|| back

Platycerium coronarium (J.G. Koen.ex. Muell) Desv.
ชื่อสามัญ : Disk Staghorn, Crown Staghorn
ชื่ออื่น : สายม่าน สายวิสูตร (ชื่อทางการค้าใน กทม.) กระจาด กระปรอกกระจาด (ชลบุรี) กระปรอก (ใต้) หัวสีดา ห่อข้าวสีดา หัวอีโบ(อีสานใต้และตะวันออก) Paku langsuyar หรือ Semun bidari (Malay).

[Image : Duang99 ]
Coronarium (อ่าน cor-o-nar-i-um คอ-โร-นา-ริ-อัม) มาจากคำว่า Corona หรือ Crown ที่แปลว่า มงกุฏ เป็นชื่อของ ชายผ้าสีดาชนิดนี้ ที่เรียกตามลักษณะของใบกาบ (sterlie frond) ที่ชูตั้งขึ้นและเป็นหยักลึกที่ปลาย มองดูคล้ายมงกุฏ มีขนาดใหญ่

เฟินชายผ้าสีดาชนิดนี้ ในต่างประเทศย่องยกให้เป็นชายผ้าสีดาชนิดที่สวยงามที่สุดในโลก

ถิ่นกำเนิดอยู่ในอาเซียน ในธรรมชาติมักพบเกาะอาศัยอยู่ตามลำต้นไม้ใหญ่ ู่ในป่าโปร่ง ที่ระดับความสูงปานกลางจากระดับน้ำทะเล กระจายพันธุ์อยู่ใน ไทย ลาว เขมร มาเลเซีย พม่า เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ในบ้านเราพบมากทางภาคตะวันออกและภาคใต้ หนองคาย นครพนม อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ภาคใต้ พบตามสวนยางและป่าดิบชื้นที่ กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก๊ต นครศรีธรรมราช ยะลา สตูล

ลักษณะทั่วไป : ทั่วทั้งต้นสีเขียวอมเหลือง ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อย ปลายยอดเหง้าปกคลุมด้วยเกล็ดเป็นแผ่นบาง สีน้ำตาล เจริญเติบโตออกใบใหม่ตลอดทั้งปี และโตเร็วมาก หากได้รับแสงและความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ เหง้าสามารถแตกกิ่งตายอดใหม่ได้


[ Image : Blue Jay@BKK ]
ใบกาบ sterile or shield frond : ตอนบนชูตั้งขึ้นเป็นตะกร้า ใบเป็นแผ่นกว้าง หนา ผิวเป็นเงามัน ขนที่ผิวใบมองเห็นไม่ชัด แผ่นใบสีเขียวอ่อน ตอนล่างห่อหุ้มเหง้าและระบบรากแน่น แผ่โอ้มอ้อมไปทางด้านหลัง แผ่นใบหนาได้ถึง 1.5 ซ.ม. ส่วนใบด้านบนหยักลึกเป็นแฉกคู่ ไม่เป็นระเบียบ ปลายยอดแฉกมนกลม เส้นใบหลักแตกแขนงเป็นคู่ๆ และนูนทั้งสองด้านของผิวใบ เส้นใบย่อย จรดโค้งเข้าหากัน มองเห็นไม่ชัด

[ Image : J-Nok ]
ใบกาบชูตั้งขึ้นเป็นตะกร้า เพื่อดักเศษใบไม้ ลูกไม้และเศษอินทรีย์วัตถุสำหรับเก็บสะสมไว้ใช้เ็ป็นอาหารเลี้ยงต้น

ใบชายผ้า fertile frond : โคนใบออกมาเป็นก้านผอม แล้วแฉกเป็นกิ่งสาขาเป็นคู่หลายครั้ง ปล่อยทิ้งตัวห้อยย้อยลงมาเป็นริ้วสลวย อาจยาวได้ถึง 3 ม. มองดูเหมือนสายม่าน หรือตาข่าย ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่สังเกตุได้ชัด การแตกกิ่งช่วงบนแตกเป็นคู่สาขา มักยาวพอๆ กัน แต่ช่วงปลายอาจยาวไม่เท่ากัน ขอบใบเรียบ เส้นใบแตกกิ่งสาขาเป็นคู่ ปูดนูน แต่เส้นใบย่อยสังเกตุเห็นได้ไม่ชัด

อับสปอร์ : เกิดเป็นพืดในอวัยวะคล้ายถ้วย งอกจากโคนของใบชายผ้า เมื่อสปอร์แก่เต็มที่ จะปล่อยสปอร์ร่วงไปพร้อมๆ กันในคราวเดียวทั้งหมด

เฟินชายผ้าสีดา P. coronarium สังเกตุดูที่ใบชายผ้า จะมีลักษณะที่แตกต่างกันในแต่หลายๆ ต้น ซึ่งพอจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ อย่างไม่เป็นทางการ คือ กลุ่มใบชายผ้าเป็นริ้วแบนและกว้าง กลุ่มนี้พบทางภาคใต้ กลุ่มใบชายผ้าเป็นริ้วแคบ-สั้น และกลุ่มชนิดแคบ-ยาว กลุ่มหลังนี้มักพบแถบภาคตะวันออก คาดว่า เป็นลักษณะที่แตกต่างกันตามถิ่นกำเนิด


[ Image : J-Nok ]

การปลูก : เป็นเฟินสามารถปรับตัวได้ดีกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง การนำมาปลูกเลี้ยงจึงไม่ยาก ปลูกเป็นไม้เกาะอาศัย ชอบแสงสว่างปานกลาง และความชุ่มชื้นสูง ไม่ชอบน้ำปริมาณมาก จึงไม่ควรเอาไว้ในที่ร่มจัด โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน หากได้รับน้ำมากเกินไป ไม่มีช่วงที่ระบบแห้งบ้าง จะทำให้เน่าได้ง่าย และไม่ทนต่อสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 19 องศา C

การให้ปุ๋ย เพียงเศษใบไม้ผุที่หล่นร่วงลงไปในใบชายผ้า ก็เพียงพอแล้ว แต่หากจะให้ปุ๋ยเพิ่ม ควรใช้ปุ๋ยอ่อนๆ เช่น ปุ๋นละลายน้ำจางๆ ฉีดพ่น หรือใส่ปุ๋ยเม็ดปุ๋ยคอกข้าไปในใบกาบใบตระกร้าเล็กน้อย

การขยายพันธุ์ : แยกหน่อต้นใหม่ หน่อใหม่ที่เกิดจากการแตกกิ่งสาขาของเหง้าจากต้นแม่ (ไม่ได้เกิดจากปลายราก) ซึ่งจะงอกออกมาโตในระนาบเดียวกับต้นแม่ คือ เกิดข้างซ้ายหรือขวาของต้นแม่ หรือขยายพันธุ์จากสปอร์ ซึ่งสปอร์ของชายผ้าสีดานี้ เมื่อแก่ สปอร์จะหลุดร่วงออกไปทีเดียงอย่างรวดเร็ว หากต้องการเก็บสปอร์แก่เอามาเพาะขยายพันธุ์ ต้องคอยดูอยู่ตอลด บางครั้งเผลอลืมดูไป สปอร์ปลิวหายไปหมด บางคน เอาถุงพลาสติคมาห่อถ้วยสปอร์และมัดหนังยางเอาไว้ก่อนสปอร์แก่ ก็มี

|| back