|| back


Platycerium grande
ชื่อสามัญ : Staghorn fern
ชื่ออื่น : Capa de leon (ฟิลิปปินส์) กระโปรงสีดา

ชายผ้าสีดา P. grande (แกรน-เด หรือ แกรด-ดา) มีถิ่นกำเนิดในพิลิปปินส์ และหมู่เกาะนิวกีวนี มักพบเกาะอยู่ตามต้นไม้ในป่า ที่ระดับความสูงไม่มากนัก ไปจนถึงที่ระดับ 500 ม. ที่ประเทศฟิลิปปินส์ จัดให้เป็นเฟินที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากสภาพป่าธรรมชาติถูกทำลายไปมาก เพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ถางป่าเพื่อทำการเกษตร โดยเฉพาะสวนปาล์มน้ำมัน
P. grande เป็นชายผ้าสีดาที่มีขนาดใหญ่ ใบกาบ กว้างได้ถึง 4-5 ฟุต และใบชายผ้ายาวได้ถึง 3 ฟุต เป็นชนิดต้นเดี่ยว ไม่แตกหน่อต้นอ่อน จึงขยายพันธุ์จากสปอร์เท่านั้น

P. grande ลักษณะต้น คล้าย กระเช้าสีดา P. holttumii, P. superbum, และ P. wande โดยเฉพาะเมื่อต้นยังเล็กจะสังเกตแยกชนิดได้ยาก

โคนของใบกาบ เจริญเป็นแผ่นจียย่น ปิดคลุมยอดเหง้าและใบอ่อนใหม่
ลักษณะทั่วไป : เป็นเฟินขนาดใหญ่ มีเหง้าเป็นแท่งกลมยาว ปลายยอดเหง้าปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาลแดง ตัวเหง้าฝังจมอยู่ในระบบรากและใบกาบเก่าที่ซ้อนทับกัน
ใบกาบ sterlie frond : ใบกาบ เป็นแผ่น ชูตั้งขึ้นเป็นตระกร้าหรือมงกุฏ

ใบเป็นแผ่นบาง ผิวใบ สีเขียวอ่อน ปกคลุมแน่นด้วยขนรูปดาว สีของเส้นลายใบ กลมกลืนกับผิวใบ หรือเข้มกว่าเล็กน้อย ส่วนล่างชองใบกาบ ขอบกลม ริมขอบหยักเว้าตื้นๆ เจริญแผ่หุ้มระบบรากและซ้อนทับใบกาบเก่าเป็นชั้นๆ และโอบรัดสิ่งที่ยึดเกาะ ที่โคนใบใกล้ตายอด เป็นจีบพับย่นปิดคลุมยอดเหง้าและใบอ่อนใหม่ มองเห็นเส้นใบหลัก ปูดนูนขึ้นมาจากผิวใบ ดูเหมือนเป็นกระดูกใบ
ส่วนบนของใบกาบ เจริญแผ่ตั้งขึ้น ที่ขอบปลายบน หยักเป็นแฉกลึก 2-3 ครั้ง ไม่เป็นระเบียบ เส้นใบหลักปูดนูนอย่างเห็นได้ชัด ที่ปลายแฉกด้านบน บางต้น (ส่วนมาก) เป็นแฉกผอมเรียวยาว ปลายมน ในบางต้น ปลายมน หรือปลายบานออกเป็นรูปไข่คว่ำ


โคนใบ เส้นใบหลักปูดนูนขึ้นมาจากผิวใบ
เหมือนเป็นกระดูกใบ เห็นได้ชัดเจนเมื่อต้นโต
จากลักษณะของใบกาบบางเช่นนี้ ทำให้ทราบได้ว่า P. grande มีถิ่นกำเนิดในป่าที่มีความชุ่มชื้นสูงตลอดทั้งปี จึงไม่จำเป็นต้องสร้างกาบใบหนา เพื่อสำรองน้ำและความชื้นสำหรับหน้าแล้ง
ใบชายผ้า fertile frond : ใบชายผ้าเป็นแผ่นทิ้งห้อยมา มีแผ่นสปอร์ 2 ชุด ที่ระดับเดียวกัน

ใบชายผ้า แผ่นใบเนื้อบาง สีเขียวอ่อน ผิวใบปกคลุมด้วยขนรูปดาว ก้านใบสั้น ช่วงโคนใบแคบ แผ่กางออกสู่ปลาย ช่วงกลางแบ่งเป็นแฉก แยกใบออกเป็น 2 ชุด ลักษณะเหมือนกัน แต่ละชุด เป็นแผ่น ปลายบานออก ที่ขอบตรงกลางเว้าและแผ่กางออก เป็นบริเวณที่เกิดสปอร์ด้านใต้ใบ และที่มุมแต่ละข้างเป็นแฉก ยอมเรียวยาว และแฉกลงไปได้อีกหลายชั้น
ในแต่ละปี จะมีใบชายผ้าออกมา 1 รุ่น เท่านั้น


ใบชายผ้า แต่ละใบ มีกลุ่มสปอร์ 2 ชุด อยู่ที่ระดับเดียวกัน
อับสปอร์ : กลุ่มสปอร์ อยู่ติดกันเป็นแผ่น ใต้ใบ แต่ละใบจึงมีกลุ่มสปอร์้ 2 ชุด และอยู่ที่ระดับเดียวกัน

การปลูกเลี้ยง : P. grande ต้องการความชื้นในอากาศสูง ให้น้ำพอมีความชื้นและมีช่วงแห้งสลับกันไป เพื่อป้องกันการให้น้ำเกิน ควรพ่นละอองน้ำ แบบฝนตก ให้เปียกไปทั้วทั้งต้น โดยไม่กรอกรน้ำเข้าไป ที่ด้านหลังของใบ ควรจัดให้ได้แสงสว่างมากพอสมควร ถึงแดดครึ่งวัน
P. grande เจริญเติบโตขยายขนาดได้เร็วมาก และเติบโตตลอดปี ไม่มีช่วงพักตัว หากได้รับความชื้นสม่ำเสมอ ดังนั้นจึงควรจัดให้มีบริเวณเพื่อยึดเกาะได้กว้างสักหน่อย
สามารถปลูกเกาะติด ต้นไม้ ติดแผ่นกระดานไม้ ติดฝาผนัง ติดเสาอิฐ ก็สามารถทำได้

การขยายพันธุ์ : เป็นเฟินต้นเดี่ยว ไม่แตกหน่อ ต้องเพาะจากสปอร์เท่านั้น
Prothallus และ Sporophytes กินน้ำเก่ง ต้องหมั่นเติมน้ำให้บ่อยกว่า เมื่อเทียบกับ species อื่น
Sporophytes เจริญเติบโตเร็วมาก หากได้รับแสงแดดและความชื้นเพียงพอ

ชายผ้าสีดา P. grande มีความสัมพันธุ์ใกล้ชิดกับ P. holttumii, P. wande และ P. superbum ซึ่งมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมาก ทำให้สับสนได้บ่อย จุดที่ชัดที่สุด พิจารณาจากใบชายผ้าเป็นจุดสังเกตุ ดังนั้น สำหรับผู้ปลูกเลี้ยงทั่วไป เพื่อประดับสวนสวยงาม อาจเลือกเพียงชนิดใดชนิดหนึ่งก็เพียงพอแล้ว เว้นแต่ต้องการสะสมสายพันธุ์ต่างๆ

|| back