Acrostichum Stemmaria Palisot, Fl. Oware 3, t. 2. 1805
Platycerium aethiopictum Hook., Gard. Ferns, pl. 9. 1862
P. stemmaria var. Stemmaria |
P. stemmaria (อ่าน สะ-เตม-มา-ริ-เอ ) ชายผ้าสีดาชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดในตอนกลางของทวีปอัฟริกา
ในป่าฝนประเทศอูกันดาและอาฟริกาเขตร้อน ตะวันตก และตามหมู่เกาะในทะเลฝั่งตะวันตกของอัฟริกา |
ในธรรมชาติ P. stemmaria เกาะอาศัยอยู่บนต้นไม้สูงถึง 40 ม. ในป่าที่มีสภาพแวดล้อมความชื้นสัมพัทธ์สูง
65%-75% ได้รับแสงแดดรำไร อุณหภูมิไม่สูงนัก แต่หากอากาศแห้งและเย็น จะพักตัว หยุดการเจริญเติบโต
P. stemmaria สามารถแตกต้นอ่อนใหม่ที่ปลายราก หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้นดี
ลักษณะทั่วไป : P. stemmaria เป็นเฟินชายผ้าสีดาขนาดกลาง เหง้ามีเกล็ดผอมเรียว รูปหอก ปลายแหลม สีโทนแดง-น้ำตาล ตรงกลางเกล็ดเป็นแถบสีดำ แต่ดำไม่ถึงปลายสุดของเกล็ด ขอบเกล็ดมีขนละเอียดอยู่ประปราย |
 |
| ใบกาบ sterlie frond : ในต้นที่โตเต็มที่
ใบกาบทรงผอมสูง ขอบบนชูตั้งขึ้นเป็นตะกร้า ขนาด ยาวราว 40 ซ.ม. และกว้างราว 20 ซ.ม. ขอบด้านบนมนรี บานออกถึงห่อตัวเล็กน้อย ริมขอบบนเป็นลอนคลื่น ไม่แตกเป็นแฉกหรือหยัก
เนื้อใบบาง สีเขียวอ่อน และเส้นใบปูดนูนขึ้นจากผิวใบ ส่วนขอบด้านล่างกลม แผ่ห่อระบบราก ใบสีเขียวอ่อน เนื้อใบบาง มีขนรูปดาวประปราย เส้นใบปูดนูนขึ้นจากผิวใบ |

Rhizome scales
|
ปกติในแต่ละปี ใบกาบใหม่จะออกในช่วงต้นฤดูฝน และมักแห้งเป็นสีน้ำตาลอย่างช้าๆ เมื่อใบโตเต็มที่
และสามารถออกใบกาบได้ 1-2 ชุดต่อปี ขึ้นกับความชื้นในสภาพแวดล้อม |
จากลักษณะใบกาบที่เป็นเนื้อบางแบบนี้ทั้งใบ จึงทำให้ไม่สามารถช่วยเก็บน้ำเอาไว้ใช้ตอนหน้าแล้งได้ มันจึงพักตัวแห้งเหี่ยวเป็นใบแห้งสีน้ำตาลในช่วงฤดูแล้ง และจะแตกใบกาบชุดใหม่ออกมา เมื่อได้รับความชื้นจากฝนในฤดูถัด หรือหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสม่ำเสมอ ใบกาบจะไม่แห้ง และจะออกชุดใหมต่อเนื่อง่ซ้อนทับใบเดิม |
 |
ใบชายผ้า fertile frond : ชูทอดยาวออกมาแล้วค่อยๆ อ่อนโค้งห้อยทิ้งปลายลง ขนาดใบยาวถึง 50 ซ.ม. เป็นรูปสามเหลี่ยมฐานกว้าง หรืออาจเป็นรูปลิ่มแคบ ใบชายผ้าแตกแฉกเป็นคู่ 1 - 4 ชั้น จำนวนชั้นขึ้นกับขนาด อายุต้นและสภาพแวดล้อม |

Upper surface
of fertile frond
|
ที่ส่วนแฉกล่างสุดค่อยๆ สอบแหลม ปลายสุดมนถึงแหลม เนื้อใบหนา ผิวใบด้านบนเกือบเกลี้ยง ถึงเงามัน หรือมีขนรูปดาวประปราย ต่างกับผิวด้านใต้ใบปกคลุมแน่นเป็นปึกด้วยขนรูปดาวสีขาว |
ปกติใบชายผ้าจะออกช่วงปลายฤดูฝน ปีละ 1 ชุด (2 ใบ) และิมีอายุติดต้นอยู่นาน 2 ปีหรือกว่านั้น ก่อนที่จะแก่ร่วงหลุดไป และมักพบมีใบชายผ้าติดต้นอยู่ 1-2 ชุด (2-4 ใบ) หรือมากกกว่านั้น ทั้งนี้ ขึ้นกับสภาพแวดล้อมและความสมบูรณ์ของต้นด้วย |

beneath surface of fertile frond
|
| อับสปอร์ : เกิดใต้ใบชายผ้า อับสปอร์อยู่เป็นพืดติดกันเป็นแผง ที่บริเวณตำแหน่งเว้าของแฉกชั้นที่ 2 ดังนั้น แต่ละใบมีแผงสปอร์ได้ 2 แผง ซึ่งก็คือ แต่ละแผงสปอร์อยู่บนแต่ละส่วนแฉกหลักนั้นเอง ีรูปร่างของแผงสปอร์นั้น ไม่แน่นอน มีทั้งรูปตัว V หรือ รูปหยักเว้า
และและบางครั้งแผงสปอร์อาจขาดเป็นช่วงไม่ต่อเนื่อง ตอนที่สปอร์ยังอ่อนอยู่ มีเส้นใย paraphyses ปกคลุม เมื่อสปอร์แก่ เส้นใบดังกล่าวจะหลุดลอกออก สปอร์เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และถูกดีดให้ปลิวออกไปตามลม |
|
การปลูกเลี้ยง :
ชายผ้าสีดา P. stemmaria ปลูกเลี้ยงง่าย ดูแลคล้าย P. elephantotis เพราะมีถิ่นกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกัน
เพียงแต่ P. stemmaria ต้องการความชุ่มชื้นมากกว่า กล่าวคือ ควรปลูกเลี้ยงในสถานที่ที่มีความชื้นในอากาศสูง ได้รับแสงแดดบ้าง หรือแสงแดดรำไร |
และควรเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้นดีในบรรยากาศ และอากาศถ่ายเทดี ทั้งยังช่วยให้แตกหน่อต้นใหม่ได้เร็ว
ไม่ควรให้น้ำมากบ่อยๆ จนกระทั่งระบบรากชุ่มแฉะตลอดเวลา เป็นระยะเวลานานหลายวัน อาจทำให้ต้นเน่าได้ง่าย
ควรรอให้ระบบรากแห้งสนิท จึงให้น้ำชุ่มอีกครั้ง |
|
| ในกรณีที่ปลูกเลี้ยงร่ม หรือแสงน้อยเกินไป แต่มีความชุ่มชื้นสูง จะทำให้ใบชายผ้ามีสีเขียวเข้ม และใบกาบจะเจริญเติบโตผอมสูง
ส่วนสปอร์จะเป็นสีน้ำตาลอ่อน และ่อาจจะไม่ได้สปอร์แก่ แต่หากเลี้ยงในสถาที่ที่ได้รับแสงรำไร
ใบชายผ้าด้านหน้าจะมีขนมากกว่า และจะได้สปอร์แก่สีน้ำตาลเข้ม ซึ่งสามารถนำไปเพาะขยายพันธุ์ได้ดี |

one of my sporelings |
P. stemmaria มีความอ่อนไหวมากกับสารเคมีต่างๆ โดยเฉพาะยาฆ่าแมลงศัตรูพืช ดังนั้น หากจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลง ให้ใช้เพียงอ่อนๆ หรือเจือจางกว่าปกติ
การขยายพันธุ์ : เฟินชายผ้าสีดา P. stemmaria สามารถแตกหน่อต้นใหม่ที่ปลายราก ซึ่งสามารถแยกนำไปปลูกเป็นต้นใหม่ได้เมื่อหน่อต้นใหม่โตได้ขนาดและมีใบชายผ้าแล้ว
นอกจากนี้ การเพาะขยายพันธุ์จากสปอร์ ก็สามารถเพาะได้ไม่ยาก หากได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี |
 |
(3) P. stemmaria cv. White (** name? ดูหมายเหตุด้านล่าง) |
เป็นสายพันธุ์รุ่นแรก ที่มีผู้นำเข้ามาและนักสะสมรุ่นแรกๆ ในบ้านเราเริ่มรู้จักกัน
(ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ย้อนหลังไป) และหลังจากที่มีอีกสายพันธุ์หนึ่ง (Std. Form) นำเข้ามาภายหลัง ซึ่งมีลักษณะบางอย่างที่แตกต่างกัน ดังนั้น สายพันธุ์แรกนี้บางคนจึงเรียก พันธุ์ใบขน หมายถึง มีขนมากกว่า Std. Form นั่นเอง
เนื่องจากตอนนี้ ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียด เกี่ยวกับ ชื่อ ประวัติิและที่มาของสายพันธุ์นี้ สำหรับที่นี้ ต่อไปจะขอเรียก ว่า cv. 'White' เป็นการชั่วคราวไปก่อน เพื่อง่ายต่อการกล่าวถึงต่อไป และที่เรียกชื่อ cv. 'White' เนื่องจากใบชายผ้า มีขนขาวปกคลุมแน่นทั้งด้านหน้าใบและหลังใบ |
 |
| ลักษณะของ cv. 'White' ที่แตกต่างจาก Std. Form อย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ |
 |
ใบชายผ้าของ cv. 'White' ลักษณะเป็นรูปลิ่มแคบ ส่วนแฉกแต่ละชั้น แคบและยาว |
ผิวของใบ มีขนขาวปกคลุมแน่น ทั้งด้านบนและด้านล่าง โดนเฉพาะใบอ่อนที่ออกมาใหม่ ระยะแรกมีขนขาวปกคลุมหนาแน่น อย่างเห็นได้ชัด
สายพันธุ์ cv. 'Whtie' นี้ เจริญเติบโตช้ากว่าและ แตกหน่อยที่ปลายรากน้อยกว่าสายพันธุ์ Std. Form
สัดส่วนของใบชายผ้า ดูคล้ายกับ P. quadridichotomum คือ แฉกแต่ละชั้น แคบและยาว เหมือนกัน
ทำให้ดูเหมือนว่า เป็นลูกผสมระหว่าง P. stemmaria กับ P. quadridichotomum |
 |
| ** cv. 'White' (name?) คือ เป็นชื่อเฉพาะสำหรับที่นี่ เพื่อง่ายในการกล่าวถึง ณ ที่นี้เช่นกัน แต่ชื่อ cv. ดั้งเดิมเรียกว่าอะไรยังไม่ทราบ หากได้ข้อมูลมาเพิ่มเติม จะนำมาปรับปรุงแก้ไขทันที |
และยังมีอีก cv. หนึ่ง ที่เคยได้ยินแต่ชื่อ คือ P. stemmaria cv. 'Hawk' แต่ยังไม่เคยเห็นต้นจริงและยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดใดๆ
ทราบเีพียงว่า มาจาก Hawks Nursery in Southern California, USA ปี ค.ศ. 1964