> POLYPODIACEAE > Aglaomorpha || < Back

สกุล Aglaomorpha Schott กูดเวียน กูดอ้อม
วงศ์ POLYPODIACEAE

ชื่อ Aglaomorpha มาจากคำในภาษากรีก aglaios + morphe ( aglaos หรือ aglaios = bright, shining, splendid, morphe = form, shape, figure, appearance; beauty, grace) มีความหมายว่า ทรงต้นสวยงาม

Aglomorpha coronans
เฟินสกุลนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัย ชอบขึ้นอยู่ตามคาคบไม้หรือโขดหิน พบในป่าดิบแล้ง ป่าผลัดใบ ใกล้ลำธาร เป็นเฟินขนาดใหญ่ เหง้ามีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น กอใบแผ่กระจาย เก็บสะสมเศษใบไม้และฮิวมัสไว้ที่โคนใบของกอ แต่ไม่มีใบกาบแบบกระแตไต่ไม้ Drynaria เมื่อใบแก่จะร่วงหลุดไปทั้งก้าน ต่างกับกระแตไต่ไม้ ใบแก่ยังคงติดอยู่กับต้นจนเปื่อยผุพัง
ลำต้น : เป็นเหง้าเลื้อยยาวออกใบถี่ เหง้าเป็นเนื้อตันอวบน้ำ ปกคลุมหนาแน่นด้วยขนหรือเกล็ดสีน้ำตาลแดงเข้ม ใต้เหง้ามีรากแผ่กระจายเพื่อยึดเกาะอาศัยและดูดธาตุอาหาร

ใบ : ก้านใบสั้น โคนใบอยู่ชิดติดเหง้า ใบเป็นหยักพูลึกเกือบถึงเส้นกลางใบ ทำให้ดูป็นใบประกอบแบบขนนก ผิวใบเกลี้ยง บางชนิดมีขนประปราาย ใบที่มีสปอร์ (fertile frond) ดูผอมเรียวกว่าใบปกติ (sterile frond) ในกอต้นมีทั้งใบปกติและใบสปอร์
อับสปอร์ : เกิดบนแฉกใบ เรียงตัวเป็นแถวขนาบเส้นกลางใบย่อย อับสปอร์รูปรียาว เว้นห่าง ไม่ติดต่อเนื่องเป็นเส้นเดียว เมื่อสปอร์ยังอ่อน ไม่มีเส้นใยปิดหุ้ม


สกุลนี้ ทั่วโลกมีรายงนพบ 14 ชนิด กระจายพันธุ์อยู่ในอุษาคเนย์ และแปซิฟิคตะวันตก ในไทยพบ 4 ชนิด
Aglaomorpha coronans (Wall. ex. Mett.) Copel.
Aglaomorpha drynarioides (Hook.) M.C.Roos
Aglaomorpha heraclea (Kunze) Copel.
Aglaomorpha speciosa (Bl.) Presl.


Aglomorpha coronans at Poo Luang - Loei province
[ Image : Anakin @ Leoi ]
Aglaomorpha coronans (Wall. ex. Mett.) Copel.
ชื่ออื่น : กูดเวียน กูดอ้อม
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินกอใหญ่ ใบยาว เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่บนต้นไม้ หรือโขดหินอยู่ใกล้ริมน้ำ ด้วยขนาดที่ใหญ่มาก บางกอมีน้ำหนักมาก จนกระทั่งทำให้กิ้งไม้ที่มันเกาะอาศัยอยู่หักตกลงมา แต่มันก็สามารถปรับตัวโตต่อบนผิวดินหรือบนโขดหินได้อีก

กระจายพันธุ์ตั้งแต่ เทือกเขาหิมาลัย ไปถึงประเทศจีนตอนใต้ ไปถึงไต้หวัน ลงมาถึงประเทศไทย และมาเลย์

[ Image : Kit@BKK ]
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อย มีขนาดใหญ่ อ้วนได้ถึง 2 นิ้ว เป็นเนื้อตันอวบน้ำและเปราะหักง่าย ปกคลุมด้วยขนหรือเกล็ด เป็นเส้น ยาวได้ถึง 1.5 ซ.ม. สีน้ำตาลแดง เป็นเงามมัน ขอบเป็นหยักซี่ฟันแหลม

Born on tree but may be down and can grow well on ground
[ Image : t_santad@CNX ]
ลำต้นเหง้าเลื้อยเกาะพันรอบที่ยึดเกาะ จึงเป็นที่มาของชื่อ กูดเวียน หรือ กูดอ้อม
ลักษณะใบ : เป็นใบแฉกแบบใบประกอบขนนก รูปยาว หรือรูปกึ่งสามเหลี่ยม ยาว 30-120 ซ.ม. กว้าง 30-45 ซ.ม. ก้านใบสั้นติดกับเหง้า เนื้อใบแข็ง หนา ผิวหน้าเป็นเงามัน ริมขอบใบเรียบ มองเห็นเส้นใยใบนูน เห็นได้ชัดเจน ทั้งด้านบนและล่าง
ที่โคนใบเป็นครีบ แผ่กว้างและขอบหยักเว้า ปลายมน กว้างได้ถึง 15 ซ.ม. ส่วนช่วงกลางใบถึงปลาย ขอบใบเป็นแฉก ลึกเกือบถึงแกนกลางใบ ส่วนโคนแฉกต่อเนื่องกันเป็นครีบที่แกนกลางใบ กว้างราวๆ 1 ม.ม. จำนวนคู่แฉกมีได้มากหลายคู่

Rhizome dense covered with red brown scales
[ Image : Bank @ BKK ]
ครีบกว้างและขอบเป็นแฉกหยักที่ส่วนโคนใบนี้ มองดูเหมือนใบกาบแบบเฟินกระแตไต่ไม้ Drynaria

[ Image : t_santad@yahoo.com ]

 

อับสปอร์ : เป็นกลุ่มรูปรี ยาว จัดเรียงตัวเป็นแถวยาวไปตามเส้นใยหลักของใบ เริ่มจากแกนของใบย่อยไปถึงริมขอบใบ
ใบสปอร์ผอมเรียวกว่าใบปกติ
[ Imagee : Bank ]

การปลูกเลี้ยง : สามารถนำมาปลูกเลี้ยงประดับสวนได้ดี ใช้เครื่องปลูกโปร่งและเก็บความชื้นได้ดี มีอินทรีย์วัตถุมาก เช่นกาบมะพร้าวผสมใบไม้ผุ ต้องการความชุ่มชื้นในอากาศสูง แต่ไม่ชอบให้รากเปียกแฉะตลอดเวลาเป็นระยะเวลานานหลายวัน ต้องการแสงแดดรำไรถึงแดดครึ่งวัน

การขยายพันธุ์ : อาศัยสปอร์ หรือแยกเหง้าไปชำ ปัจจุบันยังไม่มีใครเพาะสปอร์ออกมาจำหน่าย ที่เห็นมีขายอยู่ เจอแต่ที่เป็นของป่าเก็บมาขายกัน


พลับพลาที่ประทับ ที่ปางขอน อ.เมือง จ.เชียงราย ยามใดที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จทรงงานที่ภาคเหนือ และเมื่อทรงมา เยี่ยมโครงการในพระราชดำริ พระองค์จะประทับทรงงานที่พลับหลาหลังนี้

บริเวณโดนรอบพลับพลาหลังนี้ มีการตกแต่งต้นไม้ ด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นนานาชนิด ให้เป็นสวนธรรมชาติ กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

สวนโดยรอบของพลับพลาหลังนี้ มีการนำเฟินในท้องถิ่นหลายชนิด มาตกแต่งอย่างสวยงาม

โดยเฉพาะด้านข้างของพลับพลาหลังนี้ มีการนำ เฟินกูดเวียนกูดอ้อม มาปลูกประดับด้านข้างอย่างสวยงาม

เฟินกูดเวียน หรือกูดอ้อม เมื่อนำมาประดับสวน ทำให้ดูบรรยากาศ เป็นเสมือนสวนธรรมชาติ

ขอขอบคุณ คุณ 026 [ t_santad@yahoo.com ] ที่เก็บภาพสวยๆ น่าตื่นตาตื่นใจมาฝากพวกเรา


Aglaomorpha drynarioides (Hook.) M.C.Roos 
Synonym name : Merinthosorus drynarioides (Hook.) Copeland
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัย ขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก อยู่ในป่าดิบเขาที่ระดับความสูงปานกลาง พบในป่าบริเวณชายแดนระหว่างไทย-มาเลย์ เฟินชนิดนี้ไม่มีรายงานในหนังสือ Flora of Thailad Vol.3 Part. 4
This species is native to Thailand, large to so larger epiphyte on forest trees in the forest near the border with Malaysia.
  ลำต้นเป็นเหง้าอวบอ้วน เลื้อยสั้น มีเกล็ดปกคลุมแน่น มีใบออกถี่เกือบติดกัน
ใบปกติ โคนใบอยู่ติดลำ้ต้นเหง้า ใบรูปทรงเหมือนกูดเวียนกูดอ้อม A. heraclea แต่มีขนาดเล็กกว่า ใบยาว ราว 0.8-1.75 ม.
ขอบใบเป็นแฉกลึก ดูเหมือนใบประกอบขนนก ส่วนแฉกช่วงกลางใหญ่ยาวสุด และส่วนแฉกใกล้โคน ตื้นดูเหมือนเป็นใบกาบ
ปลายส่วนแฉก มนกลมถึงแหลม
ส่วนที่สร้างสปอร์ เกิดที่ส่วนปลายของใบปกติ เป็นลักษณะแบบใบประกอบขนนก ผอมเรียวยาว กว้างราว 1 ซ.ม. ยาว 10 ซ.ม.
อับสปอร์ อยู่ใต้ใบปกคลุม กระจายทั่ว หรือเป็นกลุ่มๆ เมื่อสปอร์เมื่อแก่ เป็นสีเหลืองอ่อน
ในบ้านเรา พบที่ จ. ยะลา ในป่าบริเวณพรมแดนไทย-มาเลย์
การปลูกเลี้ยง : ต้องการแสงมาก เครื่องปลูกระบายน้ำได้ดี ไม่ขังแฉะ มีอินทรีย์วัตถุมาก เก็บความชื้นได้นาน

Aglaomorpha heraclea (Kunze) Copel.
Common Name : Bare Foot Fern (อุ้งตีนหมี)
ชื่ออื่น : อุ้งตีนหมี, Paku suloh (มาเลย์)

เป็นเฟินเกาะอาศัย ขนาดกอใหญ่มาก ชนิดนี้ เป็นชนิดที่ใหญ่ที่สุดในสกุลนี้ เหง้าอวบอ้วน เลื้อยสั้น ใบออกถี่ มีขนสีน้ำตาลแดงปกคลุมหนาแน่น
ใบ ยาวได้มากกว่า 2-2.5 ม.ใบเป็นแฉกแบบใบประกอบขนนกชั้นเดียว แผ่นใบหนาเป็นเงามันเหมือนแผ่นหนัง สีเขียวเข้ม โคนใบอยู่ชิดติดเหง้า และออกใบชิดติดกัน เพื่อดักซากอินทรีย์วัตถุ ปลายใบแผ่เป็นพุ่มกระจายออกไปเป็นเหมือนตะกร้า อับสปอร์เป็นเม็ดกลม จัดเรียงตัวเป็น 2 แถวอยู่ริมเส้นใบหลักของส่วนแฉก
เฟินชนิดนี้ มักพบเจริญเติบโตบนต้นไม้หรือโขดหินที่มีซากใบไม้ผุและเศษอินทรีย์วัตถุสะสม ต้องการแสงสว่างมากและความชุ่มชื้นสูง
การปลูกเลี้ยง เฟินชนิด ต้องการเครื่องปลูกหยาบ ระบายน้ำดี มีอินทรีย์วัตถุมาก ต้องการแสงสว่างมาก และมีความชื้นในอากาศมาก และเนื่องจากกอใหญ่ ต้องมีพื้นที่ปลูกกว้างมากพอ
เฟินชนิดนี้ ในไทยพบที่ ยะลา



Aglaomorpha speciosa (Bl.) Presl.
ชื่อพ้อง : Photinopeteris acuminat (Willd.) mort.

ชื่อชนิด speciosa มาจากรากศัพท์คำว่า specios แปลว่า beautiful, good looking, showy

ลักษณะต้นทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยยาว ใบออกห่าง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7-10 มม. เหง้าอ่อนสีเขียวด้าน เหง้าแก่สีซีดขาว ปลายยอดเหง้ามีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดเป็นเส้นยาวปลายแหลม ขนาด 8 : 1 ม.ม. สีน้ำตาล โคนเกล็ดสีดำ ขอบของเกล็ดหยักเป็นซี่ฟัน

ใบเป็นใบประกอบขนนก ก้านใบ สั้นเพียง 5 ซ.ม. สีม่วงจางหรือสีน้ำตาลอ่อน เนื่องจากใบย่อยช่วงล่างมัก หลุดร่วงไปหรือใบลดขนาดเล็กลง ทำให้ระยะจากใบย่อย ช่วงบนที่ยังเหลืออยู่ถึงโคนก้าน ดูยาว เหมือนก้านใบยาวกว่าปกติ หรือยาวได้ถึง 20 ซ.ม.

ใบ เป็นใบประกอบขนนก ขนาด 80 : 30 ซ.ม. ใบเป็น partially dimorphic คือ ใบย่อยที่ไม่สร้างสปอร์อยู่รวมกันกับใบย่อยที่สร้างสปอร์ บนใบเดียวกัน


Pinnate, parially dimorphic
ใบย่อยปกติ ที่ไม่สร้างสปอร์ อยู่ช่วงล่างของใบ มีราว 7-10 คู่ ระยะห่างกันบนแกนกลางใบราว 5-8 ซ.ม. ใบย่อยมีก้านใบย่อยเห็นได้ชัดเจน โคนก้านมีปุ่มเชื่อมติดกับแกนกลางใบ

ตัวใบย่อยรูปขอบขาน ถึงรูปขนานแกมรูปไข่ ปลายเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่มเท่ากันทั้งสองข้าง ใบย่อยช่วงกลาง ขนาด 15 : 8 ซ.ม. ใบย่อย 2-3 คู่ล่าง มีขนาดเล็กกว่าคู่บน ใบย่อยคู่บนมีขนาดเล็กลง เส้นใบ อาจนูนหรือไม่นูนขึ้นมาบนผิวใบทั้งสองด้าน การจัดเรียงเส้นใบแบบ Drynarioid


Fertile pinnate in upper part of fronds

แผ่นใบหนาเหมือนแผ่นหนัง สีเขียว ด้านล่างสีซีดกว่า ผิวเกลี้ยง ในใบที่โตเต็มที่และต้นอยู่ในบริเวณที่ดล่ง หรือมีแสงมาก จะมองเห็ดรูหยาดน้ำค้างที่ผิวหน้าใบได้ชัดเจน

ส่วนของใบย่อยที่สร้างสปอร์ อยู่ส่วนบนของใบ มีจำนวนหลายคู่ ผอมเรียวยาว ขนาดยาวได้ถึง 15 ซ.ม. กว้าง 0.5 ซ.ม. มีก้านใบย่อยสั้นๆ

อับสปอร์ ปกคุลมอยู่ทั่วใต้ใบที่สร้างสปอร์ ยกเว้นช่วงแกนใบย่อย และสุดริมขอบใบ

เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัดยอยู่ตามลำต้นของต้นไม้ โขดหิน หรือกำแพงเก่าๆ ที่มีแสงรำไร หรือสว่างเพียงพอ ในป่าหรือบริเวณที่มีความชุ่มชื้นสูงตลอดปี ที่ระดับความสูงไม่มากนักถึงระดับปานกลาง กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดีย จีน ไทย มาเลย์ตะวันออก ฟิลิปปินส์ ในบ้านเรา พบที่ ปราจีนบุรี ตราด สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สตูล ยะลา

หมายเหตุ : A. speciosa เดิม นักพฤกษศาสตร์จัดให้อยู่ใน สกุล Photinopteris J. Sm. วงศ์ POLYPODIACEAE

 

 

> POLYPODIACEAE > Aglomorpha || < Back