|
สกุล Belvisia Mirbel สกุลหางหนู
วงศ์ POLYPODIACEAE
[Image: Trid@HK] |
สกุล Belvisia (อ่าน bell-vis-ee เบลว-วีส-ซี) ชื่อสกุลมาจากคำภาษาลาตินว่า Belvisinus ซึ่งเป็นชื่อของนักพฤกษศาสตร์สำรวจ ชาวฝรั่งเสศ ชื่อ Palisot de Beauvois (พ.ศ. 2295-2363) มีความเชี่ยวชาญในเรื่องพืชจำพวกหญ้า
เฟินในสกุลนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ หรือตามโขดหิน ขนาดเล็กถึงปานกลาง มีลักษณะเด่นที่ปลายใบมีติ่งยื่นยาว มีลักษณะคล้ายหาง ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างสปอร์ จึงนิยมเรียกกันว่า เฟินหางหนู
ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยสั้น-ยาว ไม่แตกกิ่งสาขา ปกติมีใบออกถี่ติดกัน มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดแบบเซลล์ผนังหนา ปกติมีสีดำ รูปไข่หรือรูปหอก ใบเป็นใบเดี่ยวปกติ ขอบใบเรียบ เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ หรือหนาเหมือนแผ่นหนัง ผิวใบมีเกล็ดหรือขนประปราย หรือผิวเกลี้ยง เส้นใบจรดโค้งเข้าหากันเป็นร่างแห ส่วนที่สร้างสปอร์อยู่ที่ส่วนแคบๆ ปลายสุดใบ มีกลุ่มอับสปอร์เกิดคลุมเต็มด้านใต้ กลุ่มอับสปอร์ ไม่มีเยื่ออินดูเซียปิด แต่อาจมีเยื่อ paraphyses หรือ ริมขอบใบม้วนพับลงมาเพื่อปกป้องสปอร์
สกุลนี้ กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อน ตั้งแต่อินเดียตอนเหนือลงมาถึงตอนใต้ของประเทศจีน
ในออสเตเลียตะวันออกเฉียงและโพลีนีเซีย อัฟริกา และหมู่เกาะ
เฟินในสกุลนี้ ที่มีรายงานการค้นพบในบ้านเรา และการจำแนกชนิด ดังต่อไปนี้ :-
|
| จำแนกชนิด / Key
to the species |
| 1a |
Rhizome-scales concolorous, clathrate, tooth at margin
เกล็ดที่เหง้า มีสีเดียว แข็งหนา ขอบหยักซี่ฟัน |
2 |
| 1b |
Rhizome-scales bi-coloured, with dark central portion and pale ferrugineous margin portion without prominent teeth
เกล็ดที่เหง้ามีสองสี ส่วนกลางสีเข้มและขอบสีน้ำตาลแดง ขอบไม่เป็นหยักซี่ฟัน |
B. revoluta |
| |
|
|
| 2a |
Fronds more than 2.5 cm board, not constricted at base of the apical fertile portion
ขนาดใบกว้างกว่า 2.5 ซ.ม. บริเวณโคนของปลายที่สร้างสปอร์ ไม่เป็นคอคอด |
3 |
| 2b |
Fronds upto 2.5 cm board, constricted at base of the apical fertile portion
ขนาดใบกว้างได้ถึง 2.5 ซม. บริเวณโคนของปลายที่สร้างสปอร์ เป็นคอคอด |
B. mucronata |
| |
|
|
| 3a |
Rhizome-scales narrowly lanceolate, up to 5 mm long; strips hardly distinct. Fronds rather abruptly narrowing near apex of the sterile portion, the apical fertile portion wholly covered with the sporangia on the underside
เกล็ดที่เหง้ารูปหอกแคบ ขนาดยาว 5 มม. ก้านใบมองเห็นไม่ชัด ปลายใบสอบเรียวเข้าหาส่วนปลายที่สร้างสปอร์ และด้านใต้ของส่วนปลายที่สร้างสปอร์ปกคลุมทั้งหมดด้วยกลุ่มอับสปอร์ |
B. henryi |
| 3b |
Rhizome-scale oblong-ovate, up to 2 mm long. Strips up to 3 cm long. Fronds gradually narrowing upward, the apical fertile portion with marginal sterile portion
เกล็ดที่เหง้ารูปขอบขนาน-รูปไข่ ยาว 2 มม. ก้านใบยาวได้ถึง 3 ซม. ใบค่อยสอบแคบสู่ปลายใบ ส่วนปลายที่สร้างสปอร์ไม่มีกลุ่มอับสปอร์บริเวณริมขอบ |
B. annamensis |
| |
|
|

B. annamensis
at Khao Yai - Nakorn Nayok
[Image : Kit@BKK] |
ฺBelvisia annamensis (C. Chr.) S.H. Fu
ชื่ออื่น หางหนูอันนัม |
ชื่อ annamensis มาจากชื่อของจังหวัด Annam ในประเทศเวียดนาม
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ บริเวณที่ร่มสว่าง ในป่าดิบชื้น ที่ระดับความสูงปานกลาง MSL ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ราว 2.5 ม.ม. dia. มีใบออกถี่ติดกัน เหง้ามีเกล็ดปกคลุมแน่นตลอด |

[Image : Kit@BKK] |
| เกล็ดที่เหง้า ลักษณะเป็นรูปขอบขนาน-รูปไข่ ปลายสอบแหลม โคนเกล็ดมนกลม ขนาด 1:2 มม. สีน้ำตาล เป็นเซลล์ผนังหนา ขอบเกล็ดหยักเป็นซี่ฟัน |

[Image : Trid@HK] |
ก้านใบ ยาว 3-5 ซม. สีฟางหรือสีสนิมจาง ส่วนบนของก้านเป็นปีกแคบๆ ส่วนโคนมีเกล็ดปกคลุม |
| ใบ ใบเดี่ยวปกติรูปหอก ส่วนกว้างสุดอยู่ที่ระยะ 1/3 จากโคน ค่อยๆ สอบแคบลงสู่ปลายใบ โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ขนาดใบ กว้าง 2.2-3.2 ซม. ยาว 15 ซม. ไม่รวมความยาวของติ่งหางที่ปลายใบ
เนื้อใบบาง เส้นใบหลักพอมองเห็นได้บ้าง เส้นใบย่อยมองเห็นได้ไม่ชัด มีเส้นใบจรดโค้งเข้าหากันเป็นร่างแห |

[Image : Trid@HK] |
อับสปอร์ เกิดที่ติ่งหางส่วนที่ต่อจากปลายใบ เป็นส่วนที่สร้างสปอร์ ขนาด ยาว 5 ซ.ม. กว้าง 0.5 ซม. กลุ่มอับสปอร์จัดเรียงเป็นแถวยาว 1 คู่
เฟินชนิดนี้กระจายพันธุ์อยู่ในเวียดนาม ลาว ไทย ในบ้านเรา มีพบที่ ตาก นครนายก ตราด ระนอง ชุมพร ตรัง |

[Image : J.
Tassanai] |
Belvisia henryi (Hieron. ex C.Chr.) Raymond
เฟินหางหนูชนิดนี้เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ หรือโขาดหิน อาศัยอยู่รวมกับกลุ่มมอส ในป่าดิบชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูงมากๆ
ลักษณะต้นทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยสั้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. มีใบออกถี่ติดกัน มีเกล็ดปกคลุมแน่น
เกล็ดที่เหง้า เป็นเกล็ดแข็ง รูปกึ่งสามเหลี่ยมอย่างแคบ ค่อยๆ สอบแหลมเรียวจากโคนสู่ปลาย ปลายเป็นหางเรียวยาว เกล็ดขนาด 5:1.5 มม.กว้างสุดที่ส่วนโคน ริมขอบเป็นหยักซี่ฟัน สีของเกล็ดเป็นสีน้ำตาลสีเดียว
ก้านใบ สั้น สีน้ำตาลอมแดง ขอบเป็นปีกแคบๆ โคนมีเกล็ดปกคลุม
ใบ รูปขอบขนานอย่างแคบ สอบเรียวเล็กลงสู่ปลาย ปลายสุดเป็นติ่งหางยาว เป็นส่วนสร้างสปอร์ ส่วนโคนใบเป็นรูปลิ่มแคบ เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ เส้นใบมองเห็นได้ยาก ขนาดใบ 25: 3-5 ซม. ส่วนติ่งหางที่มีสปอร์ เป็นรูปแคบยาว โคนไม่คอดเข้า ขนาด 15:0.4 ซม. กลุ่มอับสปอร์เกิดกระจายอยู่ด้านใต้ ยกเว้นริมขอบใบและแกนกลาง ขอบใบมักไม่ม้วนพับลงมา
เฟินชนิดนี้กระจายพันธุ์ตั้งแต่แถบหิมาลัยลงมาถึงจีนตอนใต้และตอนเหนือของเวียดนาม ในบ้านเรามีรายงานพบ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เลย ตาก นครราชสีมา |
ฺ
 |
ฺBelvisia mucronata (F'ee) Copel.
Common Name : Needle Fern, Tailed Fern, กูดปลายเข็ม |
ชื่อ mucronata (อ่าน mu kro nah ta มู-โคร-นา-ตา) ชื่อมาจากภาษาลาติน 2 คำ mucron+atus mucro=a sharp point or edge, atus=at มีความหมายว่า สุดปลายแหลม
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัย ขนาดกลาง เกาะอยู่ตามต้นไม้ในป่าดิบชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลไม่มากนัก ขึ้นไปถึงระดับความสูงปานกลาง ราว 1000 ม. |

ที่เขาใหญ่ นครราชสีม
[Image : Trid@HK] |
| ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อย
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 มม. ใบออกค่อนข้างชิดติดกัน เหง้าีสีเขียวอ่อน มีเกล็ดปกคลุมแน่น |
เกล็ดที่เหง้า เป็นเกล็ดแข็ง แคบยาว สอบแหลมจากโคนสู่ปลาย ขนาด 5 : 1 มม. ส่วนโคนเกล็ดกว้างสุด สีน้ำตาลเข้ม ขอบหยักซี่ฟัน
ก้านใบ สั้น แกนกลางใบช่วงล่างของใบมองเห็นได้ไม่ชัดเจน เป็นปีกแคบและมีเกล็ดปกคลุมที่โคนก้านใบ
ใบ รูปแถบยาว-รูปหอก สอบแคบสู่ปลายใบและโคนใบ ขอบใบเรียบหรือขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย ขนาดใบ 30 : 2.5 ซม. เส้นใยใบมองเห็นได้ไม่ชัดเจน มีเส้นใบจรดโค้งเข้่ากันเป็นร่างแห และมีเส้นใยอิสระในช่องตาข่าย ผิวด้านบนเกลี้ยง แกนกลางใบยุบลงเป็นร่อง สีเขียวเข้ม ผิวด้านล่างสีอ่อนกว่า แกนกลางใบนูนขึ้นเล็กน้อย มองเห็นได้ชัดเจน
สุดปลายใบเป็นติ่งหางยาว เป็นส่วนที่สร้างสปอร์ ปกติโคนของติ่งที่สร้างสปอร์เป็นคอคอด ขนาดของติ่งหาง ยาว 7: กว้าง 0.3 ซม. มีกลุ่มอับสปอร์ปกคลุมอยู่ด้านใต้ของติ่งหางที่ปลายใบ ยกเว้นบริเวณริมขอบและแกนกลางของติ่งหาง ขอบใบมักม้วนพับลงมาเพื่อปกป้องอับสปอร์ เมื่อสปอร์แก่เต็มที่ สปอร์เป็นสีส้ม
เฟินชนิดนี้กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนของเอเชีย ตั้งแต่ระดับเวียดนามตอนเหนือ ลงไปถึงมาเลย์ และศรีลังกา
ในบ้านเรา มีรายงานพบ จันทบุรี นครศรีธรรมราช ยะลา
เฟินชนิดนี้ปลูกเลี้ยงให้งามได้ยาก เนื่องจากต้องการความชุ่มชื้นในบรรยากาศสูง หากความชื้นต่ำ ใบจะเหี่ยวและบิดม้วนเป็นเกลียว |

ที่เขากระโจม ราชบุรี
[ Image : Trid @ HK ] |
Belvisia revoluta (Blume) Copel.
ชื่ออื่น : กูดลิ้น |
ชื่อ revoluta แปลว่า ม้วนพับลง ซึ่งหมายถึง ขอบของใบม้วนพับลง
เฟินหางหนูชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ ในป่าดิบเขา ที่ระดับความสูงปานกลางขึ้นไป ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยสั้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 มม. มีใบออกถี่ติดกันจำนวนมาก มีเกล็ดปกคลุมแน่น |
 |
| เกล็ดที่เหง้า รูปขอบขนาน-รูปกึ่งสามเหลี่ยม ค่อยๆ สอบแหลมสู่ปลาย โคนมนกลม ขอบเรียบ ขนาด 3: 1 มม. ส่วนกลางเป็นสีเข้มด้วยเซลล์มี่มีผนังหนา ส่วนริมขอบเกล็ดมีสีอ่อนกว่า เนื่องจากประกอบด้วยเซลล์ขนาดเล็กกว่า มีผนังบางกว่า |

scales, the central portion dark and margin portion paler in colour |
ก้านใบ ยาวได้ไม่เกิน 5 ซม. ส่วนของก้านแยกจากกันไม่ชัดเจนกับส่วนของแกนหลักกลางใบ
เนื่องด้วยเป็นปีกแคบๆ จากส่วนบนลงมา ก้านใบสีฟางแห้ง หรือสีสนิมจางๆ ช่วงโคนก้าน และโคนก้านมีเกล็ด |
| ใบ รูปแถบยาว-รูปหอก ปกติ ส่วนกลางกว้างสุด สอบแหลมสู่ปลายและโคน ขนาดยาว 15-25 ซม. ไม่รวมส่วนปลายติ่งหางที่สร้างสปอร์ และกว้าง 1-2.5 ซม. ขอบเป็นม้วนพับลงมากบ้้างน้อยบาง เนื้อใบอ่อนนุ่ม มีเส้นใบเป็นร่างแห มองเห็นได้ยาก |

fertile portion with distinct constriction at base |
ส่วนติ่งที่ปลายใบเล็กและยาวเหมือนหาง เป็นส่วนที่สร้างสปอร์ โคนของส่วนหางเป็นคอคอด เห็นได้ชัดเจน ขนาดยาวไม่เกิน 15 ซ.ม. และกว้างไม่เกิน 3 ม.ม. ผิวด้านล่างปกคลุมทั่วด้วยกลุ่มอับสปอร์เกิดด้านใต้ ยกเว้นบริเวณริมขอบและแกนกลาง
เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนของเอเชีย ในบ้านเราพบที่ ตาก เลย เขาใหญ่-นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ตรัง |
|