|| Back

สกุล Pteris เฟินหิรัญ ( tear'-iss)
วงศ์ PTERIDACEAE

Pteris scabripes Wall. ex. J. Agarth.
ลักษณะทั่วไป : ใบปกติ ก้านใบยาว 25-35 ซ.ม. ส่วนในสปอร์ ก้านยาว 50 ซ.ม. ตัวใบ แตกเป็น 3 กิ่ง มีใบย่อยด้านข้าง 1-2 คู่ ใบย่อยเป็นใบเดี่ยวปกติโคมเชื่อมติดกัน ใบย่อยรูปขอบขนานแคบ ขอบใบหยักเป็นซี่ฟัน โคนสอบแคบเข้าหาแกนใบ ปลายสอบแหลมเป็นติ่งยาว ส่วนติ่งหยักเป็นซี่ฟันละเอียด ใบปกติ ขนาด 18 : 2 ซ.ม. ใบสปอร์ ขนาด 22 : 1 ซ.ม. แกนกลางใบย่อย ปกติเป็นครีบอันเนื่องจากโคนใบย่อยเชื่อมติดกัน ใบสีเขียวเข้ม เส้นใยใบแตกแขนง อยู่ใกล้กัน อับสปอร์ เป็นกลุ่มเรียงแถวติดกันที่ริมขอบของใบย่อย มีเยื่ออินดูเซียมเป็นแผ่นบางสีน้ำตาลซีด
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดินที่ขึ้นอยู่ตามลาดเชิงเขาที่เป็นหิน ในป่าที่มีความชุ่มชื้นตลอดปี ที่ระดับความสูงไม่มากนัก กระจายพันธุ์อยู่ใน ไทย มาเลย์ ในบ้านเราพบที่ ชลบถรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส



Pteris semipinnata


[ Image : Mr. HK @ Hong Kong ]

Pteris semipinnata L.
ชื่ออื่น : เฟินปีกนก

ลักษณะทั่วไป เป็นเฟินดิน ขนาดกลาง เหง้าสั้นตั้ง หรือล้มเอน ปกคลุมด้วยเกล็ด ผอมเรียว สีน้ำตาลเข้ม แข็ง ขอบสีอ่อนกว่า
ก้านใบ ยาวได้ถึง 50 ซ.ม. สีม่วงหรือสีดำบริเวณโคน ผิวขรุขระเล็กน้อย เป็นเงามัน ก้านด้านหน้าเป็นร่องเล็ก

ลักษณะใบ ตัวใบรูปรี ขนาด 50 : 25 ซ.ม. แฉกแบบขนนก 2 ชั้น ปลายคี่ ใบแฉกด้าน 4-7 คู่ ส่วนแฉกเป็นแบบใบเดี่ยวปกติ มีก้านสั้นๆ โคนรูปลิ่ม ปลายสอบแหลม ขอบหยักเป็นซี่ฟันเลื่อยและแหลม

ใบย่อยหลายคู่ล่างใกล้โคน แตกเป็นแฉกย่อยอีกชั้นฝั่งด้านล่าง 3-6 แฉกและแฉกเพียงฝั่งเดียว ส่วนแฉกย่อย ขนาดแฉกลดหลั่นไปจากโคนของใบหลัก ทำให้ดูเหมือนปีกนก และเป็นที่มาของชื่อ มาจากคำว่า semi-pinnate ในชื่อวิทย์ และชื่อเฟินปีกนก ในชื่อไทยนั่นเอง

ส่วนใบย่อยที่ปลายใบ ขาวได้ถึง 10 ซ.ม. แกนกลางสีม่วง เป็นเงามันและเป็นร่องด้านหน้า ส่วนแฉกย่อยด้านข้าง โคนแฉกเชื่อมติดกันเป็นครีบที่แกนกลางใบ

เนื้อใบบางเหมือนแผ่นกระดาษ สีเขียวเข้มด้านบน ใต้ใบสีซีดกว่า เส้นใยใบแตกแขนง จัดเรียงแยกอิสระ

ชื่อ Semipinnata คือ แฉกข้างเดียว


อับสปอร์ เรียงตัวเป็นแถวอยู่ที่ริมขอบหยักของใบ เยื่ออินดูเซียสีซีด แข็ง ขอบเรียบ กว้าง 0.6 มม.

เฟินชนิดนี้ ชอบขึ้นตามพื้นในป่าดิบ กระจายพันธุ์อยู่ใน ญี่ปุ่น จีนตอนใต้ และอุษาคเนย์
อากาศชุ่มฃื้น ที่ระดับ 800-1, 000 ม. MSL ในบ้านเราพบบนดอยสุเทพ เชียงใหม่, พิษณุโลก, นครราชสีมา, เขาเขียว ปราจีนบุรี



Pteris stenophylla Wall. ex. Hook. & Grev.
ลักษณะทั่วไป : ใบเป็นใบเดี่ยวปกติ หรือมีใบย่อยด้านข้าง 1 คู่ ใบย่อยเป็นใบเดี่ยวปกติเช่นกัน ขนาดใบ 45 : 1.5 ซ.ม. ปลายใบสอบแหลม ขอบใบกึ่งเรียบ หรือเป็นคลื่น ผิวใบบางแบบกระดาษ ผิวใบเกลี้ยง
ก้านใบ ยาว 20 ซ.ม. โคนสีน้ำตาล มีขนปกคลุม ส่วนบนของก้านสีฟางอ่อนถึงสีน้ำตาล ผิวเกลี้ยง

ใบสปอร์มีขนาดผอมเรียวกว่าใบปกติ อับสปอร์ เป็นแถวอยู่ที่ริมขอบใบ

เฟินชนิดนี้ ชอบขึ้นอยู่ตามลาดเนินเขา ในป่าดิบ ที่ระดับความสูงปานกลาง กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดียตอนเหนือ ลาว ลงมาถึงมาเลเซีย ในบ้านเราพบที่ เลย พิษณุโลก กาญจนบุรี

Pteris subquinata Wall. ex. J. Agradh.

เฟินชนิดนี้ ในธรรมชาติมักพบอยู่ตามพื้นดินไม่แฉะ ตามเชิงเขา หรือหน้าผาหินปูน ที่ได้รับแสงสว่างเพียงพอ ที่ระดับความสูง 1300-1600 ม. MSL

ลักษณะทั่วไป เป็นเฟินดินขนาดกลาง เหง้าสั้น เลื้อย หรือล้มเอน มีใบออกใกล้กัน ยอดเหง้ามีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดรูปยาว ขนาด 7:0.7 มม. สีน้ำตาลเข้ม ขอบเรียบ ส่วนโคนเกล็ดหยักเป็นซี่ฟัน เกล็ดแข็ง

ก้านใบ ยาว 20-40 ซ.ม.ช่วงโคนก้าน สีน้ำตาลเข้ม มีขนหรือเกล็ด ช่วงบน สีฟางอ่อน ในใบสร้างสปอร์ก้านยาวได้มากกว่า
ตัวใบ ทั้งใบเป็นรูปไข่ ใบประกอบขอบแฉกลึกแบบขนนก 2 ชั้น หรือใบประกอบขนนก 2 ชั้น ขนาดใบ ยาวและกว้างได้ถึง 30 ซ.ม. แกนกลางใบ ผิวเกือบเกลี้ยง ผิวบนเป็นร่อง

ใบย่อยด้านข้าง มีได้ถึง 4 คู่ ออกตรงข้ามกัน รูปขอบขนานแกมรูปหอก โค้งขึ้นมากบ้างน้อยบ้าง ขนาดใบ 20 : 6 ซ.ม. ใบย่อยคู่ล่างใกล้โคนแตกกิ่งเป็นใบย่อยเล็ก มี 1-2 ใบ ใบย่อยเล็ก รูปร่างเหมือนใบย่อยด้านข้างช่วงบน ทั้งขนาดและรูปร่าง

ใบย่อยปลายสุด เป็นใบประกอบขขนก ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย


Vein free, once or twice forked

ใบย่อยชั้นเล็กสุด รูปยาวแกมรูปหอก โค้ง ขนาดใบปกติ 30:7 ม.ม.และใบสร้างสปอร์แคบกว่า กว้าง 5 มม.
โคนของใบย่อย อิสระ หรือโคนเป็นครีบต่อเนื่องกับใบถัดไปด้วยปีกของเส้นกลางใบ ครีบกว้างน้อยกว่า 0.5 มม. แข็ง สีเขียว

แกนกลางใบย่อยและเส้นกลางใบย่อย ด้านล่างผิวเลี้ยง เส้นใยใบแตกแขนง 1-2 ครั้ง มองเห็นได้ชัดทั้งด้านบนและล่าง

อับสปอร์ เป็นกลุ่มเรียงต่อเนื่องที่ริมขอบของใบย่อชั้นเล็กสุด มีเยื่ออินดูเซียแข็ง สีน้ำตาลอ่อน
กระจายพันธุือยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ลงมาถึงตอนเหนือของไทยและลาว ในบ้านเราพบที่ จ. เลย
พบที่เชียงใหม่



[ Image : Morning Garden ]

Pteris tokioi L.

เฟินชนิดนี้ พบอยู่ตามพื้นดินที่มีอินทรีย์วัตถุสะสมมาก ในป่าภูเขาระดับต่ำ

ลักษณะทั่วไป : เหง้าอ้วน เลื้อยสั้น ใบออกถี่ติดกัน ปกคลุมแน่นด้วยเหล็ดที่ยอดเหง้า เกล็ด รูปยาว ขนาด 8: 0.7 ม.ม. ขอบเรียบ สีน้ำตาลเป็นเงามัน

ก้านใบ สีน้ำตาลแดงถึงม่วงเข้ม เป็นเงามัน ขนาด 30-80 ซ.ม. ผิวไม่เกลี้ยงหรือมีขนหยาบประปราย

ตัวใบ รูปไข่แกมขอบขนาน ใบประกอบขนนก 2 ชั้นขอบหยักลึก ขนาด 40-60 : 30-40 ซ.ม. มีใบย่อยด้านข้าง 4-6 คู่ ออกตรงข้ามกัน โคนกลม มีก้านใบแผ่เป็นครีบ ปลายใบสอบเล็ก-เว้าเข้าหากัน ขนาด 25 : 6 ซ.ม. ใบย่อยคู่ล่างขนาดใหญ่สุด และที่โคนใบมักมีกิ่งใบย่อยอีกชั้น มีลักษณะเหมือนใบย่อยด้านข้าง
ใบย่อยปลายสุด รูปขอบขนานอย่างแคบ โค้งเคียว ปลายมนกลม ขอบใบหยักเป็นซี่ฟัน ขนาด 25 : 5-9 ม.ม. เนื้อใบบางเหมือนกระดาษ

เส้นใบ อิสระ ยกเว้นบริเวณที่เกิดอับสปอร์ มองเห็นได้ชัดเจนทั้งสองด้านของใบ
อับสปอร์ เกิดเป็นกลุ่มเรียงแถวต่อเนื่องอยู่ที่ริมขอบหยักใบย่อย ตั้งแต่โคนถึงปลายหยัก มีเยื่อหุ้มอินดูเซียม สีศีด บาง ขอบเรียบ

กระจายพันธุ์ตั้งแต่ ไต้หวัน ญี่ป่น ลงมาถึงไทยและมาเลย์ ในบ้านเราพบที่ เพชรบูรณ์ เลย จันทบุรี





[ Image : Blue Jay ]

Pteris tripartit Sw.
ชื่อสามัญ : Giant Brake Fern
ชื่ออื่น : เฟินร่ม

ใบยาวและสูงได้ถึง 1 ม. ใบเป็นมันวาว ใบบางอ่อนนุ่ม คล้าย P. wallichiana และ P. longips แต่ต่างกันที่เส้นใบ พบทางภาคเหนือ เชียงราย ทางภาคอีสาน นครราชสีมา ภาคตะวันออก จ. ตราด และภาคใต้ พังงาและยะลา อินโดนีเซีย ออสเตรเรียและโพลีนีเซีย ขึ้นตามพื้นดินในป่าระดับต่ำ
[ Image : Sanke ]


Pteris venusta Kunze
ลักษณะใบ : ก้านใบ ยาว 50-80 ซ.ม. สีน้ำตาลเข้ม โคนก้านมีขนสีน้ำฟางอ่อน ก้านใบส่วนบน สีน้ำตาลแดง มีขนประปราย ตัวใบ ใบประกอบขขนก ปลายคี่ ขนาด 60 : 30 ซ.ม. รูปขอบขนาน แตกแฉกเป็นขนนก แกนกลางใบหลักด้านล่างสีฟางอ่อนหรือน้ำตาลแดง ด้านบนของแกนเป็นปีก มีขนประปราย มีใบย่อย 3-7 คู่ และจำนวนใบย่อย 2 ข้างไม่เท่ากัน ใบย่อยขนาด 30 : 3 ซ.ม. ใบย่อยโค้งเคียว โคนสอบแคบเป็นรูปลิ่มและเชื่อมติดกันเป็นครีบ หรืออาจใบย่อยมีก้านสั้นๆ ปลายใบแหลมเป็นติ่งหรือหาง ขอบขอบติ่งกึ่งเรียบหรือจักเป็นซี่ฟันเล็กน้อย
พบภาคเหนือ ลงมาถึงกาญจนบุรี พิษณุโลก เลย ขอนแก่น นคราชสีมา ชลบุรี จันทบุรี


[ Image : เจ้นก @ BKK ]


[ Image : เจ้นก @ BKK ]

Pteris vittata L.
ชื่อสามัญ : Chinese Brake, Ladder Brake
ชื่ออื่น : กูดหมาก กูดตาด
มีลำต้นสั้น ก้านใบยาว อาจถึงครึ่งเมตรได้ ใบยาว 20-100 ซ.ม.เส้นกลางใบมีร่องยาวและมีเกล็ดเล็กๆ โคนก้านมีเกล็ดปกคลุมหนาแน่น การเรียงตัวของใบเป็นแบบขนนก ปลายคี่ ใบที่ปลายกิ่งจะคล้ายกับในในแนวข้าง และมีความยาวกว่าใบย่อยค่ล่าง ใบย่อย ปลายเรียวแหลม ใบมีลักษณะแคบ ปลายแหลม กลุ่มของอับสปอร์เกิดตามขอบใบทั้งสองด้าน เมื่อต้นโตเต็มที่จะมีแต่ใบที่สร้างสปอร์ ใบเป็นสีเขียวอ่อน ผิวด้าน ใต้ใบสีเขียวอ่อนกว่า

เฟินชนิดนี้ สามารถพบได้ทั่วทุกภาคของไทย ปลูกเลี้ยงง่าย ทนแดดได้ดี หากความชื้นเพียงพอ และโตเร็วกว่าอยู่ในร่มที่ไม่ได้แดด

มีรายงานค้นพบว่า เฟินชนิดนี้สามารถดูดซับธาตุโลหะหนัก เช่น สารหนู จากดินมาเก็บไว้ที่เหง้าและใบ และทำให้มันเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่าในดินที่ไม่มีสารพิษ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ สาระน่ารู้

Pteris wallichiana J. Agadh.
ชื่ออื่น : กูดสามง่าม
ลักษณะคล้ายกับ P. longipes แต่ต่างกันที่เหง้าของเฟินชนิดนี้จะเกิดเอนนอน ก้านในมีขนสีดำและหยาบกว่า
ลักษณะทั่วไป ก้านใบใหญ่ ยาวได้มากกว่า 1 ม. โคนก้านสีน้ำตาลเข้มถึงดำ และมีขนหรือเกล็ด เกล็ดสีน้ำตาลอ่อนหรือสีฟางชี้ขึ้นบน ตัวใบแบ่งเป็น 3 กิ่ง (tripartite) ที่กิ่งกลาง ขนาด 100 : 25 ซ.ม. กิ่งทางข้าง ยาวใกล้เคียงกิ่งกลาง แต่ละกิ่งแยกเป็นกิ่งย่อยแบบขนนก 2 ชั้น ใบย่อยด้านข้าง มีได้ถึง 20 คู่ ในกิ่งกลาง และ 15 คู่ในกิ่งด้านข้าง ใบย่อยรูปหอกยาวปลายสอบแหลม โคนรูปลิ่มกว้าง ขนาด 25 : 4.5 แกนกลางเป็นปีกกว้าง 1.5 ม.ม. ปลายใบเป็นหยักลึก รูปขอบขนานแคบ ส่วนหยักที่ขอบใบเป็นรูปขอบขนานแคบ โค้งเบี้ยว ปลายแหลม ขอบหยัก
เนื้อใบบางแบบกระดาษถึงหนา สีเขียวอมเหลือง ผิวเรียบ
ขึ้นตามพื้นดินในป่าที่มีร่มเงาหรือแสงรำไร ที่ระดับต่ำ-ปานกลาง ในบ้านเราพบที่ เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย จันทบุรี
|| Back