ในคืนนั้นนั่นเอง เมื่อหญิงม่ายกำลังหลับอยู่กับลูกสาวคนเล็กในบ้าน
ส่วนลูกสาวคนโตกำลังคุยอยู่กับชายหนุ่ม ที่มาจีบอยู่ที่หัวบันไดข้างล่าง
(เป็นแบบฉบับของการจีบกัน ของหนุ่มที่ต้องการจะจีบสาวบ้านไหน จะต้องแวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้านสาวในยามค่ำคืน
และโดยมารยาท พ่อแม่หรือผู้ปกครองของหญิงสาว จะอยู่บนบ้าน หรือจะอยู่ห่างๆ
ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ซึ่งในชนบทบางแห่งในบ้านเราก็ยังอาจมีหลงเหลืออยู่บ้าง
และในอดีตไม่เกิน 10 ปีที่ผ่านมาก็ยังเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวแบบนี้มีอยู่ในชนบทหลายแห่ง)
ทันใดนั้นเอง หญิงม่ายคนนั้นก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงน้ำป่าไหลหลากมา
เธอจึงลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างออกดูและก็เห็นว่า ทั้งหมู่บ้านถูกน้ำป่าไหลบ่ามาท่วมจมทั้งหมู่บ้าน
ยกเว้นแต่บ้านของเธอเพียงหลังเดียวเท่านั้น และในขณะที่เธอเปิดหน้าต่างออกมาตอนนั้น
เจ้าหนุ่มที่มาจีบลูกเธอก็ตกใจและต้องการจะพาตัวลูกสาวคนโตของเธอไปด้วย
แต่สาวเจ้าไม่ต้องการที่จะไปด้วย จึงบอกกับเจ้าหนุ่มน้อยนั้นไปว่า
"ไปเถิด ฉันต้องอยู่กับแม่และน้องสาว พวกเราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย
ฉันไปด้วยกับเธอไม่ได้" เจ้าหนุ่มคนนั้นจึงต้องไปเอง โดยที่สาวเจ้าไม่ยอมไปด้วย
แต่ก็ไปได้ด้วยความยากลำบาก เพราะทุกย่างก้าวที่เดินไปนั้น เต็มไปด้วยโคลนที่ลึกมาก
เป็นโคลนที่มากับน้ำป่าที่ไหลบ่ามาท่วมหมู่บ้าน ลูกสาวคนโตของหญิงม่ายจึงได้ตะโกนบอกชายหนุ่มว่า
"ขอกำไลข้อมือของฉันคืนด้วยเถอะนะ" ชายหนุ่มจึงได้ถอดกำไลข้อมือที่ให้ไว้ที่ระลึกและโยนส่งคืนให้
ในทันใดนั้น |