|| back


Platycerium wallichii Hook.
ชื่อสามัญ Indian Staghorn Fern
ชื่ออื่น : ห่อข้าวสีดา ห่อข้าวย่าบา ตองห่อข้าวย่าบา หัวเฒ่าอีบา กระฌอโพน่า กระปรอกหัวหมู กระปรอกใหญ่ ปีกผีเสื้อ (กทม)

P. wallichii ( อ่าน วอล-ลี-คี-ไอ wal-lee-key-eye ) เป็นชื่อของ Nathaniel Wallich อดีตผู้อำนวยการ Calcutta Botanic Garden เมื่อปี พ.ศ. 2358

P. wallichii on Teak Wood.
ห่อข้าวสีดา P. wallichii เป็นเฟินชายผ้าสีดาที่สวยงามมากอีกชนิดหนึ่ง จัดเป็นเฟินชายผ้าสีดาที่มีขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับอีก 3 ชนิดที่พบในบ้านเรา และอาจจัดเป็นดัชนีของป่าเบญจพรรณได้ด้วย

ห่อข้าวสีดา P. wallichii มักพบในบริเวณป่าโปร่งๆ ได้รับแสงแดดเพียงพอ ถึงแดดครึ่งวัน จึงจะเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งยังต้องการอากาศเย็นชื้นในบางช่วงของปี มีการพักตัวหยุดการเจริญเติบโตในหน้าแล้งนานหลายเดือน โดยทุกส่วนจะแห้งและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบชายผ้าจะเหี่ยวและบิดม้วนเป็นเกลียว ดูราวกับว่ามันตายไปแล้ว จวบจนฤดูฝนใหม่มาถึง ใบชายผ้าที่เหี่ยวนั้น จะคลี่ออกและเขียวสดขึ้นมาดังเดิม และเริ่มผลิใบรุ่นใหม่ออกมาอีกครั้ง เฟินชนิดนี้

ห่อข้าวสีดา P. wallichii ในป่าธรรมชาติ ถูกเก็บออกมา เพื่อนำมาจำหน่าย ให้กับผู้นิยมปลูกประดับต้นไม้ป่า จากที่ได้พบเห็นต้นที่นำมาขายกัน มีการเก็ยตั้งแต้ต้นขนาด 1 นิ้ว ไปจนถึงต้นใหญ่ๆ ในอนาคตไม่นาน ก็คงจะหมดจากป่าธรรมชาติของบ้านเราเป็นแน่แท้


Young plants 3 years age.

ลักษณะทั่วไป : เป็นเฟินชายผ้าสีดาต้นเดี่ยว ไม่แตกหน่อ มีขนาดกลาง หากอยู่ในป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อาจพบต้นขนาดใหญ่ได้ ลำต้นเหง้าเป็นแท่งเลื้อยสั้น ปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดแข็ง เกล็ดเป็นเส้นยาว สีน้ำตาลเข้ม บริเวณกลางเกล็ดสีอ่อน ทั่วทั้งต้นมีขนนุ่มสั้นทั่วไป ขนสีขาวนวล ใบหนานุ่มมือ เส้นใบปูดนูน มองเห็นได้ชัดเจน


P. wallichii grows on rock cliff near water fall [Image : Bank@BKK]

 

ใบกาบ sterlie frond : ชูตั้งขึ้นเป็นตะกร้า หรือมงกุฏ มีขนาด 40-80 ซ.ม. ทั้งด้านตั้งและด้านข้าง มีขนาดเท่ากัน ใบกาบตั้งขึ้นและปลายขอบเป็นแฉกลึก เกือบถึงครึ่งของขนาดใบ แตกแฉกเป็นคู่มากกว่า 1 ครั้ง ปลายแฉกมนกลมถึงแหลม มองเห็นเส้นใบปูดนูนทั้งสองด้านของใบในต้นที่โตเต็มที่ เส้นใบหลักแตกสาขาเป้นกิ่งคู่ ส่วนเส้นใบรองเป็นร่างแห ใบส่วนบนเนื้อใบบาง ใบส่วนล่างหนาได้มากกว่า 1 ซ.ม. ใบกาบจะงอกออกมาทีละคู่

ใบชายผ้า fertile frond : งอกออกมาเป็นคู่เช่นกัน ใบชายผ้าห้อยลง ยาวได้ถึง 40-80 ซ.ม.ในต้นใหญ่อายุมาก ใบชายผ้าช่วงโคนออกมาเป็นแผ่นแผ่กว้าง ปลายใบแผ่สยายเป็นแฉกริ้วห้อยลง แตกเป็นแฉกหลัก 3 ชุด แต่ละชุดแตกเป็นแฉกกิ่งสาขาเป็นคู่ๆ ได้หลายครั้ง ปลายแฉกแคบ ขอบเรียบ เส้นใบหลักแตกกิ่งสาขาเป็นคู่ ปูดนูนบนผิวด้านหน้า มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนเส้นใบย่อยเล็ก ดูไม่ชัด ใบเป็นแผ่นหนา ปกคลุมแน่นด้วยขนรูปดาว
2 spore pads beneath each fertile frond and be covered with paraphyses
อับสปอร์ : เป็นแผ่นกลมนูนติดอยู่ที่ใต้ใบชายผ้า บริเวณส่วนเว้า ปลายใบ มี 2 กลุ่มบนแต่ละใบชายผ้า มีเยื่อ paraphyses รุปดาวปกคลุม สปอร์แก่มีสีเขียวอมน้ำตาล หรือสีเขียวขี้ม้า แสดงว่า อายุของสปอร์สั้น และเป็นชายผ้าสีดาชนิดเดียวที่สปอร์สีเขียว

ข้อสังเเกตุอย่างหนึ่งของห่อข้าวสีดาในป่าธรรมชาติ คือ ขนาดความสูงของใบกาบ มักจะเท่ากับขนาดความยาวของใบชายผ้า


and be open when spores rippen
ในธรรมชาติ มักพบเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ใหญ่พุ่มค่อนข้างโปร่ง ทั้งในป่าธรรมชาติ และในเมืองชนบทก็ยังสามารถพบเห็นต้นที่เกิดขึ้นเองได้

กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดียตะวันออก พม่า ยูนาน ลงไปถึง ลังกาวีในมาเลเซีย
ในบ้านเราพบที่เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ตาก นครสวรรค์ เลย หนองคาย สระบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี ระนอง สตูล
เฟินห่อข้าวสีดา เป็นชนิดปลูกเลี้ยงยาก และมีปัญหาเน่าตายได้ง่าย หากได้รับปริมาณน้ำมากเกินไป
Grow well in rain season
[ Image : Blue Jay@BKK ]

การปลูกเลี้ยง : ต้องการแสงแดดรำไรถึงแสงมาก ความชุ่มชื้นในบรรยากาศควรสัมพันธ์กับแสง กล่าวคือ หากแสงน้อย ควรให้น้ำแต่น้อย ให้แค่พอมีความชื้น และหากแสงมาก ควรให้น้ำและความชื้นมากตามด้วย
ประกอบกับ ต้องปล่อยให้มีช่วงที่ระบบรากมีโอกาสแห้งบ้าง หากระบบรากเปียกแฉะตลอด ติดต่อกันหลายวัน อาจจะทำให้ต้นเน่าและตายได้

เฟินห่อข้าวสีดา ปกติ ไม่นิยมปลูกประดับในสวนธรรมชาติ เนื่องจากพักตัวในหน้าแล้ง ตั้งแต่ปลายปี ถึงต้นฤดูฝนใหม่ การพักตัวนี้ มีผลมาจากความชื้นในอากาศน้อยลง อุณหูมิลดลงหรือ ประกอบกับแสงจากดวงอาทิตย์ ช่วงระยะเวลากลางวัน สั้นกว่ากลางคืน โดยเริ่มตั้งแต่ราวเดือน พ.ย. หรือหลังจากหมดฝนสักระยะ ใบกาบจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแห้ง จากนั้น ใบชายผ้าจะเริ่มแห้งตามา และบิดเป็นเกลียว แต่ยังคงเป็นสีเขียวแห้งอยู่


[ Image : Pop@Pak Nam]

มีข้อแนะนำว่า ไม่ต้องรดน้ำในช่วงพักตัว ในราวเดือน ธ.ค-ก.พ. เพราะมักจะเน่า ควรปล่อยให้แห้งไปตามธรรมชาติ

เฟินห่อข้าวสีดา เป็นชนิดที่ปลูกเลี้ยงยาก มีน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จในการปลูกเลี้ยง เพราะส่วนมากมักทำตาย โดยเฉพาะในช่วงที่มันเข้าสู่ภาวะพักตัว ในหน้าแล้ง

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายคนที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงเฟินชนิดนี้ ได้สวยสมบูรณ์ บางคนงดให้น้ำตลอดช่วงฤดูแล้งช่วงที่พักตัว แต่บางคนเลี้ยงแบบให้น้ำตลอดปีและใบยังเขียวสดอยู่ ซึ่งต้องให้น้ำและความชื้นสม่ำเสมอในปริมาณที่เพียงพอ ไม่มากไม่น้อยเกินไป และจัดให้อยู่ในที่มีทั้งอุณหภูมิและแสงพอเหมาะ แต่จะไม่มีใบใหม่งอกออกมาในช่วงหน้าแล้ง จนกระทั่งฤดูฝนจึงจะเริ่มแตกใบรุ่นใหม่ออกมา ซึ่งเรื่องนี้ยังต้องมีการศึกษาและสังเกตกันต่อไป


Start into dormant stage after a peroird rain gone
[ Image : Rboonchoom@Rayong]
การขยายพันธุ์ : ชนิดนี้ ไม่แตกหน่อ อาศัยสปอร์เท่านั้น อีกทั้งสปอร์มีอายุสั้น ต้องรีบเพาะทันทีเมื่อเก็บสปอร์แก่มา บางคนแนะนำ ให้ตัดใบที่มีสปอร์แก่มา แล้วเก็บใสห่อกระดาษเอาไว้ นำไปแช่เย็น จะช่วยยืดอายุของสปอร์ให้เก็บได้ยาวนานขึ้น

while dormant stage
[ Image : Rboonchom@Rayong]
นักสะสมพันธุ์ไม้ในอเมริกาที่นำเข้าห่อข้าวสีดา บันทึกไว้ว่า ห่อข้าวสีดาสั่งจากอินเดีย มีขนาดเล็กกว่าต้นจากบ้านเรา และต้นจากบ้านเราไม่พักตัวเหี่ยวแห้ง เนื่องจาก ห่อข้าวสีดามักอาศัยอยู่ในป่าบริเวณเดียวกับ กระเช้าสีดา P. holttumii ที่มีความชุ่มชื้นและอบอุ่นเพียงพอตลอดปี
จุดสังเกตอย่างหนึ่ง คือ ต้นที่อยู่ในป่าบริเวณที่มีอากาศเย็นในฤดูหนาว เช่นภาคเหนือตอนบน ห่อข้าวสีดาจะพักตัวเหี่ยวแห้ง ส่วนต้นที่อยู่ในป่าตั้งแต่ภาคกลางลงมา ต้นจะพักตัวเพียงหยุดชะงักการเจริญเติบโต แต่ใบยังคงเขียวสดอยู่ หากได้ความชุ่มชื้นเพียงพอ
P. wallichii on a tree at Wat Rum Peung
Chieng Mai Province.(วัดร่ำเปิง จ. เชียงใหม่)

เพื่อนชาวญี่ปุ่น Ikkou Sakata บอกว่า ต้นที่เขาเพาะจากสปอร์ และปลูกเลี้ยงในบ้านตลอดฤดูหนาว โดยติดตั้งเครื่องทำความร้อนและเปิดไฟให้ด้วยนั้น ต้นของเขาเจริญเติบโตดีตลอดปี ไม่มีอาการพักตัว

ในประเทศจีน เฟินชนิดนี้ พบแถว Yingjiang, ยูนาน ตะวันตกเฉียงใต้และขึ้นทะเบียนเป็นพืชสงวน หายากและมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ จึงมีกฏหมายคุ้มครอง ห้ามประชาชนครอบครองและห้ามเก็บจากธรรมชาติ


Stong Light and High Humidity
คนไท ที่อาศัยอยู่แถวเชียงรุ้ง สิบสองปันนา ในจีนตอนใต้ มีนิทานพื้นบ้าน เล่าขานกันมานมนานแต่โบร่ำโบราณ เกี่ยวกับเฟินห่อข้าวสีดาชนิดนี้ ดูในหัวข้อ สาระน่ารู้ เรื่อง นิทานพื้นบ้านของชาวไต เกี่ยวกับเฟินชายผ้าสีดา
ประโยชน์ของห่อข้าวสีดา นอกจากในแง่ไม้ประดับหายากแล้ว ในแง่สรรพคุณทางยา ที่มีบันทึกไว้ คือ
ตำรายาพื้นบ้านล้านนา ตำรับที่ 36 รากส้มชื่อ ใบห่อข้าวสีดา ใบกล้วยม้วน ต้นน้ำอาบ แก้บวม
ตำรายาพื้นบ้านล้านนา ตำรับที่ 51 มบแห้งกล้วยตีบ ใบเปล้าใหญ่ ใบห่อข้าวสีดา ต้นน้ำอาบ ลดไข้
ชาวเขาเผ่าแม้ว ใช้ใบชายผ้าของห่อข้าวสีดา ต้นน้ำดื่ม ลดไข้และแก้อ่อนเพลียของสตรีอยู่ไฟหลังคลอด


After rain come one month they wake up and fertile fronds became fresh and have new shield fronds

 

|| back