอบใบมักม้วนขึ้น เนื้อใบบาง อ่อนนุ่ม สีเขียวถึงสีเขียวเข้ม ใบเกล็ดตามลำต้น รูปไข่แคบ ปลายแหลม โคนมน ขอบใบมีขน ใบเกล็ด sporphylls รูปไข่ ยาวปลายแหลม มีขนปกคลุมแน่น
พบที่เชีบงใหม่ เชียงราย เลย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตราด กระบี่ สตูล

Selaginella argentea (Wall. ex Hook. & Grev.) Spring
ชื่ออื่น : กับแก้ พ่อค้าตีเมีย
กนกนารี ชนิด พ่อค้าตีเมีย หรือกับแก้ นี้ มีลักษณะคล้านกับ S. involvens แตกต่างกันที่ ทรงพุมมีขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 60 ซ.ม. ใบเกล็ดด้านบน ventral leaves มีลักษณะผอมเรียวยาวเป็นขน ส่วนใบเกล็ดด้านล่าง dorsal leaves ผอมเรียวยาว ขอบสีขาวอย่างเห็นได้ชัด มีประปรายตามความยาวของลำต้น อีกทั้งใบนี้จะกางออกหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้ง
ในธรรมชาติ มักพบในบริเวณป่าผลัดใบและป่าดิบเขา ที่มีแสงแดดจัดจ้า ตามพื้นป่าทั่วไปจนถึงระดับ 1500 เมตร บริเวณน้ำตกต่างๆ จะพบเห็นขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่นที่ นครนายก ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ เชียงใหม่ พิษณุโลก กาญจนบุรี ชลบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่

Selaginella biformis A. Braum. ex Kuhn

ชื่อสามัญ : Spike Moss
ชื่อไทย : เฟินแผง
กนกนารี ชนิดเฟินแผง มีลำต้นชูตั้ง หรือทอดนอนชูยอด มีรากค้ำยันออกจากลำต้นบริเวณโคน ต้นสูงได้ถึง 25 ซ.ม. ลำต้นหลัก มีใบเกล็ดแนบประปราย ผิวล่างมีขนสั้นนุ่ม หรือผิวเกลี้ยง ลำต้นแตกกิ่งสาขาแบบขนนก 2-3 ชั้น ด้านล่างปกคลุมแน่นด้วยขนสั้นนุ่ม ลำต้นที่เจริญงอกยาวจากกิ่งหลัก มีรากออกจากลำต้นและยอดลำต้นนี้ จึงเจริญไปเป็นต้นใหม่ได้ มีรากฝอยตลอดความยาวของลำต้นด้วย
เฟินแผง ในธรรมชาติ มักพบอยู่บริเวณพื้นดินที่มีเศษอินทรีย์วัตถุทับถมปริมาณมาก ในบริเวณที่ค่อนข้างแห้ง บริเวณร่มเงาในป่าทึบ ที่ความสูง 500-1200 ม. MSL กระจายพันธุ์อยู่ใน อัสสัม พม่า จีนตอนใต้ ไทย มาเลย์เซีย ฟิลิปปินส์ ในบ้านเรา พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก แพร่ น่าน พิษณุโลก เลย อุดรธานี นครราชสีมา

Selaginella bisulcata Spring
ชื่อไทย : หญ้าหนอนเบื่อ
ลักษณะคล้ายคลึง S. penata แตกต่างกันที่ ลำต้นเลื้อยทอดนอน บริเวณตอนปลาย ใบเกล็ดตามลำต้น เป็นติ่งแหลม
พบที่ ดอยหลวง จ. เชียงใหม่

Selaginella chrysorrhizoz Spring
กนกนารีชนิดนี้ ยาวได้ถึง 12 ซ.ม. แตกกิ่งใกล้โคนของลำต้นหลัก เป็นกิ่งแบบขนนก 2 ชั้น ใบแถวบน ventral leaves กางออก รูปขอบขนาน ปลายมนถึงแหลมเป็นติ่ง โคนใบกลมเบี้ยว ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ขอบใบสีขาว แผ่นใบบาง ส่วนใบแถวล่าง รูปรี ปลายมนรูปหัวใจ ปลายแหลมเป็นติ่ง ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ส่วนปลาย spike มีใบ 2 แบบ
ในธรรมชาติ มักพบตามเนินดินเหนียว หรือวอกหินที่มีดินโคลน ในป่าที่ระดับสูงปานกลาง กระจายพันธุ์ตั้งแต่ แคว้นอัสสัม พม่า อุษาคเนย์ ไทย ลาว เวียดนาม ในบ้านเรา พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลกเลย ตาก

Selaginella ciliaris (Retz.) Spring พบที่เชียงราย

Selaginella delicatula (Desv. ex. Poir) Alston
ชื่ออื่น : ผักกูดหิน กูดผา
ผักกูดหิน มีลำต้นตั้ง หรืออ่อนโค้ง สูงได้ไม่เกิน 60 ซม. กว้างได้ถึง 25 ซ.ม. ลำต้นมีใบเกล็ดประปราย แตกกิ่งแบบขนนก กางตั้งชูขึ้น กิ่งด้านข้างแตกเป็นขนนกอีกชั้น รูปหอก ปลายแหลม แผ่นใบอ่อนนุ่ม สีเขียวอมเหลือง
มักพบตามพื้นพินที่ค่อนข้างแห้ง หรือตามลาดเนินเขา ที่มีแสงรำไร มีบ้างที่อยู่ตามซอกหินที่มีดิน พบได้ในป่าทึบที่ระดับต่ำ 500 ม. กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดียและจีนตอนใต้ อุษาคเนย์ มาเลเซีย ในบ้านเราพบที่ เชียงใหม่

Selaginella griffithii Spring
ชื่ออื่น : หญ้ารังไก่ตัวเมีย
หญ้ารังไก่ตัวเมีย ลำต้นหลักชูตั้ง มีใบเกล็ดห่างประปราย ลำต้นกิ่งยีดยาว แตกกิ่งสาขาด้านข้างมากมายและอยู่ชิดกัน เป็นแบบขนนก 2 ชั้น ผิวใบเกลี้ยง แผ่แบนเหมือนกระดาษ เนื้อใบอ่อนนุ่ม สีเขียวเข้ม ใต้ใบสีซีด
ในธรรมชาติ มักพบได้ตามพื้นป่าที่ชุ่มชื้น ใกล้ลำธาร ในป่าดิบทึบ ที่ระดับต่ำ กระจายพันธุ์ตั้งแต่ พม่าตอนใต้ ไปถึงอุษาคเนย์ ลงมาสุดแถว ลังกาวี ใรมาเลย์เซีย ในไทย พบที่ กาญจนบุรี ราชบุรี กระบี่ ภูเก๊ต ตรัง สตูล

Selaginella helferi
Selaginella helferi Warb.
[ Image : Popular ]

Selaginella helferi Warb.
ชื่ออื่น : หญ้าร้องไห้

หญ้าร้องไห้ เป็นกนกนารีสีฟ้า ต้นเลื้อยปีนป่ายขึ้น บางครั้งโตเกาะกันเป็นพุ่ม สูงได้ถึง 2 ม. ลำต้นแตกกิ่งแบบขนนก 3 ชั้น ผิวลำต้นเกลี้ยง หรือมีใบเกล็ดประปราย ส่วนลำต้นกิ่งสาขามีใบหนาแน่น

ในธรรมชาติ หญ้าร้องไห้ พบในป่าดิบชื้นตลอดปี มักพบที่ความสูง 400-1600 ม. กระจายพันธุ์อยู่ในแคว้นอัสสัม-อินเดีย ในพม่า กวงโจและกวงสี ในจีนตอนใต้ และในอุษาคเนย์ ในบ้านเราพบที่ ภาคเหนือ ที่ดอยตุง เชียงราย, ดอยหลวงเชียงดาว ดอยสุเทพ-เชียงใหม,่ พระสิงห์-น่าน, ทุ่งแสลงหลวง-พิษณุโลก, แม่สอด ดอยมูเซอ-ตาก, ภูหลวง-เลย, มวกเหล็ก-สระบุรี, ศรีราชา-ชลบุรี

ลักษณะทั่วไป
ลำต้นรอเลื้อย บางครั้งเกี่ยวพันกันเป็นพุ่มกว้าง สูงเกือบ 2 ม. ผิวเกลี้ยง กิ่งหลักมีใบเกิดห่างและแตกกิ่งสาขาแบบขนนก 3 ชั้น ดูคล้ายโครงกระดูก ใบหนาแน่นที่กิ่งย่อยด้านข้าง มีใบเกล็ดแนบข้างลำต้น รูปเคียว ใบเกล็ดข้างกิ่ง กางออก รูปขอบขนาน โคนมน ปลายแหลม ขอบเรียบ ผิวเกลี้ยง สตอบิลัส เกิดที่ปลายยอด ขนาด dia. 2 มม. ใบเกล็ด sporophylls รูปไข่แกมรูปหอก ปลยแหลม ยาว 3.5 มม. กว้าง 1.5-2 มม.


Selaginella inaequalifolia (Hook. & Grev.) Spring
กนกนารีชนิด คล้าย S. wallichii แตกต่างกันที่ แตกกิ่งด้านข้างเป็นใบประกอบขนนก 2 ชั้น รูปขอบขนานแคบ กิ่งย่อยปกติยาวไม่เกิน 1 ซ.ม. แกนกิ่งหลักมีสีดำด้านบน ใบเขียวอ่อน เมื่อแห้งเป็นสีน้ำตาล ใบหยาบกระด้าง
ในธรรมชาติ มักพบอยู่ตามพื้นดินที่ชุ่มชื้น มีร่มเงา ตามแนวลำธารในป่าดิบชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูงปานกลาง
กระจายพันธุ์ อยู่ในแคว้นอัสสัมและพม่า ในบ้านเราพบที่ ดอยมูเซอ จ. ตาก

Selaginella intermedia
Selaginella intermedia
from Khap Soi Dao - Chantaburi

Selaginella intermedia (Blume) Spring
ชื่อพ้อง : Lycopodium atro-viride Wall. ex. Hook. & Grev. 1831

กนกนารีชนิด เป็นชนิดเลื้อย บริเวณโคนลำต้นมีใบเกล็ดประปราย แตกกิ่งสาขาเป็นไม่แน่นอน ปลายกิ่งชูตั้งขึ้น ใบเกล็ด กางออกหรืองอนเล็กน้อย ใบรูปขอบขนาน บ้างโค้งเป็นเคียว ปลายเป็นติ่งแหลม โคนกว้าง ใบบางมองแสงทะลุผ่านได้ มองเห็นเส้นใบเทียมได้ชัดเจนทั้งสองด้าน ขอบหยักเล็กน้อย ส่วนใบ dorsal leaves แนบลำต้นกิ่งซ้อนเหลื่อมกัน (imbricate) รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายติ่งแหลมยาว เหมือนเข็ม ส่วนปลาย spike ยาวได้มากกว่า 5 ซ.ม. ขนาด 1.5 มม. ใบเกล็ด sporophylls รูปขอบขนาน กึ่งสามเหลี่ยม สอบแหลม
มักพบอยู่ในบริเวณพื้นดินที่มีซากอินทรีย์วัตถุทับถมจำนวนมาก บนพื้นดินหรือตามเนินดินลาดเอียง ในป่าดิบแล้ง ที่ระดับความปานกลาง กระจายพันธุ์อยู่ใน พม่า อุษษคเนย์ มาลายา สุมาตรา ชวา บอร์เนียวและซีรีเบส ในบ้านเราพบที่ ลำปาง ภูกระดึง จ. เลย เขาใหญ่ จ. นครนายก เขาสอยดาว จ. จันทบุรี เกาะช้าง จ. ตราด ชุมพร ระนอง พังงา นครศรีธรรมราช ตรัง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส
กนกนารีชนิด คล้ายกับ S. doederleinii ในจีนและญี่ปุ่น แตกต่างกันที่ ขนาดของต้น ทั้งใบและกิ่งลำต้น


Branch and stem near base

Spike more than 5 cm.

Selaginella involvens (Sw.) Spring
ชื่ออื่น : เฟินแผง (เลย)

เฟินแผงนี้ เจริญเติบโตเป็นพุ่มตั้ง แผ่กลมแบนเป็นรูปพัด ตัวใบลักษณะแบน มองดูคล้ายพัด จัดเวียนรอบทรงพุ่ม เหมาะปลูกเลี้ยงเป็นไม้กระถางสวยงาม หรือปลูกประดับข้างก้อนหินในสวนสวยๆ เฟินชนิดนี้ชอบร่มและความชุ่มชื้นสูง หากขาดน้ำ ใบจะห่อม้วนขึ้น
ในธรรมชาติ มักพบในป่าทึบ อยู่บริเวณลาดเชิงเขา หรือตามก้อนหินที่ได้รับแสงสว่างส่องถึง กระจายพันธุ์อยู่ใน ศรีลังกา อินเดีย จีน เกาหลีใต้ ในบ้านเราพบที่ เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก ตาก ชัยภูมิ นครนายก ชลบุรี จันทบุรี ตราด ตรัง

Selaginella involvens
Selaginella involvens
[ Image : Blue Jay ]

 


Selaginella kraussiana
Selaginella kraussiana

Selaginella kraussiana
ชื่อสามัญ : Spreading Clubmoss, Mat Spikemoss

กนกนารีชนิดนี้ กระจายพันธุ์ไปทั่วทุกมุมโลกก็ว่าได้ ลักษณะเจริญเติบโตเร็ว แผ่คลุมเป็นผืนพรม มองดูคล้ายผืนมอส สามารถปลูกประดับสวนพื้นที่กว้าง หรือปลูกในตะกร้าหรือกระถางให้ห้อยย้อย จะใช้ตกแต่งภายนอกหรือภายในอาคาร ก็สามารถทำได้ สวยงาม

 


Selaginella kurzii Baker
กนกนารีชนิดนี้ ยาวได้ถึง 12 ซ.ม. แต่บางครั้งพบยาวได้ถึง 25 ซ.ม.ลำต้นหลักตั้งชูขึ้น มีรากออกจากด้านลางลำต้น แตกกิ่งใกล้โคน ใบแถวบน ventral leave อ่อนโค้ง มักแนบแน่นอยู่ติดแกนลำต้นหลัก รูปใบเป็นกึ่งสามเหลี่ยม ปลายแหลมถึงแหลมเป็นติ่ง โคนมนรูปหัวใจ สีเขียวอ่อน ส่วนใบแถวล่าง dorsal leaves ผอมเรียวเป็นขน ปลายแหลม ขอบสีขาว ส่วน spike ที่ปลาย มีใบ 2 แบบ
ในธรรมชาติ พบตามพื้นดินบริเวณลาดเชิงเขา หรือตามพื้นดินเหนียวที่มีความชุ่มชื้นในป่าที่ระดับความสูงปานกลาง กระจายพันธุ์ตั้งแต่ แคว้นอัสสัม พม่า ไทย มาเลย์ ในบ้านเราพบที่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา นครนายก กาญจนบุรี

Selaginella lindhardii Hieron.
กนกนารีชนิดนี้ เป็นพืชถิ่นเดียว มีเฉพาะในไทยบ้านเรา เป็นกนกนารีขนาดเล็ก ยาวไม่เกิน 10 ซ.ม. แตกกิ่งใกล้โคน เป็นแบบขนนก 2 ชั้น กิ่งปลายสุดกว้างได้ถึง 2.3 มม. ใบด้านบน ventral leaves รูปขอบขนาน ค่อนข้างแคบ ปลายแหลมเป็นติ่ง โคนกลม 2 ข้างไม่เท่ากัน แผ่กางออก หรืออ่อนโค้ง ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ใบหนา สีเขียวอมเหลือง ส่นใบด้านล่าง dorsal leaves รูปรี ปลายแหลมยาว โคนกลมแคบ ขอบหยัก ส่วน spike สตอบิลัส มีใบเกล็ด sporophyll มี 2 แบบ รูปขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยมโคนกลม กับรูปแหลมยาวขอบหยักเป็นซี่ฟัน
ในธรรมชาติ พบบนพื้นดินในป่าไผ่ หรือตามกำแพงอิฐเก่า ที่มีร่มเงา พบที่ เชียงราย, ระแหง จ. ตาก, กรุงเทพฯ, อ่า'หิน จ. ราชบุรี

Selaginella minutifolia
Selaginella minutifolia Spring
[ Image : Puenmai Ka@ห้องต้นไม้ pantip ]


[ Image : Puenmai Ka@ห้องต้นไม้ pantip]

Selaginella minutifolia Spring
ชื่ออื่น : กูดยี (ภาคเหนือ)

กูดยี เป็นกนกนารีขนาดเล็ก ยาวไม่เกิน 10 ซ.ม. แกนลำต้นหลักแตกกิ่งแบบธรรมดาและแบบขนนก 2 ชั้น กิ่งปลายสุด กว้างราว 1.5-2.5 มม. ใบ ventral leaves แผ่กางออก และแอ่นโค้ง รูปขอบขนาน ปลายใบมีทั้งมนถึงแหลมเป็นติ่ง โคนในมน 2 ข้างไม่เท่ากัน ขอบสีขาว หยักเป็นซี่ฟัน แผ่นใบบาง สีเขียวอมเหลือง ส่วนใบล่าง ส่วน dorsal leaves รูปรี ปลายแหลม เป็นลิ่มที่โคน ขอบหยักและสีขาว ส่วน สตอบิลัส Spike มีใบ sporophyll 2 แบบ ขอบหยักเป็นซี่ฟันละเอียด ขอบสีขาว
ในธรรมชาติ มักพบพื้นดินที่เป็นดินปนทราย ค่อนข้างแห้ง มีซากอินทรีย์วัตถุทับถม ตามลาดเนินดินหรือหน้าผาที่ชุ่มชื้น ในป่าผสม การกระจายพันธุ์ ตั้งแต่ พม่าไปถึงอุษาคเนย์ ในบ้านเรา พบที่ จ. เชียงราย, ดอยผ้าห่มปก ดอยหลวงเชียงดาว ดอยสุเทพ จ. เชียงใหม่, ทุ่งแสลงหลวง จ. พิษณุโลก, ละอูน จ. ระนอง, นครนายก เขาช่อง จ. ตรัง


Selaginella monospora Spring
กนกนารีชนิดนี้ ลักษณะใกล้เคียงกับ S. amblyphylla
มักพบบนพื้นดินหรือตามก้อนหินที่มีมอส บริเวณชายป่า กระจายพันธุ์ตั้งแต่ อินเดียตอนเหนือ ไปถึงจีนตอนใต้ ลงมาถึงอุษาคเนย์
ในบ้านเราพบที่ เชียงราย เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช

Selaginella ornata (Hook. & Grev.) Spring
ลำต้นกึ่งตั้งกึ่งทอดนอน สูงได้ถึง 30 ซ.ม. ลำต้นแกนหลัก ขนาด dia. มากกว่า 1.5 ม.ม.
บริเวณใกล้โคนแทบไม่มีใบหรือใบห่าง ลำต้นตอนบนแตกกิ่งแบบขนนกหรือกึ่งสาขาคู่ (subdichotomously) มีรากค้ำบริเวณตอนล่างถึงตอนกลางของลำต้น แต่ส่วนบนอาจมีได้บ้าง กิ่งปลายสุดกว้างได้ราว 5 ม.ม.
ใบกาง ventral leaves รูปขอบขนานแกมรูปเหลี่ยมขนมเปียกปูน สอบแหลมสู่ปลายใบ
ในธรรมชาติมักพบตามพื้นดินที่ค่อนข้างแห้ง บริเวณลาดเชิงเขาในป่าดิบทึบ ในบ้านเราพบที่ เกาะช้าง จ. ตราด เขาช่อง จ. ตรัง

Selaginella ostenfeldii
Selaginella ostenfeldii Hieron.
[ Image : Cafe Tea@ห้องต้นไม้ pantip.com]


[ Image : Cafe Tea @ ห้องต้นไม้ pantip.com]

Selaginella ostenfeldii Hieron.
ชื่อพ้อง : S. pungentifolia
ชื่ออื่น : ผักควา มอยสาวแก่

ผักควา เป็นกนกนารีลำต้นปีนเลื้อย ลำต้นปกคลุมด้วยใบเกล็ดสีน้ำตาล ลำต้นแตกกิ่งเป็นขนนก 3 ชั้น
ในธรรมชาติ มักพบตามพื้น หรือเนินดินที่ค่อนข้างแห้ง ในป่าเบญจพรรณ ที่ระดับความสูงปานกลาง ลงมาถึงระดับต่ำ กระจายพันธุ์ตั้งแต่ พม่า ตะวันออก ไปถึงอุษาคเนย์ ในบ้านเรา แม่อ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ ตาก นครสวรรค์ เลย กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี

ภาพถ่ายจากนครสวรรค์ ฝีมือ Mr. mb

These pictures were taken at Kho Kob in central city of Nakonsawan
and with courtesy by Cafe Tea @ ห้องต้นไม้ pantip.com


[ Image : Cafe Tea@ห้องต้นไม้ pantip.com]


[ Image : Cafe Tea @ ห้องต้นไม้ pantip.com]


Selaginella pennata (Don) Spring
ชื่ออื่น : หญ้าหนอนเบื่อ กูดหอม
ลำต้นยางได้ถึง 30 ซ.ม. ลำต้นหลักกึ่งตั้ง ขนาด dia. 2-3 ม.ม. มีใบห่าง และมีรากฝอยค้ำออกมาเฉพาะส่วนล่าง
กิ่งหลัก รูปขอบขนาน เป็นร่องคู่ กิ่งปลายสุดเป็นแผ่น 8 ม.ม.,
ventral leaves รูปขอบขนาน แผ่กางออก ปลายมนหรือเป็นติ่งหนาม โคนมนไม่เ่ท่ากัน 2 ข้าง ยาว 3.5 ม.ม. กว้าง 1.5 ม.ม. ขอบใบมีขนสั้นๆ ผิวใบบาง สีเขียวอ่อน
dorsal leaves รูปไข่ ขนาด กว้าง 0.8 ม.ม. ยาว 2.2 ม.ม. ส่วนปลายเป็นติ่งหนามยาว 0.7 ม.ม. โคนรูปลิ่ม 2 ข้างไม่เท่ากัน
Spikes ยาว 2 ซ.ม. กว้าว 5 ม.ม. มีใบ 2 แบบ ventral sporophylls รูปขอบนาน-กึ่งสามเหลี่ยม มีขนปกคลุมแน่น ขนยาว 0.5 ม.ม. dorsal sporophylls เหมือน ventral sporophyll แต่ขนาดเล็กกว่าและปลายแหลมมากกว่า
ในธรรมชาติมักพบตามพื้นดินบนลาดเชิงเขาที่ชุ่มชื้น บริเวณที่มีแสงรำไร ใกล้แนวลำธาร ในป่าดิบชื้น ที่ระดับความสูงปานกลาง ในบ้านเราพบทั่วไปในป่า จ. เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน พิษณุโลก ตาก เลย นครนายก กาญจนบุรี

Selaginella pubescens (Wall. ex Hook. & Grev.) Spring
ชื่ออื่น : เฟือยนก
กนกนารี เฟือยนกนี้ มีลักษณะตล้านคลึงกับ S. ostenfeldii แต่แตกต่างกันที่ ลำต้นมีขนอ่อนยาวปกคลุม ขอบใบเรียบ ไม่เรียวแหลมเป็นเส้นขน ใบเกล็ดด้านล่าง dorsal leaves รูปขอบขนาน แนบผิวไปตามความยาวลำต้น
ในบ้านเรา พบที่เชียงใหม่ ตาก แพร่ พัทลุง

Selaginella repanda (Desv. ex poir.) Spring
ต้นสูงได้ถึง 25 ซ.ม. ลำต้นแกนหลักบริเวณโคนมีรากค้ำ และมีใบเกล็ดสีน้ำตาลอยู่เกือบติดกัน ลำต้นแตกกิ่งสาขาอยู่ใกล้กันตลอดความยาว เป็นขนนกธรรมา ดถึงขนนก 2 ชั้น กิ่งใหญ่สุดอยู่บริเวณตอนกลางลำต้นหรือส่วนบนของลำต้น ใบเกล็ดส่วนบน ventral leaves รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม โคนมนกึ่งรูปหัวใจ ขอบใบมีเยื่อสีขาว ขอบใกล้โคนหยักเป็นซี่ฟัน แผ่นใบบางเหมือนกระดาษ สีเขียว ถึงเขียวเข้ม ส่วนใบเกล็ดล่าง dorsal leaves รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม ขอบหยักเป้นซี่ฟันแหลมละเอียดและยาว ส่วน spike รูปไข่แกมรุปสามเหลี่ยม ปลายแหลมเป็นหางยาว ขอบขาว ขอบหยักเล็กน้อย
ในธรรมชาติ มักพบบริเวณพื้นดินหรือเนินลาดดินที่ค่อนข้างแห้ง ในป่าเบญจพรรณที่ระดับความสูง 2000 ม. กระจายพันธุ์อยู่ในอินเดียตอนเหนือ ลงมาถึงจีนตอนใต้ อุษาคเนย์ และมาเลเซียตะวันตก ในบ้านเราพบที่ ดอยผ้าห่มปก ดอยเชียงดาว ดอยสุเทพ จ. เชียงใหม่ ดอยมูเซอ ลานสาง ห้วยระแหง จ. ตาก ภูกระดึง จ. เลย น้ำตกนางรอง จ. นครนายก จ. ปราจีนบุรี ศรีราชา จ. ชลบุรี น้ำตกเอราวัณ น้ำตากไทรโยค ทุ่งก้างย่าง วังกา ท่าตะโก จ. กาญจนบุรี ท่าเพชร จ. สุราษฎร์ธานี

Selaginella roxburghii (Hook. & Grev.) Spring
ชื่อไทย : กูดยี (เชียงใหม่)
กูดยี ลำต้นยาวได้มากกว่า 50 ซ.ม. มีรากพยุงลำต้นบริเวณโคนถึงส่วนบน ลำต้นตอนล่างมีใบ 2 แบบ ลำต้นแตกกิ่งด้านข้างมากมาย ดูเป็นใบประกอบขนนก 1-2 ชั้น
ในธรรมชาติ มักพบตามพื้นดินที่ค่อนข้างแห้ง บริเวณที่มีร่มเงา ในระดับความสูงปานกลางลงมาถึงระดับต่ำ ในบ้านเราพบที่ เชียงใหม่ เลย นครนายก ตราด นครศรีธรรมราช นราธิวาส

Selaginella siamensis
These pictures were taken from Nakornsrithammarat
[ Image : นายตะเกียงป่า@Yala ]


[ Image : นายตะเกียงป่า@Yala ]

Selaginella siamensis Hieron.
ชื่ออื่น : ผักนกยูง

ผักนกยูง ลำต้นทอดเลื้อยไปได้ไกล ชูยอดตั้งขึ้น หรือปีนป่ายเกี่ยวกันเป็นพุ่ม มีรากงอกออกมาตามลำต้น ลำต้นแตกกิ่งสาขาแผ่ออกทางราบ เป็นแบบขนนก 3 ชั้น แผ่เป็นรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยมกึ่งขอบขนาน ปลายแหลม ใบเหลือบเป็นสีน้ำเงินปนเขียว คล้ายสีของปีกของนกยูง ใบบริเวณแกนลำต้นมักเป็นสีน้ำตาลแดง ใบเกล็ดด้านบน ventral leaves อ่อนโค้ง รูปไข่แกมขอบขนาน ปลายแหลมหรือเป็นติ่งแหลม โคนมนรูปหัวใจ ขอบหยักแหลมละเอียด สีขาว ใบอ่อนนุ่ม มีสีเขียว บางครั้งสีออกแดง ใบเกล็ด้านล่าง dordal leaves เหมือนใบเกล็ดด้านบน แต่มีขนาดเล็กกว่ามากและปลายแหลมยาว ส่วน spike ที่ปลาย มีใบเกล็ด sporophyll แบบเดียว รูปไข่กึ่งสามเหลี่ยมยอดแหลมยาว
ผักนกยูง ในธรรมชาติ มักพบอยู่บริเวณพื้นดิน หรือซอกหินในป่าโปร่ง หรือพื้นที่เปิดในป่าใกล้แนวลำธาร ที่ระดับความสูง 1000-1800 ม. MSL กระจายพันธุ์อยู่ในอุษาคเนย์ ในบ้านเราพบที่ ดอยผาชู จ. เชียงราย, เชียงราย, ลำปาง, ทุ่งแสงหลวง ภูเมี่ยง จ. พิษณุโลก,ภูหลวง ภูกระดึง จ. เลย, เขาใหญ่ จ. นครนายก, เกาะช้าง จ. ตราด, ทุ่งก้างย่าง จ. กาญจนบุรี, ราไว จ. สตูล


Selaginella strigosa Bedd.
กนกนารีชนิดนี้ ลำต้นทอดนอน ตามลำต้นมีใบเล็กน้อย มีรากฝอยจำนวนมากบริเวณลำต้นส่วนล่าง พบเฉพาะที่ ยะลา

Selaginella tenuifolia Spring
กนกนารีชนิดนี้ เป็นชนิดเล็ก ยาวไม่เกิน 10 ซ.ม. แกนลำต้นหลักผอมเล็ก แตกกิ่งตั้งแต่ตอนกลางถึงปลายบน กิ่งข้างแตกแฉก ใบด้านบน ventral leaves กางออก รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลม โคนมนเป็นรูปหัวใจ ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ส่วนใบด้านล่าง dorsal leaves รูปรี ปลายมน ส่วนปลาย spike มีใบ 2 แบบ
ในธรรมชาติ มักพบตามพื้นดินที่ค่อนข้างแห้ง ตามลาดเนินดินในป่าโปร่ง ที่ระดับความสูง 900 - 1200 ม. กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดียตอนเหนือ พม่า ไทย ลาว ในบ้านเรา พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แพร่

Selaginella trachyphylla A. Braum ex Hieron.
กนกนารีชนิด คล้ายคลึงกับ S. intermedia แตกต่างกันที่ ใบด้านข้าง ventral leave มีขนาดเล็กกว่า ใบนุ่ม และมีขนสากคายมือ
มักพบบริเวณพื้นดินหรือเนินลาดดินแห้ง ในป่าดิบทึบ ที่ระดับความสูงไม่มากนักถึงระดับปานกลาง กระจายพันธุ์อยู่ในจีนตอนใต้ลงไปถึงอุษาคเนย์ ในบ้านเราพบที่ จันทบุรี และภาคใต้

Selagiella willdenowii
Selaginella willdenowii
[ Image : Mr. Oak@prakhanhong ]


[ Image : Sunge@Klongton ]

Selagiella willdenowii (Desv.ex Poir) Spring
ชื่อสามัญ : Wildenow's Spike Fern, Peacock Fern
ชื่ออื่น : กนกนกยูง หญ้ารังไก่

กนกนกยูง มักพบเป็นพุ่มหนาแน่น อยู่ตามพื้นดินในป่าชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับต่ำถึงระดับสูง 500 ม. สามารถพบได้ทางภาคตะวันออกที่จันทบุรี บางสะพาน-ประจวบคีรีขันธ์ และทั่วไปทางภาคใต้ ลงไปถึงมาเลเซีย

กนกนกยูง มีลักษณะใกล้เคียงกับ S. helferi มาก จำแนกได้ยาก ต้องสังเกตุที่ ใบเกล็ด sporophylls

ลำต้นสามารถเลื้อยยาวและปีนขึ้นสูงได้ถึง 6 ม. ด้วยระบบรากข้างลำต้นที่แข็งแรง ใบแผ่กว้างสวยงาม มีสีเหลือบฟ้า สวยงามและปลูกเลี้ยงไม่ยาก ชอบร่ม ความชุ่มชื้นสูง


[ Image : Sunge@klongton ]


[ Image : เจ๊นก@ห้องต้นไม้-พันธุ์ทิพย์

Selaginella tamariscina (P. Beauv.) Spring
ชื่ออื่น : ดอกหิน
ดอกหิน ลักษณะทั่วไป มีลำต้นเทียม เป็นแท่ง เส้นผ่าศูนย์กลางราว 2 ซ.ม. เต็มไปด้วยระบบราก ใบด้านข้าง เป็นใบประกอบขนนก 2- 3 ชั้น
ในฤดูแล้งใบแก่จะงอห่อหุ้มเข้าและพักตัว หยุดการเจริญเติบ มักพบอยู่ ตามซอกผาหินปูนที่ได้รับแสงแดดจัด แต่มีหมอกปกคลุม และอากาศเย็นแทบทั้งปี ที่ระดับตั้งแต่ 2000 เมตร MSL
พบที่ ดอยหลวงเชียงดาว จ. เชียงใหม่



Selaginella vaginata Spring
กนกนารีชนิดนี้ ลำต้นเลื้อยทอดนอน มีรากงอกตลอดความยาง มีใบมี 2 แบบ และเกิดตลอดความยาวลำต้น ใบเกล็ดด้านบน ventral leaves รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม โคนรูปหัวใจเบี้ยว ขอบหยักเป็นซี่ฟันละเอียดจากช่วงกึ่งกลางลงมาหาโคน ขอบหยักเป็นซี่ฟันจากกึ่งกลางขึ้นไปหาปลายบน ขอบมีสีขาวเห็นได้ชัดเจน บ่อยครั้งพบว่า ใบห่อม้วนโอบรอบแกนลำต้น ส่วนใบเกล็ดด้านล้าง dorsal leaves รูปขอบขนานแคบ ปลายสอบแหลมเป็นขน ขอบสีขาว ส่วน spike ใบ sporrophyll มีรูปแบบเดียว รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลมยาว ขอบสีขาว
ในธรรมชาติ มักพบเกิดอยู่ตามหน้าผาหินปูนที่เปิดโล่ง หรือตามภูเขาหิน ในไทยบที่ ดอยหลวงเชียงดาว จ. เชียงใหม่


Selaginella delicatula
[ Image : ดอกไม้บานในดวงใจ ]

Selaginella wallichii (Hook. & Grev.) spring
ชื่ออื่น : กนกนารี หญ้ารังไก่ (ชุมพร)

กนกนารีชนิดนี้ สูงไม่เกิน 50 ซ.ม. ลำต้นตั้ง แตกกิ่งด้านข้าง แบบขนนก 2 ชัน กิ่งย่อยแผ่เป็นรุปขอบขนานแกมรูปหอก กิ่งย่อยอ่อนโค้ง ทำมุม 45 องศากับแกน

ใบเกล็ด ventral leaves รูปขอบขนาน โค้งเคียว ปลายเป็นติ่งแหลม ขอบเป็นเยื่อบางสีขาวขุ่น ทำมุม 60 องศากับแกน ส่วนใบ dorsal leaves แนบติดกับแกน ปลายแหลม ส่วนปลาย Spike ปลายแหลมยาว

มักพบอยู่ตามพื้นดินที่ชุ่มชื้น ใกล้ลำธาร ที่ระดับความสูงไม่มาก กระจายพันธุ์ตั้งแต่ พม่าตอนใต้ อุษาคเนย์ ไทย มาเลย์ สุมาตราและบอร์เนียว ในบ้านเราพบที่ ระนอง สุราษฎร์ธานี เขาหลวง เขาคีรีวงษ์ นครศรีธรรมราช ยะลา

 


Storbilus at end tips


Selaginella erythropus
[ Image : CHATT@Chieng Rai]


 

Selaginella erythropus
ชื่ออื่น : กนกนารีแดง

ชื่อ erythropus มากจากคำว่า erythros แปลว่า สีแดง
กนกนารีแดง มีลำต้นยาวได้ถึง 15-22 ซ.ม. แตกกิ่งสาขาแบบขนนก 2 ชั้น ใบด้านบนสีเขียวอ่อน ใบด้านล่างแดงเข้มและสะท้อนขึ้นมาถึงผิวข้างบน


Blood read color at beneath leaves of S. erythropus



Selaginella uncinata
[ Image : Oak@Prakhanhong ]


[ Image : Pat@Sathorn ]

Selaginella uncinata
ชื่อสามัญ : Rainbow Spikemoss, Blue Spikemoss, Hook spikemoss,
ชื่ออื่น : กนกนารีสีฟ้า

กนกนารีสีฟ้า มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น
ลำต้นเป็นเถาเลื้อย แตกกิ่งสาขาแบบขนนกธรรมดา ถึงขนนก 2 ชั้น


Where a sidewalk/small-alley/wall in the city at Hong Kong.
[ Image : HK@Hong Kong]


[ Image : Sunge@Klongton]

 

การปลูกเลี้ยง : ส่วนมากปลูกเลี้ยงได้ง่าย ยกเว้นแต่บางชนิดที่มาจากสภาพเฉพาะถิ่นจริงๆ
ส่วนมากนิยมใช้ปลูกประดับในสวนได้สวยงาม ปลูกประดับเป็นไม้คลุมดิน เกาะหิน เกาะตุ่มน้ำ หรือปลูกเป็นไม้กระถาง วางประดับโต๊ะหรือม้านั่งในสวน หรือจะปลูกเป็นไม้ในกระเช้าแขวนประดับ ปลูกเลี้ยงไม่ยาก ชอบความชื้นสูง แสงแดดรำไร สภาพอากาศไม่ร้อนหรือเย็นมากเกินไป และที่สำคัญอากาศต้องถ่ายเทสะดวก

เครื่องปลูก : กนกนารีส่วนมากในธรรมชาติมักอยู่บริเวณที่ระบายน้ำดี มีน้อยมากที่พบอยู่ตามที่ลุ่มน้ำขังแฉะ ส่วนมากแล้วมักพบบริเวณที่มีอินทรีย์วัตถุสะสมจำนวนมาก และเป็นกรดอ่อนๆ ส่วนผสมที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น ดินหนียวหรือดินร่วน 1 ส่วน ผสมใบไม้ผุมากหน่อย 2-3 ส่วน ผสมทราย หรือถ่านละเอียด 1ส่วน เพื่อให้ระบายน้ำดีไม่ขังแฉะ ถ้าปลูกในตะกร้าแขวนควรผสมพวกมอสด้วย เพื่อช่วยเก็บความชื้นให้อยู่ได้นาน หรือจะผสมพีทมอสด้วยยิ่งดี ทำให้โตไว

การให้น้ำ : กนกนารี ส่วนมาก ชอบความชุ่มชื้นในอากาศสูง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีลำต้นเลื้อย จะชอบน้ำมากกว่าเป็นพิเศษ ส่วนต้นที่มีเหง้าเลื้อยอยู่ในดิน มักทนต่อความแห้งแล้งได้ดีกว่า จึงควรต้องปรับปริมาณน้ำให้เหมาะสม

การให้ปุ๋ย : ปุ๋ยละลายช้า หรือปุ๋ยน้ำทั่วไป สามารถใช้ได้ดีกับกนกนารี

การขยายพันธุ์ หากเราทำเองแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ด้วยการตัดส่วนของลำต้นหรือกิ่ง นำไปชำในวัสดุปลูกที่ชื้น สามารถออกรากใหม่ได้เร็ว

ขอขอบคุณในความเอื้อเฟื้อภาพประกอบเนื้อหา จากเพื่อนๆ ได้แก่ คุณ Chat@Chieng Rai Provice, ZUP@BKK, คุณ BlueJay@ตลิ่งชัน, คุณ Popular@Samutprakarn Province, คุณซันเก้@คลองตัน, คุณ Oak@พระโขนง, คุณ Pat@สาทร, คุณดอกไม้บานในดวงใจ ใบเฟินงามในดวงมาลย์ (นามต่อท้ายที่นี่เพิ่มให้เอง), คุณเพื่อนใหม่ค่ะ@ห้องต้นไม้ พันธ์ทิพย์, คุณเจ๊นก@ห้องต้นไม้ พันธ์ทิพย์, Mr. mb (หนูน้อยมหัศจรรย์-ที่นี่ตั้งให้เอง), Cafe Tea@ห้องต้นไม้ พันธ์ทิพย์, Mr. HK@Hong Kong, นายตะเกียวป่า@Yala Province และท่านอื่นๆ อีกหลายท่านที่มีได้เอ่ยนาม
> Lycopodiophyta > SELAGINELLACEAE - Selaginella || < back