> POLYPODIACEAE > Microsorum || < Back

สกุล Microsorum
วงศ์ POLYPODIACEAE


เฟินในสกุลนี้ เป็นเฟินจากป่าเขตร้อน มีขนาดตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ มีทั้งที่เป็นเฟินดิน เฟินเกาะอาศัย บางชนิดอาศัยอยู่ในน้ำเป็นพืชน้ำตามหนองบึง ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยหรือรอเลื้อย บางชนิดมีต้นตั้งตรง ส่วนยอดของเหง่า ปกคลุมแน่นด้วยเกล็ด แบบก้นปิด สีน้ำตาลถึงสีดำ เป็นแซลล์แบบผนังหนามองเห็นได้ชัดเจน เหง้าเป็นข้อ ในบางชนิดอาจมองเห็นก้านใบไม่ชัด เพราะโคนใบอยู่ติดกับเหง้า บางชนิดก้านใบกลม บางชนิดก้านใบมีครีบ ตัวใบ เป็นชนิดใบเดี่ยว ขอบเรียบ บางชนิดเป็นแฉก หรือเป็นใบประกอบขนนก อับสปอร์ เป็นรูปถ้วยกลมถึงรูปรี ปกติมีขนาดเล็ก กระจายอยู่ทั่วหลัง มีน้อยมากที่อับสปอร์อยู่ติดกัน ไม่มีเยื่ออินดูเซีย และไม่มีเยื่อ paraphyses

ในบ้านเราพบหลายชนิดและน่าสนใจ และยังมีหลายชนิด ที่มาจาก ตปท. ตัวอย่างของเฟินในสกุลนี้ได้แก่


Microsorum
siamensis Boonkerd

แววปีกแมลงทับสยาม

ช่วงประมาณปี 2543 มีผู้ค้นพบเฟินใหม่ในสกุล Microsorum ที่ใบมีสีสันแบบ M. thailandicum
และต่อมาปัจจุบัน ได้รับการรองรับอย่างเป็นทางการแล้วว่า เป็นเฟินชนิดใหม่ของโลก เมื่อเดือนกันยายน 2548 ที่ผ่านมา
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่หน้านี้ [More]



Microsorum thailandicum
[ Image : HK @ Hong Kong ]
Microsorum thailandicum T. Boonkerd & Noot.
ชื่ออื่น : เฟินแววแมลงทับ
เป็นเฟินที่เพิ่งค้นพบ เมื่อปี 2537 และเพิ่งได้ชื่ออย่างเป็นทางการ เมื่อ ม.ค. 45 โดย ท่านอาจารย์ รศ.ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด อ่านประวัติการค้นพบ ใน บทความพิเศษ : ไทยพบเฟิร์นชนิดใหม่ในโลก "แววปีกแมลงทับ"
( นสพ. เดลินิวส์ 11 พ.ค. 2545)

[ Image : Moo@Ban Pong]
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัยอยู่ตามหน้าผาหินปูนที่ค่อนข้างชื้นสูง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง แต่ได้รับแสงสว่างพอสมควร ราว 50% ลักษณะทั่วไป มีเหง้าเลื้อยสั้น ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ปลายแหลม บางใบปลายแยกเป็นแฉกตัว U ใบหนาและค่อนข้างแข็ง สีเขียวเข้มเหลือบน้ำเงิน เป็นมันวาว สีคล้ายสีของปีกแมลงทับ

อับสปอร์สีน้ำตาลแดง กระจายไม่เป็นระเบียบอยู่ด้านหลังใบ ไม่มีเยื่ออินดูเซียปิดคลุม
การปลูกเลี้ยง ชอบแสงรำไรและความชื้นสูง ใช้วัสดุปลูกระบายน้ำดี อาจปลูกติดตอไม้ หรือปลูกติดหินปูนและให้มีมอสขี้นด้วย ก็สวยงามมาก

เฟินนี้บางคนเรียก ปีกแมลงทับ ซึ่งซ้ำกับ ปีกแมลงทับ (ไทย)ในสกุล Egenolfia และปีกแมลงทับ (ชื่อทางการค้า) Dryopteris sp.

อ่านเรื่อง ไทยพบเฟิร์นชนิดใหม่ของโลก "แววปีกแมลงทับ"



Microsorum pteropus (Bl) Copel
ชื่อสามัญ : Java Fern
ชื่ออื่น : กูดหางนกกะลิง


กูดหางกะลิง เกาะอยู่บนก้อนหินริมลำธารน้ำในธรรมชาติ


Microsorum pteropus
เฟินชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดใน SE Asia พบทั่วไปในป่าเกือบทุกภาค ยกเว้นอีสานกลางและอีสานใต้ มักพบเกาะอยู่กับก้อนหินริมลำธาร หรือตอไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำ นิยมนำมาปลูกประดับสวนในตู้ปลาสวยงาม ปลูกเลี้ยงง่าย ต้องการแสงปริมาณไม่มาก
ใบบ้านเรา พบที่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก พะเยา พิษณุโลกเลย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา ปราจีน นครนายก ชลบุรี จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พังงา สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง ปัตตานี

ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยยาว และแตกกิ่งสาขา เหง้าสีเขียว อวบน้ำ ขนาดราว 3-5 มม. ปกคลุมด้วยรากเส้นเล็กละเอียดสีดำ เกาะอยู่กับก้อนหินหรือตอไม้ ข้างเหง้ามีขั้วหรือข้อต่อของใบแก่ที่หลุดร่วงไป ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอกยาว ปลายสอบแหลม โคนใบแหลม ไม่เห็นก้านใบชัด ใบที่มีสปอร์กับไม่มีสปอร์ รูปร่างไม่แตกต่างกัน

อับสปอร์เม็ดกลม เกิดใต้ใบไม่เห็นเยื่อหุ้มอินดูเซีย สปอร์จัดเรียงตัวอยู่ระหว่างช่องว่าง เส้นใยใบย่อย



[ Image : Bank@BKK]
Microsorum musifolium
ชื่ออื่น : เฟินลายตาข่าย
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินเกาะอาศัย เลี้ยงง่ายและสวยงามอีกชนิดหนึ่ง
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเหง้าสีเขียว เลื้อยสั้น ออกใบถี่ เหง้ามีขนหรือเกล็ดสีน้ำตาลเข้มหรือดำปกคลุม

[ Image : HK@Hong Kong ]


ใบ สีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม เป็นใบเดี่ยว รูปร่างคล้ายดาบยาว ยาวได้ถึง 3-4 ฟุต หากอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ใบหนาและแข็งเป็นมัน มีลายเส้นใบแบบร่างแห เห็นชัดเจน สวยงามมาก
สร้างสปอร์เมื่อปลูกบนภูเขา ถิ่นกำเนิดในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย นิวกีวนี นำเข้ามาปลูกเลี้ยงในบ้านเรา โดย มล. จารุพันธ์ ทองแถม เป็นผู้นำเข้ามา โดย ศ. ฮวน วีปานโช เอื้อเฟื้อให้มา

การปลูกเลี้ยง : ปลูกเลี้ยงง่าย สามารถปลูกในกระถางตั้งหรือแขวนก็ได้ ต้องการแสงแดดรำไร ใช้เครื่องปลูกหยาบ ระบายน้ำดี และความชื้นในอากาศสม่ำเสมอ และอากาศถ่ายเทสะดวก การให้น้ำมากเกินไปในเครื่องปลูก จะทำให้ระบบบรากหายใจไม่สะดวก ขอบใบจะไหม้แห้งและโตช้า

การขยายพันธุ์ : เพาะสปอร์ หรือแยกเหง้าออกไปปลูก

 


Microsorum crassifolium
ชื่ออื่น : เฟินลายหนังงู

เฟินชนิดนี้คล้ายเฟินลายตาข่าย P. musifolium มาก แต่ใบแคบมากว่า ลวดลายบนใบไม่เด่นชัดเท่า ใบหนาและเขียวเข้มเป็นมัน ถิ่นกำเนิดในคอสตาริกา อเมริกากลาง อาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่

เฟินชนิดนี้ ต้นใหม่ที่เกิดจากสปอร์ มีลักษณะที่กลายพันธุ์ออกไปเป็บ ใบหลายแบบ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าถัดไป [ More เพิ่มเติม ]


Microsorum Microsorum punctatum (Linn) Copel
ชื่ออื่น : หางนกหว้า ลิ้นผีไม้ ปรือไม้ กระปรอกหางสิงห์ เฟินปีกนก

เฟินหางนกหว้า ปลูกเลี้ยงง่าย โตเร็ว ประดับสวนได้ดี ดูเป็นธรรมชาติ บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเฟินข้าหลวงเลื้อย
เฟินชนิดนี้ มีสายพันธุ์ย่อย หรือชนิดที่กลายพันธุ์อีกหลายต้น เช่น เฟินเขากวาง Climbing Bird's Nest, เฟินฟันเลื่อย Serrarum เป็นต้น

เฟิรชนิดนี้ กลายพันธุ์เป็นใบแปลกๆ ได้หลากหลายชนิดเช่นกัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าถัดไป [ More เพิ่มเติม ]


Microsorum superficial (Bl.) Ching, Bull. Fan Mem.
Syn. Name : Polypodium superficiale
เฟินชนิด เป็นเฟินเกาะอาศัย อยู่ตามต้นไม้ในป่าดิบเขา ที่มีสูงมากและความชุ่มชื้นตลอดปี กระจายพันธุ์อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ลงมาถึงมาเลเซีย
ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าเถาเลื้อยยาว ใบออกห่าง มีขนหรือเกล็ดปกคลุมประปราย
ก้านใบ ยาว ผอมเรียว มีครีบเล็กๆ บริเวณใกล้โคนใบ โคนก้านมีขนปกคลุม
ใบ เป็นรูปหอก ช่วงกลางกว้างสุด สอบแคบไปทางปลายใบและโคนใบ ปลายใบแหลมแหลมเป็นติ่ง โคนสอบตัด ขอบใบเรียบ เส้นแกนใบด้านล่างนูนขึ้นชัดเจน เส้นใยใบมองเห็นไม่ชัดเจน

นอกจากที่ได้กล่าวในตอนต้นแล้ว เฟินในสกุลนี้ ที่มีรายงานการค้นพบในบ้านเราชนิดอื่นอีก ได้แก่ :

  • M. zippelli (Bl) Ching พบที่ เชียงใหม่ เชียงราย เลย นครราชสีมา
  • M. dilatatum (Bledd.) Sledge เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ เลย จันทบุรี นครศรีธรรมราช
  • M. heterocarpum (Blume) Ching ตรัง
  • M. membranaceum (D.Don) Ching เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก จำนวนโครโมโซม n=72
  • M. superficale (Blume) Ching พบที่ เชียงใหม่ พิษณุโลก เลย
  • M. cuspidatum (D. Don) Tagawa
  • M. rubidum (Kunze) Copel.
  • M. nigrescens (Blume) Copel.
  • M. scolopendria (Burm.f.) Copel.

ไทยพบเฟิร์นชนิดใหม่ของโลก "แววปีกแมลงทับ"
นสพ. เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2545

นักพฤษศาสตร์ไทย ค้นพบเฟิร์นชนิดใหม่ "แววปีกแมลงทับ" ในจังหวัดชุมพร ย้ำ กว่าจะได้รับการยอมรับต้องถกกับนักพฤษศาสตร์ต่างชาติอยู่หลายปี ขณะที่ข้อมูลด้านพรรณพืชอยู่ในแถบยุโรปเสียส่วนใหญ่ แจงปัญหา การศึกษาพรรณไม้ในเมืองไทยขาดคู่มือตรวจหาชื่อพรรณไม้ และตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบเป็นอุปสรรคในการศึกษา


Microsorum thailandicum T.boonkerd & Noot.

รศ.ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด อาจารย์จากภาควิชาพฤษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ศช.) ผ่านโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (Biodiversity Research and Training Program) "BRT" เปิดเผยหลังการค้นคว้าอยู่ 9 ปีว่า มีการค้นพบเฟิร์นชนิดใหม่ในสกุล Microsorum ซึ่งรู้จักกันในนาม เฟิร์นแววแมลงทับ" ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ได้ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการด้านอนุกรมวิธานพืช "Blumea" โดยมี Dr. Ham P. Nooteboom นักพฤษศาสตร์ ชาวเนเธอร์แลนด์ ร่วมตั้งชื่อ ใช้ชื่อว่า Microsorum thailandicum T. Boonkerd & Noot. พบเฟิร์นชนิดบริเวณภูเขาหินปูน ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งมีผู้นำมาขายเป็นครั้งแรกที่ตลาดต้นไม้สวนจตุจักร เมื่อได้ดูจึงเห็นว่าเป็นเฟิร์นชนิดใหม่ จึงได้สอบถามจากคนที่นำเฟิร์นมาขายและเริ่มลงพื้นที่สำรวจทันที

"กว่าจะสรุปได้ว่า เป็นเฟิร์นชนิดใหม่ มีการถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักพฤษศาสตร์ชาวต่างประเทศหลายครั้ง นักพฤษศาสตร์กลุ่มนั้นบอกว่า เฟิร์นชนิดนี้ไม่ใช่เฟิร์นชนิดใหม่ของโลก แต่ผมยังคิดว่า เป็นชนิดใหม่ จึงได้ทำการศึกษาต่อเนื่องเรื่อยมา จนในที่สุดได้ติดต่อกับ Dr. Hans P. Nooteboom จากพิพิธภัณฑ์ไลเคน ซึ่งเป็นสถาบันที่ศึกษาและทำวิจัยเรื่องเฟิร์นมากที่สุดในโลกสถาบันหนึ่ง และผมได้ยืนยันไปทางพิพิธภัณฑ์ว่า เฟิร์นที่พบนั้น เป็นเฟิร์นชนิดใหม่ พร้อมกับตั้งชื่อ เมื่อปลายปี 2544 จึงได้รับการตีพิมพ์ผลงานที่ได้ค้นพบออกมา"

รศ.ดร. ทวีศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า เท่าที่ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเรื่องเฟิร์นอย่างต่อเนื่องมาเกือบ 30 ปี พบว่าปัญหาหลักคือ เวลาที่เราได้ตัวอย่างพืชชนิดใดขึ้นมาและมีการตรวจหาชื่อ มีปัญหาหลักคือ ขาดคู่มือที่จำเป็นในการตรวจหาชื่อพืชชนิดนั้น ซึ่งไม่ได้เกิดเฉพาะแต่การค้นคว้าเรื่องของเฟิร์นเท่านั้น นักพฤษศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับพืช ก็ประสบปัญหาลักษณนี้เสมอ เหตุที่เราขาดคู่มือที่จำเป็นในการตรวจหาชื่อพรรณไม้นั้นเป็นเพราะเราขาดงลประมาณในการจัดทำ

"การตั้งชื่อพรรณพืชชนิดใหม่ที่ค้นพบได้นั้น เราจะดูจากคู่มือตรวจหาชื่อพรรณไม้ของประเทศไทย และของประเทศอื่นๆ ถ้าไม่สามารถตรวจหาได้ เนื่องจากมีลักษณะไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในคำบรรยายลักษณะ ก็คาดว่าจะเป็นชนิดใหม่ของโลก ซึ่งขั้นตอนต่อไป คือ จะต้องศึกษาพรรณไม้ต้นแบบของชนิดที่มีลักษณะใกล้เคียง ที่มีการค้นพบและศึกษามาแล้ว เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบว่า เหมือนหรือต่างจากพรรณไม้ชนิดใหม่ที่เราค้นพบ ถ้าไม่เหมือนกับพรรณไม้ต้นแบบ ถือว่าพรรณไม้ชนิดใหม่ได้ถูกค้นพบขึ้น ปัจจุบันพรรณไม้ต้นแบบของไทยและประเทสเพื่อนบ้านจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์พืชในยุโรปเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นการยากต่อการศึกษาเมื่อเทียบกับนักพฤกษศาสร์ชาวต่างชาติในยุโรป เขามีโอกาสศึกษาทางด้านพฤกษศาสตร์ได้มากกว่าเรา แม้ว่าพืชชนิดนั้นจะค้นพบจากบ้านเราก็ตาม

ผมต้องเดินทางไปที่พิพิธภันฑในประเทศอังกฤกษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก เพื่อศึกษาเรื่องของเฟิร์นหลายครั้ง เนื่องจากพิพิธภัณฑ์พืชเหล่านั้นมีพรรณไม้เขตร้อนบ้านเราเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะในอดีตการศึกษาพรรณไม้ได้เริ่มต้นศึกษาโดยชาวยุโรป ข้อมูลและตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบจึงอยู่ในยุโรปเสียส่วนมาก เช่น ที่พิพิธภัณฑ์พืชคิว ประเทศอังกฤษ พิพิธภันณฑ์พืชปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพธภันณฑ์พืชไลเคน ประเทศเนเธอร์แลนด์"

รศ.ดร. ทวีสักดิ์ กล่าวถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของพรรณพืชสกุลเฟิร์นว่า อยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้มีการส่งออกขายยังต่างประเทศกันมาก ขายครั้งหนึ่งๆ เป็นพันๆ กำ ตลาดในเมืองไทยที่ส่งเฟิร์นออกนอกประเทศอยู่ที่ตลาดต้นไม้สวนจตุจักร ทุกวันนี้ประเทศไทยมีการควบคุมห้ามขายพรรณพืชป่าแบบกว้างๆ โดยองค์การไซเตสประเทศไทย ซึ่งกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่ดูแลอยู่ แต่ไม่ทุกสกุล พืชสกุลเฟิร์นที่ควบคุมอยู่ตอนนี้ คือ มหาสดำ ระบุห้ามมีการซื้อขายเฟิร์นมหาสดำ ขณะที่ยังมีเฟิร์นอีกหลายชนิดที่ไม่ได้ควบคุม มีแนวโน้มจะหมดไป เพราะคนที่ซื้อไปปลูกไม่มีความเข้าใจ เมื่อนำไปเลี้ยง เฟิร์นอาจจะตาย......"

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

> POLYPODIACEAE > Microsorum || < Back