สกุล Goniophlebium Bl .
วงศ์ POLYPODIACEAE
สกุล Goniophlebium ชื่อมาจากภาษากรีก gonia + phleps ซึ่งคำว่า gonia แปลว่า เหลี่ยม หรือมุม และ phleps แปลว่า เส้นใบ ดังนั้น ชื่อของสกุลจึงมีความหมายว่า เส้นใบที่มีรูปร่างคล้ายตาข่ายรูปเหลี่ยม เป็นลักษณะเด่นของเฟินสกุลนี้นั้นเอง
ลักษณะทั่วไปของเฟินสกุลนี้ เป็นเฟินขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เหง้าเลื้อยยาว ผิวเกลี้ยง หรือมีเกล็ดปกคลุม เกล็ดเป็นรูปไข่ เส้นขน ปลายแหลมเป็นหาง รูปก้นปิด เกล็ดผนังหนา dictostelic, ภาคตัดขวางของเหง้า มีท่อลำเลียงจัดเรียงเป็นวงแหวน มี scartered เส้นใยสีดำ จำนวนมาก อยู่ตรงกลางวงแหวน (a sheath of sclerenchyma with additional strands of sclerenchyma in the cortex and medulla) ใบ มีก้านยาว มีข้อต่อที่โคนก้านใบ ท่อลำเลียงจัดเรียงเป็นวงแหวน ตัวใบเป็นใบประกอบขนนก หรือใบเดี่ยวที่มีแฉกลึกเหมือนใบประกอบขนนก ใบย่อยอาจมีก้านใบย่อย หรืออาจไ่ม่มี โคนก้านใบย่อยติดกับแกนหลักกลางใบ ริมขอบเรียบ หรือหยักเป็นซึ่ฟัน แผ่นใบบางเหมือนกระดาษ ผิวใบเกลี้ยง ในต้นที่ยังอ่อน ใบอาจมีขนอ่อน แกนกลางใบย่อยแข็ง เส้นใยใบเป็นตาข่ายร่างแห ตาข่ายเป็นรูปเหลี่ยม ช่องว่างในตาข่ายมีเส้นอิสระหันไปทางริมขอบใบ ปลายของเส้นอิสระเป็นจุด อับสปอร์ รูปกลม จัดเรียงเป็นแถวเดี่ยว แต่ละข้างของแกนกลางของใบย่อย เกิดที่ปลายของเส้นใยอิสระที่อยู่ในช่องว่างของตาข่ายร่างแหของเส้นใยใบ อับสปอร์จมลงผิวใบด้านใต้ และอาจนูนขึ้นทางด้านผิวใบด้านบน อับสปอร์ไม่มีเยื่ออินดูเซีย ตอนสปอร์อ่อน บางครั้งพบมีเส้นใย หรือเกล็ด เป็นรูปก้นปิด รูปซี่ฟัน เซลล์ผนังหนา ปิดคลุมเป็นวงรอบอับสปอร์ หรือปะปนอยู่กับกลุ่มสปอร์
เฟินในสกุล Goniophlebium ผู้ปลูกเฟินส่วนมาก รู้จักกันดีในชื่อสกุลเดิม คือ Polypodium ต่อมานักพฤกษศาสตร์ได้แยกเฟินกลุ่มนี้ออกมา โดยเฟินกลุ่มนี้มีความแตกต่างจาก Polypodium ที่ ใบย่อย jointed to rachis และเส้นใยใบเป็นร่างแห ตาข่ายเป็นรูปเหลี่ยม ช่องว่างในตาข่ายมีเส้นใยอิสระ 1 เส้น ปลายเส้นหันออกไปทางริมขอบของใบย่อย
สกุล Goniophlebium มีอยู่ราว 23 ชนิด กระจายพันธุ์อยู่ใน เอเชีย ออสเตเลีย และตามหมู่เกาะแปซิฟิค สำหรับในไทย เฟินในสกุลนี้ที่ได้บันทึกไว้ มี 7 ชนิด ได้แก่
Goniophlebium amoenum (Wall. ex. Mett.) J. Sm
- Synonym Polypodium amoenum (J. Sm. ex Hook. et Grev.) Mett.
Goniophlebium argutum J. S. ex. Hook.
-
Synonym Polypodium argutum (J. S. ex. Hook. et Grev.) Hook.
Goniophlebium microrhizoma (C.B. Clarke ex Baker) Clarke ex Bedd.)
- Synonym Polypodium microrhizoma Clarke ex Baker
Goniophlebium molle Bedd.
- Synonym Polypodium molle Bak.
Goniophlebium persicifolium (Desv.) Bedd.
- Synonym Polypodium persicifolium Desv.
เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามคาคบไม้ ในพื้นที่ป่าภูเขา อับสปอร์ ไม่มีเส้นใย paraphyses เป็นวงแหวนรอบกลุ่มสปอร์
Goniophlebium subauriculatum (Blume) C. Presl.
- Synonym Polypodium subauriculatum Bl.
Goniophlebium verrucosum (Hook.) J.Sm.
- Synonym Polypodium verrucosum (Hook.) Wall. ex Hook.
Goniophlebium subauriculatum (Blume) C. Presl.Synonym name : Polypodium subauriculatum Bl.
ชื่ออื่น : เฟินหางนกยูง (มล. จารุพันธ์ ทองแถม, เฟิน 2536)
ชื่อ subauriculatum มาจากคำว่า auricula+atus (auricula=ติ่งหู, atus คำต่อท้าย ทำให้เป็นคำนาม)
เฟินชนิดนี้เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ ต้นปาล์ม หรือตามโขดหินที่ชุ่มชื้น พบได้ทั้งที่ราบและที่สูงบนภูเขา ในพื้นที่เปิด ที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ
ลักษณะทั่วไป เหง้าเลื้อยยาว ขนาด dia. 5 ม.ม. สีเขียวออกนวล มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดเป็นเส้นยาว ขนาด 5:0.7 ม.ม. สีน้ำตาล ขอบหยักเ็ป็นซี่ฟัน
ส่วนก้านใบ สีฟางอ่อนหรือสีน้ำตาล ยาง 15-25 ซ.ม. โคนมีเกล็ดปกคลุมแน่น ก้านส่วนบนมีขนประปรายเล็กน้อยหรือค่อนข้างเกลี้ยง
ใบ กว้าง 20-25 ซ.ม. ยาว 40 ซ.ม. ถึง 2 ม. เป็นใบประกอบขนนก ปลายคี่ รูปหอก แกนกลางใบสีน้ำตาลซีด มีเกล็ดเล็กประปรายเล็กน้อย ส่วนใบย่อยด้านข้าง มี 25-35 คู่ ปลายคี่ ขนาดเล็ก 3-10 ซม. แต่ละข้างออกเยื้องกันเล็กน้อย ใบยอยคู่่ล่างใกล้โคน แผ่กางออกหรือกางชี้ลงไปทางโคน และมีขนาดเล็กกว่าคู่บน
ใบย่อย รูปหอก โคนใบ ข้างหนึ่งเป็นรูปกึ่งลิ่ม-กึ่งตัด และอีกข้างหนึ่งเป็นติ่งมนกลม ความกว้างของใบย่อยสอบเล็กลงจากโคนสู่ปลาย ไปเป็นติ่งแหลม ขอบใบหยักเป็นซี่ฟัน แผ่กางออก หรืออ่อนโค้งเล็กน้อย และโค้งเป็นรูปเคียว ขนาดทั่วไป ราว 20:7-18 ซ.ม.
ใบย่อยคู่กลางมีขนาดใหญ่กว่าคู่ล่างสุดแต่ไม่มาก และใบย่อยคู่บนมีขนาดเล็กลงนิดหน่อย ใบย่อยปลายสุด มีขนาดไม่ใหญ่นัก ยาวราว 3-10 ซ.ม. ขอบใบหยักลึกเหมือนใบประกอบขนนก ส่วนโคนของใบย่อยปลายสุดมีขอบเป็นหยักไม่เป็นระเบียบ เส้นใบ มีเส้นจรดโค้งเข้าหากัน เป็นร่างแห 1-3 แถว ทั้งสองข้างของแกนกลางใบย่อย เส้นใบมองเห็นได้บ้าง แผ่นใบบางเหมือนกระดาษ สีเขียวเข้ม และเกลี้ยง
อับสปอร์ ขนาด dia. 1.5 ม.ม. จัดเรียงตัวเป็นแถวเดี่ยว ข้างเส้นแกนกลางใบย่อย ปลายเส้นใบอิสระในช่องว่างของร่างแหของเส้นใบ จมลงในผิวใบด้านล่างและปูดนูนทางด้านบนของใบ
การปลูกเลี้ยง : ปลูกเลี้ยงแบบเฟินเกาะอาศัยทั่วไป ใส่กระเช้าแขวน หรือปลูกติดบนต้นไม้ ให้ใบย้อยสยายลงมา เครื่องปลูกระบายน้ำได้ดีและเก็บความชื้นได้นาน ชอบบริเวณที่มีร่มเงาและได้รับแสงแดดรำไร ในหน้าแล้ง หากความชื้นไม่เพียงพอ จะพักตัวทิ้งใบหมดและจะออกใบใหม่ในช่วงหน้าฝน
Goniophlebium verrucosum (Hook.) J. Sm. (1840)
Synnonym : Polypodium verrucosum (Hook.) Wall. ex Hook. (1862)
เดิมชื่อ verrucosum (มาจากคำว่า verrucosus แปลว่า full of warts หมายถึง เต็มไปด้วยปม หูดหรือตุ่ม) เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามคาคบไม้ ในป่าที่ระดับไม่สูงมากนัก
ลักษณะทั่วไป คล้ายคลึงกับ P. subauriculatum แตกต่างที่ เหง้า dia. 3-4 ม.ม. สีน้ำตาลเข้ม มีเกล็ดปกคลุมตลอดเหง้า
ใบ เป็นใบประกอบขนนก ปลายคี่ เนื้อใบหนาแข็งกว่า P. subauriculatum ใบย่อย มีก้านสั้น หรือเกือบไม่มีก้าน โคนเป็นรูปลิ่มกว้างถึงมนกลม และสองข้างขนาดมักไม่เท่ากัน ขนาดใบใหญ่ ได้มากกว่า 15 : 2.5 ซ.ม. ขอบใบกึ่งเรียบหรือเ็ป็นซี่ฟันเล็กน้อย
อับสปอร์ จมเป็นหลุมลงในผิวใบด้านล่าง และนูนขึ้นที่ผิวด้านบน อับสปอร์ล้อมรอบด้วยใย paraphyses
รายงานพบอยู่ทางภาคใต้ในบ้านเรา และเฟินชนิดนี้กระจายพันธุ์ อยู่ในไทย มาเลย์ สุมาตรา ไปถึง นิวกีวนี
![Goniophlebium molle [Image: P. Na-ngern (p_patiharn@hotmail.com)]](molle.jpg)