> MARATTIACEAE > Angiopteris || < Back

สกุล Angiopteris Hoffmann
วงศ์ MARATTIACEAE

Angiopteris evecta
เฟินกีบแรด ที่น้ำตกเกริงกระเวีย กาญจนบุรี
[ Image : Moo ]

สกุล Angiopteris อ่าน An-ji-op-te-ris มาจากคำภาษากรีก aggeion (angion; case หรือ capsule) และคำว่า Pteris (เฟิน) หมายถึง อับสปอร์มีขนาดใหญ่เฟินอื่นๆ หลายชนิด
เฟินในสกุลนี้ ลักษณะทั่วไป เป็นเฟินดินขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีลำต้นเป็นก้อนเนื้ออวบ มีระบบท่อลำเลียงซับซ้อน มีเกล็ดเป็นแผ่นแบน ก้านใบอวบอ้วนชูตั้งขึ้น โคนก้านอ้วนใหญ่ มีหูใบที่โคนใบ เกิดติดกับตัวลำต้นเหง้า และยังคงอยู่หลังจากที่ใบแก่หลุดร่วงไปแล้ว ลักษณะ ใบเป็นเงามัน ผิวเกลือบเกลี้ยง หนา อวบ เป็นใบประกอบขนนก 2 -3 ชั้น ใบย่อยชุดที่โคนและที่ปลาย ขนาดเล็กลงเล็กน้อย ใบย่อยชั้นที่ 2 และ 3 มีก้านสั้น โคนก้านที่จุดต่อระหว่างโคนก้านกับแกนกลางใบมักพองอ้วนขึ้น ใบย่อยเล็กสุด ขอบหยักเป็นซี่ฟันเล็กน้อย. อับสปอร์ เป็นกลุ่มจัดเรียงเป็นแถวเดี่ยว อยู่ที่ริมใบเกือบสุดขอบ อับสปอร์มีขนาดใหญ่ ผนังหนา แต่ละกลุ่มประกอบด้วยอับสปอร์ 2 แถวสั้นที่ปลายเส้นใยใบ ไม่มีเยื่อหุ้มอินเดูเซีย

เฟิน สกุลนี้ บางแห่ง จำแนกเป็น 300 ชนิด และบางแห่งมีเพียง 11 ชนิด และมีบางแห่ง จำแนกเป็นเพียงชนิดเดียว และอีก 300 ชนิด เป็นสายพันธุ์ย่อย ของ Angiopteris evecta เฟินชนิดนี้



[ Image : Bank@BKK ]
Angiopteris evecta (G. Forst.) Hoffm.
ชื่อสามัญ : Giant Fern, King Fern
ชื่ออื่น : ว่านกีบแรด ว่านกีบม้า กีบม้าลม ดูกู

เฟินกีบแรด เป็นเฟินดิน ชอบร่มเงา ดินร่วนโปร่งและต้องการความชุ่มชื้นในอากาศสูง

ลักษณะต้น เป็นเฟินที่มีขนาดใหญ่ มีลำต้นเป็นหัวอยู่ฝังที่ระดับผิวดิน เป็นเนื้ออวบอ้วน ที่หัวมีร่องรอยบุ๋มรอบหัว ซึ่งเกิดจากขั้วของก้านใบที่หลุดออก เหลือไว้เป็นร่อง มองดูคล้ายกีบเท้าแรด สมชื่อที่เรียกว่า กีบแรด เคยมีคนบอกว่า เห็นที่เชียงใหม่ ขนาดของหัวใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.5 ม.

หัวเหง้า หรือลำต้นของเฟินกีบแรด
[ Image : Mr. Bank]
ลักษณะใบ มีขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง 10 ฟุต ขึ้นกับอายุและความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ก้านใบใหญ่ อวบอ้วน ใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนมน มีก้านใบย่อยสั้น แผ่นใบหนา และสีเขียวดสดเป็นมันเงา

[กีบแรด]
[ Image : Mr. ZUP@BKK ]

เมื่อต้นยังเล็ก ขอบใบหยักเป็นซี่ฟันลึก เห็นได้ชัดเจนกว่าเมื่อต้นโตมากขึ้น

กลุ่มอับสปอร์ เป็นกลุ่มเรียงตัวเป็นแถวอยู่ที่ริมเกือบสุดขอบใบ แต่ละกลุ่ม เป็นอับสปอร์เรียงตัวขนานกันเเป็น 2 แถวติดกันที่ปลายเส้นใยใบ

อับสปอร์ของเฟินกับแรด
[ Image : Bank ]
มีข้อสัณนิษฐานว่า เฟินกีบแรดต้องอาศัยอยู่ร่วมกับเชื้อราที่ระบบรากของกีบแรด เพื่อให้เชื้อราช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ ให้กลายเป็นธาตุอาหารให้กับรากของกีบแรดดูดซึมเข้าไป โดยลำพังมันไม่สามารถดูดซับเองได้ และกีบแรดแลกเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลให้กับเชื้อราคืนด้วย หากไม่มีเชื้อรา กีบแรดอาจจะไม่เจริญเติบโตได้
สรรพคุณทางยา ราก ใช้ห้ามเลือด, หัวหรือลำต้นใต้ดิน เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วง แก้อาเจียน ปวดศรีษะ ขับปัสสวะ

ใบย่อยของเฟินกีบแรด บางใบปลายเป็นแฉก
[ Image : Bank@BK ]
การปลูกเลี้ยง : ฝังหัวเหง้าลงเครื่องปลูก ให้หัวโผล่อยู่ที่ผิวเครื่องปลูก อย่ากลบมิดเหง้า
สำหรับวัสดุปลูก ชอบสภาพเป็นกรดเล็กน้อย มีใบไม้ผุมากๆ และโปร่ง ผสมทรายหยาบบ้าง เพื่อให้ระบายน้ำและระบบรากถ่ายเทอากาศดี ชอบแสงรำไรและอากาศชุ่มชื้น เหมาะปลูกเป็นสวนป่า หรือปลูกลงกระถางก็สวยงามดี หากปลูกในกระถาง ควรเลือกกระถางให้ใหญ่กว่าหัวมากหน่อย แต่หากปลูกลงดิน จะเจริญเติบโตได้ดีกว่า ปกติให้ใบใหม่ช้า แต่เมื่อใบอ่อนเริ่มงอก จะโตได้รวดเร็ว และไม่ทิ้งใบบ่อย ต้นที่ปลูกอยู่บ้าน แต่ละใบอยู่ให้เห็น 1-2 ปี
ในช่วงที่ออกใบอ่อนใหม่ หากมีช่วงขาดน้ำ เมื่อได้รับน้ำอีกครั้ง มันจะเกิดเป็นปุ่มตาที่ก้านใบ ที่ดูเหมือนเป็นข้อที่ก้านใบ

เฟินกีบแรด ปลูกลงกระถาง
[ Image : Mr. Bank ]
การขยายพันธุ์ : สปอร์ หรือ ใช้กีบด้านข้างลำต้น นำไปชำในที่ร่มและชื้น แต่ใช้ระยะเวลานานมาก กว่จะแตกตาต้นใหม่

ต่อไป เราลองมาดูตัวอย่างเฟินกีบแรด จาก ตปท. กันบ้าง หนุ่ม Bank เก็บภาพเอามาฝากให้ชมกัน


Angiopteris smithii
[ Image : Bank ]

 

Angiopteris smithii

กีบแรดชนิดนี้เป็นไม้พื้นเมืองของซาราวัค ที่เกาะบอร์เนียว ในบ้านเรามีผู้สั่งนำเข้ามาจำหน่ายกัน

เจริญเติบโตเร็วกว่าเฟินกีบแรดต้นทั่วๆ ไปในบ้านเรา
ออกใบใหม่เร็ว และยังสามารถเลี้ยงในบริเวณที่แสงแดดมากได้ แต่ยังคงต้องการความชุ่มชื้นสูง


ลักษณะลำต้นของ A. smithii [ Image : Bank ]


กีบแรดจากเกาะบอร์เนียว
กีบแรดจากเกาะบอร์เนียว
ลักษณะดูเหมือนเฟินกีบแรดแคระ
> MARATTIACEAE > Angiopteris || Back