| สกุล Arthromeris (T.Moore) J.Smith.
วงศ์ POLYPODIACEAE

[Image : Tassanai J.] |
เฟินในสกุล Arthromeris เป็นเฟินเกาะอาศัย มีลักษณะเด่นใบเป็นใบประกอบขนนก ที่มีใบย่อยเชื่อมติดอยู่กับแกนหลักกลางใบ และเส้นใยใบเป็นตาข่ายร่างแห และในช่องตาข่าย มีเส้นใบแตกแขนงสาขาด้วย
ลักษณะทั่วไป ลำต้นเหง้าเลื้อย มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดผอม มีสีเดียว หรือสองสี,
ก้านใบ เชื่อมต่อกับเหง้า on scaly phyllopodes. ใบ เป็นใบประกอบขนนก ปลายคี่ ใบย่อยด้านข้างโคนติดกับแกนหลักกลางใบ ใบรูปขอบขนาน-รูปหอก ขอบค่อนข้างเรียบ หรือขอบเป็นคลื่น ที่ริมขอบใบเป็นสัน (cartilaginous membrane) มีมากบ้างมีน้อยบ้าง เส้นใบย่อยได้ชัดเจน เส้นใบอื่น obscure, รูปแบบซ้ำกัน จรดโค้งเข้าหากัน เป็นร่างแห และู่ในช่องตาข่ายของร่างแห พบมีเส้นใบแบบเป็นแบบแขนงสาขา (drynarioid venation), แผ่นใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ ผิวเกือบเกลี้ยงหรือมีขน อับสปอร์ รูปกลม จัดเรียงตัวเป็นแถวระเบียบ แต่ละข้างของเส้นกลางใบย่อย หรือ นูนขึ้นบนผิวใบด้านบน, naked, superficial, ไม่มีเส้นใยปกคลุมอับสปอร์
เฟินสกุลนี้ กระจายพันธุ์อยู่ตั้งแต่ อินเดียตอนเหนือ ไปถึงไต้หวันและลูซอน มีอยู่ราว 10-20 ชนิดที่มีรายงานการค้นพบ |
สกุลนี้ ในบ้านเรา มีรายงานพบ 4 ชนิด
| Key to the species |
| 1a |
Sori large, solitary between adjactcent main veins,
thus arrangeing in one medial row at each side of costa |
2a |
| 1b |
Sori smaller, two or three rows between adjaccent main veins |
3a |
| |
|
|
| 2a |
Lateral pinnae cuneate to cordate at base, papyraceous to subcoriaceous,
green to blue green on under surface |
A. tatsienensis |
| 2b |
Lateral pinnae cordate and amplexicaulous at base, herbaceous,
glaucous on under surface |
A. amplexifolia |
| |
|
|
| 3a |
Rhizome-scales larger, 12-17 mm. long |
A. phuluangensis |
| 3b |
Rhizome-scales smaller, less than 7 mm. long |
A. lehmanni |
| |
|
|
Arthromeris tatsienensis (Fr. & Bureau ex Christ) Ching
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาด dia. 4-7 มม. มีเกล็ดปกคลุมแน่นตลอดความยาว
เกล็ด ผอมเรียว suulate with ปลายเป็นหางยาว ขนาด 6 : 12 มม. ขอบหยักเป็นซี่ฟันไม่เป็นระเบียบ
สีน้ำตาล indistinctly clathrate
ก้านใบ ยาว 20-30 ซ.ม. สีน้ำตาลอ่อน โคนก้านมีเกล็ดปกคลุมแน่น ผิวค่อนข้างเกลี้ยง
ใบ ใบประกอบขนนกปลายคี่ รูปขอบขนาน ขนาด 20-35 : 23 ซ.ม. แกนกลางใบสีน้ำตาลอ่อน
ผิวเกือบเกลี้ยง
ใบย่อยด้านข้าง ออกเป็นคู่เยื้องกันเล็กน้อย มี 2-7 คู่ ใบย่อยรูปขอบขนาน-รูปหอก
กางอ่อนโค้ง ปลายค่อยๆ สอบแหลม โคนรูปลิ่มถึงมนกลม ขนาดใบย่อย 8-15 : 1.5-3
ซ.ม. ขอบค่อนข้างเรียบหรือเป็นคลื่น ที่ริมขอบเป็น cartilaginous membrane
ใบย่อยปลายสุด มีขนาดใหญ่กว่า ขนาด 16:3 ซ.ม. ขนาดเรียวสอบจากโคนสู่ปลาย
เส้นใบหลัก 4-6 ม.ม. remote จรดโค้งเข้าหันเป็นชุด มีปลายเส้นอิรสระจำนวนมาก
subcoriceous สีเขียว ผิวเกลี้ยง glabrous
อับสปอร์ ขนาดใหญ่ กลมหรือรูปรี dia. 3-5 ม.ม. จัดเรียงตัวเป็นแถวเดี่ยวแต่ละข้างของแกนกลางใบย่อย
อยู่กึ่งกลางหรือค่อนมาทางแกนกลางของใบย่อย
Arthromeris amplexifolia Ching;
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาด dia. ใหญ่ได้ถึง 5 ม.ม. มีเกล็ดปกคลุมแน่นตลอด
เกล็ดรูปสามเหลี่ยมแคบ ขนาด 8:1.5 ม.ม. สีขาว โคนสีน้ำตาล ขอบหยักเป็นซี่ฟันเล็กน้อย
ก้านใบ สีฟางอ่อนถึงสีน้ำตาล โคนมีเกล็ดปกคลุมแน่น ก้านยาว 10-20 ซ.ม.
ใบ ประกอบขนนกปลายคี่ รูปขอบขนาน ขนาด 20-40:33 ซ.ม. แกนกลางใบหลักสีน้ำตาลอ่อน
ผิวเกลี้ยง
ใบย่อยด้านข้าง 2-7 คู่ ออกเยื้องกันเล็กน้อย ปลายสอบแหลม โคนใบ deep cordate
and amplexicaulous at base ใบย่อยขนาด 8-18:1.5-3.5 ซ.ม. ขอบใบย่อยค่อนข้างเรียบ
ที่ริมสุดของขอบเป็น cartilaginous membrane ใบย่อยปลายสุด โคนใบรูปกลมถึง
cordate ปลยค่อยๆ สอบแหลม ขนาด 19:3.5 ซ.ม.
เส้นใบหลัก 5-8 ม.ม. remote เส้นใบจรดโค้งเข้าหากันเป็นร่างแห copiously
มีเส้นใบปลายอิสระจำนวนมาก
แผ่นใบบาง herbaceous สีเขียวอ่อน ใต้ใบเกือบเกลี้ยง
อับสปอร์ รูปกลม ขนาด dia. 2-3 ม.ม. อยู่ระหว่างเส้นใบ และจัดเรียงตัวเป็นแถวข้างแกนกลางใบย่อย
medial, superficial
Arthromeris phuluangensis Tag. & lwatsuki
เฟินชนิดนี้ จัดเป็นเฟินที่พบเฉพาะในไทย อาศัยอยู่ตามคาคบไม้ หรือโขดหิน
ที่มีมอสอยู่ร่วมด้วย ในป่าดิบชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาด dia.ราว 6 ม.ม. มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ด
subulate ยาวได้ถึง 17 ม.ม. รวมส่วนปลายแหลม 7-10 ซ.ม. กว้างได้ถึง 2 ม.ม.
ขอบเรียบแต่ sparsly ciliolate toward the apex เกล็ดสีขาวๆ ตรงกลางสีน้ำตาล
ก้านใบ ยาวได้ถึง 25 ซ.ม. ผิวเกลี้ยง สีฟางหรือสีน้ำตาลซีด
ใบ รูปไข่-รูปขอบขนาน ขนาด 60:30 ซ.ม. แกนกลางใบมีลักษณะเหมือนส่วนบนของก้านใบ
ใบย่อยด้านข้าง 7-12 คู่ ออกเยื้องกัน ใบย่อย 2-3 คู่ล่างมีขนาดใหญ่สุด
ขนาด 25:3 ซ.ม. ขอบใบย่อยค่อนข้างเรียบ หรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ริมขอบใบเป็น
cartilaginous membrane โคนใบย่อย deeply cordate at sessile base ปลายใบย่อยผอมเรียวยาวเป็นติ่งหาง
ขนาดใบย่อยช่วงกลางถึงใบย่อยปลายสุด มีขนาดเล็กกว่าช่วงโคน ขนาดราว 15-18:1.5-2
ซ.ม. เส้นกลางใบย่อยนูนเห็นได้ชัดทั้งด้านบนและด้านล่าง เส้นใบหลักมีได้มากกว่า
45 คู่บนใบย่อย มองเห็นได้ชัดทั้งสองด้าน แผ่นใบบางเหมือนกระดาษ
อับสปอร์ รูปกลม จัดเรียงตัวเป็น 2 แถว อยู่ข้างเส้นใบหลัก และดูเป็นหลายแถวข้างเส้นกลางใบย่อย
Arthromeris lehmanni Ching
เฟินชนิดนี้ มักพบอาศัยอยู่ตามคาคบไม้ใหญ่ หรือตามโขดหินที่ชุ่มชื้น อยู่รวมกับพวกมอส
ในป่าดิบเขา ที่มีความชุ่มชื้นสูงตลอดปี ที่ระดับความสูง 1500-2400 ม.
กระจายพันธุ์ ตั้งแต่ ภูฐาน เทือกเขาหิมาลัย ไปถึงตอนเหนือของพม่า จีนตะวันตกเฉียงใต้
ไต้หวัน ลงมาถึงฟิลิปปินส์
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาด dia. 5 ม.ม. สีน้ำตาลเปรอะ มีเกล็ดปกคลุมแน่นตลอดเหง้า
เกล็ด เป็นรูปไข่-รูปขอบขนาน ปลายยาวเป็นหาง โคนมนกลม ขนาด ความยาวได้ถึง
7 ม.ม. และหางยาว 5 ม.ม. กว้าง 1.5 ม.ม. เกล็ดสีน้ำตาล ขอบของเกล็ดบริเวณปลายเป็นหยักซี่ฟัน
ก้านใบ ยาว 10-20 ซ.ม. สีฟางอ่อนหรือสีน้ำตาล ผิวเกลี้ยง
ใบ ใบประกอบขนนกปลายคี่ รูปขอบขนาน ขนาด 45-40 ซ.ม.
ใบย่อย ด้านข้าง มีจำนวน 3-9 คู่ แผ่กางออกหรืออ่อนโค้งเล็กน้อย รูปหอก
ปลายแหลมเป็นติ่ง โคนมนกลมหรือรูปลิ่ม ขอบใบย่อยกึ่งเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย
ริมขอบใบ cartilaginous membrane ใบย่อยปลายสุด มีขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง 20
ซ.ม. รูปร่างเหมือนใบย่อยด้านข้าง
เส้นใบ 3-5 ม.ม remote มีเส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน copiously มองเห็นเส้นใบได้บ้าง
แผ่นใบบาง สีเขียว ค่อนข้างเกลี้ยง
อับสปอร์ รูปกลม ขนาด dia. 2 มม. จัดเรียงตัวเป็น 2 แถวข้างเส้นใบหลัก
และเป็น 3-4 แถว ทั้งสองข้างของแกนกลางใบย่อย
|