| > Lycopodiophyta > SELAGINELLACEAE - Selaginella || < back | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วงศ์ Selaginellaceae
พืชในวงศ์นี้ มีเพียงสกุลเดียว เป็นสกุลเี่ยว คือ Selaginella จากซากฟอสซิลทำให้ทราบว่า
พืชสกุลนี้ปรากฎขึ้นบนโลกใบนี้ และได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเป็นแบบต่างๆ
ในระหว่าง Carboniferous period พวกมันยังคงลักษณะโบราณเอาไว้ได้ บางคนจึงเรียกมันว่า
ฟอสซิลมีชีวิต Living Fossil กระจายพันธุ์ในเขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก สามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่หลากหลาย
สภาพภูมิอากาศหลายแบบ และหลากหายสภาพแวดล้อม ส่วนมากจะเป็นเฟินดิน แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยท่เป็นพืชเกาะอาศัย
ซึ่งน่าสนใจมาก พืชชนิดนี้ส่วนมากมักพบบริเวณที่มีความชุ่มชื้น บริเวณร่มเงา
ใต้ร่มเงาของผืนผ่า และส่วนมากทั่วไปมักอยู่ใกล้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีลำต้นเลื้อยปีน
มีบ้างที่เกิดบนพื้นที่กึ่งทะเลยทราย ซึ่งสามารถปรับตัวอยู่ให้สามารถอยู่้รอดได้ในหน้าแล้ง
ด้วยการพักตัวและม้วนตัวห่อกลม เพื่อเก็บความชื้นรักษาตายอดเอาไว้
กนกนารี ชนิดที่พบในไทยบ้านเราและตัวอย่างบางชนิดจาก ตปท. Selaginella amblyphylla Alston กนกนารีชนิดนี้ มีลำต้นเลื้อย ลำต้นอ้วน 3 มม. ปกคลุมแน่นด้วยใบเกล็ด สีน้ำตาล รูป oblong ปลายมน ขอบเกล็ดหยักซี่ฟัน เหง้าหลักของต้นตั้งชูขึ้น แตกสาขาที่ระยะ 15-50 ซ.ม. แตกสาขาแบบใบประกอบขนนกชั้นเดียวบริเวณปลาย และเป็น 3 ชั้นบริเวณใกล้โคน ลักษณะใบ ใบเกล็ด ventrl leaves กางออก รูปขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยม รูปเคียว ปลายแหลม โคนใบมนเว้ากึ่งรูปหัวใจ ขนาดใบยาว 1-3.5 มม. กว้าง 0.5-1.2 มม. ขอบใบมักม้วนขึ้น เนื้อใบบาง อ่อนนุ่ม สีเขียวถึงสีเขียวเข้ม ใบเกล็ดตามลำต้น รูปไข่แคบ ปลายแหลม โคนมน ขอบใบมีขน ใบเกล็ด sporphylls รูปไข่ ยาวปลายแหลม มีขนปกคลุมแน่น พบที่เชีบงใหม่ เชียงราย เลย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตราด กระบี่ สตูล Selaginella argentea (Wall. ex Hook. & Grev.) Spring ชื่ออื่น : กับแก้ พ่อค้าตีเมีย กนกนารี ชนิด พ่อค้าตีเมีย หรือกับแก้ นี้ มีลักษณะคล้านกับ S. involvens แตกต่างกันที่ ทรงพุมมีขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 60 ซ.ม. ใบเกล็ดด้านบน ventral leaves มีลักษณะผอมเรียวยาวเป็นขน ส่วนใบเกล็ดด้านล่าง dorsal leaves ผอมเรียวยาว ขอบสีขาวอย่างเห็นได้ชัด มีประปรายตามความยาวของลำต้น อีกทั้งใบนี้จะกางออกหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้ง ในธรรมชาติ มักพบในบริเวณป่าผลัดใบและป่าดิบเขา ที่มีแสงแดดจัดจ้า ตามพื้นป่าทั่วไปจนถึงระดับ 1500 เมตร บริเวณน้ำตกต่างๆ จะพบเห็นขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่นที่ นครนายก ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ เชียงใหม่ พิษณุโลก กาญจนบุรี ชลบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ Selaginella biformis A. Braum. ex Kuhn ชื่อสามัญ : Spike Moss ชื่อไทย : เฟินแผง กนกนารี ชนิดเฟินแผง มีลำต้นชูตั้ง หรือทอดนอนชูยอด มีรากค้ำยันออกจากลำต้นบริเวณโคน ต้นสูงได้ถึง 25 ซ.ม. ลำต้นหลัก มีใบเกล็ดแนบประปราย ผิวล่างมีขนสั้นนุ่ม หรือผิวเกลี้ยง ลำต้นแตกกิ่งสาขาแบบขนนก 2-3 ชั้น ด้านล่างปกคลุมแน่นด้วยขนสั้นนุ่ม ลำต้นที่เจริญงอกยาวจากกิ่งหลัก มีรากออกจากลำต้นและยอดลำต้นนี้ จึงเจริญไปเป็นต้นใหม่ได้ มีรากฝอยตลอดความยาวของลำต้นด้วย เฟินแผง ในธรรมชาติ มักพบอยู่บริเวณพื้นดินที่มีเศษอินทรีย์วัตถุทับถมปริมาณมาก ในบริเวณที่ค่อนข้างแห้ง บริเวณร่มเงาในป่าทึบ ที่ความสูง 500-1200 ม. MSL กระจายพันธุ์อยู่ใน อัสสัม พม่า จีนตอนใต้ ไทย มาเลย์เซีย ฟิลิปปินส์ ในบ้านเรา พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก แพร่ น่าน พิษณุโลก เลย อุดรธานี นครราชสีมา Selaginella bisulcata Spring ชื่อไทย : หญ้าหนอนเบื่อ ลักษณะคล้ายคลึง S. penata แตกต่างกันที่ ลำต้นเลื้อยทอดนอน บริเวณตอนปลาย ใบเกล็ดตามลำต้น เป็นติ่งแหลม พบที่ ดอยหลวง จ. เชียงใหม่ Selaginella chrysorrhizoz Spring กนกนารีชนิดนี้ ยาวได้ถึง 12 ซ.ม. แตกกิ่งใกล้โคนของลำต้นหลัก เป็นกิ่งแบบขนนก 2 ชั้น ใบแถวบน ventral leaves กางออก รูปขอบขนาน ปลายมนถึงแหลมเป็นติ่ง โคนใบกลมเบี้ยว ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ขอบใบสีขาว แผ่นใบบาง ส่วนใบแถวล่าง รูปรี ปลายมนรูปหัวใจ ปลายแหลมเป็นติ่ง ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ส่วนปลาย spike มีใบ 2 แบบ ในธรรมชาติ มักพบตามเนินดินเหนียว หรือวอกหินที่มีดินโคลน ในป่าที่ระดับสูงปานกลาง กระจายพันธุ์ตั้งแต่ แคว้นอัสสัม พม่า อุษาคเนย์ ไทย ลาว เวียดนาม ในบ้านเรา พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลกเลย ตาก Selaginella ciliaris (Retz.) Spring พบที่เชียงราย Selaginella delicatula (Desv. ex. Poir) Alston ชื่ออื่น : ผักกูดหิน กูดผา ผักกูดหิน มีลำต้นตั้ง หรืออ่อนโค้ง สูงได้ไม่เกิน 60 ซม. กว้างได้ถึง 25 ซ.ม. ลำต้นมีใบเกล็ดประปราย แตกกิ่งแบบขนนก กางตั้งชูขึ้น กิ่งด้านข้างแตกเป็นขนนกอีกชั้น รูปหอก ปลายแหลม แผ่นใบอ่อนนุ่ม สีเขียวอมเหลือง มักพบตามพื้นพินที่ค่อนข้างแห้ง หรือตามลาดเนินเขา ที่มีแสงรำไร มีบ้างที่อยู่ตามซอกหินที่มีดิน พบได้ในป่าทึบที่ระดับต่ำ 500 ม. กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดียและจีนตอนใต้ อุษาคเนย์ มาเลเซีย ในบ้านเราพบที่ เชียงใหม่ Selaginella griffithii Spring ชื่ออื่น : หญ้ารังไก่ตัวเมีย หญ้ารังไก่ตัวเมีย ลำต้นหลักชูตั้ง มีใบเกล็ดห่างประปราย ลำต้นกิ่งยีดยาว แตกกิ่งสาขาด้านข้างมากมายและอยู่ชิดกัน เป็นแบบขนนก 2 ชั้น ผิวใบเกลี้ยง แผ่แบนเหมือนกระดาษ เนื้อใบอ่อนนุ่ม สีเขียวเข้ม ใต้ใบสีซีด ในธรรมชาติ มักพบได้ตามพื้นป่าที่ชุ่มชื้น ใกล้ลำธาร ในป่าดิบทึบ ที่ระดับต่ำ กระจายพันธุ์ตั้งแต่ พม่าตอนใต้ ไปถึงอุษาคเนย์ ลงมาสุดแถว ลังกาวี ใรมาเลย์เซีย ในไทย พบที่ กาญจนบุรี ราชบุรี กระบี่ ภูเก๊ต ตรัง สตูล
Selaginella kurzii Baker กนกนารีชนิดนี้ ยาวได้ถึง 12 ซ.ม. แต่บางครั้งพบยาวได้ถึง 25 ซ.ม.ลำต้นหลักตั้งชูขึ้น มีรากออกจากด้านลางลำต้น แตกกิ่งใกล้โคน ใบแถวบน ventral leave อ่อนโค้ง มักแนบแน่นอยู่ติดแกนลำต้นหลัก รูปใบเป็นกึ่งสามเหลี่ยม ปลายแหลมถึงแหลมเป็นติ่ง โคนมนรูปหัวใจ สีเขียวอ่อน ส่วนใบแถวล่าง dorsal leaves ผอมเรียวเป็นขน ปลายแหลม ขอบสีขาว ส่วน spike ที่ปลาย มีใบ 2 แบบ ในธรรมชาติ พบตามพื้นดินบริเวณลาดเชิงเขา หรือตามพื้นดินเหนียวที่มีความชุ่มชื้นในป่าที่ระดับความสูงปานกลาง กระจายพันธุ์ตั้งแต่ แคว้นอัสสัม พม่า ไทย มาเลย์ ในบ้านเราพบที่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา นครนายก กาญจนบุรี Selaginella lindhardii Hieron. กนกนารีชนิดนี้ เป็นพืชถิ่นเดียว มีเฉพาะในไทยบ้านเรา เป็นกนกนารีขนาดเล็ก ยาวไม่เกิน 10 ซ.ม. แตกกิ่งใกล้โคน เป็นแบบขนนก 2 ชั้น กิ่งปลายสุดกว้างได้ถึง 2.3 มม. ใบด้านบน ventral leaves รูปขอบขนาน ค่อนข้างแคบ ปลายแหลมเป็นติ่ง โคนกลม 2 ข้างไม่เท่ากัน แผ่กางออก หรืออ่อนโค้ง ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ใบหนา สีเขียวอมเหลือง ส่นใบด้านล่าง dorsal leaves รูปรี ปลายแหลมยาว โคนกลมแคบ ขอบหยัก ส่วน spike สตอบิลัส มีใบเกล็ด sporophyll มี 2 แบบ รูปขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยมโคนกลม กับรูปแหลมยาวขอบหยักเป็นซี่ฟัน ในธรรมชาติ พบบนพื้นดินในป่าไผ่ หรือตามกำแพงอิฐเก่า ที่มีร่มเงา พบที่ เชียงราย, ระแหง จ. ตาก, กรุงเทพฯ, อ่า'หิน จ. ราชบุรี Selaginella monospora Spring กนกนารีชนิดนี้ ลักษณะใกล้เคียงกับ S. amblyphylla มักพบบนพื้นดินหรือตามก้อนหินที่มีมอส บริเวณชายป่า กระจายพันธุ์ตั้งแต่ อินเดียตอนเหนือ ไปถึงจีนตอนใต้ ลงมาถึงอุษาคเนย์ ในบ้านเราพบที่ เชียงราย เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช Selaginella ornata (Hook. & Grev.) Spring ลำต้นกึ่งตั้งกึ่งทอดนอน สูงได้ถึง 30 ซ.ม. ลำต้นแกนหลัก ขนาด dia. มากกว่า 1.5 ม.ม. บริเวณใกล้โคนแทบไม่มีใบหรือใบห่าง ลำต้นตอนบนแตกกิ่งแบบขนนกหรือกึ่งสาขาคู่ (subdichotomously) มีรากค้ำบริเวณตอนล่างถึงตอนกลางของลำต้น แต่ส่วนบนอาจมีได้บ้าง กิ่งปลายสุดกว้างได้ราว 5 ม.ม. ใบกาง ventral leaves รูปขอบขนานแกมรูปเหลี่ยมขนมเปียกปูน สอบแหลมสู่ปลายใบ ในธรรมชาติมักพบตามพื้นดินที่ค่อนข้างแห้ง บริเวณลาดเชิงเขาในป่าดิบทึบ ในบ้านเราพบที่ เกาะช้าง จ. ตราด เขาช่อง จ. ตรัง Selaginella pennata (Don) Spring ชื่ออื่น : หญ้าหนอนเบื่อ กูดหอม ลำต้นยางได้ถึง 30 ซ.ม. ลำต้นหลักกึ่งตั้ง ขนาด dia. 2-3 ม.ม. มีใบห่าง และมีรากฝอยค้ำออกมาเฉพาะส่วนล่าง กิ่งหลัก รูปขอบขนาน เป็นร่องคู่ กิ่งปลายสุดเป็นแผ่น 8 ม.ม., ventral leaves รูปขอบขนาน แผ่กางออก ปลายมนหรือเป็นติ่งหนาม โคนมนไม่เ่ท่ากัน 2 ข้าง ยาว 3.5 ม.ม. กว้าง 1.5 ม.ม. ขอบใบมีขนสั้นๆ ผิวใบบาง สีเขียวอ่อน dorsal leaves รูปไข่ ขนาด กว้าง 0.8 ม.ม. ยาว 2.2 ม.ม. ส่วนปลายเป็นติ่งหนามยาว 0.7 ม.ม. โคนรูปลิ่ม 2 ข้างไม่เท่ากัน Spikes ยาว 2 ซ.ม. กว้าว 5 ม.ม. มีใบ 2 แบบ ventral sporophylls รูปขอบนาน-กึ่งสามเหลี่ยม มีขนปกคลุมแน่น ขนยาว 0.5 ม.ม. dorsal sporophylls เหมือน ventral sporophyll แต่ขนาดเล็กกว่าและปลายแหลมมากกว่า ในธรรมชาติมักพบตามพื้นดินบนลาดเชิงเขาที่ชุ่มชื้น บริเวณที่มีแสงรำไร ใกล้แนวลำธาร ในป่าดิบชื้น ที่ระดับความสูงปานกลาง ในบ้านเราพบทั่วไปในป่า จ. เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน พิษณุโลก ตาก เลย นครนายก กาญจนบุรี Selaginella pubescens (Wall. ex Hook. & Grev.) Spring ชื่ออื่น : เฟือยนก กนกนารี เฟือยนกนี้ มีลักษณะตล้านคลึงกับ S. ostenfeldii แต่แตกต่างกันที่ ลำต้นมีขนอ่อนยาวปกคลุม ขอบใบเรียบ ไม่เรียวแหลมเป็นเส้นขน ใบเกล็ดด้านล่าง dorsal leaves รูปขอบขนาน แนบผิวไปตามความยาวลำต้น ในบ้านเรา พบที่เชียงใหม่ ตาก แพร่ พัทลุง Selaginella repanda (Desv. ex poir.) Spring ต้นสูงได้ถึง 25 ซ.ม. ลำต้นแกนหลักบริเวณโคนมีรากค้ำ และมีใบเกล็ดสีน้ำตาลอยู่เกือบติดกัน ลำต้นแตกกิ่งสาขาอยู่ใกล้กันตลอดความยาว เป็นขนนกธรรมา ดถึงขนนก 2 ชั้น กิ่งใหญ่สุดอยู่บริเวณตอนกลางลำต้นหรือส่วนบนของลำต้น ใบเกล็ดส่วนบน ventral leaves รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม โคนมนกึ่งรูปหัวใจ ขอบใบมีเยื่อสีขาว ขอบใกล้โคนหยักเป็นซี่ฟัน แผ่นใบบางเหมือนกระดาษ สีเขียว ถึงเขียวเข้ม ส่วนใบเกล็ดล่าง dorsal leaves รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม ขอบหยักเป้นซี่ฟันแหลมละเอียดและยาว ส่วน spike รูปไข่แกมรุปสามเหลี่ยม ปลายแหลมเป็นหางยาว ขอบขาว ขอบหยักเล็กน้อย ในธรรมชาติ มักพบบริเวณพื้นดินหรือเนินลาดดินที่ค่อนข้างแห้ง ในป่าเบญจพรรณที่ระดับความสูง 2000 ม. กระจายพันธุ์อยู่ในอินเดียตอนเหนือ ลงมาถึงจีนตอนใต้ อุษาคเนย์ และมาเลเซียตะวันตก ในบ้านเราพบที่ ดอยผ้าห่มปก ดอยเชียงดาว ดอยสุเทพ จ. เชียงใหม่ ดอยมูเซอ ลานสาง ห้วยระแหง จ. ตาก ภูกระดึง จ. เลย น้ำตกนางรอง จ. นครนายก จ. ปราจีนบุรี ศรีราชา จ. ชลบุรี น้ำตกเอราวัณ น้ำตากไทรโยค ทุ่งก้างย่าง วังกา ท่าตะโก จ. กาญจนบุรี ท่าเพชร จ. สุราษฎร์ธานี Selaginella roxburghii (Hook. & Grev.) Spring ชื่อไทย : กูดยี (เชียงใหม่) กูดยี ลำต้นยาวได้มากกว่า 50 ซ.ม. มีรากพยุงลำต้นบริเวณโคนถึงส่วนบน ลำต้นตอนล่างมีใบ 2 แบบ ลำต้นแตกกิ่งด้านข้างมากมาย ดูเป็นใบประกอบขนนก 1-2 ชั้น ในธรรมชาติ มักพบตามพื้นดินที่ค่อนข้างแห้ง บริเวณที่มีร่มเงา ในระดับความสูงปานกลางลงมาถึงระดับต่ำ ในบ้านเราพบที่ เชียงใหม่ เลย นครนายก ตราด นครศรีธรรมราช นราธิวาส
Selaginella strigosa Bedd. กนกนารีชนิดนี้ ลำต้นทอดนอน ตามลำต้นมีใบเล็กน้อย มีรากฝอยจำนวนมากบริเวณลำต้นส่วนล่าง พบเฉพาะที่ ยะลา Selaginella tenuifolia Spring กนกนารีชนิดนี้ เป็นชนิดเล็ก ยาวไม่เกิน 10 ซ.ม. แกนลำต้นหลักผอมเล็ก แตกกิ่งตั้งแต่ตอนกลางถึงปลายบน กิ่งข้างแตกแฉก ใบด้านบน ventral leaves กางออก รูปขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลม โคนมนเป็นรูปหัวใจ ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ส่วนใบด้านล่าง dorsal leaves รูปรี ปลายมน ส่วนปลาย spike มีใบ 2 แบบ ในธรรมชาติ มักพบตามพื้นดินที่ค่อนข้างแห้ง ตามลาดเนินดินในป่าโปร่ง ที่ระดับความสูง 900 - 1200 ม. กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดียตอนเหนือ พม่า ไทย ลาว ในบ้านเรา พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ Selaginella trachyphylla A. Braum ex Hieron. กนกนารีชนิด คล้ายคลึงกับ S. intermedia แตกต่างกันที่ ใบด้านข้าง ventral leave มีขนาดเล็กกว่า ใบนุ่ม และมีขนสากคายมือ มักพบบริเวณพื้นดินหรือเนินลาดดินแห้ง ในป่าดิบทึบ ที่ระดับความสูงไม่มากนักถึงระดับปานกลาง กระจายพันธุ์อยู่ในจีนตอนใต้ลงไปถึงอุษาคเนย์ ในบ้านเราพบที่ จันทบุรี และภาคใต้
การปลูกเลี้ยง : ส่วนมากปลูกเลี้ยงได้ง่าย ยกเว้นแต่บางชนิดที่มาจากสภาพเฉพาะถิ่นจริงๆ ส่วนมากนิยมใช้ปลูกประดับในสวนได้สวยงาม ปลูกประดับเป็นไม้คลุมดิน เกาะหิน เกาะตุ่มน้ำ หรือปลูกเป็นไม้กระถาง วางประดับโต๊ะหรือม้านั่งในสวน หรือจะปลูกเป็นไม้ในกระเช้าแขวนประดับ ปลูกเลี้ยงไม่ยาก ชอบความชื้นสูง แสงแดดรำไร สภาพอากาศไม่ร้อนหรือเย็นมากเกินไป และที่สำคัญอากาศต้องถ่ายเทสะดวก เครื่องปลูก : กนกนารีส่วนมากในธรรมชาติมักอยู่บริเวณที่ระบายน้ำดี มีน้อยมากที่พบอยู่ตามที่ลุ่มน้ำขังแฉะ ส่วนมากแล้วมักพบบริเวณที่มีอินทรีย์วัตถุสะสมจำนวนมาก และเป็นกรดอ่อนๆ ส่วนผสมที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น ดินหนียวหรือดินร่วน 1 ส่วน ผสมใบไม้ผุมากหน่อย 2-3 ส่วน ผสมทราย หรือถ่านละเอียด 1ส่วน เพื่อให้ระบายน้ำดีไม่ขังแฉะ ถ้าปลูกในตะกร้าแขวนควรผสมพวกมอสด้วย เพื่อช่วยเก็บความชื้นให้อยู่ได้นาน หรือจะผสมพีทมอสด้วยยิ่งดี ทำให้โตไว การให้น้ำ : กนกนารี ส่วนมาก ชอบความชุ่มชื้นในอากาศสูง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีลำต้นเลื้อย จะชอบน้ำมากกว่าเป็นพิเศษ ส่วนต้นที่มีเหง้าเลื้อยอยู่ในดิน มักทนต่อความแห้งแล้งได้ดีกว่า จึงควรต้องปรับปริมาณน้ำให้เหมาะสม การให้ปุ๋ย : ปุ๋ยละลายช้า หรือปุ๋ยน้ำทั่วไป สามารถใช้ได้ดีกับกนกนารี การขยายพันธุ์ หากเราทำเองแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ด้วยการตัดส่วนของลำต้นหรือกิ่ง นำไปชำในวัสดุปลูกที่ชื้น สามารถออกรากใหม่ได้เร็ว |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ขอขอบคุณในความเอื้อเฟื้อภาพประกอบเนื้อหา จากเพื่อนๆ ได้แก่ คุณ Chat@Chieng Rai Provice, ZUP@BKK, คุณ BlueJay@ตลิ่งชัน, คุณ Popular@Samutprakarn Province, คุณซันเก้@คลองตัน, คุณ Oak@พระโขนง, คุณ Pat@สาทร, คุณดอกไม้บานในดวงใจ ใบเฟินงามในดวงมาลย์ (นามต่อท้ายที่นี่เพิ่มให้เอง), คุณเพื่อนใหม่ค่ะ@ห้องต้นไม้ พันธ์ทิพย์, คุณเจ๊นก@ห้องต้นไม้ พันธ์ทิพย์, Mr. mb (หนูน้อยมหัศจรรย์-ที่นี่ตั้งให้เอง), Cafe Tea@ห้องต้นไม้ พันธ์ทิพย์, Mr. HK@Hong Kong, นายตะเกียวป่า@Yala Province และท่านอื่นๆ อีกหลายท่านที่มีได้เอ่ยนาม | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| > Lycopodiophyta > SELAGINELLACEAE - Selaginella || < back | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||