พืฃในวงศ์นี้ เป็นตัวอย่างพืชอีกชนิดหนึ่งของพืชในสมัยโบราณ ที่ระบบรากและใบยังไม่มีการพัฒนา
จัดเป็นญาติของเฟิน (Fern Allies)
พืชในวงศ์นี้ มี 2 สกุล คือ Psilotum และ Tmesipteris กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก
วงจรชีวิต สปอร์ของพืชชนิดนี้จะงอกได้เฉพาะในที่มืด เช่น เมื่อสปอร์ถูกฝังกลบด้วยดินหรืออินทรีย์วัตถุ
ในบริเวณที่มีแอมโมเนีย การพัฒนาของโปรธัลลัสแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ
โปรธัลลัสอ่อนระยะแรก ระยะกลาง และระยะโตเต็มวัย (mature prothallus)
โดยเฉพาะในระยะที่สปอร์เริ่มงอกเป็นโปรธัลลัสอ่อนระยะแรก จำเป็นต้องมีเชื้อรามาฝังตัวอาศัยร่วมอยู่ด้วย
เชื้อรานี้เป็นเชื้อรา มายโคไรซัล (Mycorhizal) อาศัยอยู่ร่วมกันแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน
(symbiotic) รูปร่างของโปรธัลสัสที่พัฒนามีลักษณะเป็นรูปท่อ ไม่มีสี ปกคลุมด้วยรากเทียมทั่วพื้นผิว
อวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้และเพสเมียเกิดขึ้นที่ผิวของโปรธัลลัสในระยะที่โตเต็มวัย
เชื้อตัวผู้เป็น
Biflagellated sperm มี 2 หางหรือแส้ ต้องอาศัยน้ำเพื่อว่ายไปหาไข่เพศเมีย
เมื่อเชื้อตัวผู้ว่ายน้ำไปหาไข่ของเมียจึงกิดการผสมพันธุ์กันขึ้น จึงเกิดเป็นต้นอ่อน
sporophyte มีลักษณะโครงสร้างเป็นรูปท่อ มีรากเทียมปกคลุมทั่วผิว ที่ไม่มีสี
ไม่มีใบ และไม่มีราก ในระยะที่เป็นต้นอ่อนอยู่นี้ มันสามารถแตกหน่อต้นใหม่
และเจริญไปเป็นส่วนที่สามรถขยายพันธุ์ได้ด้วย ต่อมาเมื่อต้นอ่อนนี้เจริญเติบโผล่ขึ้นมาจากที่ฝังตัวพ้นแล้ว
จึงจะเริ่มมีการสังเคราะห์แสงเกิดขึ้น และเจริญเติบโตขึ้นเป็นต้นขึ้นมาให้เราเห็นได้
Whisk ferns หรือสิโลตัม Psilotum เพียงสกุลเดียว และมีอยู่
2 ชนิด คือ P. nudum กับ P. complnatum และสายพันธุ์ลูกผสมของทั้งชนิด
ชื่อ Psilotum x intermedium W.
H. Wagner. (Psilotum complanatum x nudum )

Grow on stone wall
[Image : Trid @ Hong Kong ]
|
Psilotum nudum (L.)
Beauv.
ชื่อพ้อง : Psilotum triquetrum
ชื่อสามัญ : Whisk Fern, Skeleton Fork Fern
ชื่ออื่น : หวายทะนอย(ภาคเหนือเหนือ เลย ภาคกลาง) ระย้าปู(ปัตตานี) |
หวายทะนอย P. nudum (อ่าน
new-dum) สามารถปรับตัวเจริญเติบโต
เป็นได้ทั้ง ไม้เกาะอาศัย ตามต้นไม้ใหญ่ ตามซอกหิน ซอกกำแพง หรืองอกอยู่ตามพื้นดิน
หากเจริญเติบโตบนดิน สามารถเป็นพุ่มตั้งขึ้น
และหากเป็นเกาะอาศัย จะมีลักษณะเป็นสายห้อยย้อยลงมา
|

Grow on Tree
[Image : Trid @ Hong Kong ] |
[Image : Trid @ Hong Kong ]
| หลายคนพบว่า มีหวายทะนอยมาเกิดขึ้นเองตามกระถางที่ปลูกต้นไม้ไว้บ้าง
หรือตามโคนต้นไม้ใหญ่ก็มี ตามกระเช้าสีดาก็มี ซึ่งเป็นต้นเกิดจากสปอร์
อาจติดมากับเครื่องปลูก หรือสปอร์ของต้นที่นำมาปลูกเลี้ยงในบริเวณบ้าน
เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม จึงงอกเป็นต้นขึ้นมาให้เห็น |

Rhizome creeping, dichotomously banching at irrecular intervals
[Image : Trid @ Hong Kong ]
|
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นส่วนที่ฝังตัวอยู่ข้างใต้ผิวดิน
หรือใต้สิ่งยึดเกาะ ลักษณะ เป็นเหง้าเลื้อย ไม่มีระบบราก เหง้าแตกกิ่งเป็นคู่
ช่วงระยะแตกกิ่งไม่แน่นอน หรือไม่สม่ำเสมอ ลักษณะเหง้า ขนาด 0.5-1.5
ม.ม. dia. มี rhizoids สีน้ำตาล ถึงสีดำเข้ม ปกคลุมแน่น |
ลำต้นส่วนบนที่งอกออกมาให้เราเห็นนั้น มีลักษณะเป็นกิ่งก้าน
แตกกิ่งเป็นคู่ และหลายชั้น เนื้ออ่อน มีร่้องและสันตามความยาวกิ่ง
ผิวเกลี้ยง สีเขียวเข้ม พุ่มลำต้นสูงได้ถึง 50 ซ.ม.แผ่ทรงพุ่มได้ถึง
45 ซ.ม.
ใบของหวายทะนอย เป็นเพียงใบเทียม ไม่ใช่ใบจริง
มีขนาดเล็ก คล้ายเกล็ด (naked) ยาวราว 1 ม.ม. รูปไข่ปลายแหลม ติดอยู่ตามแนวสันข้างกิ่ง
ใบเทียมนี้ไม่มีระบบท่อลำเลียงภายใน
|

[Image : Trid @ Hong Kong ] |
| อับสปอร์ เกิดอยู่โคนใบเกล็ด
ข้างกิ่ง เป็นเม็ดกลม ผิวเกลี้ยง ขนาดราว 2 ม.ม. แบ่งเป็น 3 พูติดกันตรงกลาง
ตอนยังอ่อนเป็นสีเขียว แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนเมื่อสปอร์แก่ |

[ Image : Kit ] |
หวายทะนอยพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
และกระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนชื้นทุกแห่งของโลก ทั้งที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่มากขึ้นไปถึงระดับความสูงปานกลาง
การปลูกเลี้ยง : หวายทะนอยเหมาะปลูกลงในกระถางหรือตะกร้า จัดให้อยู่ในบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง
ถึงแสงมากได้ เครื่องปลูกระบายน้ำได้ดี มีอินทรีย์สะสม และชอบเครื่องปลูกที่มีสภาพเป็นด่างอ่อน
ดังนั้นการเติมโดโลไมท์เล็กน้อยในเครื่องปลูกจะทำให้ลำต้นตั้งตัวได้ดี |
การขยายพันธุ์ โดยการแบ่งกอ
ให้มีส่วนของเหง้าที่มี rhizoid สีน้ำตาลแยกไปด้วย นำไปปลูกในกระถางใหม่
หรือขยายพันธุ์โดยเพาะจากสปอร์
โดยทำช่วงเริ่มเข้าหน้าฝน คือ เดือนพฤษภาคม การเก็บสปอร์ต้องนำไปเพาะทันทีที่สปอร์แก่
หากเก็บไว้นานกว่านี้จะทำให้งอกอยาก สปอร์จะใช้เวลานานภึง 1 ปีจึงจะงอกและต้องอยู่ในที่มืดไม่มีแสง |

Psilotum complanatum
[ Image : Duang99 ] |
Psilotum complanatum Swartz.
Common name : Flat Fork Fern, Flat Whisk-Fern
ชื่ออื่น : สะย้า |
สะย้า หรือหวายทะนอยชนิดนี้ หลายคนเรียกกันว่า หวายทะนอยใบแบน ซึ่งเรียกตามลักษณะของลำต้น
ที่เป็นทรงแบนนั้นเอง
สะย้า เป็นพืชเกาะอาศัยอยู่ตามคาคบไม้ หรืออาศัยอยู่รวมกับเฟินชายผ้าสีดา
หรือตามลำต้นของปาล์ม ตามลำต้นของกูดต้น Tree Ferns อย่างมหาสดำ
(Cyathea) ในป่าที่มีความชุ่มชื้นสูงตลอดปี
เช่นป่าดงดิบ |

[ Image : Duang99 ] |
ปกติจำนวนประชากรของสะย้าในป่าธรรมชาติมีิน้อยมาก
อยู่แล้ว ทั้งยังมีแนวโน้มอาจสูญพันธุ์จากธรรมชาติ อันเนื่อง จากถิ่นที่อยู่อาศัยถูกทำลาย |

[Image : Dr. Thaweesakdi Boonkerd] |
ลักษณะทั่วไป คล้ายกับ หวายทะนอย P. nudum แต่แตกต่างกันที่
ลำต้นยาวกว่า อาจได้ยาวได้มากกว่า 1.0 ม. และทั้งลำต้นส่วนที่ผังตัว
และส่วนที่อยู่บนอากาศเป็นกิ่งก้านมีลักษณะแบน |
| สะย้า ปลูกเลี้ยงยากกว่าหวายทะนอย ต้องการความชุ่มชื้นสูงมาก
จึงปลูกเลี้ยงให้งามสมบูรณ์ได้ยาก อีกทั้งเราจะแทบไม่พบสะย้ามีจำหน่ายทั่วไปใน
ตลาดต้นไม้ทั่วไปอีกด้วย |

[Image : Dr. Thaweesakdi Boonkerd] |
| การขยายพันธุ์
: เหมือนหวายทะนอนย P. nudum |