
P. willinckii
[ Image : Blue Jay@BKK] |
P. willinckii มีถิ่นกำเนิดธรรมชาติในหมู่เกาะชวา-อินโดนีเซีย
หมู่เกาะซันดา นิวกีวนี ออสเตเลีย ในบริเวณป่าดงดิบที่มีฝนฃุก เกาะอาศัยอยู่บนต้นไม้สูง
ตั้งแต่ระดับ 6 - 18 ม. มีลมพัด อากาศถ่ายเทสะดวก และได้รับแสงแดดรำไร
ที่กรองผ่านเรือนพุ่มของไม้ใหญ่ |
P. willinckii เดิมเคยถูกจัดให้เป็นสายพันธุ์ย่อยของ
P. bifurcatum และใช้ชื่อว่า P. bifurcatum
cv. Willinckii
คงเนื่องจาก ตอนต้นอายุน้อยๆ มองดูเผินๆ จะคล้ายกับ P. bifurcatum
มาก แต่เมื่อโตเต็มที่จึงจะสังเกตเห็นลักษณะที่แตกต่างออกไปแทบสิ้นเชิง
สังเกตลีลาของ P. willinckii เทียบกับ ชายผ้าสีดา-สายม่าน
P. coronarium ของบ้านเรา แม้จะดูแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
แต่ก็มีอยู่หลายส่วนที่คล้ายคลึงกัน เช่น ใบกาบชูตั้งขึ้นเป็นตะกร้า
และใบชายผ้าเป็นสาย ทิ้งชายลงมาและแตกเป็นแฉกหลายชั้น เหมือนกัน
ถ้างั้น หากจะเรียก P. willinkcii ว่า ชายผ้าสีดา สายม่านบุษบา
(ตัวละครในบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง อิเหนา) ก็น่าจะเท่ห์ดีไม่น้อย |

|
| ลักษณะทั่วไป : เป็นเฟินขนาดกลาง
ทั้งต้นสีเขียวอมเหลืองถึงเขียวเทา ใบหนาเหมือนแผ่นหนัง มีขน(รูปดาว)สีขาวปกคลุมทั่ว
แตกหน่อจากปลายราก เจริญจากด้านข้างของใบกาบและเจริญเติบโตอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ |
 |
ใบกาบ sterlie frond : เจริญเติบโตตั้งชูขึ้นเป็นตะกร้า
มีขนรูปดาวปกคลุมกระจายทั่ว |
มีขนาดกว้างและสูงราว 25 ซ.ม. ปกติเจริญเติบโตในทางสูงมากกว่าขยายทางกว้าง
ขอบด้านบน หยักหรือแฉกลึก โคนแฉกสอบแคบเข้า บานออกสู่ปลาย ส่วนปลายของแฉกมนกลม
เมื่อต้นยังเล็กส่วนมากปลายสอบแหลม แต่เมื่อต้นโต โคนแฉกคอด ปลายแฉกสอบแหลมถึงบานออกปลายมน
และสามารถมองเห็นลายเส้นใบละเอียดได้ชัดเจน และยิ่งในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ใบกาบสามารถเจริญเติบโตได้สูงได้ถึง 60 ซ.ม. |

Densely covered with white stellate hair on
surgace of fertile fronds |
ในช่วงหน้าแล้งหรืออากาศเย็น ใบกาบมักแห้งเป็นสีน้ำตาล
และออกใบกาบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน
|
 |
ใบชายผ้า fertile frond : เป็นแถบยาว ทิ้งชายห้อยโค้งลง
ปลายแยกเป็นแฉกได้หลายชั้น ส่วนปลายสุดแฉกลึก แต่ละแฉกผอมเรียวยาว
|
ผิวใบทั้งด้านหน้าและหลังมีขนรูปดาวปกคลุมทั่ว ด้านหลังมีขนกปกคลุมแน่นกว่า
แผ่นใบเนื้อหนา ดูมีน้ำหนักมาก ความยาวและความกว้างของใบชายผ้าขึ้นกับสภาพแวดล้อม
ในกรณีที่แสงน้อย ใบชายผ้าจะยาวและแคบมากกว่าในที่แสงมาก และในที่ที่มีความชื้นสูงกว่า
ใบชายผ้าจะยาวได้มากกว่่า |
 |
| การปลูกเลี้ยง : หลักการปลูกเลี้ยง เลี้ยงแบบชายผ้าสีดาชนิดอื่นทั่วไป
คือ ต้องการแสงแดดรำไร - มาก การให้น้ำ ควรให้น้ำพอมีความชื้่น และปลูกเลี้ยงในที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้นดี
ให้ปุ๋ยเพียงเดือนละครั้งก็เพียงพอ |

Sporeling 4" |
เพียงแต่ต้องทราบด้วยว่า หากอากาศแห้งแล้ง หรืออากาศเย็นอุณห๓ูมิต่ำ
ชายผ้าสีดาชนิดนี้จะพักตัว ใบกาบจะแห้งเหี่ยว ไม่แตกใบใหม่ ซึ่งอาจทำให้นึกว่า
มันอาจจะกำลังจะตาย แต่เมื่อฤดูฝนใหม่มา มันจะเริ่มเจริญเติบโตต่อไป
การขยายพันธุ์ : เพาะสปอร์ หรือแยกต้นใหม่ที่โตจากหน่อปลายราก
P. willinckii หากปลูกเลี้ยงวนสภาพที่ได้รับความชุ่มชื้นดีเพียงพอ
จะแตกหน่อใหม่จำนวนมาก ผู้ปลูกเลี้ยงทั่วไป จึงนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อปลูกมากกว่าการเพาะต้นใหม่จากสปอร์
|