|| Back

สกุล Pteris เฟินหิรัญ ( tear'-iss)
วงศ์ PTERIDACEAE

Pteris linearis Poiret
คล้ายกับ P. biaurita แต่ต่างกันที่เส้นใบย่อยคู่ล่างเป็นแขนง พบตามภูเขาหินปูน โดยขึ้นอยู่กับพื้นป่าระดับ 700-1,000 ม. พบที่ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่ แพร่ หนองคาย จันทบุรี
Pteris longipes D. Don.
เฟินชนิดนี้มีขนาดใหญ่ เหง้าสั้น ตั้งตรง สูงตั้งได้ถึง 15 ซ.ม. มีใบน้อย ก้านใบยาวได้ 1 เมตร สีฟางอ่อน ผิวเกลี้ยง ตัวใบแตกเป็น 3 กิ่ง (Triparticle) กิ่งกลางจะ ยาวสุด ขนาด 35-55 ซ.ม. กว้าง 20 ซ.ม. แต่ละกิ่งแฉกลึกแบบขนนก 2 ชั้น รูปหอกยาว โคนรูปลิ่มกว้างและขอบหยัก ปลายใบสอบแหลม สุดปลาย ยาว 10 ซ.ม ขอบ หยักลึกเกือบถึงแกนกลางใบย่อย เนื้อใบบางแบบกระดาษ สีเขียว มีขนบนผิวใบ เส้นใยใบแตกแขนงเป็นกิ่งอิสระ มองเห็นเส้นใบได้ชัดเจนทั้งด้านบนและด้านล่าง
อับสปอร์ เป็นกลุ่มเรียงตัวอยู่ที่ขอบของหยัก จากโคนหยักไปเกือบสุดปลาย มีเยื่อหุ้มอินดูเซียสีน้ำตาล ค่อนข้างแข็ง กว้างถึง 1 มม.
พบได้ตามที่ลาดชายเขา เป็นกลุ่มใหญ่ ตามป่าดิบแล้งหรือป่าดิบเขา ที่ระดับ 700-1,600 ม. ในไทยพบที่ ดอยตุง เชียงราย ดอยสุเทพ ดอยหลวงเชียงดาว เขาสอยดาวจันทบุรี ภูกระดึง เลย นอกจากนี้ยังพบในอินเดียตอนเหนือ จีนตอนใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์

Pteris longipinnula Wall. ex. J. Agardh
ลักษณะทั่วไป : เหง้าสั้น กึ่งตั้ง มีเกล็ดปกคลุมยอดเหง้า เกล็ด ขนาด 3 : 0.4 มม. รูปรีแคบ บริเวณกลางเกล็ดแข็งและสีน้ำตาลเข้ม ริมเกล็ดบางและสีน้ำตาลอ่อน
ก้านใบ สีฟางอ่อน บริเวณสีน้ำตาลแดงถึงม่วงเข้ม ยาว 60-80 ซ.ม. ผิวก้านกลม เกลี้ยง ด้านบนมีร่องตื้นยาวตามแกน
ใบ ใบประกอบขนนก 2 ชั้น รูปขอบขนานถึงรูปไข่ ปลายแหลม ขนาด 45 : 30 ซ.ม. แกนกลางใบ เป็นร่องมีขนประปราย มีใบย่อยด้านข้าง 3 คู่ ขนาดใกล้เคียงกัน
ใบย่อย ขนาด 22 : 7.5 ซ.ม. กางออกเฉียงไปทางปลายใบ โคนมีก้านสั้นๆ 3-10 มม.รูปรีหรือแคบ โคนใบมนกลม เป็นครีบถึงก้านใบย่อย ปลายใบยาวเป็นติ่งหรือหาง ส่วนติ่งหรือหาง ขนาด 30 : 5 มม. ขอบใบย่อย เป็นหยักลึก 20-25 คู่ รูปรีแคบ โค้งเคียว ปลายมน ขนาด 50 : 8 มม. ส่วนโคนมีขนาดใหญ่กว่า ขอบของหยักเรียบหรือเป็นคลื่น เนื้อใบ หนา เส้นใยใบแตกแขนงปกติ
อับสปอร์ เป็นกลุ่มจัดเรียงตัวอยู่ที่ริมขอบหยักของใบย่อย มีเยื่ออินดูเซียบาง แข็ง ขอบเรียบ กว้าง 0.7 มม.
กระจายพันธุ์อยู่ใน อิดนเดียตอนใต้ลงมาถึงมาเลเซีย ในบ้านเราพบที่ สุราษฎร์ธานี ยะลา

Pteris merlensioides Willd.
ชื่ออื่น : กูดผี

ลักษณะทั่วไป : เหง้า สั้น ล้มเอน มีเกล็ดปกคลุมยอดเหง้า เกล็ดขนาด 10 : 0.5 มม. สีน้ำตาลเข้ม ขอบเกล็ดเป็นคลื่นและหยักเป็นซี่ฟันแหลม
ก้านใบ อวบ โคนก้านปกคลุมแน่นด้วยเกล็ด ส่วนบนมีเกล็ดประปราย ก้านยาวได้มากกว่า 70 ซ.ม.
ตัวใบ เป็นใบขนาดใหญ่ ยาวได้มากกว่า 1 ม. กว้างถึง 65 ซ.ม ใบประกอบขนนก 2 ชั้น หรือแฉกลึกแบบขนนก 2 ชั้น ใบย่อย 15 คู่ ออกตรงข้ามกัน
ใบย่อย รูปหอกแคบ ขนาด 45 : 4-8 ซ.ม. ที่โคนใบย่อยคู่ล่างแตกแฉกเป็นใบย่อยอีกชั้น แกนใบหลักกและแกนใบย่อยเป็นสีน้ำตาลแดงถึงม่วง ด้านหน้าก้านเป็นร่อง ด้านใต้มีขนประปราย
ขอบใบย่อย เป็นแฉกหรือหยักแบบขนนกรูปหอก ปลายสอบแหลม โคนเชื่มติดกันเป็นครีบหรือปีกที่แกนกลางใบย่อย ขนาดครีบกว้าง 1 มม. หรือมากกว่าในใบที่มีขนาดใหญ่ ขนาดของหยัก 50 : 7 มม. เนื้อใบบางและอ่อนนุ่ม สีเขียว เส้นใยใบแตกเป็นแขนง 2 ครั้ง สามาถมองเห็นได้ชัดทั้งด้านบนและด้านล่าสงของใบ
อับสปอร์ เป็นกลุ่มเรียงตัวเป็นแถวติดๆ กัน ที่ริมขอบหยักของใบย่อย ยกเว้นที่ส่วนปลายและส่วนเว้าที่ดคนของรอยหยัก มีเนื่ออินดูเซียแคบ บางและสีซีด
เฟินชนิดมักพบอยู่ตามลาดเชิงเขาใกล้ลำธารและได้รับแสงสว่างเพียงพอ ในป่าที่มีความช่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูง 1,000 ม. MSL กระจายพันธุ์ใน ศรีลังกา อินเดียใต้ ไทยภาคใต้ พบที่ภาคใต้ พังา ภูเก๊ต กระบี่ ยะลา ลงไปถึงมาเลเซีย และ โพลีนีเซีย


[ Image : Kit ]

Pteris multifida Poiret.
(mul-ti-fi' dah)
ชื่ออื่น : เฟินหางไก่ Spider Brake

ลักษณะทั่วไป ใบประกอบขนนก 2 ชั้น ผอมเรียวยาวเป็นริ้วเล็กคล้ายปีก มีบ้างบางต้นแฉกเป็นใบประกอบขนนกอีกชั้น ใบสีเขียวอ่อน ก้านใบ 4-15 ซ.ม. สีฟางอ่อน โคนสีเข้มกว่าใบมีสองแบบใบปกติที่ไม่สร้างสปอร์ และใบที่มีสปอร์ ใบปกติ แกนกลางใบหลัก เป็นครีบ ขอบครีบหยักเป็นซี่ฟัน ใบสปอร์ ผอมเรียวยาวกว่า และมักไม่แตกแฉกเป็นใบย่อย โคนใบเป็นครีบเชื่อมติดกับแกนกลางใบ
เฟินชนิดนี้ กระจายพันธุ์อยู่ใน จีน ญี่ปุ่น เกลาหลี ไต้หวัน ลงมาถึงสิงคโปร์


Pteris multifida cv. Crestata
[ Image : Blue Jay ]

Pteris multifida cv. Crestata
ชื่ออื่น : เฟินหางไก่ปลายแฉก

ชนิดนี้ กลายพันธุ์มาจากเฟินหางไก่ Pteris multifida จากใบที่มีลักษณะปลายแหลมยาว กลายมาเป็นปลายแตกเป็นแฉกหลายชั้น

Pteris multifida cv. Crestata variegata
ชื่ออื่น : เฟินหางไก่ด่างปลายแฉก
เป็นเฟินหางไก่ที่กลายพันธุ์ในต่างประเทศ ลักษณะทุกประการคล้ายพันธุ์ P. multifida เฟินหางไก่ แต่มีทั้งใบตั้ง ด่าง เหลือง ครีมและปลายใบแตกเป็นแฉก



At Intranon Montain - CNX
[ Image : 026@Platntlovers ]

Pteris nepalensis H. Ito.

ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าสั้น ตั้ง มีเกล็ดปกคลุมยอดเหง้า เกล็ดแคบยาว สีน้ำตาลซีด กลางเกล็ดสีน้ำตาลเข้มกว่า ขนาด 1:3 ม.ม.
ก้านใบ ยาวได้ถึง 30 ซ.ม. สีน้ำตาลแดงหรือซีด มีเกล็ดบริเวณโคนก้าน
ใบ ปกติขนาด 30 ซ.ม. ทั้งกว้างและยาว ใบย่อยด้านข้าง 2-5(-6) คู่ ใบย่อยช่วงกลางใหญ่สุด ใบย่อยช่วงบนขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย ปลายค่อยสอบแหลมเล็กลง เป็นหางยาว แกนใบหลักสีน้ำตาลอมแดง ใบย่อยมีก้านใบสั้น ใบย่อยคู่ล่างที่โคนแตกเป็นใบย่อยอีกั้น 1-2 ใบ ขอบใบย่อยเป็นหยักราว 20 คู่ หยักปลายมนและตัวหยักโค้งเคียว ขนาด 2 : 0.5 ซ.ม. แผ่นใบบางอ่อนนุ่ม สีเขียวด้าน เส้นใยใบแตกแขนง มองเห็นได้ชัดเจนทั้งด้านบนและด้านล่างของใบ อับสปอร์ เกิดเป็นกลุ่มต่อเนื่องอยู่ที่ขอบหยักของใบย่อย
เฟินชนิดนี้ พบอยู่ตามพื้นดินที่มีอินทรีย์วัตถุสะสมมาก อยู่ในบริเวณที่มีร่มเงาและมีแสงสว่างเพียงพอ ในป่าบนยอดเขา ที่ระดับความสูง 2500 ม. กระจายพันธุ์อยู่ในเขตหิมาลัย ในย้านเราพบที่ เชียงใหม่




P. phuluangensis เฟินหิรัญภูหลวง

[ Image : HK @ Hong Kong ]

Pteris phuluangensis Tagawa & K. Iwats.
ชื่ออื่น : เฟินหิรัญภูหลวง

ค้นพบครั้งแรกและตั้งชื่อไว้ โดยนักพฤกษศาสตร์ชาวญี่ปุ่น 2 คน คือ M. Tagawa และ K. Iwatsuki เมื่อปี ๒๕๒๑
รายงานว่า พบเฉพาะบนภูหลวง จ. เลย เท่านั้น

เฟินหิรัญภูหลวง พบตามพื้นทรายในป่าดิบแล้ง ที่ระดับ ๘๐๐ ม. MSL ปลูกเลี้ยงได้ง่าย ชอบแดดรำไร หรือแดดครึ่งวัน และความชื้นปานกลาง


[ Image : Blue Jay@BKK ]

เฟินชนิดนี้มีเหง้าสั้นๆ ตั้งตรง มีเกล็ดขนาด 3 : 0.5 มม. รูปแถบยาวหรือกึ่งสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ขอบเกล็ดเรียบ บาง สีน้ำตาล

ก้านใบ : เป็นเงามัน สีม่วงถึงสีน้ำตาล ผิวเกลี้ยงหรือเกือบเกลื้ยง ยาวได้ถึง 25 ซ.ม. ในใบปกติ ใบที่สร้างสปอร์ ยาวได้มากกว่าถึง 35 ซ.ม.

ตัวใบ : มีใบ 2 แบบ คือ ใบปกติ sterile frond กับ ใบที่สร้างสปอร์ fertile frond ลักษณะใบ เป็นใบประกอบขนกนก ๒ ชั้น รูปขอบขนานแกมรูปกึ่งสามเหลี่ยม ขนาด 15-23 : 12-22 ซ.ม. ที่โคนใบ มีใบย่อยด้านข้างเพียง 2-3 คู่ ออกตรงข้ามกันหรือเยื้องเล็กน้อย แกนกลางใบ เป็นเงามัน สีน้ำตาลเข้มถึงม่วง มีขนหยาบแข็ง หรือหนามบนผิวใบ

ใบย่อย ขนาด 7-10 : 2.5-3.5 ซ.ม. รูปขอบขนาน โคนรูปลิ่มอย่างกว้าง ปลายแหลม ปลายสุดเป็นหางยาว ขอบเรียบ ยาวได้มากถึง 3 ซ.ม. โคนใบย่อยบางครั้งมีกิ่งใบย่อยอีกชั้น ขนาด 5 : 3 ซ.ม.

ใบย่อยปลายสุด เป็นรูปแถบยาว ขอบหยักลึกเกือบถึงแกนกลาง โค้งขึ้น ปลายมนกลมหรือค่อยๆ สอบแหลม ขอบใบหยักเป็นซึ่ฟัน ขนาด 30 : 6 ม.ม. เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ

เส้นใบ แตกแขนงสาขา มองเห็นได้ยากที่ผิวใบทั้ง 2 ด้าน ผิวใบเกลี้ยง

อับสปอร์ จัดเรียงตัวเป็นแถวต่อเนื่อง ที่ริมขอบของส่วนหยัก ยกเว้นบริเวณส่วนเวาและส่วนปลายสุด มีเยื่ออินดูเซียบาง สีซีด กว้าง 0.1 ม.ม. ขอบมีรูปร่างไม่แน่นอน

P. phuluangensis ต้นในภาพ พบที่ อช. เขาใหญ่ ด้านปราจีนบุรี เมื่อ มี.ค. 2547


Pteris plumbea H.Christ.
ลักษณะทั่วไป : ใบเป็นใบประกอบขนนก ใบรูปไข่แกมขอบขนาน ขนาด 15-30 ซ.ม. ก้านใบ สีฟางอ่อน โคนก้านมีขน ช่วงบนขนประปราย ก้านใบยาว 15-20 ซ.ม. ในใบปกติ และใบสปอร์ยาวได้มากกว่าถึง 30-40 ซ.ม.
ใบย่อยด้านข้าง เป็นใบเดี่ยวปกติ บางใบขอบเป็นแฉกหรือหยัก โคนใบเป็นรูปลิ่มแคบ ปลายใบสอบแหลม และขอบเรียบถึงหยักเป็นซี่ฟัน ในใบสปอร์อาจมีแตกกิ่งแขนงอีกชั้น ใบปกติขนาด 13 : 25 ซ.ม. ใบสปอร์ ขนาด 18 : 1.2 ซ.ม. ใบย่อยมีก้านใบสั้น สีน้ำตาลแดง ตัวใบสีเขียวเข้ม ผิวเกลี้ยง เส้นใบมองเห็นได้ทั้งด้านบนและด้านล่างของใบ อับสปอร์ เกิดเป็นกลุ่มจัดเรียงตัวเป็นแถวตั้งแต่ดคนใบไปเกือบสุดปลายของใบย่อย มีเยื่ออินดูเซียบางและแข็ง สีน้ำตาล
มักพบอยู่ตามลาดเนินเขาที่ค่อยข้างแห้ง ในป่าผสม ที่ระดับความสูงปานกลาง พบที่ จ. เลย จันทบุรี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี สตูล
|| Back