> VITTARIACEAE > Antrophyum || Back

สกุล Antrophyum Kulfuss
วงศ์ VITTARIACEAE

เฟินในสกุลนี้เป็นเฟินขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เกาะอาศัยห้อยอยู่ตามลำค้นของต้นไม้ คาคบไม้ หรือโขดหิน หน้าผาหิน ที่ระดับควาสูง 500 ถึง 2,000 เมตร มีราว 40 ชนิดกระจายพันธุ์อยู่ใน เขตร้อน ลักษณะทั่วไป มีเหง้าอ้วน เลื้อยสั้นๆ หรือรวมกันเป็นกระจุกแน่น ปกคลุมแน่นด้วยราก เพื่อเก็บกักน้ำ ใบเป็นแถบกว้าง คล้ายใบของเฟินข้าหลวง เส้นใบจัดเรียงอิสระ ยาวตลอดแผ่นใบ ปลายเส้นใบจรดเข้าหากันที่ปลายใบ เส้นใบหลักมองเห็นไม่ชัดเจน ลักษณะใบอวบน้ำ แถวของอับสปอร์เกิดเป็นแถว หรือเส้นมากกว่า 2 แถว หรือพบแค่ 2 แถวก็ได้ จัดเรียงตัวตามแนวเส้นใบ แถวของสปอร์อาจไม่ต่อเนื่อง หรืออาจแตกเป็นหลายสาขา ดูคล้ายเส้นด้าย อับสปอร์ไม่มีเยื่ออินดูเซียปิดคลุม มีเยื่อหุ้มรัดรอบตามแนวยาว

เฟินสกุลนี้ ผู้เขียนบางท่าน จัดให้ Antrophyum ชื่อวงศ์ Antrophyaceae

ตัวอย่างเฟินในสกุลนี้ได้แก่

Antrophyum callifolium  Blume

ชื่้อ callifolium มาจากคำว่า calli + folium คำว่า calli แปลว่า beauty และ folium แปลว่า leaf รวมความหมายถึง beauty leaf ซึ่งหมายถึงใบของเฟินชนิดนี้ เป็นสีเหลือบน้ำเงิน สีเหมือนสีหางของนกยูง ดูสวยงาม

เฟินชนิดนี้เป็นเฟินเกาะอาศัย อยู่ตามก้อนหิน ขึ้นรวมกับมอส หรืออยู่ตามเปลือกลำต้นของต้นไม้ ที่มีร่มเงา ในป่าดิบ ที่มีความชุ่มชื้นสูง

ลักษณะทั่ไป ลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยสั้น มีใบออกเป็นกระจุก มีเกล็ดปกคลุม เกล็ดรูปกึ่งสามเหลี่ยมแคบ ปลายเรียวแหลม ขนาด 5 : 0.8 มม. สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ขอบเกล็ดหยักเป็นซี่ฟัน
ก้านใบ สั้นๆ ส่วนที่เชื่อมติดกับใบมองเห็นไม่ชัด และมีเกล็ด

ใบ ใบสีเขียวเข้มเป็นมันวาว เหลือบน้ำเงิน ปกติ รูปขอบขนานแกมรูปหอก ถึงรูปไข่กลับอย่างกว้าง ปลายค่อยๆ สอบแหลม โคนเรียวเล็กลง ขนาดใบ 30 : 8 ซ.ม. แผ่นหนาเหมือนแผ่นหนัง เส้นกลางใบมองเห็นได้ัชัดเฉพาะใบส่วนล่าง

เส้นใบมองเห็นชัดบ้างไม่ชัดบ้าง เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน

อับสปอร์ จัดเรียงตัวเป็นเส้น ตามเส้นใบที่จรดโค้งเข้าหากัน ปกติเกิดทั่วหลังแ่ผ่นใบ ยกเว้นส่วนกลางใบใกล้แกนกลางใบ มีเส้นใย paraphyses
พบทั่วทุกภาคของไทย ตามป่าลำธารน้ำตก ที่มีความชุ่มชื้นสูง มักเกาะอยู่ตามโขดหิน หรือต้นไม้ที่อยู่ริมลำธารน้ำตก ที่ได้รับละอองไอน้ำและความชื้นสูงมาก


A. obovatum
Picture from : website of Nature Conservation in Taiwan, Republic of China

Antrophyum obovatum Bak
ชื่อพ้อง : Antrophyum japonicum Makino

เหง้าเลื้อยสั้น ใบออกเป็นกระจุก มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดเป็นสเ้นยาว ขนาด 7:1 มม. สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ขอบเกล็ดหยักเป็นซี่ฟัน ก้านใบยาวได้ถึง 8 ซ.ม. สีเขียวเข้มถึงสีน้ำตาลเข้ม ด้านใต้มีเกล็ดปกคลุม
ใบ รูปไข่กลับ ส่วนที่กว้างสุด 1/5 จากปลายใบ ปลายใบเป็นติ่งแหลม และค่อยๆ ผอมสอบแคบลงสู่โคนใบ หรือเป็นรูปลิ่มแคบ ขนาดใบ 15 : 6 ซ.ม. ขอบใบเรียบ แต่ขอบคล้ายกระดูกอ่อน แผ่นใบหนาเหมือนแผ่นหนัง สีเขียว ผิวเกลี้ยง เส้นกลางแผ่นใบมองเห็นไม่ชัด เส้นใบจรดโค้งเข้าหากัน อับสปอร์ เป็นเส้นยาว แบบร่างแหอยู่บนเส้นใบที่จรดโค้งเข้าหากัน มีเส้นใย paraphyses
มักพบอาศัยอยู่รวมกัยมอสตามลำต้นของไม้ใหญ่ ในป่าดิบเดาที่ระดับสูงปานกลาง ราว 1500 ม. กระจายพันธุ์อยู่ใน อินเดียตอนเหนือ จีน ไตหวัน และอุษาคเนย์ และอาจไปไกลถึงญี่ปุ่น ในบ้านเราพบที่ เชียงใหม่




[ Image : ZUP ]

Antrophyum parvulum Blume

ชื่อ parvulum มาจากคำว่า parvo หมายถึง นกยูง + ulus หมายถึง diminitive หรือเล็กแคระ
รวมความจึงหมายถึง เฟินที่มีใบเล็กแคระและสีเหมือนขนนกยูงนั่นเอง

ลักษณะทั่วไป ลำต้น เป็นเหง้าเลื้อยสั้น แน่นไปด้วยกระจุกรากและใบ ปกคลุมด้วยเกล็ด รูปกึ่งสามเหลี่ยมแคบ ปลายเรียวแหลม สีน้ำตาลแกมเทา ขอบหยักเป็นซี่ฟันไม่เป็นระเบียบ ขนาด 5 : 1 มม.
ใบ มีก้าน สีเขียว ยาวได้ถึง 3 ซ.ม. มีขนประปราย ส่วนเชื่อมต่อกับโคนใบมองเห็นไม่ชัด ตัวใบ รูปไข่กลับ ขนาด ยาวได้ถึง 10 ซ.ม. กว้าง 2 ซ.ม. ส่วนกลางกว้างสุด ปลายแหลมถึงเป็นติ่งแหลม และค่อยๆ สอบเรียวสู่โคนใบ เป็นครีบที่ก้านและเป็นสันแคบ ใบหนาเป็นเงามันเหมือนแผ่นหนัง สีเขียวถึงเขียวซีด เส้นกลางใบมองเห็นได้ชัดเฉพาะส่นล่างของใบ เส้นใบเป็นร่างแห แต่ไม่มีเส้นใบย่อย อับสปอร์ จัดเรียงตัวเป็นเส้น หรือร่างแหตามเส้นใบ มีกลุ่มเส้น paraphyses.

มักพบอาศัยอยู่รวมกับมอสที่เกาะอยู่ตามต้นไม้หรือโขดหินในป่าดิบชื้นตลอดปี ใบบ้านเรามีรายงานพบที่ เชียงใหม่ ลำพูน เลย ตรัง ยะลา

เฟินชนิดนี้ปลูกเลี้ยงให้งามได้ยาก เนื่องจากเป็นเฟินที่ต้องการร่มและความชุ่มชื้นสูงมากตลอดเวลา


นอกจากนี้ ที่พบในไทย ยังมี :-
  • Antrophym winitii Tagawa & K. Iwats
    ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่พระยา วินิจวนันดร พบเพียงตัวอย่างเดียว ในไทยบนคาคบไม้ ระดับ 520 ม. ที่เชียงราย
    ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น ตั้งหรือล้มเอน มีใบออกเป็นกระจุก เหง้ามีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดรูปเรียวยาว ปลายเกล็ดคล้ายขน ขนาด 2-3 : 0.3 มม. ขอบของเกล็ดหยักเป็นซี่ฟัน ใบเป็นแถบยาว ขนาด ยาว 3 ซ.ม. กว้าง 2 มม. ช่วงกลางกว้างสุด ค่อยๆ สอบแคบลงสู่โคน ก้านใบไม่ชัดเจน ปลายเป็นแฉก หรืออาจแฉกได้ถึง 2 ชั้น ปลายแฉกแหลมเหมือนซี่ฟัน ส่วนเว้ารูปสามเหลี่ยม แฉกลึก 0.5 มม. เนื้อใบเหมือนแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยง เส้นกลางแผ่นใบไม่ชัดเจน เส้นใบเป็นร่างแห มีช่องว่างระหว่างร่างแห
    อับสปอร์ เป็นแถวยาว อยู่ที่ริมขอบใบทั้งสองข้าง มีเส้นแทรกจำนวนมาก มองดูค้ายริบบิ้น สีแดงคล้ำ
  • Antrophyum stenophyllum Baker
    ลำต้น เป็นเหง้าเลื้อยสั้น ใบออกเป็นกระจุก มีเกล็ดปกคลุมหนาแน่น เกล็ดรูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายเรียวแหลม ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ขนาด 2.5 : 0.8 ม.ม. สีน้ำตาลเข้ม more or less clarthrate with dark cell-wall.
    ก้านใบ มองเห็นไม่ชัด
    ตัวใบ รูปไข่กลับ ส่วนที่กว้างที่สุด 1/3 จากปลายใบ ค่อยๆ สอบแหลมสู่ปลายใบ แต่ไม่เป็นติ่งหาง สอบเรียวเล็กลงสู่โคนใบ ขนาดใบ ยาวได้ถึง 6.5 ซ.ม. กว้า้ง 7 ซ.ม. เส้นกลางใบและเส้นใบมองเห็นไม่ชัดทั้งด้านบนและล่าง อับสปอร์ เป็นร่างแห จมเป็นร่องที่ผิวใบด้านล่าง และอาจมีบางส่วนนูนขึ้นที่ผิวด้านบน มีเส้นใย paraphyses คล้ายริบบิ้นบิดงอ สีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม
    พบเฉพาะที่ เชียงใหม่
> VITTARIACEAE > Antrophyum || Back