|| back

Platycerium madagascariense
 
Platycerium madagascariense (อ่านว่า มา-ดา-กัส-คา-ริ-เอน-เซ) เป็นไม้พื้นเมืองและเฉพาะถิ่นของ Madagascar
ที่สามารถเติบโตในป่าฝนเขตร้อน ด้านตะวันออกของเกาะ ที่เกาะมาดากัสการ์ หากแบ่งพื้นที่เกาะด้านตะวันของเกาะ ตามปริมาณฝน จะแบ่งได้เป็น 3 ส่วนคือ ตอนเหนือสุด ตอนกลางและตอนใต้ล่าง ปริมาณน้ำฝนแต่ละพื้นที่ มีมาก ปานกลาง และฝนน้อย ตามลำดับ
และ ถิ่นกำเนิดของ P. Madagascariense อยู่บริเวณพื้นที่ตอนกลาง เฟินชายผ้าสีดาชนิดนี้ ในธรรมชาติมักพบเกาะอยู่บนต้นไม้สูง ใต้เรือนพุ่มของต้นไม้ที่มันเกาะ ทำให้ได้รับอากาศถ่ายเทได้ดี และได้แสงแดดปานกลาง เนื่องจากไม่ชอบปริมาณน้ำมาก ลมพัดถ่ายเทสะดวก ช่วยระเหยน้ำส่วนเกินที่มันไม่ต้องการออกไปได้เร็ว
ในสภาพธรรมชาติที่เกาะมาดากัสการ์ มักพบ P. madagascariense เกาะอาศัยบนต้นไม้ อยู่รวมกับมด และกับกล้วยไม้ ที่ชื่อ Cymbidiella rhodochila
ใบกาบ sterild frond : โตแผ่หุ้มกลมเป็นลูกบอล ขอบใบด้านบนไม่ชูตั้งขึ้นเป็นตะกร้า เนื้อใบหนา ผิวใบยับย่อน ปูดนูนตามเส้นใบ และระหว่างเส้นใบเป็นหลุมจมลง ดูเหมือน waffle และมากกว่าชายผ้าสีดาชนิดอื่นๆ ภายในใบกาบเป็นรูพรุน เหมือนกับ กระเช้าเขากวาง P. ridleyi ใบอ่อนใหม่ที่ออกมา เนื้อใบบาง สีเขียวอ่อน เมื่อโตเต็มที่ แผ่คลุมใบกาบเก่า ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม ใบที่ห่อกลมเป็นลูกบอลนี้ แสดงว่า ใบไม่ได้ทำหน้าที่คอยดักน้ำ เศษใบไม้ หรือลูกไม้ หรืออินทรีย์วัตถุที่ตกหล่นลงมาจากข้างบน เพื่อสะสมเอาไว้เป็นอาหารแบบชายผ้าสีดาชนิดอื่น
ลักษณะของใบกาบและระบบรากของ P. madagascariendse จะคล้ายกันกับ P. ridleyi แม้ว่า ใบกาบของ P. rudleyi ไม่ยับย่นเท่า แต่บอกให้รู้ว่า การดำรงชีวิตและถิ่นที่อยู่อาศัยมีสภาพแวดล้อมคล้ายกัน
ลักษณะใบกาบที่ยับย่นและใบออกซ้อนทับกันแบบนี้ ทำให้ภายในใต้ใบกาบเป็นรูโพรง และ เป็นที่อยู่อาศัยได้ดีของมดและแมลงหลายชนิด ซึ่งเป็นการอยู่อาศัยร่วมกันแบบพึ่งพาและได้ประโยชน์ร่วมกัน

สังเกตที่บริเวณรอบๆ ตายอดที่ใบงอกออกมา โคนใบกาบพัฒนาเป็นจีบยับย่นหุ้มตายอดไว้ เพื่อทำหน้าที่ปกป้องอันตราย
ใบชายผ้า fertile frond : เป็นแผ่นหนาและกว้าง รูปสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็นแฉกคู่ช่วงกลางใบ 1-3 ครั้ง แต่แฉกไม่ลึกมากนัก ปลายแฉกมนกลม
ผิวใบด้านหน้าเป็นเงามัน ไม่มีขนรูปดาวเหมือนชายผ้าสีดาชนิดอื่น ก้านใบสั้นมาก แผ่นใบบริเวณโคน เส้นใบปูดนูนเป็นสันขึ้น และระหว่างเส้นใบยุบจมลงในผิวใบด้านบน เส้นใบแตกกิ่งสาขาเป็นคู่และมีเส้นใบย่อยจรดโค้งเข้าหากัน บริเวณกลางใบ ถึงปลายใบ เส้นใยใบเป็นร่างแหห่าง และกลับจมลงในผิวใบอย่างเห็นได้ชัด ต่างกับที่โคน ที่เส้นใบปูดนูนขึ้น ปลายใบแฉกเป็นคู่ๆ 1-3 ครั้ง แต่ละแฉกเป็นแผ่นกว้าง สุดปลายแฉก เป็นมนกลม ขอบใบม้วนกับลงเข้าหาด้านหลังใบ
ส่วนด้านหลังใบมีขนรูปดาวปกคลุมแน่น มองเส้นใบได้ชัด และจมลงในผิวใบเช่นกัน
ในแต่ละปีจะออกใบชายผ้า 1-2 รุ่น และสลัดทิ้งเมื่อใบแก่ จึงทำให้ต้นส่วนมาก จะมีใบชายผ้าติดอยู่ให้เห็นเพียง 2-3 ใบ

กลุ่มสปอร์ : อับสปอร์เกิดติดกันเป็นแผ่น ใต้ใบชายผ้า บนพื้นที่ตั้งแ่ต่ปลายใบไล่ไปถึง 3/4 ของความยาวใบ ก่อนถึงโคนใบ
เมื่อสปอร์ยังไม่แก่ มีเยื่อ paraphyset ปิดคุลมอับสปอร์ไว้ เมื่อสปอร์แก่ เยื่อนี้จะหลุดร่วงออกไป และปลดปล่อยสปอร์ปลิวออกไปจนหมด ในระยะเวลาไม่นาน

P. Madagascariense เจริญเติบโตเร็ว ต้นที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป จะเริ่มให้สปอร์รุ่นใหม่ต่อไป (อายุนับจากเริ่มเป็น Spนrophyte ที่เกิดจาก Gametophyte)

การปลูกเลี้ยง : พิจารณาจากถิ่นที่อยู่อาศัยของชายผ้าสีดาชนิดนนี้ จะทำให้ทราบได้ว่า ชอบอากาศเย็นสบาย และความชื้นในอากาศสูงมากกว่า 60% อากาศถ่ายเทสะดวก แต่ไม่ถึงกับเป็นลมพัดแรงจัด ต้องการน้ำสะอาด ยิ่งเป็นน้ำฝนได้ยิ่งดี เพราะไม่ชอบน้ำที่มีเกลือแร่ผสม การให้น้ำต้องระมัดระวังไม่ให้ระบบรากแฉะมาก จึงต้องใช้เครื่องปลูกที่ระบายน้ำดีและเก็บแต่ความชื้นได้นาน เช่น ใช้สแฟกนัมมอส หรือรากออสมันดา แต่หากปริมาณน้ำมากเกินไปจะทำให้ใบกาบเน่าเป็นสีดำเนื่องจากเชื้อรา

การขยายพันธุ์ : สามารถแยกหน่อใหม่ที่เกิดจากปลายราก หรือการเพาะจากสปอร์ การแยกหน่อใหม่ควรแยกเมื่อต้นโตเพียงพอ จึงจะเลี้ยงรอด ส่วนการเพาะจากสปอร์ ไม่แตกต่างกับเฟินอื่นทั่วไป สำคัญคือ ต้นที่ได้จากการเพาะสปอร์นี้ จะแยกออกมาเลี้ยง ควรมีีขนาดมากกว่า 2.5 ซ.ม.

P. "Horn's Surprise" เป็นลูกผสม P. Madagascariense x P. alcicorne

|| back